นั่งรถไฟไปฉะเชิงเทรา

August18

วันนี้มีทริปมาแนะนำ ไม่ใกล้ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ ที่จังหวัดฉะเชิงเทรา และใช้เวลาแค่วันเดียวก็เที่ยวได้ 

 

.

เมื่อเอ่ยถึงจังหวัดฉะเชิงเทรา เราคงต้องนึกถึงหลวงพ่อโสธร พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองมานับร้อยปี  วันนี้ฉันจะพาไปเที่ยวแบบง่ายๆ ค่าใช้จ่ายแสนถูก  ลองเดาดูซิว่าฉันจะเลือกไปด้วยพาหนะอะไรดี?

รถไฟดีไหม?

ทุกวันนี้เราสามารถไปฉะเชิงเทราได้หลายทาง รถไฟ รถตู้ รถบัส หรือแม้แต่ขับรถไปเองก็แสนสะดวก ครั้งนี้ฉันเลือกไปรถไฟเพราะอยากสัมผัสกลิ่นไอบางอย่างที่หลงลืมไปแสนนาน

 

เริ่มจากเช้าวันอาทิตย์ไปขึ้นรถไฟที่หัวลำโพง ถ้าคุณเป็นคนขยันตื่นเช้าหน่อยก็ได้ไปรถไฟเที่ยว 8 โมงเช้า  ถ้ารักการตื่นสายๆ ก็ไปเที่ยว 10 โมงก็ยังทัน  ลองถามตัวเองดูซิว่าครั้งสุดท้ายที่คุณได้นั่งรถไฟกี่ปีมาแล้ว? สำหรับฉัน 6 ปีมาแล้ว  แล้วคุณมีความทรงจำอะไรเกี่ยวกับรถไฟ?

 

ความทรงจำสำหรับฉันเกี่ยวกับรถไฟมีมากมาย ไม่ใช่ว่าใช้บริการบ่อย แต่เป็นการประทับใจทุกครั้งที่ได้เดินทางด้วยรถไฟต่างหาก เมื่อตอนเป็นเด็ก แม่เคยพาฉันขึ้นรถไฟไปทำบุญที่อยุธยา ฉันเก็บตั๋วรถไฟสมัยโบราณไว้  (ก่อนหน้าที่จะถูกปริ้นท์ด้วยกระดาษคอมพิวเตอร์แบบปัจจุบัน) เป็นกระดาษสี่เหลี่ยมชิ้นเล็กๆ สีน้ำตาลแดงๆ ระบุสถานที่ปลายทางเอาไว้ เมื่อได้ตั๋วมาแล้วคุณต้องเก็บไว้ให้ดีนะ  เพราะจะมีนายตรวจเดินถืออุปกรณ์เจาะรูเสียงดังแก๊บๆ ๆ มาขอเจาะรูไปตลอดทาง แต่ตอนนี้ตั๋วรถไฟไปอยุธยาของฉันมันหายไปไหนแล้วไม่รู้

 

อีกครั้งหนึ่งเมื่อตอนที่ฉันเป็นเด็กกว่าครั้งก่อนอีก  ฉันนั่งรถไฟชั้น 3 กลับบ้านพ่อที่นครศรีธรรมราชตอนปีใหม่ซึ่งใช้เวลาเดินทางราว 14 ชั่วโมง  นึกออกใช่ไหมว่าเป็นอย่างไร  ที่หายใจแทบไม่มี  แต่ก็มีความสุขดีกับการนั่งมอง 2 ข้าง นั่งหลับสัปหงกไปเรื่อยบนตักของพ่อทีบนตักของแม่ที  พอตกกลางคืนก็ปูผ้านอนบนทางเดิน เช้ามาก็ได้เห็นแสงแรกของพระอาทิตย์ที่สาดส่องทุ่งหญ้า  ได้กลิ่นควันไฟที่ลอยอ้อยอิ่งมาจากบ้านคน ได้กลิ่นไอดินและกลิ่นฝน คุณว่าไหมว่าความเป็นเด็กไม่ทำให้เราทุกข์ร้อนกับอะไรที่อยู่ตรงหน้า  ฉันในตอนนั้นก็เช่นกัน 

 

กลับมาที่ทริปกรุงเทพฯ – ฉะเชิงเทราของเราดีกว่า

 

