ในที่สุดพวกเราก็ได้ที่พักในคืนต่อไปเมื่อถามความสมัครใจทุกคนต่างก็เห็นด้วย  ยามเช้าพอหาที่พักได้ก็เล่นเอาเข้าช่วงสายของวัน  ไปเดินเล่นลัดเลาะชายโขงกันไปซื้อของ ถ่ายรูปเล่นกันตลอดทาง ไปเจอร้านขายของตรงข้ามกับสำรานนา เจอร้านขายกระเป๋าให้ได้ต่อรองราคาและช็อปปิ้งกันบ้าง  เป็นบ้านคุณยายสูงอายุแล้ว ดูลักษณะแกเป็นผู้ใหญ่ใจดีอาศัยอยู่กับลูกสาวที่มักจะพาคุณแม่มาพักผ่อนที่บ้านที่เชียงคานนำของมาขายให้กับนักเดินทางท่องเที่ยวในวันหยุด  ช่างเป็นคนจีนที่ดูมีราศี และสง่างามเป็นที่สุด 

 

 

 

 

                              คุณยายผู้ดูดีมีสง่ากำลังสนทนากับลูกค้าที่มาสนใจของในร้าน  เมื่อก่อนนี้ค้าขายกับชาวลาว เป็นกิจการค้าส่ง เป็นล่ำเป็นสัน พอหลังๆการค้าไม่เยอะเหมือนแต่ก่อน จึงย้ายที่ไปอยู่กรุงเทพ  จะกลับมาบ้านช่วงวันหยุดยาว  ช่างบังเอิญที่เราไปเจอลูกสาวคุณยายได้เล่าเรื่องราวความหลังของเชียงคานให้เราฟังเป็นความรู้เพิ่มเติม   

                    

                                

                          ระหว่างทางที่เดินเล่นอยู่ชายโขง ทำให้เราพบสิ่งต่างมากมาย  เห็นวัฒนธรรมระหว่างท้องถิ่น  หากใครที่มีบ้านอยู่ใกล้แม่น้ำจะรู้ว่า แม่น้ำให้คุณแก่เรามากมายมหาศาล จะมีแต่คนเท่านั้นที่ไปทำลายและรังแกธรรมชาติ ยิ่งเป็นแม่น้ำสายหลักเป็นที่พึ่งพิงแก่ผู้คนที่อยู่ร้ายล้อม ไม่ว่าจะฝั่งไทยหรือลาว  ต่างรู้คุณของแม่น้ำสายนี้

 

  

กาน้ำเก่าแล้วนำมาปลูกต้นไม้เข้าบรรยากาศงามๆมาก

 

Read the rest of this entry »

 

เป็นครั้งแรกที่เยือนญี่ปุ่น และได้อาบน้ำอุ่นแบบออนเซน ฉันและเพื่อนได้ไปเยือนถึงถิ่นน้ำพุร้อนที่มีชื่อของที่นั่นเลยทีเดียว Beppu นับว่าเป็นเมืองที่ขึ้นชื่อว่ามีบ่อน้ำพุร้อนมากมาย เมื่อพวกเราสามสาวถึงเมืองนี้ ยังหาเรียวกังกันไม่เจอ

 

Yamada Bossu Ryukang in Beppu

พวกเราเดินจากสถานีรถไฟตามคุณลุงผู้น่ารักท่านหนึ่งที่บังเอิญที่เราไปเจอระหว่างทาง ตอนแรกเราตั้งใจว่าจะถามทางไปที่พักจากคุณลุงก็พอแล้วแต่น้ำใจและความเมตตาที่ลุงมีให้คือพาพวกเราเดินไปถึงที่พักเลยเชียว

 

