วันนี้ที่ปากพนัง

May30

 

ปากพนังวันนี้ที่สองฝั่งแม่น้ำยังมีฟ้าใสและเรือประมงจอดเรียงรายอยู่สองข้างทาง

.

เมื่อสัปดาห์ที่แล้วฉันกลับไปเยี่ยมพ่อที่อำเภอปากพนัง จะเรียกว่าเป็นบ้านอีกหลังหนึ่งก็ได้ เพราะตอนเด็กๆ ฉันเคยอยู่ที่นี่ อยู่ที่เกาะจากกับย่าตั้งแต่ยังจำความไม่ได้

 

อำเภอปากพนังห่างจากตัวเมืองนครศรีธรรมราชราว 30 กิโลเมตร เดี๋ยวนี้ถนนหนทางและการคมนาคมสะดวกขึ้นมาก สามารถนั่งรถตู้ taxi รถบัส ฯลฯ จากตัวเมืองที่หัวถนนตรงดิ่งไปยังตัวอำเภอได้โดยใช้เวลาไม่นานนัก

 

 

คอนโดนกนางแอ่นแหล่งรายได้สำคัญที่เข้ามาแทนที่ประมงชายฝั่งและการเลี้ยงกุ้งกุลาดำ

 

ปากพนังในอดีตเดิมชื่ออำเภอเบี้ยชัด เข้าใจว่าเป็นเพราะตามชายหาดคงมีหอยเบี้ยจำนวนมาก ซึ่งหอยเบี้ยสมัยก่อนใช้แทนเงินตราในการแลกเปลี่ยนค้าขาย หากเราอ่านเอกสารสมัยรัชกาลที่ 5 เกี่ยวมณฑลนครศรีธรรมราช เราจะพบชื่ออำเภอนี้บ่อยครั้ง นั่นเป็นเพราะว่าบริเวณนี้เป็นพื้นที่ติดชายฝั่งทะเล มีลักษณะเป็นอ่าว และมีแม่น้ำปากพนังไหลผ่านออกทะเลทางฝั่งอ่าวไทยได้สะดวก ดังนั้นจึงเป็นเมืองท่าสำคัญในการขนถ่ายสินค้าไปยังพื้นที่ตอนใน ซึ่งมีเรือสำเภาทั้งจากเมืองจีน สิงคโปร์ ฯลฯ มาเทียบท่าเพื่อขนถ่ายสินค้า โดยครั้งหนึ่งรัชกาลที่ 5 เสด็จประพาสหัวเมืองปักษ์ใต้ ทรงทอดพระเนตรเห็นบ้านเมืองและความคึกคักของผู้คน ซึ่งรายได้จากการเก็บภาษีอากรของอำเภอปากพนังในสมัยนั้นเป็นรองเมืองสงขลาไม่มากนัก แสดงถึงความใหญ่โตของเศรษฐกิจเมืองปากพนังในอดีตได้เป็นอย่างดี

 

 

ศาลเจ้าเก่าแก่ริมแม่น้ำปากพนัง

 

ตัวเมืองปากพนังจริงๆ อยู่ฝั่งตะวันออก ต้องข้ามแม่น้ำมาขึ้นท่าที่ตลาดเก่า วันที่ฉันไปถือว่าโชคดีเพราะมีงานฉลองเปิดตลาด 100 ปี โดยได้รับงบประมาณสนับสนุนจากทางราชการ  ตัวอาคารบริเวณตลาดส่วนใหญ่ทำด้วยไม้ มีลักษณะคล้ายกับอาคารที่อยู่ตามตลาดเก่าทั่วไป สวยงามและเรียบง่าย หน้าร้านเปิดโล่งไว้สำหรับวางสินค้า 

 

 

อีกมุมสวยๆ ของอาคารเก่าริมถนน

 

ฉันเดินไปตามตรอกเล็กๆ ผู้หลักผู้ใหญ่ที่นี่เล่าให้ฟังว่าเมื่อก่อนจะมีการแบ่งพื้นที่ขายสินค้าเป็นซอยๆ เช่น ซอยที่ขายผ้า ก็จะมีผ้าสารพัดชนิดมาให้เลือกซื้อ โดยไม่ต้องนั่งรถเข้าไปในตัวเมือง  แต่ปัจจุบัน ด้วยการคมนาคมที่สะดวกขึ้น ทำให้คนนิยมนั่งรถไปซื้อในเมืองมากกว่า ตลาดที่นี่จึงค่อยๆ โรยราลงไป ร้านผ้าจึงค่อยๆ ปิดตัวเองในที่สุด

 

 

อาคารเก่าทั้งสองฟากถนน ถัดจากท่าน้ำ ไม่ไกลจากตลาดมากนัก

 

บริเวณหัวมุมของตลาดเก่า จะพบตึกแถวฉาบปูนขนาดใหญ่ โดยมีเสียงนกนางแอ่นร้องระงมไปทั่ว ผู้รู้ท่านหนึ่งเล่าว่าต้นกำเนิดของการเลี้ยงนกนางแอ่นที่อำเภอปากพนังเริ่มต้นขึ้นที่นี่ โดยนกเริ่มเข้ามาทำรังที่ตึกแห่งนี้ก่อน และสร้างรายได้ให้เจ้าของตึกอย่างมหาศาล ว่ากันว่าราคารังนกตกราวกิโลกรัมละ 30,000 – 50,000 บาท ขึ้นอยู่กับคุณภาพและความสะอาดของรังนก เห็นราคาแล้วตกใจใช่ไหม ดังนั้นจึงมีความนิยมในการสร้างอาคารสูงใหญ่ปิดทึบ เจาะรูกลมๆ พอให้นกบินเข้าออก หรือที่เรียกว่าคอนโดนกทั่วไปในอำเภอปากพนัง

