แม้ว่าการได้ข่าวจากประเทศเพื่อนบ้านของเราว่าโดนแผ่นดินไหว ตั้งแต่วัน

ศุกร์ที่ 11 มี.ค. 2554 ที่ผ่านมานั้นจะผ่านไปแล้วแต่ทำไมลึกๆในจิตใจของข้าพเจ้ายังเศร้าอยู่นะ

ภาพที่ออกมาหลังจากที่เกิด After Shock ตามมาติดๆ อยู่หลายครั้งทำให้ในใจต้องภาวนาให้หยุดได้

แล้ว พอเสียทีเถอะ อย่าได้ทำร้ายกันมากกว่านี้อีกเลย  ทั้งๆที่ในใจนั้นรู้ดีว่า บางอย่างที่เกิดขึ้นตาม

ธรรมชาติ มนุษย์อย่างเรา ไม่อาจทำอะไรได้เลย  จะทำอะไรได้นอกจากการภาวนา และการยื่นมือ

ของน้ำใจไปสัมผัสกันในวันที่มีความทุกข์

 

ขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ปกป้องคุ้มครองผู้ประสบภัยด้วยเทอญ

                             ข้าพเจ้าเชื่อว่า ยังมีอีกหลายต่อหลายชีวิตในโลกใบนี้รู้สึกเช่นเดียวกัน ขอให้

สิ่งที่อยู่ในใจของแต่ละคนรวมพลังไปให้ผู้ที่อยู่ในที่เกิดเหตุเข้มแข็ง และอดทน การยื่นมือใปสัมผัส

แก่กันและกัน การให้โดยไม่ต้องรอการร้องขอ ไม่ว่าจะเป็นช่วงไหนของชีวิต นับว่าเป็นสิ่งที่สำคัญ

และน่าประทับใจยิ่ง

ร้านขายของชำในเมือง Nara

 

                         เมื่อเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ญี่ปุ่น ทำให้ข้าพเจ้าได้มีโอกาสไปย้อนรอยบันทึก

ที่ยังเขียนไม่สมบูรณ์นัก  เกี่ยวกับเรื่องราวระหว่างทางเมื่อครั้งไปเยือนญี่ปุ่นออกมาระลึกถึงความทรง

จำในครั้งนั้นอีกครั้ง  ในการเดินทางผ่านไปหนึงปีพอดีเมื่อถึงปัจจุบัน

 

                          มีเรื่องราวมากมายที่ได้พบปะชีวิตตลอดการเดินทาง  ระหว่างที่อยู่ที่ญี่ปุ่นที่เห็น

แล้วเกิดความประทับใจเมื่อได้ไปเยือนสิ่งหนึ่งที่ยังติดตรึงใจไม่รู้หน่ายเลยคือคุณภาพชีวิต ของผู้สูง

อายุความมีน้ำใจมาก มายของคนที่นั่น การเดินทางที่มีการวางแผนเพียงคร่าวๆ ย่อมเกิดสิ่งที่เราไม่

คาดคิดได้เสมอตลอดเวลา ไม่มีทางรู้ได้เลยว่าแต่ละวันที่ลืมตาตื่นขึ้นมาแล้วจะได้เจออะไรบ้าง

 

              แม้ว่าการเดินทางที่มีการวางแผนคร่าวๆ เตรียมพร้อมสภาพจิตใจเพื่อยอมรับสิ่งต่างๆ ที่

เกิดขึ้นรอบตัวอย่างนี้ย่อมสร้างความตื่นเต้นทุกวันเวลาที่ได้ลืมตาตื่นขึ้นมานั้นเชียวจำได้ว่าในวันแรก

ที่ตะลุยเที่ยวญี่ปุ่นนั้น  เมื่อสองเท้าก้างลงจากเครื่องบินแล้ว เราเอาของไปไว้ที่ Kyoto ก่อน หลังจาก

ที่แยกกระเป๋าออกมาย่อยให้เหลือแต่ของที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิตประจำวันติดตัวไปเท่านั้น มื้อแรกใน

ญี่ปุ่นของเราเริ่มต้นที่เมือง Nara

 

รูปตุ๊กตาน่ารักสัญลักษณ์ของเมือง Nara

 

.

