madonalily blog

Just another weblog

มะหมา….สัตว์โลกน่ารักที่ไม่น่ากิน

October21

 

                เมื่อคลิปหมาถูกลวกน้ำร้อนทั้งเป็นเพื่อนำมาเป็นอาหารถูกเผยแพร่ออกไป   ได้สร้างความไม่พอใจให้แก่คนรักน้องหมาเป็นอย่างมาก   ต่างวิพากษ์วิจารณ์กันว่าทำไมมนุษย์ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นสัตว์ประเสริฐถึงได้ทำกับสัตว์เดรัจฉานอย่างทารุณโหดร้ายเช่นนี้

               ดิฉันเองก็รักและเอ็นดูหมาเช่นกัน     เมื่อเห็นลูกหมาตัวอ้วนน่ารักน่าชัง  วิ่งส่ายหางดุ๊กดิ๊ก  ก็อยากจะเข้าไปกอดมันยิ่งกว่าทารกมนุษย์ตัวน้อยซะอีก     ดิฉันคิดว่าหมาเป็นสัตว์น่ารักที่ไม่น่าจะเป็นอาหารของมนุษย์เลยเพราะ

             1. หมามีความจงรักภักดีต่อเจ้าของ   มีความซื่อสัตย์อย่างไม่ผันแปร    แม้บางครั้งที่มันดื้อ  มันซน  แล้วเจ้าของลงโทษ  มันก็ยังคงรักและภักดีต่อเจ้าของ   นัยน์ตาคู่นั้นของเจ้าสี่ขาดูน่าสงสารและดูอ่อนน้อมถ่อมตนต่อเจ้าของเสมอ

             2. หมาเป็นสัตว์ที่มีประโยชน์   คือ   ช่วยเฝ้าบ้าน    ทำให้บ้านดูมีชีวิตชีวา ไม่เงียบเหงา   บ้านไหนที่มีแต่คนเฒ่าคนแก่อยู่ลำพัง  ก็ได้อาศัยหมาเป็นเพื่อน    คุยกับมันบ้าง   ลูบหัวลูบหางมันบ้าง   พอให้หายเหงา

             3. หมาเป็นสัตว์ที่ช่วยเติมเต็มทางด้านจิตใจให้แก่คนที่ไม่มีลูก     หลายคนที่ไม่มีหรือยังไม่มีลูก   ก็หาหมามาเลี้ยงเป็นลูก   ซึ่งเลี้ยงง่ายไม่ซับซ้อนเหมือนลูกคน     พวกเขารักหมาและเลี้ยงดูมันอย่างดีและหมาก็รักและซื่อสัตย์ต่อพวกเขา   เป็นการสร้างความสุขให้แก่กันและกัน

             4. หมาเป็นสัตว์ที่ค่อนข้างฉลาด   เคยมีหมาบางตัวที่ช่วยชีวิตคนไว้ได้   และคนสามารถฝึกหมาให้ช่วยงานของตำรวจได้   เช่น   การตรวจจับยาเสพติด   หรือค้นหาคนที่ติดอยู่ในซากตึก ฯลฯ   หรือนำมาฝึกในการช่วยบำบัดจิตใจของคนไข้ในโรงพยาบาล

          สรุปก็คือ หมาเป็นสัตว์ที่มีความดีอยู่ในตัวและเป็นสัตว์ที่มีประโยชน์     ไม่สมควรที่จะถูกทารุณกรรมหมาหรือนำหมามาเป็นอาหาร   

          ในทางพุทธศาสนา    วิญญานทั้งหลายเวียนว่ายตายเกิดกันมาหลายภพหลายชาติ     หมาบางตัวอาจจะเคยเป็นมนุษย์ที่เคยทำความบาปกรรมไว้    เลยต้องมาเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉานที่ต้องทุกข์ทรมานนานับประการ     สมควรแล้วหรือที่มนุษย์จะซ้ำเติมความทุกข์ยากให้แก่มันอีก

         อย่างในกรณีหมาที่ท่าแร่    ชาวบ้านเอาหมาที่เลี้ยงไว้ไปให้รถเร่เพื่อแลกกับกาละมังใบเดียว    ทำไมเขาทำกับสัตว์เลี้ยงที่ซื่อสัตย์ของตัวเองได้ลงคอ       สัตว์เลี้ยงผู้ซื่อสัตย์ที่เคยมาเคล้าคลอเอาหัวแนบตักด้วยนัยน์ตาโศก   เขาทำกับมันได้อย่างไร?

