mimography

บันทึกเรื่องราวความทรงจำกับการเดินทางของชีวิต

มันจะมีคุณค่าได้อย่างไร เมื่อทุกสิ่งล้วนแต่เป็นคำโกหก!!

February6

 

 

มันจะมีคุณค่าต่อไปได้อย่างไรเล่า……..ในเมื่อข้อความที่สวยหรูเหล่านั้น ล้วนแต่เป็นสิ่งโกหกหลอกลวงทั้งสิ้น!!

.

 

 

 

 

*คำเตือน*

บทความเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องจริง แต่เขียนขึ้นจากจินตนาการของผู้เขียน ไม่ได้มีเจตนากล่าวร้ายหรือพาดพิงถึงผู้ใด หากข้อความบางส่วนไปพ้องหรือเหมือนกับชีวิตจริงของบุคคลหนึ่งบุคคลใด ผู้เขียนต้องขออภัยมา ณ โอกาสนี้

 

 

******************************************

 

 

(ภาพประกอบจากอินเตอร์เนต)

 

 

แม่ของผมผอมมาก  เพราะว่าบ้านเราไม่ค่อยมีอะไรกิน ตั้งแต่แม่ล้มป่วย แม่ไม่ได้ออกไปรับจ้างหาเงินเหมือนเมื่อก่อน ส่วนผมก็ต้องมาโรงเรียน เลยไม่ได้ออกไปรับจ้างหาเงิน จะไปได้ก็เฉพาะเสาร์อาทิตย์ บางวันผมขาดเรียนไปรับจ้างหาเงิน มาซื้อข้าว ซื้อยาให้แม่  วันไหนที่แม่อาการแย่ผมก็ต้องขาดเรียนคอยดูแลแม่  อาจารย์เคยถามผมถึงสาเหตุการขาดเรียนบ่อยๆ แต่ผมก็เงียบ…เพราะอาจารย์คงไม่เชื่อในสิ่งที่ผมบอก ”

 

 

 

นี่เป็นเพียงบางส่วนของจดหมายจาก  “ปอน”  ลูกศิษย์ ที่ทำให้คนที่เป็นครูถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่  ความรู้สึกตอนนั้นบอกได้เลยว่าสงสารลูกศิษย์คนนี้จับใจ  ด้วยเหตุที่ปอนขาดเรียนบ่อย ดิฉันในฐานะครูผู้สอนจึงเรียกเข้ามาคุยเพื่อหาสาเหตุ  แต่การคุยกันวันนั้น ไม่ได้ทำให้ฉันได้คำตอบที่อยากรู้ว่าเพราะเหตุใด  เพราะปอนเอาแต่นิ่งเงียบ………จนฉันไม่อยากจะถามอะไรต่อ  เลยปล่อยให้ปอนกลับไปด้วยความรู้สึกที่หงุดหงิดหัวใจเป็นอย่างยิ่ง

 

 

 

อาทิตย์ต่อมาดิฉันได้รับจดหมายจากปอนอีก   อ่านแล้วถึงกับอึ้ง และรู้สึกผิดเป็นอย่างยิ่งที่ไม่เคยมองปอนในแง่ดีเลยสักครั้ง  บางส่วนของจดหมายทำให้ฉันน้ำตาไหล…

 

 

 

จากจดหมายฉบับแรก ก็มีจดหมายฉบับที่สองที่สามตามมาเรื่อยๆ  ทุกครั้งที่ปอนไม่มาโรงเรียนเขาก็มักจะเขียนจดหมายมาถึงฉันเสมอ เล่าถึงสาเหตุของการไม่ได้มาเรียน  ฉันเคยตามปอนไปที่บ้านครั้งหนึ่งกับเพื่อนๆ ของเขา   แต่เขาไม่อยู่บ้าน  แม่ของเขาก็ไม่อยู่บ้านเช่นกัน  แต่สภาพบ้านของปอน ซึ่งอยู่ในสภาพที่ไม่น่าจะเรียกว่าบ้านด้วยซ้ำ ทำให้ฉันเชื่อว่าเขากับแม่คงออกไปรับจ้างเหมือนที่เขาเคยบอกเสมอ… วันต่อมาดิฉันซื้อข้าวสาร  อาหารแห้ง  ไข่ไก่ ยาสามัญประจำบ้านฝากปอนไปให้แม่ของเขา  

 

 

 

