เด็กๆ ชาวญี่ปุ่น เป็นอีกหนึ่งความมหัศจรรย์
และ สิ่งที่ได้เห็นมาด้วยตา มันช่างโสภาเสียเหลือเกิน
ตลอดเวลาที่อยู่ที่นี่
JaPan แดนอาทิตย์อุทัย
ได้พบเจอสิ่งประทับใจ
ทั้งระเบียบวินัย
สร้างสรรค์ได้ท่ามกลางความเจริญ
หลายสิ่งรอบๆ ตัวที่พบเจอตลอดเวลาในการเดินทาง ทำให้
ได้เห็นวิถีชีวิตของ คนญี่ปุ่นแล้วทำให้เกิดความประทับใจ ในหลายๆสิ่งหลาย
อย่างที่ได้ไปพบเจอมา ลองนำมาพิจารณา มีหลากหลายที่เห็นด้วยตา จึง
นำมาเล่าสู่กันฟัง
อันดับต้นๆ คือสิ่งแวดล้อมรอบๆ ตัว ไม่ว่าจะไป
ที่ไหน ไม่ว่าเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ วิถีชีวิตที่ต้องใช้ ช่วยสอนให้พวกเขาอดทน
ทุกอย่างของชีวิตต้องฝึกฝน ดำรงตนด้วยตัวเอง
ไม่ว่าจะทำอะไรจะต้องมีระบบความคิด และการวางแผน
ล่วงหน้า จะเห้นว่าคณญี่ปุ้นไม่เคยเดินช้า เพราะต้องแข่งกับเวลาเลยช้าไม่
เป็นไม่ว่าจะเป็นการเดินทาง ไม่ว่าจะใช้รถเมล์ รถไฟไม่ว่าจะเป็น Local
line ที่วิ่งเฉพาะในเขตท้องถิ่น ไม่วิ่งไปเมืองใหญ่ หรือหากมีความจำเป็น
ต้องใช้ รถไฟที่วิ่งผ่านหัวเมืองใหญ่ หรือเมืองท่าที่ต้องติดต่อค้าขาย ระบบ
สาธารณูปโภคของเขายอดเยี่ยมมาก
หากต้องการไปในเขตเมืองใหญ่ ที่ใช้ค้าขาย หรืออาจเป็นเมือง
ท่า ไว้ขนส่งสินค้า คราวนี้ต้องใช้ รถไฟ ShinKansen หรือที่เรารู้จักกัน
ว่า "รถไฟหัวกระสุน" ที่สามารถวิ่งผ่านเมืองใหญ่ๆ อย่างเช่น สถานีที่
Osaka Kyoto Tokyo Hiroshima เพราะเลือกจอดเฉพาะสถานีใหญ่
เท่านั้น นวมทั้งเป็นจุดที่ใช้ต่อรถไฟและรถบัสประจำทางวิ่งต่อไปยังชาน
เมืองอื่นๆได้ อย่างง่ายดายและสะดวกยิ่ง
อาจเป็นเพราะเหตุนี้เอง นิสัยของคนญี่ปุ่นจึงเป็นนัก
วางแผน โดยที่ไม่ได้ตั้งใจ ตั้งแต่เริ่มเดินทางออกจากบ้าน จะใช้เส้นทาง
สายใด ลงรถที่ไหน ต่อที่สถานีใดมีการวางแผนเส้นทางไว้ในใจอยู่แล้วทุก
คน ทำให้รู้จักและบริหารเวลาตัวเองอย่างไร ให้เหมาะสม และลงตัว
ที่สุด เพื่อให้ทันขบวนรถไฟที่มีมากมายไว้ให้เลือก สิ่งนี้เองได้สอนคนญี่ปุ่น
รู้จักนำนิสัยเช่นนี้ไปใช้ทางด้านอื่นๆ ในชีวิต ของตัวเองที่เป็นประโยชน์อย่าง
ยิ่งในทุกๆด้าน

