เสียงเพลงที่เป็นภาษาญี่ปุ่นรวมทั้งเครื่องดนตรีที่สอดคล้องกับ

 

จังหวะการร่ายรำของสาวๆ แท้และไม่แท้ที่อยู่ตรงหน้า  ดังแว่วเข้ามากระทบโสตประสาท

 

ของฉัน  ทำให้คนที่ตัวไม่สูงอย่างฉันชะเง้อมองตามที่มาของจังหวะของเสียง  คล้ายๆ

 

กับเครื่องดนตรีไทยของเรา  แต่ไม่รู้ว่าสิ่งที่ได้ยินเป็นดนตรีแบบไหน ทำไมนึกเท่าไหร่

 

ก็นึกไม่ออกเลยนะ  รู้แต่ว่ารอบๆตัวนั้นมีบ้านไม้แบบโบราณสวยงาม ทำให้นึกไปถึงบ้าน

 

ไม้  ในความเรียบง่ายทว่าดูงดงามในเสน่ห์ชองย่าน Gion ที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักของนัก

 

ท่องเที่ยวที่มาเยือน

 

.

 

             ขณะทีกำลังเพลิดเพลินกับการชมนางรำตรงหน้า  น้องสาวฉันบอกว่า  คน

 

เหล่านี้เป็นเพื่อนชาวญี่ปุ่นที่รู้จักกัน  แล้วพามาแนะนำตัวให้ฉันรู้จัก  พอมองดูใกล้ๆผิว

 

สวยผุดผาดยิ่งนัก หน้าตาที่ทาไว้พอดู ใกล้ๆแล้วเห็นว่าการแต่งหน้าคล้ายๆกับงานศิลปะ

 

ที่งดงามล้ำค่า สีที่แต้มเติมแต่งนั้นดูสวยงามตราตรึงใจยิ่งนัก ฉันลอบมองอย่างเพลิด

 

เพลิน  อากาศรอบๆ ตัวเย็นยิ่งนัก น่าเพลิดเพลินในอารมณ์  คนที่เข้าชมต่างเข้ามาอย่าง

 

เป็นระเบียบเรียบร้อย  ต่างมีความงามพร้อมไปด้วยคุณสมบัติของผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชมการ

 

แสดงอันเป็นคุณลักษณะโดดเด่นของคนชาตินี้  รอยยิ้มที่เปื้อนอยู่บนใบหน้าแต่ละคน

 

บ่งบอกฉันได้ในไมตรี ในความต่างทางด้านภาษาและอารยธรรมมิอาจกั้นขวางมนุย์เราได้

 

เลย ความมีน้ำใจที่เกิดขึ้นในโลกใบนี้ไปได้เลย ภาษากายของผู้คนบนโลกนี้ ต่าง

 

แสดงออกได้ตากรอยยิ้มในดวงตา ที่ฉายแววออกมาอย่างมิอาจปิดบังกันไว้ได้เลย

 

 

 

                         “ ห้องน้ำอยู่ที่ไหนคงเพราะอากาศเย็นจัด  รอบๆตัวทำให้เข้าห้อง

น้ำบ่อยขึ้น ฉันถามน้องสาวตัวเองที่นั่งข้างๆ เมื่อการแสดงเสร็จสิ้นลง สังเกตคนที่อยู่

รอบๆกาย  นับว่ามีคนไทยที่คุ้นหน้าตาท่าทาง  รวมไปถึงคนเกาหลี จีน ที่มาจากฝั่ง

ฮ่องกงต่างพาเดินทางมาเที่ยวกันไม่น้อยเลย  ระหว่างที่เดินไปเข้าห้องน้ำนั้น มองหน้า

หลายๆคนแล้วยิ้มให้ด้วย

 

                                         ฉันเดินหลบจากผู้คนเหล่านั้นไปทางห้องน้ำ  ผนังห้อง

 

น้ำมีภาพวาดของเหล่าสาวงามเหล่านั้นภาพเขียนโบราณ ข้างทางเดินตลอดทาง พอถึง

 

ทางเข้าห้องน้ำมีผ้ากั้นไว้ที่ห้อง เพื่อบอกว่าเป็นห้องน้ำของผู้หญิง  มีรูปวาดสาวงาม ที่

 