ฉันนำเรื่องนี้ไปปรึกษาอาจารย์ผู้ใหญ่ท่านหนึ่งในแผนก   ทุกท่านสงสารและเมตตาปอนอย่างมาก และร่วมกันลงขันช่วยเหลือปอนด้วยเงินจำนวนหนึ่ง   ซึ่งฉันบอกให้ปอนมาเรียนหนังสือตามปกติ ไม่ต้องห่วงค่าใช้จ่าย พวกครูจะช่วยกันดูแลค่าใช้จ่ายของแม่ของเธอเอง ระยะหลังปอนขาดเรียนอีก   ปอนบอกว่าพาแม่ไปหาหมอ แม่ไม่สบายมาก แต่พาแม่กลับมานอนพักรักษาตัวที่บ้านเพราะไม่มีเงินจ่ายค่ายา  ดิฉันและอาจารย์อีกหลายท่านจะไปเยี่ยมแม่ของปอน  แต่เมื่อไปถึงบ้าน เราก็พบกับความว่างเปล่าอีก  ปอนกับแม่หายไปไม่อยู่บ้าน ??  เราไปหลายครั้ง แต่ไม่เคยเจอปอนกับแม่ของเขาเลย….วันต่อมาเมื่อพบกัน ปอนก็บอกเพียงว่าออกไปรับจ้างกับแม่..

 

 

 

วันนี้ฉันนั่งอ่านจดหมายของปอนที่มามีมาถึงฉันรวมแล้ว สิบกว่าฉบับ  บางส่วนของจดหมายฉันนำไปตีพิมพ์ในหนังสือของโรงเรียน   ฉันอ่านมันหลายรอบมาก  อ่านซ้ำแล้วซ้ำอีก  ……..เพราะฉันว่ามันเป็นจดหมายที่ถูกถ่ายทอดมาจากความรู้สึกของคนเขียนจริงๆ  มันมีชีวิต มีคุณค่า ไม่ใช่แค่เพียงเศษกระดาษเก่าๆ ยับยู่ยี้เท่านั้น ….แต่มันมีค่า มีความหมายต่อฉันมาก  ทุกครั้งที่ฉันอ่านฉันรู้สึกภูมิใจเล็กๆ กับลูกศิษย์คนนี้

 

 

 

แต่แล้ว !!!   เสียงหนึ่งกลับแว่วมาเข้าหู เป็นเสียงที่คุ้นเคยของลูกศิษย์คนหนึ่ง แต่เหมือนอยู่แสนไกลว่า …อาจารย์ถูกหลอกแล้วละครับ  ไอ้ปอนมันโกหก แม่ของมันไม่ได้ป่วย มันไม่ได้ดูแลแม่มัน  แต่มันขาดเรียนบ่อยๆ เพราะติดเกมส์  ติดหญิงครับ…อาจารย์ถูกหลอกแล้วละครับๆ….

 

 

 

ฉันนั่งครุ่นคิดว่าเป็นความจริงอย่างเด็กคนนั้นบอกหรือเปล่า  ถ้าเป็นจริงอย่างที่เพื่อนของปอนบอก ฉันควรจะทำอย่างไร ฉันจะไปบอกอาจารย์ผู้ใหญ่หลายๆ ท่านที่ฉันไปขอร้องให้ท่านเหล่านั้นช่วยเหลือปอนอย่างไรเล่า   ฉันควรบอกกับทางโรงเรียนอย่างไร    หรือฉันควรจะไปพบแม่ของปอนสักครั้งดี…..พอคิดได้ตามนั้น  ฉันก็เดินทางออกไปบ้านของปอนทันทีโดยที่ไม่ได้บอกให้ปอนรู้  แล้วฉันก็ได้พบแม่ของปอนสักที

 

 

 

“โอ้ย..อาจารย์ไอ้ลูกเวรนั่น ฉันหมดปัญญากับมันแล้วจริงๆ อาจารย์จะทำอะไรกับมันก็ทำเถอะ ฉันยกให้ “

 

 

” ฉันก็หาเช้ากินค่ำ มันก็มาขอเงิน ไม่รู้ค่าอะไรมั้ง  แต่เพื่อนมันบอกว่ามันไปเล่นเกมส์ไม่ได้ไปโรงเรียนหรอก  ไอ้นี่มันอยากเป็นควายก็ช่างมัน  หรือไปตายห่าตายโหงที่ไหนก็ไป ฉันหมดปัญญากันมันแล้ว”

 

 

 