ส่วนหนึ่งที่บังเอิญได้ไปเจอกลุ่มนักเรียนอนุบาล
เดินเรียงแถวกันข้ามถนน จาก Ueno Park
เขียนโดย korpai ที่ 2010-03-21 12:27:50 น. My Trip,เรื่องเล่าของหน่อไม้ 11 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
ถึงเพื่อนไทยในต่างแดน
ไม่ต้องเป็นห่วงแคว้นถิ่นไทย
ดูข่าวสารจากแดนไกล
อาจมีคลื่นใส้ถึงอาเจียน
บ้างมีอาการวิงเวียน
เกิดคลื่นเหียนอยู่ภายใน
ดูแล้วอย่าเพิ่งคิดมาก
อาจเป็นฉากเขาสร้างได้
อย่านะ..อย่าได้ตกใจ
บ้านเราไม่มีอะไรน่ากลัว
เขียนโดย korpai ที่ 2010-03-16 21:41:28 น. การเมืองเรื่องสนุก 10 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
มาละเหวยมาละวา
เรียงกันเข้ามา
เจาะเลือดเพื่อนายใหญ่
เผื่อว่าเลือดบ้าจะได้ออกไป
เลือดจัญไรออกไปรวมกัน
เขียนโดย korpai ที่ 2010-03-16 12:36:52 น. การเมืองเรื่องสนุก 11 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
เป็นศูนย์รวมอันยิ่งใหญ่
ไม่มีใครเป็นเจ้าของ
ไม่คิดครอบครองเอาไว้
เป็นศูนย์รวมแห่งจิตใจ
ไม่เคยหวาดหวั่นต่อสิ่งใด..
มีแต่ความห่วงใย
---ทุกครั้งไปเมื่อมีภัยมา--

เขียนโดย korpai ที่ 2010-03-12 22:49:59 น. ก้าวที่กล้า เวลาที่เปลี่ยน 25 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
หลังจากที่ลงจากเครื่องมาจาก สนามบิน Narita ได้ไม่นาน ภารกิจที่บ้านก็เต็มตาราง งานกลับมาเหมือนเดิม
แต่สิ่งที่ทำให้เราอิ่มอกอิ่มใจก้มีไม่น้อย ก่อนที่จะเล่าถึงการเดินทางต่อ ขอคั่นเวลาด้วย ความรู้สึกที่ดีงามที่ต้องนำมาแบ่งปันกันในยามนี้

เขียนโดย korpai ที่ 2010-03-10 22:07:06 น. เรื่องเล่าของหน่อไม้,My Trip 11 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
เพราะความกระทันหันทั้งหมดทั้งสิ้นไม่ว่าจะเป็นการ
วางแผนไปเที่ยว ต้องทำวีซ่า หาตั๋วเครื่องบินราคาประหยัด ก่อนที่ฉันและ
เพื่อนหันมองหน้ากันแล้วตกลงใจว่า เราจะเดินทางไปเที่ยวแบบสู้ตายที่
Amazing Country ! แห่งนี้

Welcome to Kansai Airport Osaka Japan!