เช้าวันอาทิตย์ที่หัวลำโพงผู้คนไม่พลุกพล่าน บรรยากาศกำลังสบาย มีชาวต่างชาติพร้อมกระเป๋าใบใหญ่รอโดยสารรถไฟไปที่โน่นที่นี่มากมาย  หัวลำโพงถูกสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 นับเป็นความภูมิใจของคนสยามที่ได้สร้างรถไฟเป็นชาติแรกๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  แต่ก็นับเป็นความเสียใจที่การรถไฟไม่ได้พัฒนาไปไกลกว่าเมื่อแรกสร้างมากนัก ฉันว่าหัวลำโพงในวันนี้ยังมีโครงสร้างที่งดงามเพียงแต่ขาดการดูแลเอาใจใส่ที่ดี  แม้ว่าปัจจุบันจะมีร้านค้าที่เป็นแบรนด์จากต่างประเทศมาเปิดบริการเป็นจำนวนมาก

แล้วไง…

 

การประดับกระจกสีที่ด้านหน้าตัวอาคาร

 

สถานีหัวลำโพง บริเวณด้านในที่เป็นจุดปล่อยรถ

 

ลองให้คุณเดาดูนะ ว่าค่าโดยสารรถไฟกรุงเทพฯ – ฉะเชิงเทรากี่บาท 

 

คำตอบคือ 13 บาท และใช้เวลาเดินทางราว 1 ชั่วโมงกับ 45 นาที สำหรับคนที่เคยชินกับการใช้เวลาทุกวินาทีทุ่มเทกับการทำงาน (ให้ใครไม่รู้) อย่างคุ้มค่า ฉันว่าเขาคงอกแตกตาย 

 

และตอนนี้มีข่าวดีนะ คือรัฐบาลเขาให้ขึ้นรถไฟฟรี แต่คนต่างชาติยังต้องเสียเงิน

 

เมื่อได้เวลารถไฟออกก็เป็นเวลาที่สุดแสนจะคลาสสิก นายสถานีจะยืนโบกผ้า สั่นกระดิ่งเพื่อส่งสัญญานปล่อยขบวนรถ  แล้วรถก็เคลื่อนออกไปอย่างช้าๆ โดยหยุดครั้งแรกห่างจากหัวลำโพงไม่กี่ร้อยเมตร  แล้วก็หยุดเรื่อยไปเนื่องจากต้องรอสับหลีกกับรถไฟขบวนอื่นๆ กว่าจะไปถึงสถานีแถวมหาวิทยาลัยรามคำแหงใช้เวลาราว 45 นาที  ช่วงนี้อาจน่าเบื่อหน่อยเพราะยังอยู่ในตัวเมือง  แต่พอออกชานเมืองคุณจะเริ่มเห็นทุ่งนา บ่อน้ำ หุ่นไล่กา นกกระยาง ฯลฯ และอากาศสดๆ ที่ทำให้อยากจะสูดหายใจให้เต็มปอดเพื่อตุนไว้ในอีก 3 เดือนข้างหน้า

 

นายสถานีลั่นระฆังเป็นสัญญาณปล่อยขบวนรถไฟ

 

ฉันไปถึงสถานีฉะเชิงเทราเกือบเที่ยง  ท้องเริ่มร้อง แต่อยากไปให้ถึงวัดหลวงพ่อโสธรก่อน  หน้าสถานีรถไฟจะมีคิวรถสองแถวพาคนไปไหว้พระจำนวนมาก  รถเข้าเทียบเมื่อไหร่ คนก็เต็มคันรถเมื่อนั้น ค่าโดยสารก็ถูกอีกเหมือนกันราว 10 บาท รถจะมาจอดหน้าวัดเลยทีเดียว

 

ด้านหน้าของวัดหลวงพ่อโสธร

 

หน้าวัดออกจะพลุกพล่านไปหน่อย เนื่องจากคนนิยมมาไหว้หลวงพ่อโสธรจำนวนมาก รถเลยติดเป็นระยะ  หากรู้สึกหิว มีร้านค้าจำนวนมากให้บริการที่ขาดไม่ได้คือร้านเซเว่นอเลฟเว่น  แต่เชื่อฉันเถอะว่าขนมจากและข้าวเหนียวไก่ปิ้งของบรรดาป้าๆ หน้าวัดแถวนั้น อร่อยกว่ากันเยอะ

หลวงพ่อโสธรคือพระพุทธรูปตรงกลางประทับนั่งขัดสมาธิด้านหน้า

 

เมื่ออิ่มท้องแล้วก็ควรเข้าวัดเพื่อชมความงามของงานศิลปกรรม  ที่วัดนี้เขาห้ามผู้ที่แต่งกายไม่สุภาพเข้าวัด เช่น ใส่เสื้อแขนกุด นุ่งกระโปรงสั้น ฯลฯ และมีบริการเสื้อคลุมให้ใส่หากแต่งตัวไม่ถูกตามระเบียบ

 