มุมนี้มองจากด้านข้างทางขวาจากภาพด้านบน

Yamada Bossu Ryokan คือสถานที่ที่จองที่พักไว้  ตั้งใจว่าจะเดินชมเมืองก่อน  เอาของฝากไว้ แล้วจึงกลับมาที่นี่ เพราะว่าขี้เกียจแบกกระเป๋าหนัก ที่น่าประทับใจคือเรื่องที่มาพักที่นี่แค่พวกเราสามคนเท่านั้นเอง เจ้าของใจดีคงเห็นท่าทางเราตั้งใจมาจองและเที่ยวที่นี่ เพราะจองทางอินเทอร์เน็ต ล่วงหน้าก่อนเดินมาเชียว

 

ทางเข้าบ้านต้องถอดรองเท้าไว้ทางด้านซ้ายเป็นที่ใส่รองเท้า

ทำไว้อย่างมีระเบียบมากเลยฝั่งขวาเป็นห้องรับแขก
ระหว่างรอมีของกินมาเสริ์ฟเราด้วย

 
 
ทางเดินเข้า Yamada Ryukang

ถ่ายจากด้านนอก

อบอุ่นตั้งแต่มาถึงเลยเชียว

 

 

Read the rest of this entry »

 

Hello ,

Good morning from kawaguchi lake at K’s house Kawaguchiko

Mt.fuji san Japan 2012.

 

Smiling time will be happen in a positive person.

After they worked so hard ,

They should get something in their life as  a bonus after they worked had done.

 

Giving  the best thing for life . 

For us , we love travelling around the place that we felt in love that place . 

 

At that time , Many people ask me why I choose  Japan because ,

The weather is very cool  .Why we choose Japan?

For me, it does not matter even if I heard that has the earthquake at there so

many time and also it has no one can speak Japanese at all. 

 Many people ask me all the time. Why I choose Japan for my trip as so as I

heard that the weather is too cool.

 

 Lake  Kawaguchi

In The morning

 

It has not reason  for us because ,sometimes we have no answer more than our deeping

in our heart want to be there.

It has no reason at all.

Don’t you think?

 

Read the rest of this entry »

.

..

..

…หลายครั้งที่มีเรื่องเก่าๆเข้ามาในความคิด

บ่อยครั้งที่รู้สึกเบื่อที่จะนึก

เพราะไม่จะนึกหรือว่าคิด

ในชีวิตของเรา

มักจะมีเรื่องราวต่างๆเข้ามากระทบความรู้สึกในเรื่องราวที่ผ่านมาเสมอ

ไม่ว่าจะกี่ครั้งคนเราอดนึกไม่ได้ว่า

เรื่องๆหนึ่งที่เกิดกับคนสองคน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ตาเบบูญ่า

ต้นหลังบ้าน

 

อีกฝั่งหนึ่งรู้สึกถึงกัน

แล้วอีกฝั่งหนึ่งนั้นจะรู้สึกเช่นไร

ไม่คิดจะถามไถ่

ด้วยไม่เคยสงสัยว่าคิดอย่างไรต่อกัน

บางครั้งคนเราไม่เป็นต้องลงเอยด้วยการอยู่ด้วยกันเสมอไป

.

 

มิใช่หรือ

ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม

สิ่งที่ดีที่เกิดขึ้นกับเรา

ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าใด

ความทรงจำมักจะเฉียดกายเข้ามาใกล้ให้ได้คิดถึงเสมอ

อย่างน้อยครั้งหนึ่งได้มีอะไรที่ผ่านเข้ามาให้ได้คิดถึงกันบ้าง

อย่างน้อยปีละครั้งก็ยังดี

แม้เวลาไม่เคยหยุดเดิน

คามรู้สึกนึกคิดของคนเราก็เช่นกัน

 

 

 

 

ความชินคือการที่เคยชินที่จะนึกถึงใครบางคน

ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของเราแล้วทำให้มีความสุขในช่วงหนึ่งของชีวิต

นับว่าเป็นเรื่องที่ดีเสมอทุกครั้งที่คิดถึง

คิดว่าอีกฝั่งคงคิดอย่างนี้บ้างเหมือนกัน

 

การดำรงอยู่ด้วยการระลึกถึง

อาจจะมีความสุขมากกว่าการได้ใช้ชีวิตร่วมกันก็ได้

การอยู่ใกล้กันเกินไปอาจเป็นอันตรายด้วยซ้ำสำหรับคนบางคน

อย่างไรก็ตาม.

