คำถามยอดฮิตสำหรับกิจกรรมศิลปะสำหรับเด็ก

July4

 

มาดูคำถามยอดฮิตเกี่ยวกับศิลปะว่าจะช่วยพัฒนาเด็กได้อย่างไร

 

 

.

 

 

เด็กปฐมวัยมีลักษณะการเรียนรู้อย่างไรแล้วเราควรจัดกิจกรรมศิลปะให้เด็กปฐมวัยอย่างไรดี

 

โดยธรรมชาติเด็กวัยปฐมวัยชอบที่จะเล่น การเล่นของเด็กคือการเรียนรู้สิ่งรอบตัวไปในเวลาเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นการเล่นคนเดียวหรือเล่นเป็นกลุ่ม เด็กในวัยนี้จะมีความช่างสังเกตโดยใช้ประสาทสัมผัสที่มีอยู่ในการเรียนรู้ เช่นการดู การฟัง การสัมผัส การดม การอม การเป่า การกระโดดเหยียบ ฯลฯ  ดังนั้นครูควรเปิดโอกาสให้เด็กได้ทดลองในสิ่งเด็กสนใจโดยครูทำหน้าที่ในการจัดประสบการณ์และวัสดุอุปกรณ์ที่ปลอดภัยให้เด็กได้ทดลองทำสิ่งต่างๆ  และให้เด็กได้อธิบายความรู้สึกที่เกิดขึ้นโดยครูเป็นผู้สรุปความรู้นั้นๆ อย่างเป็นขั้นเป็นตอน และเปิดโอกาสให้เด็กได้ซักถามแลกเปลี่ยนความเห็นซึ่งกันและกัน เด็กในวัยนี้จะมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์สูง ถ้าได้รับการสนับสนุนให้มีส่วนร่วมในการคิดและทำกิจกรรมต่าง ๆ อย่างเสรีจะทำให้เด็กได้พัฒนาความคิดริเริมสร้างสรรค์และกล้าที่จะแสดงออกเป็นพื้นฐานให้เกิดความอยากเรียนรู้ในสิ่งอื่นๆ ต่อไป  ในทางตรงข้ามหากเด็กถูกห้ามหรือจำกัดความคิดและการกระทำ  จะทำให้เด็กรู้สึกอายและไม่กล้าที่จะเรียนรู้และคิดทำสิ่งต่างๆ ด้วยตนเอง ซึ่งจะมีผลเสียต่อพัฒนาการในขั้นต่อ ๆ ไป   ดังนั้นการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัยจึงควรเน้นประสบการณ์ที่หลากหลาย ให้เด็กได้รู้จักวัสดุ วิธีการ ฯลฯ ผ่านประสาทสัมผัสในทุกๆ ด้าน โดยมีกิจกรรมและสื่อหลากหลายชนิดที่สามารถนำมาใช้ เพื่อส่งเสริมหรือปลูกฝังพัฒนาการและคุณลักษณะที่พึงประสงค์

 

 

 

กิจกรรมทางศิลปะส่งเสริมพัฒนาการทางด้านร่างกายให้แก่เด็กได้อย่างไร แล้วเราควรจัดอย่างไรดี?

 

ควรเป็นกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้เด็กได้ฝึกใช้อวัยวะต่างๆ ให้เกิดความคล่องแคล่วและสัมพันธ์กัน ทำให้เกิดการเชื่อมต่อของใยประสาทที่สามารถพัฒนาไปสู่แบบแผนการเรียนรู้ของสมอง  ในการจัดกิจกรรมศิลปะควรคำนึงถึงพัฒนาการด้านร่างกายของเด็กแต่ละวัยให้เหมาะสม เช่น เด็กเล็ก กิจกรรมที่ควรเน้นคือกิจกรรมที่ส่งเสริมพัฒนาการกล้ามเนื้อมัดเล็ก ครูอาจให้เด็กพิมพ์ลายนิ้วมือของตนเป็นรูปต่างๆ  หรือการปั้น ครูอาจให้เด็กช่วยนวดดินน้ำมันก่อนที่ลงมือปั้นเพื่อเป็นการฝึกกล้ามเนื้อ การฉีกกระดาษหรือการตัดกระดาษควรคัดเลือกกรรไกรที่ขนาดพอเหมาะสำหรับมือเด็ก ปลายกรรไกรไม่ควรมีความแหลมคม สำหรับเด็กประถม กิจกรรมทางศิลปะที่ส่งเสริมพัฒนาการทางกายควรเป็นกิจกรรมที่เด็กได้เดินหรือขยับแขนขาได้อย่างอิสระ กิจกรรมที่ทำไม่ควรจำกัดอยู่บนโต๊ะทำงานเท่านั้น เช่น การทำภาพพิมพ์ ควรให้เด็กใช้อวัยวะส่วนต่างๆ เช่นมือและเท้าเป็นแม่พิมพ์ หรืออาจให้ช่วยกันเสาะหาวัสดุในธรรมชาติมาใช้เป็นแม่พิมพ์ เป็นต้น  

 

 

 

 

แล้วกิจกรรมทางศิลปะส่งเสริมพัฒนาการทางอารมณ์ให้แก่เด็กๆ ได้จริงหรือ?