         ภาพหมาแออัดยัดเยียดอยู่ในกรงที่ทับกันในรถเร่ที่จะนำมันไปขาย   ช่างเป็นภาพที่น่าสลดหดหู่ใจเหลือเกิน   นัยน์ตาของหมาเหล่านั้นดูหวาดกลัว  ระคนกับความเศร้าสร้อย  สิ้นหวัง   ทรมาน   อย่างไม่รู้ชะตากรรมว่าจะไปสิ้นสุดที่ไหน  อย่างไร?

         การนำหมามาเป็นอาหารด้วยวิธีการที่ทารุณต่างๆ นานา     เป็นสิงที่ไม่ควรกระทำ ถือเป็นการสร้างบาปสร้างกรรม     เป็นการกระทำที่โหดร้ายทารุณ   ขาดความเมตตากรุณา     และผู้ใดสร้างกรรมใดไว้กรรมนั้นก็ต้องสนองไม่ช้าก็เร็ว   

 

*************************** 

posted under Uncategorized, ชีวิต สังคม | Comments Off on มะหมา….สัตว์โลกน่ารักที่ไม่น่ากิน

ดูข่าวเหี้ยแล้วละเหี่ยใจ

October12

       เมื่อเร็ว ๆ นี้มีข่าวที่นำเสนอเรื่องหมู่บ้านแห่งหนึ่งมีตัวเหี้ยวิ่งเเพ่นพ่านไปหมดทั้งบนบกและในน้ำ    เมื่อนักข่าวสอบถามชาวบ้านก็ได้ความว่า   ในบริเวณหมู่บ้านนี้มีตังเหี้ยมาอาศัยอยู่หลายตัวโดยที่ชาวบ้านก็มิได้รังเกียจรังงอนแต่ประการใด   และนั่งมองดูตัวเหี้ยกันอย่างเพลิดเพลินใจ    บ้างก็โยนพวกเนื้อสัตว์ไปให้มันกิน   ฝ่ายตัวเหี้ยนั้นเล่าก็ไม่ได้ทำร้ายคน เรียกว่า  คนก็อยู่ส่วนคน  เหี้ยก็อยู่ส่วนเหี้ย   ต่างฝ่ายต่างอยู่โดยไม่ทำร้ายกัน   แต่ถ้าคนเข้าไปใกล้ๆ  เหี้ยจะกลัวคน     เพราะนั่นเป็นธรรมชาติของมัน

         ภาพที่ปรากฏในข่าวเป็นภาพตัวเหี้ยขนาดเขื่อง  บ้างอยู่บนบก  บ้างแหวกว่ายอยู่ในสายธาร   ซึ่งคาดว่าพวกมันจะอย่ในหมู่บ้านแห่งนี้ไปอีกนานตราบใดที่มนุษย์ไม่ไปทำร้ายมัน

         ช่างดูเป็นตัวเหี้ยที่มีความสุขซะเหลือเกิน  และต่างกับตัวเหี้ยที่ผู้เขียนเคยเห็นอย่างสิ้นเชิง    มันเป็นตัวเหี้ยลายดอกขนาดยักษ์ที่ถูกกักขังอยู่ในตู้กระจกในสวนสัตว์เดียวกับเจ้ากอริลล่าบัวน้อย       ซึ่งเมื่อได้ไปเห็นคราใดต้องสลดหดหู่ใจทุกทีด้วยเหี้ยลายดอกตัวนั้นถูกกักขังในตู้กระแจกอันคับแคบไม่เห็นเดิอนเห็นตะวันมาเป็นแรมปี  และมันมีท่าทีดิ้นรนหาทางออกอยู่ตลอดเวลา     จนเป็นที่กังขาของผู้เขียนว่าเหตุใดมนุษย์ถึงทำกับเพื่อนร่วมโลกได้เพียงนี้     ไม่เพียงตัวเหี้ยเท่านั้น  สัตว์อื่นๆ อีกหลากชนิดหลายตัวก็โดนกักขังในที่อันคับแคบในสวนสัตว์แห่งนี้เช่นกัน    นี่มันนรกหรืออย่างไร?