มารู้ประวัติของหลวงพ่อโสธรกันหน่อย (ซึ่งสอดคล้องกับชื่อบ้านนามเมืองเหลือเกิน) มีเรื่องเล่ากันว่าในจังหวัดหนึ่งทางภาคเหนือ มีพระภิกษุสามองค์ซึ่งเป็นพี่น้องกัน ร่ำเรียนพระธรรมวินัยแตกฉานแล้วได้แปลงกายเป็นพระพุทธรูปลอยลงมาตามแม่น้ำบางประกง ชาวสัมปทวนผ่านมาพบเข้าจึงพากันเอาเชือกมาชลอขึ้นจากน้ำแต่เชือกขาดทำให้พระทั้งสามองค์จมหายไป บริเวณที่พระทั้งสามองค์จมหายไปจึงเรียกว่า “สามพระทวน” และเรียกให้สั้นลงเป็น “สัมปทวน” อำเภอเมืองฉะเชิงเทราจนทุกวันนี้

 

ต่อมาพระพุทธรูปดังกล่าวได้ผุดขึ้นที่คลองคุ้งให้ชาวบ้านแถวนั้นเห็นอีก ชาวบ้านก็ฉุดขึ้นฝั่งแต่ไม่สำเร็จ สถานที่นั้นจึงถูกเรียกว่า “บางพระ” มาจนทุกวันนี้

 

ตั้งแต่นั้นมาพระพุทธรูปทั้งสามองค์ก็ได้แสดงอภินิหารในคลองเล็กๆ ตรงข้ามกองพันทหารช่างฉะเชิงเทรา บริเวณนั้นจึงถูกเรียกว่า “แหลมลอยวน” (อ่านว่า ลอย – วน นะ) และคลองนั้นได้นามว่า “คลองสองพี่น้อง”

 

ภายหลังพระองค์พี่ได้แสดงปาฏิหาริย์ลอยไปอยู่ในแม่น้ำเจ้าพระยาแถบสามเสน ประชาชนแถบนั้นราวสามแสนคนได้หลั่งไหลมาอาราธนาขึ้นฝั่งเป็นการใหญ่ แถบนั้นจึงถูกเรียกว่า “สามแสน” และเพี้ยนมาเป็น “สามเสน”  เมื่อชาวสามเสนชลอขึ้นไม่ได้ พระพุทธรูปก็แสดงปาฏิหาริย์ลอยไปถึงแม่น้ำแม่กลองและไปปรากฏที่สมุทรสงคราม  คนแถวนั้นจึงพร้อมใจกันอาราธนาขึ้นไปประดิษฐานไว้ที่วัดบ้านแหลม หรือที่เรารู้จักกันทุกวันนี้ว่า “หลวงพ่อวัดบ้านแหลม” และเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ประจำเมืองสมุทรสงคราม

 

องค์เล็กสุดได้สำแดงอภินิหารไปผุดขึ้นที่คลองบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ประชาชนจึงได้อาราธนาขึ้นไปประดิษฐานไว้ที่วัดบางพลีใหญ่ใน หรือที่เรารู้จักกันใทกวันนี้ว่า “หลวงพ่อโตวัดบางพลีใหญ่ใน

 

ส่วนองค์กลางคือหลวงพ่อโสธรได้ลอยวนไปวนมาและแสดงอภินิหารผุดขึ้นหน้าวัดหงษ์ (วัดนี้เดิมมีเสาหงษ์แต่ต่อมาหงษ์ที่ยอดเสาหักทางวัดจึงเอาธงไปติดไว้แทนจึงมีชื่อว่าวัดเสาธง ต่อมาเกิดมีพายุพัดเสาหักลงอีก จึงได้ชื่อว่าวัดเสาทอนและกลายเป็นวัดโสธรในที่สุด) ประชาชนก็พากันมาอาราธนาฉุดขึ้นฝั่งแต่ก็ไม่สำเร็จ ได้อาจารย์ผู้หนึ่งเป็นผู้รู้หลักและวิธีอาราธนาจึงได้ทำพิธีปลูกศาลเพียงตาบวงสรวงกล่าวคำอัญเชิญโดยใช้สายสิญจน์คล้องพระหัตถ์พระพุทธรูป และชลอขึ้นฝั่งได้ในที่สุด ชาวเมืองต่างยินดีและพร้อมใจกันอัญเชิญไปประดิษฐานไว้ที่ในพระวิหารวัดโสธร และเรียกว่า “พระพุทธโสธร” หรือ “หลวงพ่อโสธร” ตั้งแต่นั้นมา เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ว่ากันว่าเกิดในสมัยกรุงธนบุรี ราวพ.ศ.2313