 

 

 

กิจกรรมศิลปะที่ส่งเสริมพัฒนาการทางอารมณ์ให้กับเด็กควรเป็นกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้เด็กได้แสดงออกซึ่งจะช่วยส่งเสริมให้เด็กได้พัฒนาความคิดสร้างสรรค์อย่างเสรี มีความกล้าคิดกล้าทำ มีความเชื่อมั่นในตนเองและ สามารถแก้ปัญหาได้อย่างเหมาะสม  ในขณะที่เด็กทำงานศิลปะจิตใจของเด็กจะเกิดความสงบและมีสมาธิ รู้จักควบคุมอารมณ์ของตนผ่านกระบวนการในการสร้างงานศิลปะ กิจกรรมศิลปะจึงช่วยฝึกอารมณ์ของเด็กให้สงบนิ่งและมีจิตใจจดจ่อกับการทำงาน ทั้งนี้ครูผู้สอนต้องคำนึงไว้เสมอว่ากิจกรรมศิลปะสำหรับเด็กมิได้มีจุดมุ่งหมายให้เด็กทำงานเพื่อความสวยงามเหมือนจริง แต่เป็นการพัฒนาความคิดและจินตนาการให้มีความพร้อมในการเรียนรู้สิ่งอื่นๆ ต่อไป

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แล้วกิจกรรมทางศิลปะที่ส่งเสริมพัฒนาการทางสมองล่ะ ควรเป็นอย่างไร

 

 

แท้จริงแล้วกิจกรรมทางศิลปะทุกประเภทมีส่วนช่วยพัฒนาความสามารถทางสมองทั้งสิ้น เนื่องจากพื้นฐานการทำงานศิลปะคือการฝึกประสาทสัมผัส การช่างสังเกต ความสามารถในการจดจำสิ่งต่างๆ  การเลือกสรรวิธีการและวัสดุอุปกรณ์ในการทำงาน การวางแผน ฯลฯ ผู้ที่ได้ฝึกทำกิจกรรมศิลปะบ่อยครั้งจะเป็นผู้ที่มีความคิดยืดหยุ่นรู้จักแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ซึ่งเป็นการพัฒนาความสามารถทางสมองทั้ง 2 ด้านคือด้านอารมณ์และความเป็นเหตุเป็นผล ตัวอย่างเช่น กิจกรรมการเป่าสีด้วยหลอด  เด็กจะได้เรียนรู้ถึงการผสมสี  การจินตนาการให้เป็นรูปร่างรูปทรง การยกกระดาษเพื่อให้สีไหลไปในทิศทางต่างๆ แรงเบาหรือค่อยของลมที่ถูกเป่าออกมา ฯลฯ สิ่งเหล่าทำให้เด็กเกิดกระบวนการเรียนรู้อย่างสมดุลโดยใช้สมองซีกซ้ายและขวาไปพร้อมๆ กัน

 

 

 

 

 

 

 

 

แล้วพัฒนาการทางด้านสังคมล่ะ กิจกรรมทางศิลปะช่วยเด็กๆ ให้มีพัฒนาการที่ดีขึ้นได้ไหม?

 

 

 

กิจกรรมทางศิลปะที่ส่งเสริมพัฒนาการทางสังคมมีหลายรูปแบบ หากเป็นการทำงานศิลปะในลักษณะเป็นกลุ่ม เด็กจะมีโอกาสในการพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับเพื่อน รู้จักการเป็นผู้นำและผู้ตาม  รู้จักการรอคอย ผลัดกันทำงานและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน รวมทั้งรู้จักการวิพากษ์วิจารณ์และยอมรับความคิดเห็นของผู้อื่นซึ่งเด็กจะได้ฝึกวิธีการแสดงออกให้เหมาะสมกับสถานการณ์  ในการจัดกิจกรรมทางศิลปะครูอาจตั้งโจทย์อย่างกว้างเพื่อให้เด็กๆ ได้ถ่ายทอดถึงประสบการณ์รอบตัว เช่น บ้านของฉัน สัตว์เลี้ยงของฉัน โรงเรียนของฉัน ฯลฯ หัวข้อเหล่านี้จะทำให้เด็กฝึกสังเกตและเรียนรู้ถึงความสำคัญและบทบาทของสิ่งที่อยู่ใกล้ตัว ซึ่งเป็นการส่งเสริมพัฒนาการทางสังคมได้อีกวิธีหนึ่ง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

กิจกรรมทางศิลปะที่ส่งเสริมพัฒนาการทางภาษา ควรเป็นอย่างไรอย่างไร

 

 

 

 ควรเป็นกิจกรรมที่เปิดโอกาสได้เด็กได้พูดหรือบอกเล่าประสบการณ์ โดยมีครูเป็นผู้กระตุ้นคอยสนทนาและชี้แนะให้เด็กรู้จักการสังเกต บันทึกและถ่ายทอดออกมาเป็นงานศิลปะ  ในขณะที่เด็กได้ทำกิจกรรม ครูควรพูดคุยซักถามหรือให้เด็กได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ซึ่งกันและกัน เมื่อทำกิจกรรมสำเร็จครูควรให้เด็กได้นำเสนอผลงานหน้าชั้นเรียนโดยการบอกเล่าแรงบันดาลในการสร้างงาน  กระบวนการทำงาน การแก้ปัญหาเพื่อแบ่งปันประสบการณ์ซึ่งกันละกัน การพูดคุยในทุกขั้นตอนจะช่วยให้เด็กมีพัฒนาการทางภาษาเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการรู้จักคำศัพท์ใหม่ๆ การเลือกใช้ถ้อยที่เหมาะสม ความกล้าในการแสดงออก ฯลฯ

 

 

 

 

 

 

 

 

แล้วคุณล่ะ คิดว่าศิลปะสำหรับเด็กๆ สำคัญแค่ไหน?

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

by posted under Uncategorized | No Comments »    

You must be logged in to post a comment.