--This guide Map from Kansai can Help us!--

นี่เราได้เพื่อนใหม่แล้ว
แผนที่กลายเพื่อนร่วมทางที่สำคัญของเรา

เท่ห์ๆ แบบ Japanese Style

อ้าว.. พอเท้าแตะพื้น Kansai Airport
เจอหนุ่มคุ้นหน้าซะแล้ว
เขียนโดย korpai ที่ 2010-03-09 21:20:00 น. My Trip,เรื่องเล่าของหน่อไม้ 15 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
เขียนโดย korpai ที่ 2010-03-01 00:16:03 น. My Trip,เรื่องเล่าของหน่อไม้ 13 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
At the first I saw you,
I wanna told you ..
Deep Blood of My heart and soul
it was dancing like
I found someone who I never been
met,
I felt in love with you at the first time we met !
How can I tell you ?
You know,it was so hard for me to explain
that
while I confess?
I really felt in love with you !!
I felt in love your Culture,People,Children,Temples, and so on.
How can I explain from deep of my
heart?
JAPAN!!
I `m glad to meet you!
เขียนโดย korpai ที่ 2010-02-24 06:51:46 น. My Trip,เรื่องเล่าของหน่อไม้ 16 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
Hi!
I`m staying in ryokang where it was in Fukuoka now.
Hope, all of my friend in blog very happy na kha.
The weather at here is quite good I do love it so much.
Love you all,
Everything is very nice at here.
Especially,Japanese people,they try to help me and my friends anyway when we could not find the way that
we want to go!
Oop! It so special for my friends who love Japanease guys!
Wow! I have something so surprise all of you too..
Trust me!
เขียนโดย korpai ที่ 2010-02-23 16:09:41 น. My Trip,เรื่องเล่าของหน่อไม้ 8 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
![]()


วันตรุษจีนปี้นี้ตรงกับวันวาเลนไทน์
ถ้าทีวีช่องไหนไม่ออกมาพูดจาตักเตือนเยาวชนก็คงเป็นเรื่องแปลก นักข่าวอาจหาข่าว
ไม่ได้ เลยเป็นขาประจำกันไปที่ต้องออกมาเตือนกัน วาเลนไทน์เลยกลายไปวันเสียตัว
ของเยาวชนมา นานแล้วไม่ใช่ว่าจะเพิ่งมี
ไม่มีอะไรที่ไปตักเตือนกันได้ นอกจากบรรดาวัยทีนเอจ
ทั้งหลายต้องเรียนรู้ด้วยตัวเอง เป็นเรื่องของการใช้ปัญญาในการใช้ชีวิตของแต่ละคน ทั้ง
ปัญญาทางโลกและทางธรรม
ได้ยินเสียงประโคมข่าวบอกกล่าวตักเตือน ไม่ว่าจะฟังสื่อใดเปิดทีวีช่อง
ไหนมีผู้ใหญ่ให้คำแนะนำ อย่าทำอย่างนั้นมันไม่ดี อย่าทำอย่างนี้มันไม่งาม
ทุกคนต่างผ่านช่วงเวลาที่เป็นวัยรุ่น ไม่ว่าจะผ่านช่วงไนของ
ชีวิต คนเราย่อมมีความรักกันมาแล้ว ไม่มากก็น้อย ไม่แปลกถ้าเราไปรักใครหรือว่ามีใคร
มารักเรา ทุกคนต่างก็รู้ดีว่า เหตุการณ์ต่างๆจะเกิดขึ้นได้ล้วนมีองค์ประกอบหลาย
ปัจจัย แต่ละคนมีการวางแผนในการใช้ชีวิตที่แตกต่างกัน
-----แต่สุดท้ายคงไม่พ้นการตัดสินใจของตนเอง------

เขียนโดย korpai ที่ 2010-02-15 22:34:06 น. กลอนเปล่า เรื่อยเปื่อย 11 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้


ทุกขั้นตอนของชีวิต
มีความคิดที่เปลี่ยนผ่าน
ไม่ว่าวันนี้หรือเมื่อวาน
สิ่งที่ผ่านนั้นยั้งจำ
สิ่งที่พบเห็นเป็นประจำ
อาจงามล้ำเมื่อเปลี่ยนใจ
เมื่อเปลี่ยนมุมมองใหม่
สิ่งที่เคยผ่านไป....
---อาจน่าสนใจมากกว่าเดิม---
ฝูงนกที่โบยบิน
เคยได้ยินมันร้องไหม
บางวันไม่สนใจ
เวลาผ่านไปเริ่มใด้ยิน
ยิ่งฟังแล้วยิ่งเพราะ
นกบินเลาะไปทุกถิ่น
เปลี่ยนที่เพื่อหากิน
---อาจพลัดถิ่นไปแสนไกล---