มีดวงตางดงาม ตามแบบฉบับบของชาญี่ปุ่นในยุคเอโดะ ทำให้ระหว่างทางที่ฉันเดินทาง

 

เข้าไปนั้นมีจิตรกรรมฝาผนังให้ได้ชื่นชมไปตลอดทาง

 

 

                                              ฉันรู้สึกตัวอีกครั้งพอลืมตาขึ้นมองที่เพดานข้างบน

 

ห้องนอนที่แปลกไปจากเดิม ทำให้นึกขึ้นได้ว่า ” อ้าว..นี่เราฝันไปหรือนี่ ” พอเห็นว่าเป็น

ห้องนอนของเจ๊  ที่เมื่อคืนนี้เพิ่งกลับมาจากเขาค้อ  เมื่อคืนที่ผ่านมานอนต้องลุกเข้าห้อง

น้ำตลอดเลย จะว่าอากาศเย็นมากก็ไม่เชิง  แต่ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไรมาที่นอนค้างที่

เพชรบูรณ์ทั้งสองคืนเข้าห้องน้ำกลางคืนบ่อยมาก ไม่ต่ำกว่า 4 ครั้งเลยเมื่อคืนก่อนนี้ค้าง

ที่ภูหนาวบนเขาค้อ  เคยมานอนที่ห้องเจ้ครั้งหนึ่งเมื่อหลายปีก่อนเมื่อตอนที่ไปเที่ยว

แม่ฮ่องสอนก็แวะมา  ครั้งนี้เป็นครั้งที่สองหลังจากที่บ้านหลังนี้สร้างใหม่   ที่เจ้ปล่อยให้

เป็นฝีมือการออกแบบของแม่น้องสาวจอมงอแงของฉันเอง

 

                                             เพราะเมื่อวานนี้ลงมาจากเขาค้อ  พอมาถึงที่บ้านเจ๊

ต้องมาแวะเอารถที่จอดไว้ที่นี่  พอเห็นว่ามีทั้งลมและฝนตก ระหว่างที่เดินทางลงมาจาก

เขาค้อ ทุกคนต่างลงมติว่าว่า ถ้าฉันขับรถกลับบ้านคนเดียวจะทำให้ทางบ้านเป็นห่วง 

เมื่อกลางถึงคืนวันจันทร์ที่ 29 มิถุนายน ที่ผ่านมาเลยต้องนอนพักที่บ้านเจ๊ที่อ. บึงสามพัน

เพิ่มอีกวันหนึ่ง  แล้วถึงกลับบ้านเช้าวันที่ 30 มิถุนายน ไม่นึกว่าจะฝันถึงการไปเที่ยวชม

การร่ายรำที่ญี่ปุ่น นับว่าเป็นความฝันที่มีความอิ่มเอมในใจยิ่งนัก

 

                             เช้าที่ผ่านมาไม่อยากตื่นเลย  อยากนอนให้นานกว่านี้  เพราะ

อะไรหรือ ฉันฝันว่าไปเที่ยวญี่ปุ่น  และในฝันนั้นช่างมีความสุขที่ได้ดูการแสดงที่ไม่รู้ว่าจะ

เรียกว่าอะไรไม่รู้เหมือนกัน ในความฝันแต่ละคนนั้น  อยากรู้จังว่าใครจะจำรายละเอียด

มากน้อยแค่ไหน  สำหรับฉันเหมือนไม่ใช่ความฝันเลย  เพราะสีสันสวยงามมาก ทั้งบ้านที่

ใช้ในการแสดง  ขบวนของนางรำที่เห็น ยังชัดเจนอยูในสมอง  ที่แปลกคือมีน้องสาวอยู่

ด้วยกันในฝัน  สมองช่างคิดจินตนาการเสียจริงเชียว

 

                   สำหรับฉันเองพอฝันแล้วอยากลุกจากที่นอนขึ้นมาจดรายละเอียดไว้ทันที

ทันใด  เพราะเมื่อตื่นขึ้นมาแล้วอาจจะลืมความฝันง่ายดาย  อย่างเช่นความฝันของฉันเมื่อ

คืนนี้ที่ผ่านมา  เพราะในฝันมีคนมาร้องรำทำเพลงด้วยภาษาญี่ปุ่น  ดูละม้ายคล้ายการร่าย