 

 

อาคารเก่าหัวมุมถนนต้นตำรับคอนโดนนกนางแอ่น



ในวันเปิดตลาด 100 ปี ฉันมาไม่ทันงานที่เริ่มจำหน่ายอาหารฟรีตั้งแต่บ่าย 2 โมง ฉันมาตอน 4 โมง ตลาดวายเสียก่อน แต่ทันได้ถ่ายภาพป้าย 100 ปี ซึ่งติดไว้ตรงทางเข้าท่าน้ำ ส่วนที่หลงเหลืออยู่จึงเต็มไปด้วยขยะ ซึ่งรอให้เจ้าหน้าที่มาเก็บกวาด  

 

 

ป้ายประชาสัมพันธ์ตลาดเก่า 100 ปี 

 

ฉันมานั่งนึกย้อนกลับไป พยายามคิดว่าวัฒนธรรมการรื้อฟื้นตลาดเก่าเริ่มต้นขึ้นเมื่อไหร่ รู้ตัวอีกทีก็ไปมามากพอดู สามชุก อัมพวา ฉะเชิงเทรา คลองบางหลวง ฯลฯ จาระไนไม่หมด เป็นเพราะฉันชอบดูอะไรเก่าๆ แต่เป็นของเก่าที่มีชีวิตนะ ไม่ใช่ของเก่าแบบฉาบฉวย

 

 

หนึ่งในกิจกรรมวันเปิดตลาดเก่า 100 ปี

 

ฉันไม่รู้ว่าตลาดเก่าที่นี่จะประสบความสำเร็จหรือไม่ แต่ที่แน่ๆ ปรากฏในแผ่นพับแนะนำการท่องเที่ยวของ ททท.จังหวัดนครศรีธรรมราชเสียแล้ว ซึ่งฉันจินตนาการไม่ออกว่าตลาดเล็กๆ แห่งนี้จะรับมือนักท่องเที่ยวอย่างไร (หากคนแห่กันมาจริงๆ) จะวางแผนการจราจรอย่างไร (เพราะถนนเล็กและเป็นวันเวย์หน้าตลาด) จะทำให้มันยั่งยืนได้อย่างไร (เพราะตัวกิจกรรมยังไม่สามารถเปิดเผยเสน่ห์ของปากพนังได้) จะสร้างสำนึกรักบ้านเกิดเพื่อให้คนในพื้นที่ช่วยกันพัฒนาได้อย่างไร จะดึงคนต่างพื้นที่เข้ามาเยี่มชมได้อย่างไรหากไม่แจกของกินฟรี ฯลฯ คำถามมากมายที่ยังท้าทายเจ้าของโครงการให้ช่วยกันคิด

 

 

หนึ่งในสินค้าที่ระลึกที่ต้องมีตามสถานที่ต่างๆ

 

เมื่อฉันเดินชมงานฉลองเปิดตลาดครบถ้วนแล้วก็เดินเลยไปตลาดสดของจริงบริเวณท่าน้ำ ซึ่งก็พบว่ามีความงามและมีชีวิตชีวากว่าเป็นไหนๆ แม่ค้าชาวมุสลิมนำปลาสารพัดชนิดมาขาย แม่ค้าชาวไทยพุทธนำผักพื้นบ้านมาขาย

 

 

 

สินค้าหลากหลายที่วางขายในตลาดสด

 

ทุกวันนี้ปากพนังยังมีเสน่ห์สำหรับฉันอยู่ไม่รู้หาย แม้ว่าจะถูกรบกวนด้วยเสียงเพลงคาราโอเกะยามค่ำคืนที่ทำให้คนกรุงเทพฯ อย่างฉันนอนไม่ค่อยจะหลับ แต่เป็นเพราะยังคงมีเสียงนกร้องในยามเช้า มีเสียงใบจากพัดต้องกันไหวๆ มีร้านกาแฟโบราณหอมกรุ่นที่มาพร้อมข้าวต้มมัด มีถนนเลียบแม่น้ำให้ได้ดูความงามยามพระอาทิตย์ตกดิน มีพ่อลูกทอดแหที่ท่าน้ำและส่งยิ้มให้กำลังใจกันและกันในยามที่แหนั้นว่างเปล่า 

 

 

พระอาทิตย์ยามเย็นริมแม่น้ำปากพนัง

 

ฉันยังคงรักที่นี่และขอบคุณที่มันไม่เปลี่ยนแปลงไปมากนัก แม้ว่าจะมีสะพานข้ามสองฝั่งแม่น้ำมาเป็นเวลาหลายปีมาแล้ว

 

 

แถมให้อีกรูปหนึ่ง

 

 

  

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

One Comment to

“วันนี้ที่ปากพนัง”

  1. December 16th, 2011 at 9:51 am       moto Says:

    คิดถึงบ้านเลยเรา

    ลูกฟ้า-แดง


You must be logged in to post a comment.