-.- KorP@i -.-

:-: Simplify Your Life : Just Be Yourself :-:

:: ระยะห่างระหว่างกัน/ Space ::

 

 

อย่าได้อยู่ใกล้กันมากเกินไปนัก

เพราะเราอาจทนกันไม่ไหว

อาจต้องมีระยะห่างระหว่างใจ

ที่ต้องการเก็บไว้ใช้ในที่ส่วนตัว

 

หากต้องอยู่ใกล้กันเกินไป

อาจทำให้ต่างฝ่ายต่างอึดอัด

ไม่ว่ามองไปทางไหน

เราอาจมองอะไรแล้วไม่กระจ่างชัด

เพราะต่างคนต่างอึดอัด

เราจะมองไม่เห็นความชัดที่เกิดขึ้นภายใน

 

 

ห่างกันบ้างสักนิดก็คงดี

เพราะเราอาจมีความคิดอะไรเกิดขึ้นมาใหม่

อาจมีมุมมองที่แปลกแตกต่างกันไป

ให้เรานำมาลองมาใช้

ปรับความเข้าใจให้แก่กันและกัน

 

ชีวิตที่เรามีอาจมีหลายวิธีที่คิดต่าง

เราอาจนำมาแลกเปลี่ยนกันตรงกลาง

ตรงนั้นไม่เคยมีที่ว่าง

...

.

.

ระหว่างเรา

 




Tag: ถึงคุณไง คนไกลกัน, กลอนเปล่า เรื่อยเปื่อย

เขียนโดย korpai ที่ 2012-03-08 15:52:39 น. ถึงคุณไง คนไกลกัน,กลอนเปล่า เรื่อยเปื่อย 48 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้

:: เชียงคานเมืองเล็กๆในใจ /Chiang Khan ตอนจบ ::

                                    

                          ในที่สุดพวกเราก็ได้ที่พักในคืนต่อไปเมื่อถามความสมัครใจทุกคนต่างก็เห็นด้วย  ยามเช้าพอหาที่พักได้ก็เล่นเอาเข้าช่วงสายของวัน  ไปเดินเล่นลัดเลาะชายโขงกันไปซื้อของ ถ่ายรูปเล่นกันตลอดทาง ไปเจอร้านขายของตรงข้ามกับสำรานนา เจอร้านขายกระเป๋าให้ได้ต่อรองราคาและช็อปปิ้งกันบ้าง  เป็นบ้านคุณยายสูงอายุแล้ว ดูลักษณะแกเป็นผู้ใหญ่ใจดีอาศัยอยู่กับลูกสาวที่มักจะพาคุณแม่มาพักผ่อนที่บ้านที่เชียงคานนำของมาขายให้กับนักเดินทางท่องเที่ยวในวันหยุด  ช่างเป็นคนจีนที่ดูมีราศี และสง่างามเป็นที่สุด 

 

 

 

 

                              คุณยายผู้ดูดีมีสง่ากำลังสนทนากับลูกค้าที่มาสนใจของในร้าน  เมื่อก่อนนี้ค้าขายกับชาวลาว เป็นกิจการค้าส่ง เป็นล่ำเป็นสัน พอหลังๆการค้าไม่เยอะเหมือนแต่ก่อน จึงย้ายที่ไปอยู่กรุงเทพ  จะกลับมาบ้านช่วงวันหยุดยาว  ช่างบังเอิญที่เราไปเจอลูกสาวคุณยายได้เล่าเรื่องราวความหลังของเชียงคานให้เราฟังเป็นความรู้เพิ่มเติม   

                    

                                    ระหว่างทางที่เดินเล่นอยู่ชายโขง ทำให้เราพบสิ่งต่างมากมาย  เห็นวัฒนธรรมระหว่างท้องถิ่น  หากใครที่มีบ้านอยู่ใกล้แม่น้ำจะรู้ว่า แม่น้ำให้คุณแก่เรามากมายมหาศาล จะมีแต่คนเท่านั้นที่ไปทำลายและรังแกธรรมชาติ ยิ่งเป็นแม่น้ำสายหลักเป็นที่พึ่งพิงแก่ผู้คนที่อยู่ร้ายล้อม ไม่ว่าจะฝั่งไทยหรือลาว  ต่างรู้คุณของแม่น้ำสายนี้

 

 

กาน้ำเก่าแล้วนำมาปลูกต้นไม้เข้าบรรยากาศงามๆมาก

 

 

 

 



Tag: UnDer My WiNGs

เขียนโดย korpai ที่ 2012-02-20 11:50:37 น. UnDer My WiNGs 13 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้

:: ออนเซนท่ามกลางแสงจันทร์ /Yamada Ryokan in Beppu ::

 

เป็นครั้งแรกที่เยือนญี่ปุ่น และได้อาบน้ำอุ่นแบบออนเซน ฉันและเพื่อนได้ไปเยือนถึงถิ่นน้ำพุร้อนที่มีชื่อของที่นั่นเลยทีเดียว Beppu นับว่าเป็นเมืองที่ขึ้นชื่อว่ามีบ่อน้ำพุร้อนมากมาย เมื่อพวกเราสามสาวถึงเมืองนี้ ยังหาเรียวกังกันไม่เจอ

 

Yamada Bossu Ryukang in Beppu

พวกเราเดินจากสถานีรถไฟตามคุณลุงผู้น่ารักท่านหนึ่งที่บังเอิญที่เราไปเจอระหว่างทาง ตอนแรกเราตั้งใจว่าจะถามทางไปที่พักจากคุณลุงก็พอแล้วแต่น้ำใจและความเมตตาที่ลุงมีให้คือพาพวกเราเดินไปถึงที่พักเลยเชียว

 

มุมนี้มองจากด้านข้างทางขวาจากภาพด้านบน

Yamada Bossu Ryokan คือสถานที่ที่จองที่พักไว้  ตั้งใจว่าจะเดินชมเมืองก่อน  เอาของฝากไว้ แล้วจึงกลับมาที่นี่ เพราะว่าขี้เกียจแบกกระเป๋าหนัก ที่น่าประทับใจคือเรื่องที่มาพักที่นี่แค่พวกเราสามคนเท่านั้นเอง เจ้าของใจดีคงเห็นท่าทางเราตั้งใจมาจองและเที่ยวที่นี่ เพราะจองทางอินเทอร์เน็ต ล่วงหน้าก่อนเดินมาเชียว

 

ทางเข้าบ้านต้องถอดรองเท้าไว้ทางด้านซ้ายเป็นที่ใส่รองเท้า
ทำไว้อย่างมีระเบียยบมากเลยฝั่งขวาเป็นห้องรับแขก
ระหว่างรอมีของกินมาเสริ์ฟเราด้วย

 
 
ทางเดินเข้า Yamada Ryukang
ถ่ายจากด้านนอก
อบอุ่นตั้งแต่มาถึงเลยเชียว

 

 

 

 

 

 




Tag: Japan In My Heart, UnDer My WiNGs

เขียนโดย korpai ที่ 2012-02-17 12:31:47 น. JaPan In My HeArt,UnDer My WiNGs 31 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้

:: @ Mt.Fuji Kawaguchiko Japan ::

 

Hello ,

Good morning from kawaguchi lake at K's house Kawaguchiko

Mt.fuji san Japan 2012.