 

เล่าเสียยาวเหยียด อย่าเพิ่งเบื่อเพราะฉันเองก็เพิ่งรู้นะนี่ 

 

ที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งนะ  ทำไมตำนานเจตนาเชื่อมโยงความสำคัญของหลวงพ่อวัดบ้านแหลม สมุทรสงคราม  หลวงพ่อโสธร ฉะเชิงเทรา และหลวงพ่อโตวัดบางพลีใหญ่ใน สมุทรปราการ  เข้าไว้ด้วยกัน  ใครรู้ช่วยตอบที

 

เมื่อไหว้พระเสร็จแล้ว ก็เตรียมตัวออกเดินทางไปเที่ยวตลาดเก่ากัน  เดินมาหน้าวัดอีกนั่นแหละ เรียกรถตุ๊กๆ ไปได้เลย บอกคนขับว่าไปตลาดบ้านใหม่ คือว่าตลาดที่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวเมื่อมาเมืองฉะเชิงเทรามี 2 ตลาด (ความจริงคงมีมากกว่านี้) คือตลาดบ้านใหม่กับตลาดคลองสวน  แต่ตลาดคลองสวนอยู่ไกลกว่าต้องนั่งรถไปที่ขนส่งและต่อรถออกไปอีกจึงทำให้เป็นที่นิยมน้อยกว่า

 

ตลาดบ้านใหม่อยู่ใกล้ๆ ราว 8 กิโลเมตรจากวัดหลวงพ่อโสธร นักท่องเที่ยวเลยมักแวะไปซื้อของฝากก่อนกลับ

 

หน้าทางเข้าตลาดบ้านใหม่

 

ด้านในของตลาดที่เป็นลานสีเหลี่ยมเปิดโล่งนั่งจิบน้ำชา หรือสนทนากันยามบ่าย

 

บรรดาสินค้าหลากหลายที่เป็นสเน่ห์ของตลาดเก่า

 

หมวกสานจากทางมะพร้าว

 

เครื่องใช้ไม้สอยที่ทำจากวัสดุธรรมชาติซึ่งหาดูได้ยากมากขึ้นทุกที

 

เต่า ปลาไหล ปลาสารพัดชนิดก็มีให้ดู

 

ถ้าหิวก็แวะกินก๋วยเตี๋ยวเรือ ต่อด้วยขนมถ้วยที่มีไม้พายขนาดจิ๋วไว้นั่งแคะใส่ปาก

 

ถ้าเดินจนเมื่อยก็แวะลงเรือให้เขาพายชมคลองเล่นก็ได้  คลองที่เราซื้อตั๋วไปชม กว่าจะได้รับการอนุญาตให้พายเรือพานักท่องเที่ยวไปได้ ใช้เวลาขอตั้ง 5 ปีนะ  ที่เห็นอยู่นั่น เป็นชายหนุ่มนักพายคนหนึ่ง ซึ่งว่างจากลูกค้าและนั่งร้องเพลงทอดอารมณ์ริมคลองจนน่าอิจฉา

 

บ้านเรือนริมคลอง

 

ป่าจากริมคลอง

 

คลองเวลาน้ำลด แสงเงาที่พอเหมาะแก่เวลา ช่วยทำให้สิ่งเรียบง่ายดูสวยขึ้น คุณว่าไหม

 

ทริปพายเรือชมคลอง แม้จะมีระยะใกล้ๆ แต่ก็ร่มรื่น ชวนมอง แถมเขายังพาไปวัดขึ้นไปกราบพระกระจกด้วยนะ  อยากรู้ว่าเป็นอย่างไร ต้องไปเองแล้วล่ะ

 

ขากลับฉันนั่งรถไฟกลับอีกนั่นแหละ  คนแน่นกว่าขามาอีกเพราะเป็นตอนเย็นที่คนต้องเตรียมเข้าไปทำงานในกรุงเทพฯ 4 โมงเย็นนิดๆ รถไฟจะออก  กว่าจะถึงกรุงเทพฯ ก็ราว 6 โมงกว่า  มีเวลาถมเทที่จะนั่งชมวิวเติมพลังให้กับตัวเองอีกครั้ง

 

จบดีกว่า   

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

    

One Comment to

“นั่งรถไฟไปฉะเชิงเทรา”

  1. August 18th, 2010 at 3:25 pm       lady007 Says:

    ขอบคุณนะคะ ที่เขียนเรื่องมาให้อ่านกัน

    สนุกดีค่ะ ไปเที่ยวทางรถไฟนี่ ไม่แพงอีกด้วย


You must be logged in to post a comment.