พาเที่ยวหอจดหมายเหตุ ท่านพุทธทาส อินทปัญโญ

December22

 

เสาร์ – อาทิตย์นี้ ถ้าไม่มีที่ไป ฉันแนะนำให้ไปเยี่ยมชมหอจดหมายเหตุ ท่านพุทธทาส อินทปัญโญ(สวนโมกข์ กรุงเทพฯ)

 

.

ฉันว่าทุกวันนี้ถ้าเอ่ยชื่อท่านพุทธทาส คงไม่มีใครที่อายุเกิน 30 ปี จะไม่รู้จัก เพราะท่านเป็นพระที่สอนโดยการปฏิบัติให้เห็นเป็นตัวอย่าง และเผยแพร่ความคิดของท่านผ่านงานเขียนมากมาย หนึ่งในนั้นคือหนังสือ “คู่มือมนุษย์”

 

 

หอจดหมายเหตุแห่งนี้สร้างขึ้นด้วยเงินของบริษัทและคณะบุคคลต่างๆ ที่เห็นถึงความสำคัญในการเผยแพร่คำสอนของท่าน ถ้าอยากทราบว่าใครเป็นใคร ก็ตามไปดูป้ายได้นะ

 

 

วิธีเดินทางไปหอจดหมายเหตุฯ แห่งนี้ไปไม่ยากถ้าเข้าทางถนนวิภาวดี มองหาตึก ปตท.สำนักงานใหญ่ทางฝั่งซ้ายมือ ก่อนถึงจะมีซอยและมีป้าย BIA บอก ก็เลี้ยวเข้าไปได้เลย ที่จอดรถอาจมีน้อยไปหน่อย แต่ก็เอารถไปจอดในที่บริการของสวนสาธารณะการรถไฟได้ เสียค่าจอด 10 บาท แล้วเดินออกกำลังกายมาที่หอจดหมายเหตุฯ

 

ตัวอาคารหอจดหมายเหตุฯ เป็นสถาปัตยกรรมแบบสมัยใหม่ เน้นโครงสร้างแบบเรขาคณิต อาจดูแข็งๆ ไปบ้าง แต่ก็งดงามด้วยบึงน้ำและต้นไม้รอบนอก

 

ตัวอาคารเป็นอาคาร 3 ชั้น ชั้นล่างเป็นร้านค้าจำหน่ายผลงานของท่านพุทธทาสฯ และงานเขียนที่เกี่ยวกับพุทธศาสนาของนักเขียนท่านอื่นๆ  (ถ้าสนใจผลงานเหล่านั้น เขาใช้วิธีบริจาค ซึ่งก็ควรจ่ายให้มากกว่าราคาที่เขาติดแสดง)

 

มีลานโล่งสำหรับกิจกรรมสัมมนา ตั้งร้านค้า ฯลฯ วันอาทิตย์ที่ฉันเพิ่งไปมา เขามีร้านหนังสือเด็กมาขายหนังสือลดราคาให้ผู้ที่ไปเยี่ยมชมซื้อหนังสือบริจาคเด็กๆ ที่ถูกน้ำท่วม บนเวทีมีการเล่านิทานและร้องเพลงที่ฟังง่ายสำหรับเด็กๆ

 

 

กิจกรรมดนตรีบนเวที

 

 

ลานสาธารณประโยชน์

 

บริเวณชั้นล่างนี้ยังมีลานครึ่งวงกลมแสดงประติมากรรมพุทธประวัติ และพระโพธิสัตว์อีก 2 พระองค์ ใครไม่คุ้นชินกับการเล่าเรื่องพุทธประวัติในงานศิลปะ อาจเริ่มศึกษาได้ที่นี่ เพราะมีป้ายบอกเสร็จสรรพว่าเป็นตอนอะไร

 

 