 

Smiling time will be happen in a positive person.

After they worked so hard ,

They should get something in their life as  a bonus after they worked had done.

 

Giving  the best thing for life . For us , we love travelling around the place that we felt in love that place . 

 

At that time , Many people ask me why I choose  Japan because ,The weather is very cool  .Why we choose Japan?

For me, it does not matter even if I heard that has the earthquake at there so many time and also it has no one can speak Japanese at all. 

 

 Many people ask me all the time. Why I choose Japan for my trip as so as I heard that the weather is too cool.

 

 Lake  Kawaguchi

In The morning

 

It has not reason  for us because ,sometimes we have no answer more than our deeping

in our heart want to be there.

It has no reason at all.

Don't you think?

 




Tag: Japan In My Heart, UnDer My WiNGs

เขียนโดย korpai ที่ 2012-02-06 05:05:34 น. JaPan In My HeArt,UnDer My WiNGs 14 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้

:-: In Everyday :-:

 

เดินผ่านความรัก

อมยิ้มแล้วพยักหน้าให้

ซ่อนรอยยิ้มอยู่เปี่ยมใจ

เดินผ่านมาทีไร

ความสุขที่อยู่ข้างใน

ออกมากระโลดเต้นเรื่อยไป

จนทะลักทะลายจนเก็บไว้ไม่ได้เลยซักที

...

..

.

 
 
 
ความรักยังคงอยู่ที่เก่า
ความเป็นตัวเราไม่เคยเปลี่ยน
ความรักยังคงหมุนเวียน
เพราะสิ่งที่ไม่เปลี่ยนไปคือใจเรา

 




Tag: ถึงคุณไง คนไกลกัน, Sparking Heart

เขียนโดย korpai ที่ 2012-01-17 22:15:31 น. SpArking HeArt,ถึงคุณไง คนไกลกัน 13 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้

:: อากาศ อารมณ์และความรู้สึก / Seasonal Affective Disorder ::

 

                                          เมื่อเริ่มเข้าสูหน้าหนาว แต่ละคนเคยสังเกตุอารมณ์ของตัวเองบ้างไหม ดูเหมือนมันจะอ่อนไหวง่ายกว่าฤดูอื่นๆอยู่ไม่น้อย    ยิ่งเวลาที่เราอยู่ห่างไกลจากบ้านเกิดด้วยแล้ว คิดถึงบรรยากาศที่บ้านจับใจ   ใครจะคิดอย่างไรย่อมแตกต่างกัน  แต่สำหรับบางคนนั้นหน้าหนาวทำให้อารมณ์แปรปรวนน้อยลงกว่าหน้าร้อน เพราะเราต้องยอมรับความจริงว่า อากาศและบรรยากาศรอบๆตัวเรา ส่งผลถงอารมณ์และความรู้สึกนึกคิด  รวมไปถึงการรับรู้และการสัมผัสต่อการดำเนินชีวิตของมนุษย์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

                                          

 

                                                                     ความจริงแล้วหลายคนบอกว่ามีความสุขกับอากาศเย็นๆ มากกว่าอากาศร้อน เพราะสภาพจิตใจจะสดชื่นมากกว่า อาจจะจริงในกรณีของคนที่อยู่ในแถบเอเซีย ที่มีกลางวันกลางคืนอย่างละครึ่งวันเท่ากัน  มีแสงแดดดส่องลงมาให้เราได้สดชื่นขึ้น  แต่อย่างไรคนเราแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนบอกว่าร้อนแล้วอาบน้ำก็สบายตัวแล้ว   อากาศรอบๆตัวเราส่งผลต่อความทุกข์ความสุขของมนุษย์เราเสมอ

 

 

 

เศร้าได้แต่อย่านานนัก
ต้องรู้จักผ่อนโลกเอาไว้ 
ชีวิตเราต้องเดินผ่านเรื่องราวมากมาย
ขอให้ใช้ชีวิตแต่ละวันด้วยกำลังใจ

 

อย่าไปคาดหวังว่าจะได้จากใคร
ไม่ต้องรอว่าเขาจะหยิบยื่นให้
เพราะทุกๆกำลังใจ
เราสร้างได้ด้วยตัวเอง

 




Tag: ถึงคุณไง คนไกลกัน

เขียนโดย korpai ที่ 2012-01-15 17:33:14 น. ถึงคุณไง คนไกลกัน 7 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้

:: Forgive for Good ::

                      สารพัดเรื่องราวที่เดินทางเข้ามาในชีวิตเรา  บ่อยครั้งที่ยากเกินกว่าที่จะ

ทำใจได้ หลายครั้งที่เจ็บใจเพราะไปคิดและตัดสินใจกับคำพูดของคนอื่น ไม่พอใจที่เขา

พูดอย่างนั้นกับเรา ไม่ชอบใจที่ได้ยินอย่างนั้น  แต่ลืมคิดถึงคำพูดของตัวเอง ลืมคิดถึงใจ

คนอื่นเมื่อได้ยินสิ่งที่เราพูดว่าจะเป็นอย่างไร

 

 




Tag: Sparking Heart

เขียนโดย korpai ที่ 2012-01-05 21:29:57 น. SpArking HeArt 18 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้

:: ณ วันแรกของปีที่ปั้มปตท.อ.บึงสามพัน/ First day @ 2012 ::

 

เถลิงศกศักราชใหม่

ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัย

อำนวยพรให้คนไทยทุกคน

...

..

.

จงโชคดี

ได้ริเริ่มประเดิมปี

ทำงานตามหน้าที่น่าดูชม

มีความสุขในอารมณ์

สมหวังชื่นรื่นอภิรมย์ในหัวใจ

...

..

.