.

 

.

. . .ไม่มีคำถาม  ไม่ต้องการคำตอบไหนที่คิดว่ามันจะดีที่สุด

แต่ว่าเราต่างก็เลือกแบบที่เราต้องการแล้ว

นั่นแหละเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดแล้ว

 

อย่างที่มันควรจะเป็น

Read the rest of this entry »

 

การที่มีชีวิตหนึ่งของคนที่เกิดมาบนโลกใบนี้

มีเรื่องมากมายหลายอย่างที่เราต้องให้ความร่วมมือ

และช่วยเหลือเจือจุนให้แก่กันและกัน

 

นับว่า..โชคดีมากที่ได้มีโอกาสเห็นการรวมตัวกันของคนทั้งโลกที่สื่อผ่านความเข้าอกเข้าใจ

และเห็นอกเห็นใจกันมากที่สุดครั้งหนึ่ง

 

เมื่อเดือนที่ผ่านมานี่เอง 

หลายคนมาจากสถานที่ต่างกัน

 อาจจะอยู่คนละขั้วโลก

ไม่เคยแม้แต่จะรู้จักกันเป็นการส่วนตัว

ไม่แม้แต่จะคิดอยากเจอกันเลยสักครั้ง

 

ครั้นพอทราบข่าวจากสื่อว่ามีการเกิดแผ่นดินไหวครั้งยิ่งใหญ่สุดครึ่งหนึ่งในโลกใบนี้ที่ประเทศญี่ปุ่น

ความรู้สึกของผู้คนทั้งโลกมาอยู่รวมในที่เดียวกัน มีความคิดตรงกันสิ่งหนึ่ง

คือการให้

 

ทุกคนพร้อมที่จะยื่นมือมาจับเพื่อถ่ายทอดความรู้สึก โศกเศร้าเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

 

 นั่นคือโลกแห่งการแบ่งปัน

ความทรงจำเหล่านั้นจะคงอยู่ในใจใครต่อใครได้อีกนานเท่านาน

อย่างน้อยก็เป็นช่วงชีวิตหนึ่งที่ได้เกิดมาบนโลกใบนี้ แล้วได้มาเจอกับเหตุการณ์ในครั้งนี้

 

หากมองโลกในด้านดี

นับว่าเป็นช่วงจังหวะที่มีสิ่งที่ดีเกิดขึ้นบนโลกใบนี้มากมาย

Read the rest of this entry »

                                

                                         เสียงดนตรีที่คุ้นหูดังออกมาจากเครื่องเสียงที่บรรเลงอยู่นั้น ยังคงดังก้องอยู่ไม่ห่างจากใจของฉัน แม้ว่าวันเวลาที่ได้ยินเสียงเพลงจากเขานั้นผ่านมานานแล้ว ในปัจจุบันยังนำมาเปิดฟังก่อนนอนทุกคืน สำหรับสิ่งที่มีค่ามากกว่าเป็นเพียงเสียงดนตรีที่ชื่นชอบ จากศิลปินคนโปรดคนนี้แล้ว ยังมีเรื่องราวอีกมากมายที่ทำให้อมยิ้มได้ทุกครั้งที่ฟังเพลงของเขา และเป็นเรื่องราวที่น่ารักระหว่างฉันและน้องอีกสองคน

 

 

