madonalily blog

Just another weblog

เที่ยววัด ตอนที่1 “ชื่อวัดสำคัญไฉน?”

July26

 

ตุ้มเพื่อนรัก   

 

    แต่ก่อนร่อนชะไร   ฉันไม่เคยสนใจความแตกต่างของคำลงท้ายวัดเลย  เช่นบางวัดมีชื่อลงท้ายด้วยคำว่า “วรวิหาร”   บางวัดก็ลงท้ายด้วย”ราชวรวิหาร” ฯลฯ

  มีอยู่วันหนึ่งฉันนั่งแท็กซี่กลับบ้าน   ระหว่างทางผ่านวัดแห่งหนึ่ง   คนขับถามฉันด้วยความลังเลและสงสัยว่าวัด…นี้ลงท้ายด้วยวรวิหาร  หรือราชวรวิหาร    แหม…คงนึกว่าฉันเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องวัด(เพราะหน้าฉันคงดูสงบเยือกเย็นเหมือนคนแก่วัดกระมัง)     ฉันไม่สามารถตอบเขาได้และได้เก็บความสงสัยเรื่องนี้ไว้    และพยายามหาคำตอบเกี่ยวกับเรื่องนี้    เพราะถ้าสงสัยอะไรแล้วไม่รู้คำตอบฉันจะนอนไม่หลับ   แล้ววันหนึ่งก็ได้ความกระจ่างเรื่องนี้คือ            

                            วัดในประเทศไทย   มีอยู่มากมาย    บางวัดมีอายุเก่าแก่ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา    หลายวัด  เป็นวัดที่พระมหากษัตริย์ทรงสร้าง และบูรณะปฏิสังขรณ์      พระมหากษตริย์ทุก ๆ พระองค์ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์       ก็ทรงส่งเสริมอุปถัมภ์ค้ำชูพระพุทธศาสนา    โดยสร้างและบูรณะปฏิสังขรณ์วัด        หลายวัดเป็นวัดที่ราษฎรสร้างขึ้นด้วยความเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนา

 

                     ชื่อของวัดบางวัดก็มีที่มาที่  เช่น  วัดระฆังโฆษิตารามวรมหาวิหาร  มีตำนานเล่าขานกันว่า….    มีการขุดพบระฆังเสียงดีทางทืศพายัพของพระอุโบสถหลังเก่า   จึงมีการขนานนามวัดนี้ว่า”วัดระฆัง”    

                      บางวัดก็ตั้งชื่อวัดตามตำบล  อำเภอ   หรือสถานที่ที่ตั้งอยู่   เช่น  วัดอัมพวา    วัดปากช่อง  ฯลฯ   

 

                     บางวัดก็ตั้งชื่อวัดตามชื่อของผูสร้างวัด   เช่น  วัดใหม่ยายแฟง  หรือวัดคณิกาผล ฯลฯ

  

ประเภทของวัด  

                    1.พระอารามหลวง   คือ วัดที่พระมหากษัตริย์   สมเด็จพระราชินี   สมเด็จพระยุพราช   ทรงสร้างหรือปฏิสังขรณ์   หรือพระราชทานเพื่อเป็นเกียรติยศ   แก่ผู้ต่ำศักดิ์ลงมา   หรือแก่วัดเองมีบางวัดที่พระบรมวงศานุวงศ์   ข้าราชบริพารชั้นผู้ใหญ่   ทรงสร้างหรือสร้างขึ้น    หรือโปรดให้ปฏิสังขรณ์   แล้วน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายเป็นพระอารามหลวง    รวมทั้งวัดที่ประชาชนสร้างหรือปฏิสังขรณ์   และทรงรับไว้เป็นพระอารามหลวงด้วย

 

                 2. วัดราษฎร์  คือวัดที่ประชาชนทั่วไปสร้างหรือปฏิสังขรณ์

 

                 3.วัดร้าง  คือ วัดที่ไม่มีพระสงฆ์พำนักอาศัยอยู่จำพรรษา    ทางราชการจะขึ้นทะเบียนวัดเป็นวัดร้าง    แต่วัดร้างก็ยังมีสภาพเป็นนิติบุคคลอยู่โดยสมบูรณ์    และมีโอกาสที่จะเป็นวัดได้อีก  ถ้ามีพระสงฆ์อยู่   โดยดำเนินการตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ  ว่าด้วยการยกวัดร้างเป็นวัดที่มีพระสงฆ์  พุทธศักราช 2514