 

ใครมีรักขอให้สมหวังดังตั้งจิต  

มีคู่คิดให้เรืองรองแผ้วผ่องใส

ให้ทุกวันท่านมีสุขภาพแข็งแรงไร้โรคภัย

คิดกระทำการใดสุขอารมณ์สมใจปอง

 

 

@ บ้านภูหนาว  เขาค้อ เพชรบูรณ์

กระดิ่งลมพัดรำพึงคำนึงสุข

ล่องลอยทุกข์ไปไกลไม่ขับขาน

ลมพัดมาชายเขาแสนสราญ

แสนชื่นบานเริงใจได้พักพิง

 




Tag: เรื่องเล่าของหน่อไม้

เขียนโดย korpai ที่ 2012-01-02 21:27:41 น. เรื่องเล่าของหน่อไม้ 9 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้

:: ลาทีปีกระต่าย/Bye Bye Rabbit Year 2011 ::

 

ลาทีปีกระต่าย

ที่ผ่านเลยไปไม่เก่าก่อน

หลายจังหวัดเดือดร้อน

ผู้คนไร้ที่นอนและทำกิน

 

ชาวไร่ชาวนาทุกข์ยาก

นั่งมองซากบ้านเรือนใจแทบสิ้น

สิ้นไรที่ี่ทางทำมาหากิน

แต่เราไม่ไร้แผ่นดินที่อยู่ยง


...

..
. 
 
 
 
 
พระธาตุผาซ่อนแก้ว
 
@ เขาค้อ

 

 

 

 




Tag: ก้าวที่กล้า เวลาที่เปลี่ยน

เขียนโดย korpai ที่ 2011-12-31 12:23:32 น. ก้าวที่กล้า เวลาที่เปลี่ยน 9 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้

: : เ ว ล า และ ค ว า ม ท ร ง จ ำ / T i m e and M e M o r y : :

 

ทุกช่วงจังหวะของวันเวลา

เราอาจไม่ได้ตั้งใจ

ที่จะสังเกตสิ่งที่อยู่รอบตัวเรา

ในแต่ละวันที่ผ่านไป

เรายังคงส่งใจไปจดจ่อกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า

ทั้งภาระการงาน และหน้าที่

 

เราต่างเพลิดเพลินกับงาน

ในความเพลินนั้นอาจล่องลอยไปไร้สมาธิ

หรืออาจมีบ้างที่คิดถึงสิ่งที่ยังมาไม่ถึง

 

จนบางครั้งเรา

...

 

..

.

อาจคิดถึงจุดหมายและความสำคัญ

ให้กับคนบางคน

หรือสิ่งของบางสิ่ง

ที่เราต่างคิดว่าสำคัญที่สุดต่อเรา

ณ ช่วงเวลาหนึ่ง

เมื่อเป็นเช่นนั้น

เราจึงเอาจิตไปจับต้องจ้อง

แตะต้องอยู่กับมันมากเกินไป

...

..

.

 

จนลืมคิดไปว่า..

...

..

.

เข็มนาฬิกายังคงทำงานทุกขณะ

แต่ไม่เคยเดินอย่างโดดเดี่ยว

 เพราะ 

 ..  เ ว ล า ..

มีความหมายต่อชีวิตคนเราทุกคน

 

 

เมื่อมองวันเวลาที่ผ่านมา 

ระหว่างที่เข็มนาฬิกาเดินทาง

มีลมหายใจของคนทุกคนอยู่ในนั้น 

ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม

ในความเป็นจริง

..

.

.

.

 

 เราต่างมีเวลาเท่ากันต่อหนึ่งวัน

24 ชั่วโมงไม่มากไปหรือว่าน้อยเกินไป 

 แต่เราเคยสังเกตกันบ้างไหมว่า

..

..

.

เวลามักจะผ่านไปอย่างรวดเร็ว 

 

 

เมื่อเรามีความสุข

หากเมื่อใดก็ตามที่เรามีความทุกข์ใจ

ลองสังเกตดูใหม่ไม่ว่าอะไรมันช่างช้าเหลือเกิน

 

 ช้าเกินกว่าใจจะทน  

ไม่มีอะไรมีวัดได้เลยว่า

นานหรือไม่อยู่ตรงที่ใด

หากไม่ใช่ใจของเรา

...

..

.

เวลาที่แท้จริงคือ

...

ารให้ความสำคัญในการรอคอยอยู่เราต่างหาก

อยู่ที่ความคิดและการกำหนดของจิตใจของเรา

 

 ถ้าจิตใจร้อนรน

ไม่ว่านาฬิกาจะเดินช้าหรือเร็ว

เรากลับร้อนรนในจิตใจมากกว่าเข็มนาฬิกา

เคยสังเกตตัวเองอยู่บ่อยๆ

 

เรามักจะเอาใจของเรา

ไปจดจ่ออยูกับส่งที่ยังมาไม่ถึง

พอเป็นอย่างนั้นแล้ว

กลายเป็นว่าไปพะวงต่อเหตุการณ์ข้างหน้า

ทั้งที่มันยังไม่เกิดขึ้นเลย

....

..

..

.

 

ในความเป็นจริง

นาฬิกายังคงทำงานเช่นเดิม

ไม่เปลี่ยนแปลงไป

แต่ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นนั้น

ขึ้นอยู่กับ

...

..

.

  จิตใจของเราเองต่างหาก

ที่ไปกำหนดการรับรู้ของตัวเองว่าช้าหรือเร็ว

ไม่เชื่อลองสังเกตดูลมหายใจของตัวเราเอง

เวลาที่ร้อนรน

เมื่อต้องรอคอยอะไรบางอย่างที่ยังมาไม่ถึง

เรามักจะกระวนกระวายใจ

 

 




Tag: กลอนเปล่า เรื่อยเปื่อย, Sparking Heart

เขียนโดย korpai ที่ 2011-12-29 11:35:24 น. SpArking HeArt,กลอนเปล่า เรื่อยเปื่อย 26 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้

:: สวัสดีปีมะโรง /Happy New Year 2012 ::

 

ขอส่งความสุขไม่ลืมความทุกข์ที่เคยผ่าน

ต่อเนื่องยาวนานหลายคนผ่านแล้วยังจำ

ไม่ว่าจะยาวนานหลายปีผ่านทุกทียังคงเตือนย้ำ

พวกเรายังคงจำภาพสายน้ำหลั่งท่วมทั่วไทย

 

 

ชีวิตกับสายน้ำไม่อาจข้ามผ่านไปไหนได้

หนึ่งปีที่เลยไปเสียงคนไทยยังก้องในหัวใจเรา

หลายคนต่างสะอื้นเพราะต้องยืนอย่างคนยากไร้

สูญสิ้นกำลังใจหลายคนไร้ที่อยู่กิน

 

 