Kitaro  ผู้ชายผมยาว อารมณ์ละเมียด ในยามที่เขาเล่นดนตรี  โดยเฉพาะเวลาที่เขาตีกลองใบใหญ่อยู่กลางเวที ผมจะโบกสะบัดพลิ้วไปมาตามห้วงทำนองของเพลงแบบ New Age  ที่เป็นสัญลักษณ์ประจำตัวของเขาที่หลายๆคนคุ้นเคยและติดตามผลงานมาอย่างสม่ำเสมอ  ครั้งแรกที่ฉันรู้จักกับเพลงของเขา ตอนนั้นยังเรียนหนังสืออยู่ในเมืองกรุง พวกเราอยู่บ้านหลังหนึ่งย่านปิ่นเกล้าที่พ่อแม่ซื้อไว้ให้สมัยที่ยังเป็นนักเรียนอยู่ อยู่ด้วยกันสามคนพี่น้องปกครองกันเองเพราะพ๋อแม่ต้องทำมาหากินเพื่อส่งให้พวกเราเรียนหนังสือ     จู่ๆวันหนึ่งน้องสาวคนกลางที่เรียนอยู่มหาวิทยาลัยเช่นกันในเวลานั้น   ได้นำแผ่นซีดีมาเปิดที่บ้านขณะที่พวกเราดูหนังสือเตรียมสอบกันอยู่ เสียงเพลงที่ได้ยินในวันนั้น เป็นอัลบั้มของเขา นับว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ฉันได้รู้จักเพลงของเขาศิลปินจากแดนอาทิตย์อุทัยผมยาวเคลียบ่าฟูฟ่องคนนี้

 

             ทุกครั้งได้ฟังเสียงน้ำไหลผ่านลำธารผ่านโตกหิน ตามมาด้วยเสียง กรุ๊ง กริ๊ง ของเสียงดนตรีที่ดังตามธรรมชาติที่ผ่านเข้ามากระทบโสตประสาท ในช่วงที่อ่านหนังสือเตรียมสอบอยู่นั้น  ทำให้รู้สึกปลอดโปร่งในใจทุกครั้งเมื่อได้ฟังดนตรีของเขา  เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ติดตามผลงานของเขาและซื้อเก็บสะสมมาทุกอัลบั้ม  เป็นสิ่หนึ่งที่เป็นศูนย์รวมสมาธิของทุกคนในบ้านฟังอย่างเพลิดเพลินระหว่างที่นั่งทำงานส่งอาจารย์ แม้กระทั่งเวลาอ่านหนังสือเพื่อเตรียมตัวสอบ เสียงดนตรีที่บรรเลงอยู่นั้น กลับรู้สึกว่าทำให้มีสมาธิในการอ่านหนังสือมากยิ่งขึ้น 

 

 

 

 

บุคลิกที่คุ้นตา ลีลาพลิ้วไหว เมื่อเขาอยู่บนเวที

 

Read the rest of this entry »

 

 

                            ทุกเย็นหลังจากที่โรงเรียนเลิก ภาพที่ผ่านตาข้าพเจ้าแทบทุกวันคือได้เห็นเด็ก

 

นักเรียนขี่จักรยานกลับจากโรงเรียนันเป็นทิวแถวยาว  บริเวณหน้าโกดังที่ทำงานอยู่ เพราะโรงเรียน

 

ประจำหมู่บ้านอยู่ไม่ไกลจากสถานที่ทำงาน ทุกครั้งที่ได้เห็นอดไม่ได้จะแอบมองเด็กๆเหล่านั้นด้วย

 

ความเพลิดเพลิน  บ่อยครั้งที่แอบเผลออาจยิ้มกับตัวเองคนเดียวเมื่อเห็นภาพตรงหน้าแล้วนึกถึงภาพ

 

บางอย่างที่เคยผ่านเข้ามาในชีวิต  ในช่วงที่อยู่ในวัยเดียวกับเด็กๆเหล่านี้   

 

 

 

                                                    แม้ว่าภาพนั้นจะเดินทางจากเราไปนานแล้ว  แต่ความ

 

ชัดเจนยังปรากฏให้เห็นในความทรงจำ  หากมีใครเคยเป็นเช่นนั้น  เราอาจจะมีความรู้สึกไม่ต่างกับ