ลานครึ่งวงกลมซึ่งเป็นทั้งที่จัดแสดงประติมากรรมพุทธประวัติและกิจกรรมอื่นๆ เช่น บ่ายวันอาทิตย์จะมีดนตรีจากวง Hope ที่คนอายุ 30 ขึ้นไปเท่านั้นจึงจะรู้จัก

 

 

พุทธประวัติตอนมารผจญ

 

 

อีกมุมหนึ่งของลานครึ่งวงกลม

 

ชั้นบนนอกตัวอาคารเป็นสวนสาธารณะขนาดเล็กๆ เขาตั้งชื่อว่า “ปฏิจจสมุปบาท” มีศาลาเล็กๆ ไว้ให้คนที่มาได้นั่งสมาธิสำรวจกรรมของตนเอง ใครอยากรู้ว่า “ปฏิจจสมุปบาท” คืออะไร ควรไปดูนะ

 

 อันนี้แหละ สวน “ปฏิจจสมุปบาท”

 

 สวน “ปฏิจจสมุปบาท” อีกมุมหนึ่ง

 

ชั้น 2 ด้านในอาคารเป็นห้องฝึก “นิพพาน” เวลาพูดถึงคำว่า “นิพพาน” สำหรับชาวพุทธดูเป็นเรื่องไกลตัว จริงๆ แล้วท่านพุทธทาสต้องการบอกเราว่านิพานไม่ใช่เรื่องไกลตัว และเข้าถึงได้ด้วยการเจริญสติและการทำสมาธิ ห้องๆ นี้จะเป็นการฝึกให้จิตของเรารู้จัก “พัก” และ “ปล่อยวาง” ด้วยการนั่งนิ่งๆ ทดลองกำหนดลมหายใจเข้า-ออก ดึงสติให้อยู่กับตนเองให้นานที่สุดเพื่อทบทวนสิ่งที่เราได้กระทำลงไป … และจะกระทำต่อไป 

 

ออกจากห้องนี้ก็จะเป็นระเบียงที่เปิดหาบึงน้ำและสวนสาธารณะ  ใครไม่ถนัดนั่งสมาธิในห้องฝึกนิพพานก็สามารถนั่งบริเวณนี้ได้ ไม่มีใครว่า

 

 

มุมสงบน่านั่งสมาธิ

 

 

หนึ่งในป้ายนิทรรศการที่แสดงถึงแนวคิดของท่านพุทธทาส

 

ช่วงที่ฉันไปเขามีนิทรรศการภาพเขียนชุด “งอกเงยด้วยธรรม งดงามด้วยศิลป์” ประดับบริเวณทางเดินให้ดูได้เต็มตา ใครชอบแนวไหน แอบแสตรคเอกเพรสชั่นนิสม์ เซอร์เรียลลิสม์ หรือ วิจิตรแบบไทยๆ ก็เลือกชมได้ตามรสนิยม

 

 

ฉันชอบสไตล์นี้ ดูง่ายดี

 

 

คนที่ไปกับฉันเขาชอบแบบนี้

 

 

ส่วนคนที่ไปกับฉันอีกคนเขาชอบแบบนี้

 

ชั้น 2 นอกจากมีทรรศการภาพวาดแล้วยังมีห้องประชุมขนาดเล็กที่จัดสัมมนาเกี่ยวกับธรรมะ วิธีฝึกปฏิบัติ ฯลฯ โดยมีวิทยากรผลัดเปลี่ยนมาพูดคุยให้เราได้ฟัง สนใจตามไปดูใน web site นี้ http://www.bia.or.th/จะได้รู้ว่าวันไหนมีกิจกรรมอะไร

 

ตอนเที่ยงๆ ถ้าเดินชมจนอิ่มใจ จะมีพ่อค้าแม่ค้าคุณลุงคุณป้านำอาหารมาตั้งโต๊ะให้เราบริจาคทาน (แต่ตองล้างจานเองนะ) วันที่ฉันไปเจอคุณลุงเจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวจากคลองลัดมะยมมาตั้งโต๊ะให้เราได้ชิม ขอบอกว่าอร่อยมาก