ต้องระเหเร่ร่อนไปกินนอนอย่างพลัดถิ่น

ไร้ที่จะทำกินมองพื้นดินที่น้ำเจิ่งนอง

ไม่ว่าจะอย่างไรเราคนไทยเป็นพี่น้อง

ไม่มีอะไรจะสมดังใจปอง

พวกเราทั้งผองต่างประคองช่วยเหลือกัน

 

ทุกคนจะก้าวผ่านด้วยสะท้านใจหวั่นไหว

แล้วเราจะข้ามไปสร้างพลังใหม่ไปด้วยกัน

ไม่ว่าจะกี่วันสู้ด้วยกันประเทศไทย

ไม่ลืมว่ามีใครอยู่ในหัวใจคนไทยเราทุกคน

 

แสงทองจับขอบฟ้าภาพงามตาหน้าโกดัง




Tag: กลอนเปล่า เรื่อยเปื่อย

เขียนโดย korpai ที่ 2011-12-26 17:55:23 น. กลอนเปล่า เรื่อยเปื่อย 21 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้

:: เวลาในชีวิต/Timing in Life ::

     

 

ไม่ได้แวะเวียนมาเนิ่นนาน

เนื่องจากการงานรายรอบกาย

หลายเดือนเลื่อนผ่านเลยไป

หวังว่าเพื่อนๆคงเข้าใจซึงกันและกัน

 

 

วันนี้อีกหนึ่งวันสบาย

จึงเดินแวะเวียนมาทักทาย

เพราะคิดถึงกัน

ไม่ได้เข้ามาเสียนาน

หวังว่าคงไม่ลืมกัน

ในวันหยุดที่แสนยาว

 

 

 

 

 

 

 

 

 




Tag: กลอนเปล่า เรื่อยเปื่อย

เขียนโดย korpai ที่ 2011-12-10 14:59:37 น. กลอนเปล่า เรื่อยเปื่อย 16 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้

:: เมื่อไหร่จะชิน/Why do I ? ::

.

..

..

...หลายครั้งที่มีเรื่องเก่าๆเข้ามาในความคิด

บ่อยครั้งที่รู้สึกเบื่อที่จะนึก

เพราะไม่จะนึกหรือว่าคิด

ในชีวิตของเรา

มักจะมีเรื่องราวต่างๆเข้ามากระทบความรู้สึกในเรื่องราวที่ผ่านมาเสมอ

ไม่ว่าจะกี่ครั้งคนเราอดนึกไม่ได้ว่าเรื่องๆหนึ่งที่เกิดกับคนสองคน

 

 

 

อีกฝั่งหนึ่งรู้สึกถึงกัน

แล้วอีกฝั่งหนึ่งนั้นจะรู้สึกเช่นไร

ไม่คิดจะถามไถ่

ด้วยไม่เคยสงสัยว่าคิดอย่างไรต่อกัน

บางครั้งคนเราไม่เป็นต้องลงเอยด้วยการอยู่ด้วยกันเสมอไป

...

.

 

มิใช่หรือ

ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม

สิ่งที่ดีที่เกิดขึ้นกับเรา

ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าใด

ความทรงจำมักจะเฉียดกายเข้ามาใกล้ให้ได้คิดถึงเสมอ

อย่างน้อยครั้งหนึ่งได้มีอะไรที่ผ่านเข้ามาให้ได้คิดถึงกันบ้าง

อย่างน้อยปีละครั้งก็ยังดี

แม้เวลาไม่เคยหยุดเดิน

คามรู้สึกนึกคิดของคนเราก็เช่นกัน

 

 

 

ความชินคือการที่เคยชินที่จะนึกถึงใครบางคน

ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของเราแล้วทำให้มีความสุขในช่วงหนึ่งของชีวิต

นับว่าเป็นเรื่องที่ดีเสมอทุกครั้งที่คิดถึง

คิดว่าอีกฝั่งคงคิดอย่างนี้บ้างเหมือนกัน

การดำรงอยู่ด้วยการระลึกถึง

อาจจะมีความสุขมากกว่าการได้ใช้ชีวิตร่วมกันก็ได้

การอยู่ใกล้กันเกินไปอาจเป็นอันตรายด้วยซ้ำสำหรับคนบางคน

อย่างไรก็ตาม.

.

 

.

. . .ไม่มีคำถาม  ไม่ต้องการคำตอบไหนที่คิดว่ามันจะดีที่สุด

แต่ว่าเราต่างก็เลือกแบบที่เราต้องการแล้ว

นั่นแหละเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดแล้ว

 

อย่างที่มันควรจะเป็น




Tag: กลอนเปล่า เรื่อยเปื่อย

เขียนโดย korpai ที่ 2011-06-24 21:24:47 น. กลอนเปล่า เรื่อยเปื่อย 28 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้

:: Sharing Sympathy with a Cup of Coffee ::

 

การที่มีชีวิตหนึ่งของคนที่เกิดมาบนโลกใบนี้

มีเรื่องมากมายหลายอย่างที่เราต้องให้ความร่วมมือ

และช่วยเหลือเจือจุนให้แก่กันและกัน

 

นับว่า..โชคดีมากที่ได้มีโอกาสเห็นการรวมตัวกันของคนทั้งโลกที่สื่อผ่านความเข้าอกเข้าใจ

และเห็นอกเห็นใจกันมากที่สุดครั้งหนึ่ง

 

เมื่อเดือนที่ผ่านมานี่เอง 

หลายคนมาจากสถานที่ต่างกัน

 อาจจะอยู่คนละขั้วโลก

ไม่เคยแม้แต่จะรู้จักกันเป็นการส่วนตัว

ไม่แม้แต่จะคิดอยากเจอกันเลยสักครั้ง

 

ครั้นพอทราบข่าวจากสื่อว่ามีการเกิดแผ่นดินไหวครั้งยิ่งใหญ่สุดครึ่งหนึ่งในโลกใบนี้ที่ประเทศญี่ปุ่น

ความรู้สึกของผู้คนทั้งโลกมาอยู่รวมในที่เดียวกัน มีความคิดตรงกันสิ่งหนึ่ง

คือการให้

 

ทุกคนพร้อมที่จะยื่นมือมาจับเพื่อถ่ายทอดความรู้สึก โศกเศร้าเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

 

 นั่นคือโลกแห่งการแบ่งปัน

ความทรงจำเหล่านั้นจะคงอยู่ในใจใครต่อใครได้อีกนานเท่านาน

อย่างน้อยก็เป็นช่วงชีวิตหนึ่งที่ได้เกิดมาบนโลกใบนี้ แล้วได้มาเจอกับเหตุการณ์ในครั้งนี้

 