 

ข้าพเจ้าในวันนั้นทุกครั้งที่มองเห็นเด็กๆนักเรียนประถมที่มีอายุประมาณ 8-9 ขวบกำลังเดินทางกลับ

 

บ้าน  ส่วนใหญ่เด็กเหล่านี้ใช้จักรยานเป็นพาหนะในการเดินทางระหว่างบ้านและโรงเรียน ซึ่งวิ่งเล่น

 

วิ่งไล่แข่งกันบ้าง ในเวลาหลังเลิกเรียน ระหว่างที่ใช้เวลาเดินทางกลับบ้านหลายคนแข่งจักรยานกัน

 

ด้วย มีภาพประทับใจเกิดขึ้นมากมายให้ได้ลอบมองในแต่ละวัน บ้างก็ได้บาดแผลกลับบ้านไปก็หลาย

 

คน เด็กที่อยู่ในวัยซนอย่างนี้ช่างเป็นวัยที่มีแต่ความสุขสดใส ไม่ว่าอะไรจะผ่านมาดูแล้วเป็นความ

 

รื่นรมย์ในชีวิต  ไม่ต่างจากวันและเวลาวัยเด็กของข้าพเจ้าเช่นกัน


                             วันนั้นหลังจากที่ทำงานเสร็จกำลังจะออกจากโกดังกลับบ้าน  ช่วงเวลาแดดร่ม

ลมตก ในขณะที่กำลังเตรียมตัวจะกลับบ้าน  ระหว่างทางบังเอิญได้พบกับเด็กนักเรียนชายกำลัง

สาละวนอยู่กับการเก็บลูกทับเยี่ยว ที่มีลูกสีดำคล้ำเอาใส่ถุงใบย่อมภาพตรงห้าในวันนั้น   ทำให้ภาพ

เก่าๆที่ยังอยู่ในความทรงจำ แวะเวียนมาหาข้าพเจ้าอีกครั้ง

  ในวันเวลาของข้าพเจ้าเองที่อยู่ในวัยนั้นได้เคยสัมผัสความสุขแบบนี้ไม่ต่างจากเด็กนักเรียนเหล่านี้

เช่นกัน จะต่างกันบ้างตรงที่โรงเรียนที่จะต้องเดินทางไปเรียนไกลจากบ้านเกินกว่าที่จะถีบรถจักรยาน

 

เป็นพาหนะไปเองได้ เพราะอยู่ในตัวเมือง ห่างไกลจากหมู่บ้านที่อยู่กว่า 20 กิโลเมตร เด็กๆทุกคนที่

อยู่ในละแวกเดียวกันจำต้องเดินทางโดยรถบัสประจำทางจากหมู่บ้านไปยังตัวเมือง เพราะระยะทาง

ไกลพอสมควร ทั้งหมดจึงต้องตื่นนอนกันแต่เช้าตรู่เพื่อรอรถประจำทางที่หน้าไปเดินทางไปโรงเรียน

ในตัวจังหวัด  ในระหว่างทางจากบ้านไปโรงเรียนจึงมีเรื่องราวของเม็ดทับเยี่ยวให้ได้จดจำ

  

ลำแสงตกกระทบยามเย็น

 

 

Read the rest of this entry »

                                         

                                 แม้ว่าการได้ข่าวจากประเทศเพื่อนบ้านของเราว่าโดนแผ่นดินไหว ตั้งแต่วัน

ศุกร์ที่ 11 มี.ค. 2554 ที่ผ่านมานั้นจะผ่านไปแล้วแต่ทำไมลึกๆในจิตใจของข้าพเจ้ายังเศร้าอยู่นะ

ภาพที่ออกมาหลังจากที่เกิด After Shock ตามมาติดๆ อยู่หลายครั้งทำให้ในใจต้องภาวนาให้หยุดได้