เขียนโดย korpai ที่ 2010-02-09 22:35:18 น. กลอนเปล่า เรื่อยเปื่อย 39 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
ได้พบหน้ากันครั้งแรก
บนปก DVD
สีแปลกที่เพื่อนฉันให้
อยากให้ลองดูเนื้อหาข้างใน
ตกลงรับไว้เลยได้เจอกัน

--- LeeDongGun-- ที่เกาหลีเรียกว่าลีดองกันออกเสียงว่า( อี-ดอง-กัน)
เขียนโดย korpai ที่ 2010-02-08 22:37:46 น. กลอนเปล่า เรื่อยเปื่อย 22 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
ในทุกวันของชีวิต
นับจากที่เราตื่นนอนขึ้นมายามเช้า
พอลืมตาขึ้นมาในแต่ละวัน
ไม่มีเหตุการณ์อะไรที่เราจะคาดเดาได้เลย
บางวันอาจได้เจอเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน
เจอคนที่ไม่คิดว่าจะเจอ
มีปัญหาและเรื่องราวมาให้ต้ดสินใจใหม่สมอ
จากที่ไม่คิดว่าจะทำได้
ในที่สุดก็ผ่านมาได้
.
.
.
ถ้าเราพอจะมีสิ่งที่ดีๆ มาแบ่งปันให้กันและกัน
คงจะดีไม่น้อย ไม่ต้องมากมาย
อาจจะแบ่งให้กับคนที่อยุ่ใกล้ตัวมากที่สุด
เริ่มต้นจากคนใกล้ตัว
^
^
^
คนที่เรารู้จัก
หรือคนที่เราไม่รู้จักมาก่อนเลย
ก็ไม่เห็นเป็นไร
เด็กน้อยที่ยังหาตังค์เองไม่ได้
คนพิการที่ไม่สามารถช่วยเหลือตนเอง
หรือว่า..
ขอทานที่เราผ่านไปพบเข้า
ด้วยความบังเอิญ ไม่ได้ตั้งใจ
เป็นการแบ่งปันที่ไม่ต้องคิดอะไรมาก
เพียงแต่เป้นเพื่อนมนุษย์ ไม่ใช่ญาติพี่น้องด้วยซ้ำ
ลองดูก็ได้นะ
ลองแบ่งปันความรู้สึกที่ดีๆ
ต่อเพื่อนมนุษย์
พอได้แบ่งปันกันแล้ว ความสุข ความเย็น สบายข้างในใจ
มันจะรู้สึกว่าข้างในตัวเรา
มันช่างอิ่มอกอิ่มใจเหลือเกิน
แล้ว...
วันนี้คุณได้แบ่งปันสิ่งที่ดีให้ใครบ้างหรือยังล่ะ
สักวันละครั้งก็ได้ ลองดูนะ ลองดู
รับรองว่า
จะรู้สึกว่ามันช่างอิ่มอกอิ่มใจเสียจริง

เขียนโดย korpai ที่ 2010-02-07 10:42:22 น. ก้าวที่กล้า เวลาที่เปลี่ยน 24 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้

ไม่ว่าเราจะทำงานอะไร
ปัญหามากมายต้องพบเจอ
หากหวั่นใจในเรื่องราว
หลายคนคิดว่าเศร้า
^
^
^
ลองคิดใหม่ดูดีกว่านะ
ไม่น่าเศร้าหรอก เพียงแต่ว่าคิดมากไปหรือเปล่า
คนที่ควรเศร้า น่าจะเป็นคนที่ไม่มีงานทำมากกว่า
ไม่ใช่หรือ..???