หากมองโลกในด้านดี

นับว่าเป็นช่วงจังหวะที่มีสิ่งที่ดีเกิดขึ้นบนโลกใบนี้มากมาย




Tag: ก้าวที่กล้า เวลาที่เปลี่ยน

เขียนโดย korpai ที่ 2011-06-03 00:29:54 น. ก้าวที่กล้า เวลาที่เปลี่ยน 9 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้

:: Kitaro In Memories ::

                                

                                         เสียงดนตรีที่คุ้นหูดังออกมาจากเครื่องเสียงที่บรรเลงอยู่นั้น ยังคงดังก้องอยู่ไม่ห่างจากใจของฉัน แม้ว่าวันเวลาที่ได้ยินเสียงเพลงจากเขานั้นผ่านมานานแล้ว ในปัจจุบันยังนำมาเปิดฟังก่อนนอนทุกคืน สำหรับสิ่งที่มีค่ามากกว่าเป็นเพียงเสียงดนตรีที่ชื่นชอบ จากศิลปินคนโปรดคนนี้แล้ว ยังมีเรื่องราวอีกมากมายที่ทำให้อมยิ้มได้ทุกครั้งที่ฟังเพลงของเขา และเป็นเรื่องราวที่น่ารักระหว่างฉันและน้องอีกสองคน

 

 

Kitaro  ผู้ชายผมยาว อารมณ์ละเมียด ในยามที่เขาเล่นดนตรี  โดยเฉพาะเวลาที่เขาตีกลองใบใหญ่อยู่กลางเวที ผมจะโบกสะบัดพลิ้วไปมาตามห้วงทำนองของเพลงแบบ New Age  ที่เป็นสัญลักษณ์ประจำตัวของเขาที่หลายๆคนคุ้นเคยและติดตามผลงานมาอย่างสม่ำเสมอ  ครั้งแรกที่ฉันรู้จักกับเพลงของเขา ตอนนั้นยังเรียนหนังสืออยู่ในเมืองกรุง พวกเราอยู่บ้านหลังหนึ่งย่านปิ่นเกล้าที่พ่อแม่ซื้อไว้ให้สมัยที่ยังเป็นนักเรียนอยู่ อยู่ด้วยกันสามคนพี่น้องปกครองกันเองเพราะพ๋อแม่ต้องทำมาหากินเพื่อส่งให้พวกเราเรียนหนังสือ     จู่ๆวันหนึ่งน้องสาวคนกลางที่เรียนอยู่มหาวิทยาลัยเช่นกันในเวลานั้น   ได้นำแผ่นซีดีมาเปิดที่บ้านขณะที่พวกเราดูหนังสือเตรียมสอบกันอยู่ เสียงเพลงที่ได้ยินในวันนั้น เป็นอัลบั้มของเขา นับว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ฉันได้รู้จักเพลงของเขาศิลปินจากแดนอาทิตย์อุทัยผมยาวเคลียบ่าฟูฟ่องคนนี้

 

             ทุกครั้งได้ฟังเสียงน้ำไหลผ่านลำธารผ่านโตกหิน ตามมาด้วยเสียง กรุ๊ง กริ๊ง ของเสียงดนตรีที่ดังตามธรรมชาติที่ผ่านเข้ามากระทบโสตประสาท ในช่วงที่อ่านหนังสือเตรียมสอบอยู่นั้น  ทำให้รู้สึกปลอดโปร่งในใจทุกครั้งเมื่อได้ฟังดนตรีของเขา  เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ติดตามผลงานของเขาและซื้อเก็บสะสมมาทุกอัลบั้ม  เป็นสิ่หนึ่งที่เป็นศูนย์รวมสมาธิของทุกคนในบ้านฟังอย่างเพลิดเพลินระหว่างที่นั่งทำงานส่งอาจารย์ แม้กระทั่งเวลาอ่านหนังสือเพื่อเตรียมตัวสอบ เสียงดนตรีที่บรรเลงอยู่นั้น กลับรู้สึกว่าทำให้มีสมาธิในการอ่านหนังสือมากยิ่งขึ้น 

 

 

 

 

บุคลิกที่คุ้นตา ลีลาพลิ้วไหว เมื่อเขาอยู่บนเวที

 




Tag: BamBoO Fairy Tale

เขียนโดย korpai ที่ 2011-04-01 22:34:43 น. เรื่องเล่าของหน่อไม้ 41 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้

:: ระลึกนึกถึงเม็ดทับเยี่ยวผลไม้ป่า /Recall And Recognition ::

 

 

ทุกเย็นหลังจากที่โรงเรียนเลิก ภาพที่ผ่านตาข้าพเจ้าแทบทุกวัน   คือได้ห็นเด็กนักเรียนขี่จักรยานกลับ

 

จากโรงเรียนันเป็นทิวแถวยาว  บริเวณหน้าโกดังที่ทำงานอยู่ เพราะโรงเรียนประจำหมู่บ้านอยู่ไม่ไกล

 

จากสถานที่ทำงาน ทุกครั้งที่ได้เห็นอดไม่ได้จะแอบมองเด็กๆเหล่านั้นด้วยความเพลิดเพลิน  บ่อยครั้ง

 

ที่แอบเผลออาจยิ้มกับตัวเองคนเดียวเมื่อเห็นภาพตรงหน้าแล้วนึกถึงภาพบางอย่างที่เคยผ่านเข้ามา

 

ในชีวิต  ในช่วงที่อยู่ในวัยเดียวกับเด็กๆเหล่านี้   

 

 

 

แม้ว่าภาพนั้นจะเดินทางจากเราไปนานแล้ว  แต่ความชัดเจนยังปรากฏให้เห็นในความทรงจำ  หากมี

 

ใครเคยเป็นเช่นนั้น  เราอาจจะมีความรู้สึกไม่ต่างกับข้าพเจ้าในวันนั้นทุกครั้งที่มองเห็นเด็กๆนักเรียน

 

ประถมที่มีอายุประมาณ 8-9 ขวบกำลังเดินทางกลับบ้าน  ส่วนใหญ่เด็กเหล่านี้ใช้จักรยานเป็นพาหนะ

 

ในการเดินทางระหว่างบ้านและโรงเรียน ซึ่งวิ่งเล่น วิ่งไล่แข่งกันบ้าง ในเวลาหลังเลิกเรียน ระหว่างที่

 

ใช้เวลาเดินทางกลับบ้านหลายคนแข่งจักรยานกันด้วย มีภาพประทับใจเกิดขึ้นมากมายให้ได้ลอบมอง

 

ในแต่ละวัน บ้างก็ได้บาดแผลกลับบ้านไปก็หลายคน เด็กที่อยู่ในวัยซนอย่างนี้ช่างเป็นวัยที่มีแต่ความ

