madonalily blog

Just another weblog

คุยสบาย ๆ เรื่องกิน

November23

                         ดิฉันนั่งนึกว่ากลางวันนี้จะไปกินอะไรดีระหว่างเสต็กกับอาหารที่ศูนย์อาหาร ในห้างฯ

นึกไปนึกมาก็คิดว่า “ทำไมเดี๋ยวนี้มันยุ่งยากนักวะ   ตอนเด็ก ๆ  ก็แค่เดินไปกินก๋วยเตี๋ยวร้านเจ๊ใกล้ๆ บ้านนี่

หรือไม่ก็ซื้อก๋วยจั๊บรถเข็นกิน   หรือไม่ก็ขนมจีนแกงไก่ที่แม่ค้าหาบมาขายหน้าบ้าน   

                          โอ้….กาลเวลามันทำให้การกินการอยู่ของดิฉัน(และอาจจะชาวกรุงเทพฯอีกหลายคน )

เปลี่ยนไปมากขนาดนี้เลยหรือ?

                        ย้อนไปเมื่อหลายปีก่อน    เย็นลงก็จะได้ยินเสียงตำน้ำพริกที่บ้าน  และบ้านใกล้เคียง

อา…..มันช่างเป็นเสียงที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นจริง ๆ     สมัยนั้นจำได้ว่ายังไม่มีตู้เย็น  จะทำกับข้าวทีก็ต้องออกไปซื้อผักหญ้า หมู หมา กาไก่ กันที่ตลาด  หรือไม่ก็ร้านขายของชำใกล้ ๆ บ้าน   มาทำกันสด ๆ ร้อนๆ  ในมื้อนั้น   

                     ซึ่งคนสมัยนี้อาจรู้สึกว่า พระเจ้าจอร์ช!  มันยุ่งยากมากเลย    แต่แม่บ้านสมัยนั้นไม่ได้รู้สึกถึงความยุ่งยากอะไรเลย    เพราะแม่บ้านสมัยก่อนไม่เล่นเฟสบุ๊ค  ไม่เล่นไลน์   ทีวีก็ไม่มีให้ดูตลอด 24 ชั่วโมง   จึงมีเวลาว่างกันมาก  ไม่เหมือนสมัยนี้   พอใกล้มื้อกลางวัน บางทีต้องอัพบล็อกก่อน    แล้วเข้าไลน์   ไหนจะโพสต์รูปลงเฟสบุ๊คอีก เฮ้อ! จะเที่ยงแว้วค่ะ   แล้วก็ต้องออกไปกินข้าวนอกบ้านตามเคย

                    เมื่อก่อนตอนมื้อกลางวันดิฉันจะออกไปกินก๋วยเตี๋ยวหรือข้าวผัดที่ร้านใกล้ ๆบ้าน  น้ำแข็งเปล่าฟรี   บางวันก็ซื้อก๋วยจั๊บ  ซาลาเปา  เกี๊ยวเคาะก๊อก ๆ   รถเข็น   ขนมจีนแกงเขียวหวาน  ซึ่งหาบมาขายหน้าบ้าน   ซึ่งพอจะไว้ใจได้ในความสะอาด    เพราะขายประจำ  แม่ค้าบางคนก็อยู่แถวบ้านนี่แหละ   และรถราสมัยนั้นยังไม่ขวักไขว่เหมือนสมัยนี้

                     ส่วนขนมหวานเราจะกินกันกะร่อยกะหริบ    ขนมเค้กก็ไม่มีขาย มีเพียงขนมไทยพวกบ้าบิ่น  สังขยาฟักทอง  ขนมเปียปูน  ขนมกล้วย  ขนมใส่ไส้  ที่ขายตรงหัวมุมถนนร้านเดียว     และมีร้านกล้วยทอดเพิงหมาแหงนของยายแก่ ๆ   คนหนึ่ง   ผิดกับสมัยนี้ที่มองไปทางไหนก็เจอแต่ของหวานเต็มไปหมด   แม้แต่อาหารคาวก็ยังหวานเจื้อยแจ้ว

                     เวลาที่เราออกไปเที่ยว  ไปดูหนัง    ก็กินก๋วยเตี๋ยวรถเข็นที่ขายอยู่ด้านหลังโรงหนัง    ไม่ได้กินของแพง ๆ จานละร้อยสองร้อยเหมือนสมัยนี้

                      เดี๋ยวนี้คำว่า “น้ำแข็งเปล่าฟรี”  คงไม่มีอีกแล้ว   ถึงจะมีก็น้อยมาก     อาหารรถเข็นหรือที่แม่ค้าหาบมาขายอาจไม่น่าไว้วางใจเหมือนสมัยก่อนแล้วเพราะอาจไม่พิถีพิพิถันในการปรุง     และมลพิษจากควันรถและฝุ่นตามท้องถนน     อาหารสมัยนี้ก็ประดังประเดกันแต่ผงชูรส   รสชาติของข้าวแกงก็ไม่อร่อยเหมือนเก่าก่อน  โดยเฉพาะแกงเผ็ดก็ใช้เครื่องแกงสำเร็จรูป  ใส่น้ำมันแทนกะทิ   

                      กลางวันนี้ดิฉันจะไปกินข้าวที่ไหนดี   คงไมทำกับข้าวแน่ เพราะยังอัพบล็อกไม่เสร็จ 555     จะไปกินก๋วยเตี๋ยวร้านใกล้ ๆ บ้านเหมือนเมื่อก่อนคงไม่ไหวเพราะมันร้อนมาก    ดูปากดิฉันนะคะ”มันร้อนมากกกกก”      น้ำก๋วยเตี๋ยวก็เค็ม   ไปกินร้านข้าวแกงก็ไม่ไหวร้านอยู่ริมถนน  ทั้งควันรถทั้งฝุ่นคงลงไปในอาหารกันตรึม     ไปกินเคเอฟซีก็ดูสะอาดหน่อยและไม่แพงมากนัก   

                    ส่วนมื้ออื่น ๆ ถ้ามีเวลาก็คงทำกินเอง   ดิฉันคิดว่าอาหารที่เราทำเองกับมือสดสะอาด  ได้คุณค่า ดีต่อสุขภาพ   ที่สำคัญคือเราไม่ใส่ผงชูรส    บางทีออกไปกินข้างนอกตามร้านอาหารหรือภัตตาคาร   กลับมาก็คอแห้ง   รู้เลยอะว่าอาหารใส่ผงชูรส   แล้วมื้อกลางวันนี้คุณออกไปทานที่ไหนกันบ้างคะ?

 

*****************************

by posted under ชีวิต สังคม | Comments Off on คุยสบาย ๆ เรื่องกิน    

Comments are closed.