         มนุษย์บางคนเอาสัตว์มาขังไว้ในกรงแล้วบอกว่าตัวเองเป็นคนรักสัตว์    เช่น   เอานกกรงหัวจุกมาขังไว้ในกรงให้หมดอิสรภาพ    จนมันบินไปไหนไม่ได้เลย  ได้แต่เดินเวียนวนอยู่ในกรงอย่างทุกข์ทรมาน    อย่างนี้เรียกว่ารักสัตว์เช่นนั้นหรือ ?   ในกรณีสวนสัตว์ย่านฝั่งธนฯแห่งนี้ก็เช่นกัน   คนที่มีสามัญสำนึกก็พอจะมองออกว่าสัตว์ที่นี่ไม่มีความสุขเลย   

        ถ้าเราไม่ช่วยสัตว์เหล่านี้ให้ได้รับอิสรภาพ     (ซึ่งไม่จำเป็นต้องเอาไปปล่อยเข้าป่า  เพียงแต่นำพวกมันออกจากที่จองจำไปสู่ที่ที่กว้างขวางกว่า  และมีสภาพเป็นธรรมชาติ)    ยิ่งเนิ่นนานไปพวกมันก็ยิ่งทุกข์ทรมานมากขึ้นเท่านั้น

        ในขณะที่มนุษย์สุขสำราญบานใจ   ได้ท่องเที่ยวไปในที่ใด ๆ ตามแต่ใจต้องการในขณะที่สัตว์จำนวนหนึ่งซึ่งเป็นเพื่อนร่วมโลกถูกขังให้หมดอิสรภาพอย่างทารุณกรรมในสวนสัตว์ลอยฟ้าแห่งนี้     มันยุติธรรมไหม?

 

******************************

posted under Uncategorized, ชีวิต สังคม | Comments Off on ดูข่าวเหี้ยแล้วละเหี่ยใจ

จดหมายถึงตุ้มฉบับที่ 4

May15

          

     ตุ้มเพื่อนรัก

               ฉันไม่ได้เขียนถึงตุ้มนานแล้ว   เพราะหาทางเข้าบ้าน mblog  ไม่เจอ 555 

แม้ตอนนี้จะเข้าเดิอนพฤษภาแล้ว  แต่อากาศร้อนกว่าเดือนเมษา        มีบางคนบ่นว่าที่อากาศร้อนต้องโทษการโกงกิน    ซึ่งตุ้มอาจจะบอกว่า”แล้วมันเกี่ยวกันจังได๋”     ฉันคิดว่ามันอาจจะเกี่ยวนะ  เพราะลม ฟ้า อากาศ  ขึ้นอยู่กับความมีศีลธรรมของมนุษย์      นอกจากนี้สาเหตูของอากาศร้อนยังมาจากการตัดไม้ทำลายป่า    ส่วนในเมืองหลวงก็แทบไม่มีต้นไม้เลย    ฉันคิดว่าที่ไหนจะสร้างตึก   ที่นั่นควรจะมีพื้นที่สีเขียวด้วย    และตามถนนหนทางสองข้างทางต้องปลูกต้นไม้ตลอดทาง       ถ้าเราไม่ทำอย่างจริงจังหล่ะตุ้มเอ๋ย    เวลาไฟดับตอนบ่าย ๆ แล้วจะร้อนแทบไม่มีแผ่นดินจะอยู่     และอย่างหนึ่งที่เราควรทำคือ ต้องปฏิเสธถุง     บอกไปเลยว่า”ไม่ใส่ถุงค่ะ ” ถ้าเราไปซื้อของชิ้นเล็ก ๆ และเราถือถุงผ้า  หรือถุงอะไรไปด้วย  ก็เอาของใส่ถุงผ้านั่นแหละ