  

สุขสดใส ไม่ว่าอะไรจะผ่านมาดูแล้วเป็นความรื่นรมย์ในชีวิต  ไม่ต่างจากวันและ  เวลาวัยเด็กของ

 

ข้าพเจ้าเช่นกัน

 


วันนั้นหลังจากที่ทำงานเสร็จกำลังจะออกจากโกดังกลับบ้าน  ช่วงเวลาแดดร่มลมตก ในขณะที่กำลังเตรียมตัวจะกลับบ้าน  ระหว่างทางบังเอิญได้พบกับเด็กนักเรียนชายกำลังสาละวนอยู่กับการเก็บลูกทับเยี่ยว ที่มีลูกสีดำคล้ำเอาใส่ถุงใบย่อม ภาพตรงห้าในวันนั้น   ทำให้ภาพเก่าๆที่ยังอยู่ในความทรงจำแวะเวียนมาหาข้าพเจ้าอีกครั้ง

 

 

  ในวันเวลาของข้าพเจ้าเองที่อยู่ในวัยนั้นได้เคยสัมผัสความสุขแบบนี้ไม่ต่างจากเด็กนักเรียนเหล่านี้

เช่นกัน จะต่างกันบ้างตรงที่โรงเรียนที่จะต้องเดินทางไปเรียนไกลจากบ้านเกินกว่าที่จะถีบรถจักรยาน

 

เป็นพาหนะไปเองได้ เพราะอยู่ในตัวเมือง ห่างไกลจากหมู่บ้านที่อยู่กว่า 20 กิโลเมตร เด็กๆทุกคนที่

อยู่ในละแวกเดียวกันจำต้องเดินทางโดยรถบัสประจำทางจากหมู่บ้านไปยังตัวเมือง เพราะระยะทาง

ไกลพอสมควร ทั้งหมดจึงต้องตื่นนอนกันแต่เช้าตรู่เพื่อรอรถประจำทางที่หน้าไปเดินทางไปโรงเรียน

ในตัวจังหวัด  ในระหว่างทางจากบ้านไปโรงเรียนจึงมีเรื่องราวของเม็ดทับเยี่ยวให้ได้จดจำ

  

 

 

ลำแสงตกกระทบยามเย็น




Tag: เรื่องเล่าของหน่อไม้

เขียนโดย korpai ที่ 2011-03-28 20:06:16 น. เรื่องเล่าของหน่อไม้ 18 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้

:: อบอุ่นเมื่อสูงวัย /The Flowers in Japan ::

                                         

                                 แม้ว่าการได้ข่าวจากประเทศเพื่อนบ้านของเราว่าโดนแผ่นดินไหว ตั้งแต่วัน

ศุกร์ที่ 11 มี.ค. 2554 ที่ผ่านมานั้นจะผ่านไปแล้วแต่ทำไมลึกๆในจิตใจของข้าพเจ้ายังเศร้าอยู่นะ

ภาพที่ออกมาหลังจากที่เกิด After Shock ตามมาติดๆ อยู่หลายครั้งทำให้ในใจต้องภาวนาให้หยุดได้

แล้ว พอเสียทีเถอะ อย่าได้ทำร้ายกันมากกว่านี้อีกเลย  ทั้งๆที่ในใจนั้นรู้ดีว่า บางอย่างที่เกิดขึ้นตาม

ธรรมชาติ มนุษย์อย่างเรา ไม่อาจทำอะไรได้เลย  จะทำอะไรได้นอกจากการภาวนา และการยื่นมือ

ของน้ำใจไปสัมผัสกันในวันที่มีความทุกข์

 

 

ขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ปกป้องคุ้มครองผู้ประสบภัยด้วยเทอญ

 

 

    ข้าพเจ้าเชื่อว่า ยังมีอีกหลายต่อหลายชีวิตในโลกใบนี้รู้สึกเช่นเดียวกัน ขอให้สิ่งที่อยู่ในใจของแต่

ละคนรวมพลังไปให้ผู้ที่อยู่ในที่เกิดเหตุเข้มแข็ง และอดทน การยื่นมือใปสัมผัสแก่กันและกัน การให้

โดยไม่ต้องรอการร้องขอ ไม่ว่าจะเป็นช่วงไหนของชีวิต นับว่าเป็นสิ่งที่สำคัญและน่าประทับใจยิ่ง

 

 

 

ร้านขายของชำในเมือง Nara

 

 

                         เมื่อเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ญี่ปุ่น ทำให้ข้าพเจ้าได้มีโอกาสไปย้อนรอยบันทึก

ที่ยังเขียนไม่สมบูรณ์นัก  เกี่ยวกับเรื่องราวระหว่างทางเมื่อครั้งไปเยือนญี่ปุ่นออกมาระลึกถึงความทรง

จำในครั้งนั้นอีกครั้ง  ในการเดินทางผ่านไปหนึงปีพอดีเมื่อถึงปัจจุบัน

 

  มีเรื่องราวมากมายที่ได้พบปะชีวิตตลอดการเดินทาง  ระหว่างที่อยู่ที่ญี่ปุ่นที่เห็นแล้วเกิดความ

 ประทับใจเมื่อได้ไปเยือนสิ่งหนึ่งที่ยังติดตรึงใจไม่รู้หน่ายเลยคือคุณภาพชีวิต ของผู้สูงอายุความมี

น้ำใจมาก มายของคนที่นั่น การเดินทางที่มีการวางแผนเพียงคร่าวๆ ย่อมเกิดสิ่งที่เราไม่คาดคิดได้

เสมอตลอดเวลา ไม่มีทางรู้ได้เลยว่าแต่ละวันที่ลืมตาตื่นขึ้นมาแล้วจะได้เจออะไรบ้าง

 

         แม้ว่าการเดินทางที่มีการวางแผนคร่าวๆ เตรียมพร้อมสภาพจิตใจเพื่อยอมรับสิ่งต่างๆ ที่

เกิดขึ้นรอบตัวอย่างนี้ย่อมสร้างความตื่นเต้นทุกวันเวลาที่ได้ลืมตาตื่นขึ้นมานั้นเชียวจำได้ว่าในวันแรก

ที่ตะลุยเที่ยวญี่ปุ่นนั้น  เมื่อสองเท้าก้างลงจากเครื่องบินแล้ว เราเอาของไปไว้ที่ Kyoto ก่อน หลังจาก

ที่แยกกระเป๋าออกมาย่อยให้เหลือแต่ของที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิตประจำวันติดตัวไปเท่านั้น มื้อแรกใน

