ไปดูของดีที่วัดบางยี่ขัน

September16

 

 

พระอุโบสถวัดบางยี่ขัน

 

วันนี้ฉันจะพาไปดูของดีที่วัดบางยี่ขัน อยู่ตรงบางกอกน้อย ถ้ามาจากฝั่งธนบุรี วัดตั้งอยู่ริมคลองบางยี่ขัน ฝั่งตรงข้ามวัดน้อยนางหงส์ ใกล้ทางขึ้นสะพานพระราม 8 นี่เอง

.

แม้ว่าช่วงนี้จะเป็นฤดูกาลที่ฝนตกลงมาบ่อยๆ แต่ฉันมีกิจกรรมมาแนะนำ ถ้าช่วงไหนที่พายุไม่เข้า ฝนไม่ตกตั้งแต่เช้ายันค่ำ ฉันจะชวนมาชมของดีที่วัดนี้ ของดีที่ว่าไม่ใช่เครื่องลางของขลัง แต่เป็นงานจิตรกรรมฝาผนัง ที่เก่าแก่มากๆ มีคุณค่าและความงามเหมาะกับการเที่ยวชมจริงๆ

 

และถ้าชอบอ่านหนังสือชุดจิตรกรรมฝาผนังในประเทศไทยของ น. ณ ปากน้ำ วัดนี้เป็นวัดที่ไม่ควรพลาด เพราะว่ากันว่ามีฝีช่างระดับชั้นครูทั้งสมัยอยุธยาและสมัยต้นรัตนโกสินทร์ มาฝากฝีมือไว้ด้วย

 

 

พระประธานในพระอุโบสถวัดบางยี่ขัน

 

วัดนี้ตั้งอยู้ใกล้วัดดาวดึงส์ เชิงสะพานพระปิ่นเกล้า สามารถเดินทะลุถึงกันได้ แต่หากมาทางสะพานพระราม 8 จะอยู่ตรงข้ามวัดน้อยนางหงส์ สามารถมองเห็นป้ายและทางเข้าวัดได้ตั้งแต่อยู่บนถนนใหญ่

 

วัดบางยี่ขันมีหลักฐานการสร้างตั้งแต่สมัยอยุธยา รูปทรงพระอุโบสถว่ากันว่าเป็นแบบอยุธยาตอนกลาง หน้าบันเป็นไม้แกะสลักลายก้านขดออกช่อตรงปลายเป็นลายเทพพนม ทั้งพระอุโบสถและงานจิตรกรรมได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานในพ.ศ.2526 และได้งบประมาณเพื่อทำการอนุรักษ์ให้มีสภาพที่สามารถเข้าไปใช้งานได้ 

 

ผลงานจิตรกรรมฝาผนังที่ว่าเป็นของดีนี้ปรากฏที่ความสูงราว 90 เซนติเมตรจากด้านล่าง และแม้ว่าจะได้รับการบูรณะจากกรมศิลปากรแล้ว แต่ยังพบเห็นรอยชำรุดของเนื้อปูนและความชื้นที่เริ่มทำลายจิตรกรรมฝาผนังเพิ่มเติม

 

 

ส่วนหนึ่งของงานจิตรกรรมฝาผนังระหว่างช่องหน้าต่าง ด้านซ้ายมือของพระประธาน แลเห็นความชื้นจากผนังปูนที่ทำให้ชั้นสีชำรุด

 

เนื้อเรื่องที่ปรากฏในงานจิตรกรรมฝาผนังแห่งนี้คือพุทธประวัติ ทศชาติชาดกและเทพชุมนุม ใครที่ดูงานจิตรกรรมฝาผนังไม่รู้เรื่อง น่าจะลองฝึกดูนะ

 

พุทธประวัติที่ปรากฏที่วัดนี้คือตอนมารวิชัยและตอนแย่งชิงพระบรมสารีริกธาตุภายหลังการถวายพระเพลิงพระพุทธเจ้าปรากฏอยู่ที่ผนังสกัดด้านตรงข้ามพระประธาน