เขียนโดย korpai ที่ 2010-02-03 09:22:42 น. ก้าวที่กล้า เวลาที่เปลี่ยน 28 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
"เมืองสี่แควแห่มังกร พักผ่อนบึงบอระเพ็ด ปลารสเด็ดปากน้ำโพ”
เป็นคำขวัญประจำจังหวัดนครสวรรค์
ถ้าพูดถึงแม่น้ำเจ้าพระยา หลายคนคงพากันร้อง
อ๋อ..แล้วใช่ไหม เพราะเราเรียนกันมาตั้งแต่เล็กแต่น้อยว่า แม่น้ำสายหลักของประเทศ
เราจะมีที่ไหลผ่านหลายจังหวัด หากพูดในแง่ภูมิศาตร์นับว่าเป็นเส้นเลือดใหญ่ของ
ประเทศ

---นี่แหละ...ไฮไลท์ของงาน..นั่นคือ..องค์สมมติเจ้าแม่กวนอิม ดูซิ..แม่นางช่างงดงามแท้ๆ--- 


เขียนโดย korpai ที่ 2010-01-29 17:12:01 น. เรื่องเล่าของหน่อไม้ 63 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
อาทิตย์ที่ผ่านมาได้เข้ากทม.ตั้งใจว่าจะไปเจอเพื่อนๆ เสียที เพราะไม่ได้เข้าไปกทม...เนิ่นนาน วันรุ่งขึ้นได้เจอกันตามประสงค์ หนึ่งนางนั้นต้องไปหาหมอที่ ร.พ.พระนั่งเกล้า
ฉันบอกแม่เพื่อนสาวว่าราชรถ(ของฉัน)จะไปเกยเจ้าหล่อนถึงที่นั่นเลย แต่ขอรายละเอียดเรื่องทางไปโรงพยาบาลก่อนนะ ผู้ไม่สันทัดเส้นทางแถวนั้นจะได้ไม่ฉงนใจนัก การขับขียวดยานในกทม.เหมือนที่อื่นเสียเมื่อไหร่ ต้องวางแผนไว้ในหัวตั้งแต่อาบน้ำเชากันเลยเชียว ถ้ามีนัดหมายกับเพื่อนว่าจะไปเจอกันที่จุดนัดพบที่ไม่คุ้นเคย
![]()
เขียนโดย korpai ที่ 2010-01-27 00:19:03 น. เรื่องเล่าของหน่อไม้ 14 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
ไม่รู้ว่าใครเคยเจอเหตุการณ์อย่างเราไหม จู่ๆก็มีสิ่งที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้นกับเรา ใจที่หายไปกับการเสียดาย เสียใจ และโกรธตัวเองที่ไม่มีสติ ในวันนั้น ทำให้เราเกิดข้อคิดหลายๆอย่างตามมา
เขียนโดย korpai ที่ 2010-01-25 15:04:54 น. เรื่องเล่าของหน่อไม้ 3 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
|