 

             เมื่อปี พศ 2458      ในสมัยรัชกาลที่ 6   โปรดให้จัดระเบียบพระอารามหลวง   โดยลำดับเกียรติพระอารามหลวง เป็น 3 ชั้น คือ

 

               1.ชั้นเอก  ได้แก่  วัดที่มีเจดียสถานสำคัญ  วัดที่บรรจุพระบรมอัฐิ  หรือวัดที่มีเกียรติอย่างสูงมี 3 ชนิด  คือ

                         1. ราชวรมหาวิหาร

                         2. ราชวรวิหาร

                         3. วรมหาวิหาร

 

                2.  ชั้นโท  ได้แก่ วัดที่มีเจดีย์สถานสำคัญ   หรือวัดที่มีเกียรติ 4 ชนิด  คือ

                            

                              1. ราชวรมหาวิหาร                           

                              2.ราชวรวิหาร

                              3. วรมหาวิหาร

                              4. วรวิหาร

 

                 3. ชั้นตรี ได้แก่ วัดที่มีเกียรติ   วัดประจำหัวเมือง    หรือวัดสามัญ มี 3 ชนิด  คือ

                               1. ราชวรวิหาร

                               2. วรวิหาร

                                3. สามัญ (ไม่มีสร้อยต่อท้ายชื่อ)

 

 

               วัดที่จัดเป็นพระอารามหลวง   เช่น

 

 วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร     เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรมหาวหาร    ซึ่งเป็นวัดประจำรัชกาลที่ 2

 

วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร   เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก  ชนิดราชวรมหาวิหาร    ซึ่งเป็นวัดประจำรัชกาลที่ 8 

 

วัดระฆังโฆษิตารามวรมหาวิหาร  เป็นพระอารามหลวงชั้นโท  ชนิดวรมหาวิหาร

 

วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร   เป็นพระอารามหลวงชั้นโท  ชนิดวรมหาวิหาร

 

ชื่อวัดจึงสำคัญฉะนี้ไงหล่ะตุ้ม    ยังมีเรื่องราวเกี่ยวกับวัดอีกมากมายหลายเรื่อง  แล้วฉันจะมาเล่าให้ฟังอีกนะ

 

**************************** 

by posted under ท่องเที่ยว | tagged under  |  Comments Off on เที่ยววัด ตอนที่1 “ชื่อวัดสำคัญไฉน?”    

จดหมายถึงตุ้มฉบับที่ 4

May15

          

     ตุ้มเพื่อนรัก

               ฉันไม่ได้เขียนถึงตุ้มนานแล้ว   เพราะหาทางเข้าบ้าน mblog  ไม่เจอ 555 

แม้ตอนนี้จะเข้าเดิอนพฤษภาแล้ว  แต่อากาศร้อนกว่าเดือนเมษา        มีบางคนบ่นว่าที่อากาศร้อนต้องโทษการโกงกิน    ซึ่งตุ้มอาจจะบอกว่า”แล้วมันเกี่ยวกันจังได๋”     ฉันคิดว่ามันอาจจะเกี่ยวนะ  เพราะลม ฟ้า อากาศ  ขึ้นอยู่กับความมีศีลธรรมของมนุษย์      นอกจากนี้สาเหตูของอากาศร้อนยังมาจากการตัดไม้ทำลายป่า    ส่วนในเมืองหลวงก็แทบไม่มีต้นไม้เลย    ฉันคิดว่าที่ไหนจะสร้างตึก   ที่นั่นควรจะมีพื้นที่สีเขียวด้วย    และตามถนนหนทางสองข้างทางต้องปลูกต้นไม้ตลอดทาง       ถ้าเราไม่ทำอย่างจริงจังหล่ะตุ้มเอ๋ย    เวลาไฟดับตอนบ่าย ๆ แล้วจะร้อนแทบไม่มีแผ่นดินจะอยู่     และอย่างหนึ่งที่เราควรทำคือ ต้องปฏิเสธถุง     บอกไปเลยว่า”ไม่ใส่ถุงค่ะ ” ถ้าเราไปซื้อของชิ้นเล็ก ๆ และเราถือถุงผ้า  หรือถุงอะไรไปด้วย  ก็เอาของใส่ถุงผ้านั่นแหละ