                                                       

                                                           ความทรงจำในบันทึกที่เคยเขียนไว้เมื่อไปเยือนที่นั่น

 ได้มีสิ่งที่สะดุดตาแก่ข้าพเจ้าและเพื่อนร่วมทางคือคุณภาพชีวิตของผู้คน ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ซึ่งกัน

และกันต่างหากล่ะที่ทำผู้คนในบ้านเมืองของเขาแบ่งปันกัน ช่วยเหลือกันไม่ว่าจะอยู่ในยามไหนก็ตาม

เรื่องประทับใจและน่าทึ่งเป็นที่สุดอีกอย่างที่ไม่เลือนไปจากใจ คือวันแรกๆ ที่พวกเราเริ่มต้นวันที่เมือง

Nara โปรแกรมที่ตั้งใจไว้คือการเยี่ยมชมวัดที่สร้างขึ้นด้วยไม้ที่เก่าแก่ของที่นี่ ก่อนถึงที่หมายพวกเรา

ได้เจอกับสิ่งที่น่ามหัศจรรย์เกิดขึ้นกับสายตาของเราและหัวใจของเขา ได้โน้มนำทั้งสองสิ่งมา

ประสานกัน

 

ตุ๊กตาอย่างนี้มีอยู่ทั่วไประหว่างทางเดินไปเที่ยววัด ไทโดจิ แห่ง nara

 

                                   ณ เมืองแห่งหนึ่งไม่ไกลจากเกียวโตมากนัก เป็นที่แรกที่เราตั้งหลักเริ่มต้น

ในการเดินทางครั้งนี้     จากข้อมูลที่ศึกษามาบ้างทำให้ได้รุ้ว่ามีสิ่งก่อสร้างเมื่อครั้งโบราณ

หลายสิ่งที่ควรนึกถึง และวัดแห่งนี้ก็เป็นหนึ่งในนั้นที่ฉันและเพื่อนต่างเลือกให้เป็นสถานแห่งแรกที่เรา

เริ่มเข้าชมเมื่อไปถึง ไม่ว่าท้องจะหิวเพียงใดแต่หัวใจยังแช่มชื่นได้

 

 

ขอเก็บภาพร้านสะดวกซื้อที่เราซื้ออาหารทานกันมื้อแรกที่ Nara

มื้อแรกที่พวกเรามีอาหารลงท้อง

ต่างรับประทานด้วยความหิวโซ

 

                                         เมื่อได้เหลือบสายตาไปเห็นภาพที่น่าประทับใจระหว่างที่รอทานข้าว

กัน ระหว่างที่เพื่อนอีกคนกำลังเปิดห่อข้าวกล่องแพ็คขายที่ซื้อมาจากร้านสะดวกซื้ออยู่นั้น   พลันสาย

ตาของข้าพเจ้าเหลือบไปเห็นคุณยายวัยไม้ใกล้ฝั่งอยู่หลายท่านมานั่งเล่นกันที่ป้ายรถประจำทางเพื่อ

รอรถอยู่หลายท่าน คนที่ผ่านไปผ่านมาแถวนั้นอาจได้เห็นชีวิตอย่างนี้จนคุ้นชิน สำหรับข้าพเจ้าแล้ว

เป็นนั่นเป็นภาพชีวิตของพวกท่านมีความหมายต่อข้าพเจ้ามาก   สิ่งที่เห็นห่างจากสายตาไปประมาณ

กว่าหนึ่งร้อยเมตร  พอคว้ากล้องได้จึงรีบกดชัตเตอร์เพื่อให้ได้ภาพที่งดงามในใจข้าพเจ้ามาเก็บไว้

 

 

ความเอื้อเฟื้อที่เห็นอยู่ทั่วไป

 

                                  ฉันมองเห็นคุณยายท่านหนึ่งเดินมาท่านใช้ไม้เท้าสองข้างช่วยพยุงร่าง

กายเอาไว้ เพื่อการทรงตัวให้ดีขึ้น ในขณะที่กำลังที่จะนั่งทานข้าวมื้อแรกอยู่นั้น อดไม่ได้ที่จะเก็บภาพ

ประทับใจเอาไว้มาฝากกันก่อน เดี๋ยวจะไม่ได้ภาพสวยๆแบบที่ไม่ค่อยได้เห็นกันบ่อยนักในบางสถานที่