 

 

 

พุทธประวัติตอนมารวิชัย ซึ่งช่างเขียนได้อย่างสนุก โดยจัดวางองค์ประกอบได้อย่างโกลาหลวุ่นวาย สมกับเป็นตอนที่เหล่ามารเข้ากลุ้มรุมทำร้ายพระพุทธองค์ สังเกตการเขียนน้ำ ใช้ลายเส้นแบบเกล็ดปลาซ้อนกันไปมา ไม่ได้ระบายสีแบบไล่น้ำหนักแสงเงาตามที่นิยมในโลกตะวันตก

 

 

ถัดลงมาจากมารวิชัยเป็นพุทธประวัติตอนแย่งชิงพระบรมสารีริกธาตุของเหล่ากษัตริย์ ในภาพมีรายละเอียดที่น่าตื่นตาตื่นใจเช่น การเขียนภาพตัวละครหลักมีการตัดปิดทองเส้นได้อย่างงดงาม หรือความเป็นนานาชาติของผู้คน เช่น ฝรั่ง แขก จีน กะเหรี่ยง การเขียนภาพใบไม้ต้นที่มีการตัดเส้นระบายไล่น้ำหนักของใบไม้ทีละใบอย่างประณีต  

 

ผนังด้านขวาของพระประธานเหลืองานจิตรกรรมฝาผนังให้ชมมากว่าด้านซ้ายมือซึ่งเป็นทิศที่ฝนสาดเข้ามามากกว่า โดยภาพวาดระหว่างช่องหน้าต่างเป็นเรื่องราวในทศชาติชาดก เช่น สุวรรณสามชาดก ที่กล่าวถึงสุวรรณสามซึ่งเลี้ยงบิดามารดาของตนซึ่งตาบอดอยู่ในป่า สุวรรณสามเป็นผู้มีจิตใจดีและมีความเมตตาปรารถนาต่อผู้อื่นจึงมีเหล่าสรรพสัตว์ตามแวดล้อมไปในที่ต่างๆ วันหนึ่งสุวรรณสามออกไปตักน้ำ กปิลยักษราช เจ้าเมืองพาราณสีเข้าใจผิดว่าสุวรรณสามเป็นกวาง จึงยิงด้วยธนูพิษ ภายหลังจึงทราบว่าเป็นผู้มีความกตัญญูเลี้ยงบิดามารดาตาบอด จึงสลดพระทัยในการะทำของตนเอง กปิลยักษราชจึงไปจูงบิดามารดของสุวรรณสามมา ทั้ง 2 จึงตั้งสัจจกิริยา อ้างคุณความดีของสุวรรณสามขอให้ฟื้นคืนชีพ เมื่อสุวรรณสามฟื้นคืนชีพจึงได้สอนพระราชา และแสดงคติธรรมว่าผู้ใดเลี้ยงบิดามารดาโดยธรรม เทวดาย่อมรักษาผู้นั้น แม้เมื่อตายไปแล้วคุณความดีจะได้ไปเกิดในสวรรค์

 

ในงานจิตรกรรมสุวรรณสามชาดกมักวาดรายละเอียดแสดงตอนกปิลยักษราชยิงศรต้องสุวรรณสาม ที่อยู่ท่ามกลางฝูงเนื้อเช่นที่ปรากฏในงานจิตรกรรมวัดบางยี่ขัน

 

 

สุวรรณสามต้องธนูของกบิลยักษราช

 