               เมื่อก่อนฉันทิ้งทุกอย่างที่ขวางหน้า    แต่เดี๋ยวนี้ฉันเก็บทุกอย่างขาย    ตั้งแต่ไส้ทิชชู่ที่ใช้แล้ว

ยันใบเสร็จรับเงินต่างๆ      พวกขวดโลชั่นที่ใช้หมดแล้ว    กล่องใส่อาหารปรุงสำเร็จ   ขวดนมก็ล้างคร่าว ๆ แล้วขายคนรับซื้อของเก่า

นอกจากจะเพิ่มรายได้ให้คนอื่นแล้วยังลดปริมาณขยะและช่วยลดโลกร้อน     

                          ภาวะโลกร้อน     ไม่ใช่อะไรก็โทษวัวตด    แหมวัวในโลกมันจะมีซักกี่ตัวเชียว    ต้องย้อนกลับไปดูพฤติกรรมของมนุษย์นี่แหละ   อย่างประเทศไทยเป็นเมืองร้อน     สร้างบ้านตึกก็ยิ่งร้อน  พอร้อนแล้วก็ติดแอร์    แล้วเสื้อผ้าไม่รู้ใส่กันทำไมตั้งสองชั้นสามชั้น    พอร้อนแล้วก็ต้องเข้าไปอยู่ในห้องแอร์    เสร็จแล้วก็รู้สึก”ทำไมแอร์มันไม่เย็นวะ?”    อ้าว!…ก็ใส่เสื้อกันหนาขนาดนั้นมันก็ร้อนน่ะสิ 

                          ตุ้มเพื่อนรัก     ฉันนึกถึงวันเก่าอันแสนหวาน ตอนกลางวันจะอุณหภูมิ 28 องศาตลอด   และอยู่ได้อย่างสบาย ๆ    ในหน้าร้อนที่อากาศร้อนจัดอุณหภูมิ 32 องศา  คนก็สะดุ้งกันทั้งเมืองแล้ว   และเรานั่งแท็กซี่ไม่ติดแอร์กันได้สบาย ๆ       สองข้างถนนมีต้นไม้ร่มรื่น     อาคารบ้านเรือนส่วนใหญ่ก็เป็นไม้       ฉันคิดว่าถ้าเราไม่คิดถึงเรื่องสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง  อีกหน่อยโลกก็จะร้อนขึ้นเรื่อยๆ 

                          ถ้าจะรณรงค์ให้ปิดแอร์ฉันว่าคงไม่มีใครทำได้     แต่ถ้าให้ลดช่วงเวลาของการเปิดแอร์ลงและปรับอุณหภูมิให้สูงขึ้นหล่ะก็ยังพอไหว      การใส่เสื้อผ้าเนื้อบางเบาระบายอากาศได้ดี         หรือนุ่งขาสั้นก็ช่วยได้     แต่ถ้าสั้นมากไปโลกอาจจะร้อนขึ้น  ไม่ใช่อุณหภูมิแต่เป็นความเร่าร้อนทางใจ       และแต่งตัวก็ให้มันถูกกาละเทศะ  ไม่ใช่ไปเดินห้างแอร์เย็นฉ่ำแล้วใส่ขาสั้น      ไปเดินตลาดนัดดันใส่กางเกงยีนส์เสื้อยืดแขนยาว….เฮ่อ……

                                                                 คราวนี้คงจะพอแค่นี้ก่อนนะ  เพราะฉันรู้สึกหิวขึ้นมาตงิด ๆ แล้ว    

                                                                                                                                            คิดถึงเพื่อนเสมอ

 

by posted under Uncategorized | Comments Off on จดหมายถึงตุ้มฉบับที่ 4    

hello test

May9

It’s the first time to  write here

by posted under Uncategorized | Comments Off on hello test    

Hello world!

May9

Welcome to mblog Sites. This is your first post. Edit or delete it, then start blogging!

by posted under Uncategorized | No Comments »    
Newer Entries »