ญี่ปุ่นของเราเริ่มต้นที่เมือง Nara

 

 

 

รูปตุ๊กตาน่ารักสัญลักษณ์ของเมือง Nara

 




Tag: My Trip, Japan In My Heart

เขียนโดย korpai ที่ 2011-03-24 12:51:11 น. JaPan In My HeArt,UnDer My WiNGs 10 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้

:: ครบรอบหนึ่งปีพอดีกับ Tsunami in SenDai Japan 2011 ::

 

ช่วงสายของวันศุกร์ที่ผ่านมาระหว่างที่เอารถยนต์ของที่บ้านไปเช็คที่อู่รถอยู่  ระหว่าง

ที่พักรอรถซ่อมอยู่ในอู่ ทางศูนย์ซ่อมเปิดทีวีดูข่าว เลยได้มี Breaking news แทรก

เข้ามาว่ามีแผ่นดินไหวครั้งใหญ่เกิดขึ้นที่ เมือง Sendai จังหวัด Miyagi

 

 

ทางเดินเท้าที่ Sendai

 

พอได้ยินข่าวนั่นเองอดนึกถึงเมื่อปีที่แล้วไม่ได้เลย  เพราะวันที่ 1 มีนาคม 2553  กำลังอยู่ในช่วง

เดินทางอยู่ในญี่ปุ่น และเราไปเที่ยว Sendai กันตามแปลน เราและเพื่อนร่วมทางอีกสองคนทั้งหมด

เป็นสาม รีบตื่นแต่เช้าตรู่ออกจากที่พักที่  Asakusa นั่งรถไฟเที่ยวกันทันที 

 

 

 

แผนที่เส้นทางรถไฟที่พาพวกเราไปยัง Sendai

 

 ระหว่างทางไปที่นั่นต้องนั่งรถไฟไปต่อ แม้ว่าพวกเราจะต้องเจออุปสรรคบ้างเรื่องการสื่อ

สาร แต่ผู้คนที่อยู่ล้อมรอบตัวพวกเรานั้น ต่างมีน้ำใจทุกคนพร้อมจะยื่นมือมาให้ความช่วย

เหลือตลอดเวลา  ปัญหาเรื่องภาษาไม่ได้เป็นอุปสรรคอีกต่อไป เพราะทุกคนต่างพร้อมอกพร้อมใจ

ช่วยเหลืออธิบายเส้นทางให้พวกเราเข้าใจ  

 

ป้ายเตือนให้ระวังตัวขณะขึ้นรถไฟที่นี่

 

 

 

Locker ใส่ของถุกออกแบบเป็นรูปการ์ตูนสวยงาม

 

เมื่อถึงที่หมายรถไฟจอดลง เลยต้องถ่ายรูปรถไฟที่แสนสวยงามก่อนเยื้องย่างกายลงเที่ยว 

 ก็แหม..รถไฟที่นี่ทุกสายสวยงามเหลือเกินเดินไปที่ Information center เพื่อขอข้อมูลในการเดินทาง

ว่าจะใช้เวลาที่ไหนเท่าไหร่ ยังไม่ทันได้ตั้งตัวกันเลย

 

 

 

 

 

         หญิงสาวผู้นี้เป็นผู้อธิบายเส้นทางให้แก่พวกเราเมื่อไปถึงที่ Sendai 

ขอให้พระคุ้มครองให้เธอปลอดภัยรอดพ้นจาก Tsunami 2011 ด้วยเทอญ

 

 

 

 หญิงสาวผู้ที่ทำงานอยู่ที่นี่มาบอกพวกเราว่า อีกไม่นานจะมี Tsunami เกิดขึ้นที่นี่ พวกเราพักกัน

 ที่ไหนในคืนนี้ พอรู้ว่าพวกเราพักกันในโตเกียว เจ้าหล่อนรีบชี้แจงรายละเอียดให้รู้ว่าเดี๋ยวให้รีบจับ

รถไฟเที่ยวสุดท้ายออกจากที่นี่ดีกว่า เพื่อความปลอดภัย  เมื่อรู้ข่าวเธอรีบมาชี้แจงให้พวกเรารับรู้

ข้อมูลด้วยความรอบคอบและตอบข้อสงสัยของเราอย่างมีสติ ฉันยังแอบชื่นชมอยู่ในใจ

 

นอกจากเธอคนนี้แล้วยังมีเจ้าหน้าที่ดูแลขบวนรถไฟนำป้ายกระดาษที่เขียนด้วยลายมือของเขา

ที่เพิ่งเขียนเสร็จด้วยปากาเมจิกสีน้ำเงิน   กำลังถูกกแปะบลงบนกระจกในสถานีรถไฟเพื่อบอกกับ

ผู้โดยสารที่กำลังจะซื้อตั่วที่ช่องขายตั๋วภาษาที่เขียนเป็นภาษาญี่ปุ่นที่พวกเราทั้งสามคนอ่านไม่รู้

เรื่อง   แม้ว่าจะเป็นภาษาที่ไม่สามารถสื่อสารกับเราได้ก็ตาม แต่สายตาที่ส่งออกมาแสดงถึง

 ความห่วงใยต่อเพื่อนมนุษย์ของคนที่เป็นเจ้าบ้านนั้น ทำให้มิตรที่เป็นผู้มาเยือนอย่างพวกเรา

รับความรู้สึกอบอุ่นที่ส่งมาให้จากกิริยาท่าทางของเขา

 

              พอเจอที่หมายพวกเราดิ่งเข้าไปถามเส้นทางและสถานที่ท่องเที่ยวทันที   หญิงสาวผู้ที่ทำ

หน้าที่บอกข้อมูลที่นี่ในเวลานั้น รีบออกมาจากซุ้มที่ทำงานของเธอทันที พร้อมแจ้งข่าวว่ามีสึนามิ

เกิดขึ้นที่ชิลี และอีกไม่น่านจะถึงที่เซนไดแล้ว ผู้ทำหน้าที่ให้ข้อมูลแก่เรานั้นถามพวกเราว่ามาจาก

ไหนกัน และที่นี่มีที่พักที่นี่หรือเปล่า และคำถามสุดท้ายคือบอกกับพวกเราว่ามีรถไฟเที่ยวสุดท้ายจะ

ออกจากที่นี่ ประมาณ 11: 34 นาที หลังจากนั้นจะไม่มีรถไฟวิ่งอีกแล้ว เพราะมีระบบเตือนภัยสึนามิ

กำลังบอกว่าจะมีสึนามิกำลังเดินทางที่นี่ ทางการให้แจ้งมายังผู้ที่อยู่ที่ชายหาดทุกคนให้ทราบ