รำของพวกเกอิชา  ที่ไม่แน่ใจเพราะมันเกิดจากจินตนาการของฉันเองทั้งสิ้น  ไม่มีสิ่ง

ใดมายืนยันได้ว่าที่ฉันเห็นในฝันเรียกว่าอะไร ในรายละเอียดเหล่านั้นไม่สำคัญแล้ว 

เพราะสิ่งที่ฉันได้จากความฝันในครั้งนี้คือความสุข เป็นความสุขทั้งภาพ เสียง และมิตร

ไมตรี ถึงแม้ว่าจะเป็นแค่เพียงจินตภาพ  แต่ทุกสิ่งที่เห็นมา บอกได้ว่ายากยิ่งนักที่จะลืม 

                            สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นบันทึกจากความฝันครั้งที่ 2 แล้วเท่าที่จำได้เคย

 

เขียนบันทึกสิ่งที่พบเห็นมาจากความฝันมาครั้งหนึ่งแล้ว แต่เป็นฝันที่เกิดจากที่ห้องนอน

ของตัวเอง  คราวนี้มาฝันที่ต่างจังหวัด  เคยได้ยินมาว่าตามปกติเมื่อเราทานข้าวอิ่มแล้ว

มักจะฝัน  แต่ยืนยันได้ว่าการฝันครั้งนี้ไม่มีอาหารถึงกระเพาะเป็นแน่  ช่วงนี้ไม่ได้ฝันบ่อย 

นัก  การที่ไม่ได้อิ่มท้องไม่น่าจะเป็นการจุดชนวนให้กับความฝันเรื่องไปญี่ปุ่นอีกครั้งหนึ่ง

ของฉัน  เพราะลงมาจากเขาค้อทานเยอะแล้ว เลยไม่อาจจะกินข้าวเย็นอีกมื้อได้เลย  เจ้

ชวนชงโอวัลตินดื่มก่อนนอนแล้วชวน ฉันยังปฏิเสธเลย

                      ตื่นจากที่นอนมองดูนาฬิกาที่มือถือวางไว้ข้างหมอน อ้าว.. เพิ่งจะหก

โมงเช้าเอง แต่สว่างมากเลย ตอนที่ไปนอนที่รีสอร์ทที่เขาค้อแสงเข้าตาแต่เช้าเลย

เพราะความเคยชินจากที่บ้านทำให้ต้องนอนตื่นเช้าทุกวันเลยไม่แตกต่างไม่ว่าที่ไหนก็ลุก

ได้เสมอ นับว่า 1 คืนทีเขาค้อมีความสุขและ สนุกไม่น้อย ยังมีความฝันห้อยย้อยมาเติมให้

ชีวิตที่บ้านเจ๊อีก

                                    พอตื่นมาแล้วยังนอนเล่นอีกพักหนึ่ง  ไม่ต้องรีบร้อนอะไรเพราะไม่

ได้มีใครที่ต้องเดินทางไปทำงานที่ไหน  เราต่างมีธุรกิจที่ต้องดูแลของตัวเอง  ฉันและเจ้ดู

ข่าวภาคเช้ากันครู่ใหญ่  ไม่ได้เล่าเรื่องความฝันให้เจ๊ฟัง  พอถึงเวลาก็จัดแจงเก็บข้าว

ของกลับบ้าน  ป่านนี้ที่บ้านคงชะเง้อมองหากันแล้ว  เจ้ซื้อของไปฝากที่บ้านหลายอย่าง

มีฟักแม้ว หน่อไม้ และขนมจีบ ซาลาเปาจากที่นางั่ว ขนมลืมกลืน ที่แสนหอมหวาน  แวะ

ที่ไร่กำนันจุลซื้อสละไปฝากที่บ้านด้วย  กว่าฉันจะออกจากที่บึงสามพันประมาณแปดโมง

เช้าพอดี  ใช้เวลาประมาณชั่วโมงครึ่งก็ถึงบ้านด้วยความปลอดภัย ไม่ลืมโทรบอกเจ้ว่าถึง

แล้วต้องรอเจ้าน้องสาวออกแบบบ้านอีกครั้งคงได้ไปพักผ่อนเยือนเขาค้อกันอีกหลายครั้ง

 

ระหว่าง Trip บึงสามพัน เขาค้อ

 

 ถ้อยคำโดย

 

korp@i

 

 

30/06/2553