วันเวลาที่มีความสุขที่สุดในวัยเรียนของแต่ละคน คงไม่พ้นช่วงปิดเทอมแน่นอน หลายคนคงได้ไปเที่ยวต่างจังหวัดกับครอบครัว มีไม่น้อยที่ได้เฉิดฉายตามศูนย์การค้า เพื่อช็อปปิ้งอย่างสบายอุรา
|
เขียนโดย korpai ที่ 2010-01-16 11:30:42 น. เรื่องเล่าของหน่อไม้ 32 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
วันนี้ทราบข่าวจากสื่อต่างๆ ว่าจะเกิดสุริยุปราคา เป็นวงแหวนอีกครั้ง แม้ว่าจะไม่เกิดเต็มดวง อย่างที่เราเคยดูมาก่อน ทำให้เรานึกถึง เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2538 ที่มีสุริยุปราคาที่เราสามารถมองจากเมืองไทยได้
ในเวลาที่เกิดสุริยุปราคา ตั้งแต่ 9.20 น. - 12.39 น. แต่เกิดสุริยุปราคาเต็มดวงนานเพียง 1 นาที 53 วินาที ตั้งแต่เวลา 10.50 น.
เรายังจำเหตุการณ์ในช่วงสายของวันนั้นได้ดี เพราะเรากลับมาดูที่บ้านกับครอบครัว ในขณะนั้นยังเป็นนักศึกษาปริญญาโทอยู่ที่เมืองกรุง ต้องกลับมาที่บ้านเพื่อมาดูราหูอมพระอาทิตย์
ในหมู่บ้านเราเองมีชาวญี่ปุ่นมาตั้งกล้องดูดาวกันที่ท้องทุ่งนา เป็นครั้งแรกที่รู้สึกว่าเป็นกำใรชีวิตที่ได้เห็นความสวยงามจากธรรมชาติที่อยู่บนท้องฟ้า เราได้พาเพื่อนๆของน้องชายที่หอบหิ้วกันมาเป็นกลุ่มใหญ่ เพื่อมาชมภาพสวยๆเหล่านั้นด้วยกัน
พวกเราเอาเสื่อไปปูนั่งรอดูกันที่ท้องทุ้งนา ที่เป็นที่โลง ยังกับไปดูดาวกันอย่างนั้นเชียว แต่เป็นตอนสายๆ ของวัน ยิ่งเราได้ดูจากบรรยากาศที่ท้องทุ่งนาอย่างนั้น มันช่างแสนสวยงาม น่าจดจำเป็นยิ่งนัก
เขียนโดย korpai ที่ 2010-01-15 21:21:01 น. เรื่องเล่าของหน่อไม้ 5 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
ระหว่างที่เดินดูหนังสือที่ร้านขนาดใหญ่บนห้างสรรพสินค้าใจกลางกรุงที่ฉันมักจะใช้เป็นนัดเจอกับเพื่อน เพราะมีโอกาสได้ใช้เป็นที่พักสายตาและสมองเป็นอย่างดี ด้วยเหตุที่ทั้งฉันและเพื่อนต่างเป็นนักอ่านตัวยงเช่นกัน
ระหว่างที่ดูหนังสืออยู่นั้น เห็นว่าชั้นหนังสือได้โชว์อันดับหนังสือขายดีปนอยู่ด้วย หลายเล่มมาจากบรรดาคนที่มีชื่อเสียง ที่มักจะนำเอาเรื่องราวของตัวเองมารวมเล่มขาย