หรือตอนเตมีย์ชาดก โดยชาดกเรื่องนี้สอนให้เห็นถึงการบำเพ็ญเนกขัมมบารมี คือการออกบวชหรืออกจากกาม เนื้อเรื่องคือเตมียราชกุมาร เกรงว่าตนจะได้ครองราชสมบัติแทนพระบิดาและทรงสลดพระทัยที่เห็นพระบิดาลงโทษโจรต่างๆ นานา เช่น เฆี่ยนพันครั้ง เอาหอกแทง เอาหลาวเสียบ ฯลฯ จึงแสร้งทำเป็นง่อยเปลี้ย หูหนวก เป็นใบ้ไม่พูดจากับใคร แม้จะถูกทดลองต่างๆ ก็ได้แต่อดกลั้นไว้ เพื่อเลี่ยงการครองราชสมบัติ พระราชาจึงปรึกษาพวกพราหมณ์ และได้รับคำแนะนำใหนำราชกุมารไปฝังเสีย ฝ่ายพระราชมารดาทรงคัดค้านแต่ไม่สำเร็จ จึงทูลขอให้พระราชกุมารครองราช 7 วัน แต่พระราชกุมารไม่ยอมพูด เมื่อครบ 7 วัน สารถีจึงนำพระราชกุมารขึ้นสู่รถเพื่อนำไปฝังตามคำสั่งของพระราชา ขณะที่ขุดหลุม พระราชกุมารเสด็จลงจากรถ แสดงอภินิหารด้วยการยกราชรถขึ้นด้วยพระหัตถ์ข้างเดียว และตรัสบอกนายสารถีให้ทราบความจริงว่ามีพระประสงค์จะออกบวช สารถีจึงนำความไปเล่าถวายพระราชาและพระราชมารดาให้ทรงทราบ ทั้งสองพระองค์จึงเสด็จไปเชิญพระราชกุมารกลับไปครองราชสมบัติ แต่พระราชกุมารกลับถวายหลักธรรมให้ยินดีในเนกขัมมะคือการออกจากกาม พระชนกและพระชนนีพร้อมด้วยบริวารทรงเลื่อมใสในคำสอนและเสด็จออกบวชตาม

 

ในงานจิตรกรรมฝาผนังที่วัดนี้ เขาวาดเป็นรูปพระเตมีย์ ยกราชรถขึ้นกวัดแกว่าง โดยมีนายสารถีกำลังขุดหลุมอยู่ข้างๆ

 

 

พระเตมีย์กำลังยกราชรถขึ้นกวัดแกว่ง

 

นอกจากเรื่องราวของทศชาติชาดกแล้ว ยังภาพเทพชุมนุมที่วาดบนผนังเหนือช่องหน้าต่างได้อย่างงดงาม โดยเทพแต่ละองค์มีตั้งแต่เทวดา ครุฑ ยักษ์ ประดับประดาเครื่องทรงด้วยอาภรณ์ที่มีการเขียนลายไม่ซ้ำกันซักองค์ คั่นสลับเทวดาแต่ละองค์ด้วยพัดรูปพุ่ม ซึ่งประดับลายดอกได้สุดสวยอีกเหมือนกัน

 

 

เทพชุมนุมที่วัดบางยี่ขัน

 

เพราะฉะนั้น ถ้าใครยังชอบดูอะไรแบบไทยๆ ที่แสดงถึงรากเหง้าของตัวเองอยู่ ไม่ควรพลาดไปชมงานจิตรกรรมฝาผนังซึ่งถือเป็นของดีที่วัดนี้ วัดบางยี่ขัน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

One Comment to

“ไปดูของดีที่วัดบางยี่ขัน”

  1. September 17th, 2011 at 3:04 pm       vicki Says:

    Formal Dresses or makeup and other expenses. For the sake of Party Dresses, the couple should ask each matter, and ask whether to include makeup, Evening Dresses , Prom Dresses , Bridesmaid Dresses and all other costs.
    Choose the bridal salon that can retrieve the film, because of his remake of the Flower Girl Dresses will be more expensive, Celebrity Dresses . Some sets of lines will be included bridal salon painting attracted a large customer, but if a different style of painting is too large or is not suitable for Cocktail Dresses , it will only get Empire Wedding Dresses , Color Bridesmaid Dresses , the Little Black Dresses should pay attention to this point.


You must be logged in to post a comment.