แล้ว พอเสียทีเถอะ อย่าได้ทำร้ายกันมากกว่านี้อีกเลย  ทั้งๆที่ในใจนั้นรู้ดีว่า บางอย่างที่เกิดขึ้นตาม

ธรรมชาติ มนุษย์อย่างเรา ไม่อาจทำอะไรได้เลย  จะทำอะไรได้นอกจากการภาวนา และการยื่นมือ

ของน้ำใจไปสัมผัสกันในวันที่มีความทุกข์

 

ขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ปกป้องคุ้มครองผู้ประสบภัยด้วยเทอญ

                             ข้าพเจ้าเชื่อว่า ยังมีอีกหลายต่อหลายชีวิตในโลกใบนี้รู้สึกเช่นเดียวกัน ขอให้

สิ่งที่อยู่ในใจของแต่ละคนรวมพลังไปให้ผู้ที่อยู่ในที่เกิดเหตุเข้มแข็ง และอดทน การยื่นมือใปสัมผัส

แก่กันและกัน การให้โดยไม่ต้องรอการร้องขอ ไม่ว่าจะเป็นช่วงไหนของชีวิต นับว่าเป็นสิ่งที่สำคัญ

และน่าประทับใจยิ่ง

ร้านขายของชำในเมือง Nara

 

                         เมื่อเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ญี่ปุ่น ทำให้ข้าพเจ้าได้มีโอกาสไปย้อนรอยบันทึก

ที่ยังเขียนไม่สมบูรณ์นัก  เกี่ยวกับเรื่องราวระหว่างทางเมื่อครั้งไปเยือนญี่ปุ่นออกมาระลึกถึงความทรง

จำในครั้งนั้นอีกครั้ง  ในการเดินทางผ่านไปหนึงปีพอดีเมื่อถึงปัจจุบัน

 

                          มีเรื่องราวมากมายที่ได้พบปะชีวิตตลอดการเดินทาง  ระหว่างที่อยู่ที่ญี่ปุ่นที่เห็น

แล้วเกิดความประทับใจเมื่อได้ไปเยือนสิ่งหนึ่งที่ยังติดตรึงใจไม่รู้หน่ายเลยคือคุณภาพชีวิต ของผู้สูง

อายุความมีน้ำใจมาก มายของคนที่นั่น การเดินทางที่มีการวางแผนเพียงคร่าวๆ ย่อมเกิดสิ่งที่เราไม่

คาดคิดได้เสมอตลอดเวลา ไม่มีทางรู้ได้เลยว่าแต่ละวันที่ลืมตาตื่นขึ้นมาแล้วจะได้เจออะไรบ้าง

 

              แม้ว่าการเดินทางที่มีการวางแผนคร่าวๆ เตรียมพร้อมสภาพจิตใจเพื่อยอมรับสิ่งต่างๆ ที่

เกิดขึ้นรอบตัวอย่างนี้ย่อมสร้างความตื่นเต้นทุกวันเวลาที่ได้ลืมตาตื่นขึ้นมานั้นเชียวจำได้ว่าในวันแรก

ที่ตะลุยเที่ยวญี่ปุ่นนั้น  เมื่อสองเท้าก้างลงจากเครื่องบินแล้ว เราเอาของไปไว้ที่ Kyoto ก่อน หลังจาก

ที่แยกกระเป๋าออกมาย่อยให้เหลือแต่ของที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิตประจำวันติดตัวไปเท่านั้น มื้อแรกใน

ญี่ปุ่นของเราเริ่มต้นที่เมือง Nara

 

รูปตุ๊กตาน่ารักสัญลักษณ์ของเมือง Nara

 

Read the rest of this entry »

ช่วงสายของวันศุกร์ที่ผ่านมาระหว่างที่เอารถยนต์ของที่บ้านไปเช็คที่อู่รถอยู่  ระหว่าง

ที่พักรอรถซ่อมอยู่ในอู่ ทางศูนย์ซ่อมเปิดทีวีดูข่าว เลยได้มี Breaking news แทรก

เข้ามาว่ามีแผ่นดินไหวครั้งใหญ่เกิดขึ้นที่ เมือง Sendai จังหวัด Miyagi

ทางเดินเท้าที่ Sendai

 