ไม่มีคำพูดอะไรหลุดออกมาจากปากของฉันอีกเลย ฉันขอตัวกลับ  ตลอดเวลาที่ฉันขับรถกลับ  ฉันนึกถึงเงินที่อาจารย์ผู้ใหญ่ช่วยเหลือปอน  เงินเหล่านั้นเป็นเงินของคนที่มีจิตใจที่เป็นกุศลที่อยากจะช่วยเหลือลูกศิษย์ผู้ยากไร้  แต่มันกลับแปรเปลี่ยนไปเป็นค่าเกมส์เสียแล้ว…..ฉันนึกถึงจดหมายที่มีคุณค่าต่อจิตใจของฉันทุกฉบับ ที่ฉันเฝ้าเก็บจดหมายเหล่านั้นไว้อย่างดี   ฉันนึกถึงบางส่วนที่ถูกตีพิมพ์ออกไปในวารสารของโรงเรียน ……

 

 

 

แท้จริงแล้วจดหมายที่มีคุณค่าเหล่านี้….มันก็ไม่ได้ต่างไปจากเศษกระดาษเก่าๆ 

 

 

มันจะมีคุณค่าต่อไปได้อย่างไรเล่า……..ในเมื่อข้อความที่สวยหรูเหล่านั้น ล้วนแต่เป็นสิ่งโกหกหลอกลวงทั้งสิ้น

 

 

หนังสือที่ตีพิมพ์ออกไปนั่นเล่า…….คุณค่าของมันอยู่ตรงไหน  หากบุคคลทั่วไปได้รู้ได้เห็นพฤติกรรมที่ไม่ดีของปอน  และรู้ว่าทั้งหมดเป็นเรื่องโกหกพกลมทั้งสิ้น

 

 

(ภาพประกอบจากอินเตอร์เนต)

 

 

ปอน…..แม้ทุกคนจะไม่รู้ว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอบอกเป็นเรื่องโกหก  แต่ครูรู้  และคนที่รู้ดีที่สุดก็คือตัวเธอเอง   หยุดเถอะนะ  เธออย่าอยู่บนโลกใบนี้ด้วยคำโกหกเลย  มันไม่มีคุณค่าต่อตัวเธอเลย   ตอนนี้เธอเป็นเด็กยังกลับตัวกลับใจได้   แต่ถ้าเธอไม่กลับตัวกลับใจเธอก็จะเป็นผู้ใหญ่ที่โกหกเรื่อยไปอย่างนี้……..เชื่อครูเถอะว่าเป็นผู้ใหญ่แบบนั้นไม่มีคุณค่าหรอก  เชื่อครูนะ!!

 

 

 

ขณะที่ขับรถผ่านตลาด  บังเอิญสายตาฉันก็ไปกระทบกับอะไรสักอย่าง  ภาพเหล่านั้นทำให้ฉันนึกถึงถ้อยคำในจดหมายด้วยความปวดใจ!!!!!!!!!! 

 

by posted under Uncategorized | 32 Comments »    
32 Comments to

“มันจะมีคุณค่าได้อย่างไร เมื่อทุกสิ่งล้วนแต่เป็นคำโกหก!!”

  1. February 12th, 2009 at 11:55 am       mimography Says:

    คุณ initmate ค่ะ

    ถ้ารู้ตัวว่าตัวเองกำลังจะอกหัก ให้หักอกคนอื่นก่อนค่ะ อิอิ

    อ้าว…ลืมน้องขาวไปเลยค่ะ น่าจะหิ้วน้องขาวมาฝากบ้างนะคะ ..แป่ว
    ดีใจเช่นกันค่ะที่ได้รู้จักคุณอิน ขอเรียกคุณอินนะคะ ชอบชื่อนี้ฟังแล้วรู้สึกอิน รู้สึกดี ^-^

    ทำงานอย่างมีความสุขเช่นกันค่ะ
    ปล.เย็นนี้ก่อนขับรถกลับบ้านฝากจุ๊ฟน้องขาวด้วยค่ะ


  2. February 12th, 2009 at 9:34 am       initmate Says:

    หวัดดีจ้ะ mimo …. ขอบคุณนะคะ
    แหม แค่บอกว่ามาคุยกันได้แค่นี้
    ก็อบอุ่นใจมากมายแล้วค่ะ .. ดีใจจังที่ได้รู้จักกัน …

    ไม่มีอะไรมากหรอกค่ะ …
    แค่รู้สึกเหมือนจะอกหัก (เหมือนจะ … นะคะ ขอย้ำ อิอิ)