 

มาคราวนี้ อิ่มทั้งตา อิ่มทั้งใจ ที่สำคัญที่สุด ทำให้ฉันได้เริ่มทำสมาธิใหม่อีกครั้ง หลังจากวุ่นวายกับชีวิตมานาน

 

คุณล่ะ? ถ้าชีวิตมันว่างเปล่ามากนัก  หรือมันวุ่นวายจนเกินพอดี  ลองไปที่หาความสงบและฝึกทำสมาธิอย่างง่ายๆ ตามแนวทางของท่านพุทธทาสดูซิ

 

 

 

10 Comments to

“พาเที่ยวหอจดหมายเหตุ ท่านพุทธทาส อินทปัญโญ”

  1. December 23rd, 2011 at 3:41 pm       ปิยะ สมรศาสตร์ Says:

    ในวาระดิถีปีใหม่อันใกล้จะถึงนี้ กระผมขอส่งความรัก และความปรารถนาดีมายัง สาธุชนทั้งหลายโดยถ้วนหน้าด้วยกันนะครับ


  2. December 27th, 2010 at 11:17 pm       toss2777 Says:

    สาธุ อนุโมทนาบุญด้วยนะครับ
    ขอบคุณมากที่นำสิ่งดีๆ มานำเสนอครับ


  3. December 24th, 2010 at 10:46 am       นารีรัตน์ กิติสิน Says:

    ขออนุโทนา ด้วยค่ะ สวัสดีปีใหม่นะคะ ขอบคุณค่ะ


  4. December 23rd, 2010 at 4:43 pm       rapeseed Says:

    Image and video hosting by TinyPic


  5. December 23rd, 2010 at 9:25 am       แนท Says:

    ได้ไปฟังเสวนาที่นี่เมื่อาทิตย์ที่ผ่านมา ชอบมากมาก ดีใจที่มีสถานที่ดีดีและมีผู้มีจิตศรัธทาที่มุ่งมั่นช่วยกันแผยแผ่คำสอนของพระพุทธเจ้าให้กับเราทุกคน


  6. December 23rd, 2010 at 9:18 am       คนเล็ก Says:

    อนุโมทนา สาธุค่ะ


  7. December 23rd, 2010 at 6:52 am       Noppadol Says:

    เปรียบกับพระสมัยนี้ที่อิงแต่ไสยศาสตร์เพื่อสนองประโยชน์ตัวเองและไม่ได้ให้ปัญญาผู้คน ท่านพุทธทาสกล้าคิดนอกกรอบเพื่อประโยชน์ต่อมนุษย์อย่างแท้จริง นึกไม่ออกจริงๆว่าหากไม่มีท่านเสียแล้ว คนไทยที่เป็นพุทธในทุกวันนี้จะเป็นอย่างไร ขนาดทุกวันนี้ก็ยังโง่งมงายเกลื่อนประเทศ


  8. December 22nd, 2010 at 11:11 pm       ปิยะ สมรศาสตร์ Says:

    ผมมีความเห็นว่า แนวคำสอนของท่านพุทธทาส เสมือนใบไม้ในกำมือเดียว ” ไม่มีตัวกู ของกู ” เพียงเท่านี้ก็เท่ากับได้ศึกษาพระไตรปิฏกทั้งหมดในพุทธศาสนาอย่างเพียงพอแล้ว


  9. December 22nd, 2010 at 10:06 pm       jirawat Says:

    ขอบคุณครับ ที่กรุณานำสิ่งดีๆๆๆๆๆมาบอกให้รับรู้ครับ


  10. December 22nd, 2010 at 5:15 pm       สุดา Says:

    ขอร่วมอนุโมทนาบุญในครั้งนี้ด้วยนะคะ


You must be logged in to post a comment.