พอได้ยินข่าวนั่นเองอดนึกถึงเมื่อปีที่แล้วไม่ได้เลย  เพราะวันที่ 1 มีนาคม 2553  กำลังอยู่ในช่วง

เดินทางอยู่ในญี่ปุ่น และเราไปเที่ยว Sendai กันตามแปลน เราและเพื่อนร่วมทางอีกสองคนทั้งหมด

เป็นสาม รีบตื่นแต่เช้าตรู่ออกจากที่พักที่  Asakusa นั่งรถไฟเที่ยวกันทันที 

 

แผนที่เส้นทางรถไฟที่พาพวกเราไปยัง Sendaiจากที่พักในโตเกียว

 

 ระหว่างทางไปที่นั่นต้องนั่งรถไฟไปต่อ แม้ว่าพวกเราจะต้องเจออุปสรรคบ้างเรื่องการสื่อ

สาร แต่ผู้คนที่อยู่ล้อมรอบตัวพวกเรานั้น ต่างมีน้ำใจทุกคนพร้อมจะยื่นมือมาให้ความช่วย

เหลือตลอดเวลา  ปัญหาเรื่องภาษาไม่ได้เป็นอุปสรรคอีกต่อไป เพราะทุกคนต่างพร้อมอกพร้อมใจ

ช่วยเหลืออธิบายเส้นทางให้พวกเราเข้าใจ  

 

 

ป้ายเตือนให้ระวังตัวขณะขึ้นรถไฟที่นี่

 

Locker ใส่ของถุกออกแบบเป็นรูปการ์ตูนสวยงาม

 

เมื่อถึงที่หมายรถไฟจอดลง เลยต้องถ่ายรูปรถไฟที่แสนสวยงามก่อนเยื้องย่างกายลงเที่ยว 

 ก็แหม..รถไฟที่นี่ทุกสายสวยงามเหลือเกินเดินไปที่ Information center เพื่อขอข้อมูลในการเดินทาง

ว่าจะใช้เวลาที่ไหนเท่าไหร่ ยังไม่ทันได้ตั้งตัวกันเลย

 

         หญิงสาวผู้นนนั้นเป็นผู้อธิบายเส้นทางให้แก่พวกเราเมื่อไปถึงที่ Sendai ขอให้พระคุ้มครองให้เธอปลอดภัยรอดพ้นจาก Tsunami 2011 ด้วยเทอญ

                     หญิงสาวผู้ที่ทำงานอยู่ที่นี่มาบอกพวกเราว่า อีกไม่นานจะมี Tsunami เกิดขึ้นที่นี่ พวกเราพัก

กันที่ไหนในคืนนี้ พอรู้ว่าพวกเราพักกันในโตเกียว เจ้าหล่อนรีบชี้แจงรายละเอียดให้รู้ว่าเดี๋ยวให้รีบจับ

รถไฟเที่ยวสุดท้ายออกจากที่นี่ดีกว่า เพื่อความปลอดภัย  เมื่อรู้ข่าวเธอรีบมาชี้แจงให้พวกเรารับรู้

ข้อมูลด้วยความรอบคอบและตอบข้อสงสัยของเราอย่างมีสติ ฉันยังแอบชื่นชมอยู่ในใจ

 

นอกจากเธอคนนี้แล้วยังมีเจ้าหน้าที่ดูแลขบวนรถไฟนำป้ายกระดาษที่เขียนด้วยลายมือของเขา

ที่เพิ่งเขียนเสร็จด้วยปากาเมจิกสีน้ำเงิน   กำลังถูกกแปะบลงบนกระจกในสถานีรถไฟเพื่อบอกกับ

ผู้โดยสารที่กำลังจะซื้อตั่วที่ช่องขายตั๋วภาษาที่เขียนเป็นภาษาญี่ปุ่นที่พวกเราทั้งสามคนอ่านไม่รู้