 

 

พวกเราทั้งสามคนรอเพื่อขึ้นรถไฟขบวนสุดท้ายพร้อมๆกับเพื่อนร่วมทางอีกหลายคนที่มาเที่ยวที่นี่เช่นกัน ไม่ต้องสงสัยว่ารถไฟจะมีคนเต็มตู้  ทุกคนในขบวนรถเที่ยวสุดท้าย ต่างถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน เอื้อ

เฟื้อที่ยืนตลอดทาง    รถไฟขบวนนั้นไม่ได้รีบออกทันที ยังคงรอผู้คนที่วิ่งมาจากชายหาดที่เห็นอยู่

ไกลๆในวันนั้นฉันและเพื่อนยืนที่ประตูรถ จึงได้มองเห็นวิวสวยๆจากเมือง Sendai จากริมประตูรถไฟ

ด้วยมาเก็บไว้เป็นที่ระลึก

  

 

ป้ายเตือนภัย Tsunami ได้สอนให้ผู้มาเยือนเตรียมพร้อมเสมอ

 




Tag: My Trip, Japan In My Heart

เขียนโดย korpai ที่ 2011-03-17 15:02:36 น. JaPan In My HeArt,UnDer My WiNGs 12 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้

:: KhaoThong Railway Station ::

 

เมื่อเช้าวานนี้อากาศดีมาก
ต้องไปทำงานแต่เช้า
ที่ทำงานไม่ไกลจากที่บ้าน
ใช้จักรยานเป็นพาหนะ
ไม่มีรถติดให้ต้องรีบร้อน


ระว่างทางต้องผ่านสถานีรถไฟเขาทอง
เห็นดอกไม้กำลังสวยงาม
ต้องข้ามทางข้ามจากฝั่งหน้าสถานี
แล้วถีบจักรยานเรื่อยไป


เมื่อเลี้ยวซ้ายเมื่อข้ามทางที่รถไฟผ่านแล้ว
จึงจะเห็นโกดังตั้งอยู่ตรงข้ามกับสถานีรถไฟ
ถ้าใครที่ต้องใช้บริการรถไฟเดินทางไปเชียงใหม่
ต้องเห็นประตูโกดังที่บ้านด้วย

 

KhaoThong Railway Station




Tag: เรื่องเล่าของหน่อไม้

เขียนโดย korpai ที่ 2011-03-04 17:44:45 น. เรื่องเล่าของหน่อไม้ 14 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้

:: Value of Life ::

 

เมื่อลมหนาวจากไป
ความร้อนและอุ่นไอเริ่มปะทะผิวหน้า
อย่าได้อาลัยลมหนาวที่ต้องเอ่ยลา
.
..
ขอจงคิดเพียงว่า
.
.
"ทุกสิ่งที่ผ่านมาย่อมมีการเปลี่ยนแปลง "




Tag: ก้าวที่กล้า เวลาที่เปลี่ยน

เขียนโดย korpai ที่ 2011-02-25 22:33:37 น. ก้าวที่กล้า เวลาที่เปลี่ยน 19 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้

:: ทำขนมเข่งแจกลูกค้า/Chinese dessert ::

 

ทุกๆปีที่บ้านมีกิจกรรมในวันตรุษจีนจนกลายเป็นประเพณีไปแล้ว

เหมือนกับการไหว้เจ้า และบรรพบุรุษ

ต้องเตรียมตัวไปซื้อของเตรียมไว้แต่เนิ่นๆ

ไม่อย่างนั้นพอถึงวันจ่ายคนเยอะมาก

ไม่สะดวกเลย แย่งกันซื้อของ


                                   

 ที่บ้านทำการค้าเมื่อถึงเทศกาลอย่างนี้

เพียงปีละครั้งนอกจากวันปีใหม่ที่เราเตรียมทำปฏิทินแจกแล้ว

ช่วงตรุษจีนจะทำขนมเข่งแจกด้วย

 

 

ปีนี้เช่นกันที่บ้านมีแม่เป็นหลักในการเตรียมข้าวของ

ตั้งแต่เริ่มจับจ่ายใช้สอย

ข้าวของเครื่องใช้ในวันปีใหม่ของเรา

เพื่อไม่ให้งานหนักจนเกินไปพอรู้ว่าวันไหว้คือวันที่ 2 ก.พ.

ที่บ้านเลยเตรียมตั้งหลักซื้อของกันตั้งแต่วันที่ 28 ม.ค 2554

 

 




Tag: เรื่องเล่าของหน่อไม้

เขียนโดย korpai ที่ 2011-02-06 21:40:51 น. เรื่องเล่าของหน่อไม้ 6 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้

:: ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดใช้ /Happy Chinese New Year 2011 ::

 

เปรียบหนึ่งดอกประทัด
เวียนวงจัดฉวัดกระจายไป
เสียงดังยิ่งนักต้อนรับปีใหม่
ไม่ว่าอยู่หนใดสดใสทั่วกัน

 

เวียนมาบรรจบครบรอบอีกปี
รอยยิ้มที่มีพรมทั่วใบหน้า
ต้อนรับอีกครั้งปีใหม่เข้ามา
สุขใจทั่วหน้าศรัทธาในตน

 

 

 




Tag: Sparking Heart

เขียนโดย korpai ที่ 2011-02-02 21:56:17 น. SpArking HeArt 11 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้

:: Dropping in Hakone ::

หยาดหยดสะท้อนเงา
ความเป็นเราที่ก้าวผ่าน
ตัวตนของเราวันนั้น
สะท้อนฝันในวันวาน
ทุกครั้งที่เดินผ่าน
เนิ่นนานวันยังหวานคม

 

 




Tag: Sparking Heart

เขียนโดย korpai ที่ 2011-01-29 09:28:17 น. SpArking HeArt 14 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้

:: สองเกลอเพื่อนกัน/ Buddy ::

เพื่อนกันในวันนั้น
ต่างตระหนักรักมั่นต่อกันไว้
เดินผ่านกาลเวลาเนิ่นนานไป
สะท้อนคมในความจำ
สะท้อนคำอยู่ในใจ

 




Tag: Sparking Heart

เขียนโดย korpai ที่ 2011-01-24 22:34:58 น. SpArking HeArt 5 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้

:: ขนุนน้อย / Baby Jackfruit ::

 

งดงามยิ่งนัก
หลายคนทักว่าสดใส
เจ้างดงามตามวันวัย
ก่อนเติบใหญ่ยังให้คุณ

 

 




Tag: Sparking Heart

เขียนโดย korpai ที่ 2011-01-19 20:40:15 น. SpArking HeArt 4 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้