นอบูลิงการ์ พระราชวังฤดูร้อนในธิเบต

December8

วันนี้ฉันจะพาไปเที่ยวพระราชวังนอบูลิงการ์ แห่งเมืองลาซา

พระราชวังฤดูร้อนขององค์ดาไลลามะแห่งธิเบต

 

.

พระราชวังนอบูลิงการ์ ตั้งอยู่ใจกลางเมืองลาซา ล้อมรอบด้วยสวนสาธารณะที่เต็มไปด้วยต้นไม้และความร่มรื่น ฉันเดินทางไปที่แห่งนี้ในเดือนพฤษภาคม แต่อากาศก็ยังหนาวพอดูสำหรับคนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างเราๆ

สิงโตหน้าประตูทางเข้าพระราชวัง

 

พระราชวังแห่งนี้ได้รับการสร้างขึ้นในพ.ศ.2298 โดยดาไลลามะองค์ที่ 7 ตรงกับปลายสมัยอาณาจักรอยุธยา และเสร็จสมบูรณ์ในพ.ศ.2326 ในสมัยของดาไลลามะองค์ที่ 8

 

พระราชวังนอบูลิงการ์ถูกใช้เป็นพระราชวังฤดูร้อนของดาไลลามะทุกพระองค์จนถึงองค์ที่ 14 โดยเป็นศูนย์กลางศักดิ์สิทธิ์ทั้งในทางโลกและทางธรรม เนื่องจากองค์ดาไลลามะทรงมีฐานะเป็นผู้ปกครองประเทศและผู้นำศาสนาในเวลาเดียวกัน

 

อย่างไรก็ตาม ในช่วงของการปฏิวัติวัฒนธรรมในประเทศจีนที่กระทบมายังธิเบต ทำให้พระราชวังแห่งนี้ถูกทำลาย โดยพ.ศ.2502 ดาไลลามะองค์ที่ 14 ทรงลี้ภัยการเมืองออกนอกประเทศ พระราชวังแห่งนี้จึงถูกทิ้งร้างไปชั่วคราวแต่ปัจจุบันได้รับการซ่อมแซมและกลายเป็นมรดกโลกอีกชิ้นหนึ่งซึ่งเป็นสัญลักษณ์ความงามของศิลปะธิเบตร่วมกับพระราชวังโปตาลาและวัดโจคังที่อยู่บริเวณใกล้เคียงกัน

 

รอบๆ พระราชวังเป็นสวนสาธารณะและลานกว้างขนาดใหญ่ ว่ากันว่าในฤดูร้อนสถานที่แห่งนี้เป็นจุดดึงดูดผู้คนให้มาชุนนุมกันและมีการละเล่นทางวัฒนธรรม เช่น ดนตรี การเต้นรำพื้นบ้าน การจิบชา ฯลฯ ฤดูร้อนคงมีความหมายสำหรับคนธิเบตมากแม้ว่าจะเป็นเวลาช่วงสั้นๆ เมื่อเทียบกับฤดูหนาวที่อุณหภูมิแทบจะติดลบและลมหนาวที่พัดอยู่ทุกหนทุกแห่งก็รุนแรงแสนสาหัส ดังนั้นการนั่งดูดอกไม้บานในฤดูร้อน ได้ฟังเสียงนกร้องบนยอดไม้ ร้องเพลงที่เล่าถึงความหลังของบรรพบุรุษ น่าจะเป็นความสุขอย่างง่ายๆ ของคนธิเบต

 

ดอกไม้ประดับริมทางเดิน

 

ตัวอาคารที่ประทับขององค์ทาไลลามะในพระราชวังนอบูลิงการ์

 

ช่วงท้ายๆ ก่อนที่องค์ทาไลลามะองค์ที่ 14 จะลี้ภัยออกนอกประเทศ พระองค์ถูกบังคับให้อยู่พระราชวังแห่งนี้

 

เนื่องจากสถานที่แห่งนี้ห้ามถ่ายภาพภายในตัวอาคาร ดังนั้นจึงมีแต่ภาพบรรยากาศภายนอกมาฝากกัน ซึ่งฉันว่าแค่นี้ก็งดงาม

 

อ้อ อีกเรื่องหนึ่งหาก คุณได้เข้าไปชมอาคารหลังนี้ มองหาภาพทาไลลามะองค์ที่ 14 ให้ดี เพราะเป็นสถานที่แห่งเดียวในธิเบตที่คุณจะเห็นได้ภาพของพระองค์

 

วัดที่อยู่ในเขตพระราชวังนอบูลิงการ์ คงคล้ายๆ กับที่เรามีวัดพระแก้วอยู่ในเขตพระบรมมหาราชวังในกรุงเทพฯ เหมือนกัน

 

ฉันว่า คนธิเบตเป็นผู้ที่มีสุนทรียภาพในการใช้สีได้อย่างไม่มีขีดจำกัด คุณลองดูรายละเอียดของงานตกแต่งตามมุมต่างๆ ดูซิ สีแดง เขียว เหลือง น้ำเงิน น้ำตาล ส้ม ฯลฯ ถูกนำมาใช้อย่างอิสระ แต่มีความลงตัวและกลายเป็นลักษณะเฉพาะของพวกเขา

 

แสงสวยๆ กับผ้าจับประตู

 

ซุ้มประตูทางเข้าวัด ให้สังเกตลายสัญลักษณ์มงคลบนผืนผ้า มันหมายถึงคำสอนของพุทธศาสนาที่จะคงอยู่นิรันดร์

 

อีกมุมหนึ่งบริเวณกำแพงพระราชวังชั้นในที่ถ่ายภาพอย่างไรก็สวย ถ้ามีแสง

 

รูปนี้เป็นสุนัขธิเบตที่ไล่เห่ารถน้ำที่บรรทุกน้ำมารดฝุ่นบริเวณทางเดินรอบพระราชวัง

ทางเดินและกำแพงชั้นในปูด้วยหิน และมีเงาไม้ร่มครึ้มไปตลอดทาง แต่คุณจะเห็นภาพอย่างนี้ได้เฉพาะฤดูร้อนเท่านั้นนะ

 

ดอกหญ้าธรรมดา ที่เด็ดขึ้นมาทีไร มันก็ปลิวไปสายลมหมดทุกที

 

ฉันว่าคุณต้องไปเยือนธิเบตด้วยตนเองซักครั้ง ถึงจะเข้าใจว่าฤดูร้อนมีความหมายสำหรับคนธิเบตมากเพียงไหน

 

 

 

You must be logged in to post a comment.