               เมื่อก่อนฉันทิ้งทุกอย่างที่ขวางหน้า    แต่เดี๋ยวนี้ฉันเก็บทุกอย่างขาย    ตั้งแต่ไส้ทิชชู่ที่ใช้แล้ว

ยันใบเสร็จรับเงินต่างๆ      พวกขวดโลชั่นที่ใช้หมดแล้ว    กล่องใส่อาหารปรุงสำเร็จ   ขวดนมก็ล้างคร่าว ๆ แล้วขายคนรับซื้อของเก่า

นอกจากจะเพิ่มรายได้ให้คนอื่นแล้วยังลดปริมาณขยะและช่วยลดโลกร้อน     

                          ภาวะโลกร้อน     ไม่ใช่อะไรก็โทษวัวตด    แหมวัวในโลกมันจะมีซักกี่ตัวเชียว    ต้องย้อนกลับไปดูพฤติกรรมของมนุษย์นี่แหละ   อย่างประเทศไทยเป็นเมืองร้อน     สร้างบ้านตึกก็ยิ่งร้อน  พอร้อนแล้วก็ติดแอร์    แล้วเสื้อผ้าไม่รู้ใส่กันทำไมตั้งสองชั้นสามชั้น    พอร้อนแล้วก็ต้องเข้าไปอยู่ในห้องแอร์    เสร็จแล้วก็รู้สึก”ทำไมแอร์มันไม่เย็นวะ?”    อ้าว!…ก็ใส่เสื้อกันหนาขนาดนั้นมันก็ร้อนน่ะสิ 

                          ตุ้มเพื่อนรัก     ฉันนึกถึงวันเก่าอันแสนหวาน ตอนกลางวันจะอุณหภูมิ 28 องศาตลอด   และอยู่ได้อย่างสบาย ๆ    ในหน้าร้อนที่อากาศร้อนจัดอุณหภูมิ 32 องศา  คนก็สะดุ้งกันทั้งเมืองแล้ว   และเรานั่งแท็กซี่ไม่ติดแอร์กันได้สบาย ๆ       สองข้างถนนมีต้นไม้ร่มรื่น     อาคารบ้านเรือนส่วนใหญ่ก็เป็นไม้       ฉันคิดว่าถ้าเราไม่คิดถึงเรื่องสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง  อีกหน่อยโลกก็จะร้อนขึ้นเรื่อยๆ 

                          ถ้าจะรณรงค์ให้ปิดแอร์ฉันว่าคงไม่มีใครทำได้     แต่ถ้าให้ลดช่วงเวลาของการเปิดแอร์ลงและปรับอุณหภูมิให้สูงขึ้นหล่ะก็ยังพอไหว      การใส่เสื้อผ้าเนื้อบางเบาระบายอากาศได้ดี         หรือนุ่งขาสั้นก็ช่วยได้     แต่ถ้าสั้นมากไปโลกอาจจะร้อนขึ้น  ไม่ใช่อุณหภูมิแต่เป็นความเร่าร้อนทางใจ       และแต่งตัวก็ให้มันถูกกาละเทศะ  ไม่ใช่ไปเดินห้างแอร์เย็นฉ่ำแล้วใส่ขาสั้น      ไปเดินตลาดนัดดันใส่กางเกงยีนส์เสื้อยืดแขนยาว….เฮ่อ……

                                                                 คราวนี้คงจะพอแค่นี้ก่อนนะ  เพราะฉันรู้สึกหิวขึ้นมาตงิด ๆ แล้ว    

                                                                                                                                            คิดถึงเพื่อนเสมอ

 

posted under Uncategorized | Comments Off on จดหมายถึงตุ้มฉบับที่ 4

hello test

May9

It’s the first time to  write here

posted under Uncategorized | Comments Off on hello test

Hello world!

May9

Welcome to mblog Sites. This is your first post. Edit or delete it, then start blogging!