เรื่อง   แม้ว่าจะเป็นภาษาที่ไม่สามารถสื่อสารกับเราได้ก็ตาม แต่สายตาที่ส่งออกมาแสดงถึง

 ความห่วงใยต่อเพื่อนมนุษย์ของคนที่เป็นเจ้าบ้านนั้น ทำให้มิตรที่เป็นผู้มาเยือนอย่างพวกเรา

รับความรู้สึกอบอุ่นที่ส่งมาให้จากกิริยาท่าทางของเขา

 

              พอเจอที่หมายพวกเราดิ่งเข้าไปถามเส้นทางและสถานที่ท่องเที่ยวทันที   หญิงสาวผู้ที่ทำ

หน้าที่บอกข้อมูลที่นี่ในเวลานั้น รีบออกมาจากซุ้มที่ทำงานของเธอทันที พร้อมแจ้งข่าวว่ามีสึนามิ

เกิดขึ้นที่ชิลี และอีกไม่น่านจะถึงที่เซนไดแล้ว ผู้ทำหน้าที่ให้ข้อมูลแก่เรานั้นถามพวกเราว่ามาจาก

ไหนกัน และที่นี่มีที่พักที่นี่หรือเปล่า และคำถามสุดท้ายคือบอกกับพวกเราว่ามีรถไฟเที่ยวสุดท้ายจะ

ออกจากที่นี่ ประมาณ 11: 34 นาที หลังจากนั้นจะไม่มีรถไฟวิ่งอีกแล้ว เพราะมีระบบเตือนภัยสึนามิ

กำลังบอกว่าจะมีสึนามิกำลังเดินทางที่นี่ ทางการให้แจ้งมายังผู้ที่อยู่ที่ชายหาดทุกคนให้ทราบ

  

                      พวกเราทั้งสามคนรอเพื่อขึ้นรถไฟขบวนสุดท้ายพร้อมๆกับเพื่อนร่วมทางอีกหลายคนที่มาเที่ยวที่นี่เช่นกัน ไม่ต้องสงสัยว่ารถไฟจะมีคนเต็มตู้  ทุกคนในขบวนรถเที่ยวสุดท้าย ต่างถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน เอื้อ

เฟื้อที่ยืนตลอดทาง    รถไฟขบวนนั้นไม่ได้รีบออกทันที ยังคงรอผู้คนที่วิ่งมาจากชายหาดที่เห็นอยู่

ไกลๆในวันนั้นฉันและเพื่อนยืนที่ประตูรถ จึงได้มองเห็นวิวสวยๆจากเมือง Sendai จากริมประตูรถไฟ

ด้วยมาเก็บไว้เป็นที่ระลึก

  

 

ป้ายเตือนภัย Tsunami ได้สอนให้ผู้มาเยือนเตรียมพร้อมเสมอ

 

Read the rest of this entry »

เมื่อเช้าวานนี้อากาศดีมาก

ต้องไปทำงานแต่เช้า

ที่ทำงานไม่ไกลจากที่บ้าน

ใช้จักรยานเป็นพาหนะ

ไม่มีรถติดให้ต้องรีบร้อน

ระว่างทางต้องผ่านสถานีรถไฟเขาทอง

เห็นดอกไม้กำลังสวยงาม

ต้องข้ามทางข้ามจากฝั่งหน้าสถานี

แล้วถีบจักรยานเรื่อยไป

เมื่อเลี้ยวซ้ายเมื่อข้ามทางที่รถไฟผ่านแล้ว

จึงจะเห็นโกดังตั้งอยู่ตรงข้ามกับสถานีรถไฟ

ถ้าใครที่ต้องใช้บริการรถไฟเดินทางไปเชียงใหม่

ต้องเห็นประตูโกดังที่บ้านด้วย

KhaoThong Railway Station

Read the rest of this entry »