ก้าวแรกที่เราเหยียบเมือง Nara ก็ได้เห็นสิ่งที่ทำให้ประทับใจ โดยเฉพาะคุณค่าของความเป็นคนการมี

ชีวิตที่เอื้ออาทรต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ไม่จำเป็นต้องรู้จักกันมาก่อน เราให้ความจุนเจือแก่กันและกัน

ได้

ทั้งสองท่านนี้ไม่รู้จักกันมาก่อนเลยนะ

สังเกตเก้าอี้ที่ป้ายรถเมล์สวยงามเก่าแก่

 

                          เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว ไม่ว่าเราจะเป็นใครมาจากไหนก็ตาม สามารถสร้างมิตรภาพ

ให้เกิดแก่ผู้คนที่ได้พบเจอเสมอ การสื่อสารจากหัวใจและการกระทำนั้นมักยิ่งใหญ่กว่าคำพูด

การเห็นชีวิตที่เดินอย่างช้าแบบนี้แล้ว การมีชีวิตที่ดีอยู่ไม่ไกลจากชีวิตเลยหากถ้าคนเรามีการวาง

แผนเอาไว้ เมื่อครั้งที่ยังเป็นหนุ่มสาววัยทำงาน ยังมีแรงก็ทำงานไป ครั้นเมื่อถึงวัยที่ควรหยุดพักจะได้

ใช้เวลาในชีวิตกับความสุขง่ายๆ ในแบบที่ควรจะเป็น

 

ร้านค้าระหว่างทาง

ทำนักช็อปกระเป๋าฉีกมามากต่อมากแล้ว

 

                            ก่อนที่จะเดินทางไปชมวัดไทโดจินั้นเราลงมือเติมอาหารมื้อแรกลงกระเพาะกัน

ที่ป้ายรถเมล์นั่นเอง หากใครต่อใครบังเอิญผ่านไปที่ป้ายรถเมล์ของเมือง Nara   จะเห็นกระเหรี่ยงสาว

สามคนที่หน้าตาออกไปทาง Chinese กำลังนั่งโซ้ยอาหารมื้อแรกกันอย่างหิวกระหาย เพราะมีคน

ทักทายพวกเราว่ามาจากไต้หวันหรือไงกัน

 

                                                    

                                               พวกเราจะทำอะไรไปได้นอกจากการ การปฎิเสธ แบบสนุก

สนานว่า ” Thailand” ค่ะไม่ใช่  “Taiwan”    เพราะบอกว่าเป็นชาวไทยพวกเขามักจะทำหน้างงๆ

แล้วพูดว่า ” อาโน….อาโน.. ใต้หวัน ” กันซะเป็นส่วนใหญ่    ครั้นจะอธิบายก็ยากนักที่จะเข้าใจ

กัน   หรือว่าเห็นพวกเราใช้ตะเกียบคีบอาหารกัน  อาหารที่ทานข้างทางอย่างนี้จะมีอะไรดีไปกว่า

ตะเกียบไม้ซีกที่ต้องฉีกก่อนให้แยกจากกันอีก อาจเป็นเพราะพวกเราทานโดยวิธีการยองๆ เหลาอย่าง

ไม่อายใคร เพราะเราใช้เก้าอี้ที่ป้ายรถเมล์ของเขาเป็นโตะกินข้าวก้ไม่อาจคาดเดาได้    ระหว่างที่

ทานไปพวกเราทั้งสามคนต่างก็เรียกผู้คนที่ผ่านไปผ่านมาร่วมวงกับพวกเราด้วย   นับว่าเป็นอาหารมื้อ

ที่กินแล้วอร่อยที่สุดตั้งแต่ถึงแผ่นดินนี้เลยก็ว่าได้

 

                       หลายคนที่เจอกันระหว่างทางต่างยิ้มให้พร้อมโบกมือทักทายไปด้วยมิตรภาพที่ดี

เกิดขึ้นได้ในโลกนี้ไม่เลือกที่อยู่แล้วไม่ใช่หรือ  แม้กระทั่งข้างถนน หรือข้างทางพวกเขาก็ไม่เคย

ละเว้น

 

 

ภาพและถ้อยคำ

 

โดย

 

KorP@i

 

ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง  :

http://mblog.manager.co.th/korpai/category/Japan-In-My-Heart/