เขียนโดย korpai ที่ 2010-01-15 12:26:04 น. ก้าวที่กล้า เวลาที่เปลี่ยน 6 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
วันนี้เป็นวันที่ช้าวบ้านในหมู่บ้านของเรา เขาเผาข้าวหลามกัน การเผาข้าวหลามจะทำในวันขึ้น 14 ค่ำ เดือน 2 เพราะพรุ่งนี้จะเป็นวันที่ชาวบ้านจะมีพิธีทำบุญข้าวหลามประจำปี จะมีชาวบ้านมาร่วมกันกันที่ป่าศาลเจ้าประจำหมู่บ้าน

เขียนโดย korpai ที่ 2010-01-14 15:45:57 น. เรื่องเล่าของหน่อไม้ 26 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
ในหมู่บ้านของเรามีความคิดริเริ่มนำรำวงย้อนยุค ประมาณเมื่อห้าปีที่ผ่านมาแล้ว เป็นวงที่มีนางรำแต่งชุดกระโปงสั้นไว้คอยรำคู่กับคนที่ไปเต้นรำด้วย เป็นกลุ่มคนที่อยู่ในหมู่บ้านฟอร์มวงกันเอง มีประมาณไม่ต่ำกว่า 4 หมู่บ้านที่มีวงดนตรีเป็นของตนเอง
เขียนโดย korpai ที่ 2010-01-14 11:21:21 น. เรื่องเล่าของหน่อไม้ 16 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
ทุกครั้งที่แหงนมองไปบนท้องฟ้า ในคืนที่มีพระจันทร์เต็มดวง ความสวยงาม เมื่อเรามองขึ้นไปข้างบนนั้น จะยังอยู่..นิ่ง ..และนาน พระจันทร์ไม่ว่าจะมองจากมุมไหนของโลกใบนี้ ยังคงเห็นพระจันทร์ดวงเดียวกัน และยังเป็นพระจันทร์ดวงเดิม มิอาจเปลี่ยนแปลงไปไดเลย
จนบางครั้งเราอาจเผลอใจไปสารภาพความในใจกับพระจันทร์
ด้วยว่าความเป็นจริง
เราไม่กล้าจะสารภาพความในใจกับใครบางคนได้
ไม่ว่าจะเหตุผลใดๆก็ตาม
หลายคนหลายคู่ คงจะเคยสารภาพรักกันใต้เงาพระจันทร์
จะส่งถึงหรือไม่ก็ตาม เพียงแค่ขอให้ได้บอกออกไป
ความอึดอัดที่มีอยู่ไนใจ คงถูกคลายลงได้บ้าง
ยังโชคดีที่เรายังมีพระจันทร์เป็นเพื่อน ทุกคืนก่อนนอน แสงจันทร์นวลละออตา ยิ่งพิศก็ยิ่งงาม ขอบคุณนะที่อยู่เป็นเพื่อนกัน ก่อนนอนทุกคืน
เขียนโดย korpai ที่ 2010-01-12 21:28:46 น. กลอนเปล่า เรื่อยเปื่อย 12 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
![]()
เคยได้ยินมาว่า " รักแท้แพ้ใกล้ชิด รักวันละนิดแพ้ความชิดใกล้ "
เรื่องแบบนี้อยู่ที่ใจ
หากว่าเราหนักแน่นมั่นคงก้ไม่เห็นจะต้องหวั่นไหวแต่อย่างใด
ไม่รู้ว่าผู้ชายคิดกันอย่างไรเหมือนกัน
ทั้งนี้เราต้องดูคนของเราด้วยเช่นกัน ว่าเป็นคนเช่นไร
ความรักต้องการความพอดี
ไม่มีที่ว่างจนเกินไป
หรือว่าใกล้กันจนเกินไปจนไม่มีที่ว่างให้หายใจ
ถ้าเป็นเช่นนั้นแล้วไม่ว่าใครก็อึดอัด
เมื่ออึดอัดแล้วจะมีความสุขได้อย่างไร
เมื่อระแวงกันอยู่ร่ำไปก้ไม่เห็นจำเป็นต้องไปใช้ชีวิตร่วมกันเลย
คงเหมือนเกลียวเชือกที่นับวันก็จะขมวดปมมากขึ้นเรื่อยๆ
เมื่อทนกันไม่ไหวอีกต่อไป
ความรักเริ่มแปรเลียเป็นความเบื่อหน่ายซึ่งกันและกัน
จนต้องแยกทางกันในที่สุด
ไม่มีคู่รักคู่ใดในโลกนี้อยากเป็นคู่ร้าง
ไม่ว่าจะเนื่องด้วยเหตุใดก็ตาม
--- เมื่อมีรักแล้วควรเก็บมันไว้ให้ดีที่สุด ควรนึกถึงวันที่เคยลำบากด้วยกันมา ------
![]()
![]()
![]()
เขียนโดย korpai ที่ 2010-01-12 20:12:56 น. กลอนเปล่า เรื่อยเปื่อย 3 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
เคยเป็นอย่างนี้บางไหม เมื่อเราเจอใครบางคนแล้วรู้สึกว่าในใจมันหวิวๆ หัวใจเต้นแรงขึ้น โดยที่เราไม่อยากให้เป็นเลย พยายามทำใจให้เป็นปกติแล้ว แต่มันก็ฝืนยากมากเลย พยายามข่มใจไม่ให้คิดถึงเมื่อเจอกัน แต่มันช่างยากเย็นเหลือเกิน เวลาที่มองเขาก็ดูเหมือนว่าเขาก็มองมาที่เราเช่นกัน
----- อย่างนี้เราจะเรียกว่ารักหรือเปล่านะ ไม่รู้เลยจริงๆ ก็มันไม่เคยเป็นแบบนี้เลย -----

เขียนโดย korpai ที่ 2010-01-12 14:37:11 น. กลอนเปล่า เรื่อยเปื่อย 5 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้