    มันปวด ๆ ใจนิดนึง … แต่เดี๊ยวก็คงลืมแหละ …
    แค่ลมเย็น ๆ พัดมาช่วงก่อนหน้านี้ …
    แล้วก็พัดผ่านไปแล้วเท่านั้นเอง …

    สอนหนังสืออย่างมีความสุขนะจ๊ะ …
    ทุก ๆ วันเลย

    น้องขาวฝากความคิดถึงมาด้วยนะ … ^ – ^


  3. February 10th, 2009 at 7:45 pm       mimography Says:

    เห็นด้วยอย่างที่สุดค่ะท่าน ศร (11arrows)
    คนโกหก ทำชั่วได้ทุกอย่าง
    คำนี้คมจริงๆ แหละท่าน
    ขอยืมไปใช้หน่อยนะค่ะ อิอิ

    แค่มาฝากรอยก็อุ่นใจแล้วละเจ้าค่ะ


  4. February 10th, 2009 at 12:48 am       11arrows Says:

    ขออภัย ท่าน mimography
    รอบแรก ก็รีบเข้ามาสำแดงร่องรอยไว้เป็นหลักฐานเฉยๆ น่ะขอรับ
    ข้าพเจ้า ถ้าจะมีอะไรชิงชังอย่างหนึ่งที่สุด
    นั่นก็ต้องเป็นการโกหก
    และมีคำกล่าว “คนโกหก, ทำชั่วได้ทุกอย่าง”


  5. February 9th, 2009 at 7:07 pm       mimography Says:

    พี่แฮนเซ่น… แล้วไอ้เด็กแกะกล่องนี่มันใครละ
    จะได้ตอบถูกว่าใครแย่กว่ากัน

    งงอ่ะ!!


  6. February 9th, 2009 at 7:04 pm       mimography Says:

    พี่ฮอลล์ค่ะ….ถ้าจะยากแล้วละมั้งค่ะที่จะทำให้ปอนกลับตัวกลับใจ เพราะเค้าไม่รู้ตัวเองเลยนี่หน่า คราวนี้พี่ฮอลล์ต้องช่วยคิดแล้วละคะว่าต้องทำอย่างไรกับปอนดี..เฮ้อ


  7. February 9th, 2009 at 6:59 pm       mimography Says:

    เฮียเอเจ…….รู้สึกว่ามิมจะเจอภารกิจที่ยิ่งใหญ่เสียแล้วอ่ะนะ..หุหุ


  8. February 9th, 2009 at 4:43 pm       hanzen Says:

    เทียบระหว่างหนูปอน กะเด็กกล่อง(ที่เป็นข่าวเร็วๆนี้) นี่ ใครแย่กว่ากันน่ะ?


  9. February 8th, 2009 at 4:27 pm       pijika Says:

    เฮ้อ… หน่ายใจจริงๆ เลยค่ะ
    เด็กๆ กับเรื่องเกมส์เนี่ย

    หลานชายพี่ โตจนมีลูกมีเมียแล้ว
    ยังหนีเมียไปเล่นเกมเลยค่ะ เอากะมันซิ…

    พี่ไม่อยากให้น้องมิมทิ้งปอน นะคะ
    ต้องหาวิธีจัดการให้เขากลับมาเป็นคนดีให้ได้


  10. February 8th, 2009 at 10:02 am       pitakkul Says:

    แค่มีความห่วงใยให้กับศิษย์
    ทุมเททั้งชีวิตให้ศิษย์ได้
    ใช่เพียงแค่สอนศิษย์ผ่านๆไป
    แต่ยังคงห่วงไปแม้อนาคต
    กลัวว่าศิษย์จะไปในทางผิด
    อนาคตอาจมืดมิดให้คิดหวั่น
    จึงเฝ้าแต่คิดหาทางป้องกัน
    จิตวิญญาณเช่นนี้นั้น นั่นแหล่ะ “ครู”

    น้อมคารวะแด่ คุณครูทุกท่าน และ ครูมิม

    :) AJ


  11. February 7th, 2009 at 10:04 pm       mimography Says:

    เฮียเอเจค่ะ……กลอนเพราะจัง แต่มิมคงทำหน้าที่ครูได้เท่านี้ ไม่ได้เป็นครูที่ดีเลิศอะไรขนาดนั้นหรอกค่ะ ทำให้ดีที่สุดเท่านั้นเอง
    ขอบคุณมากค่ะ


  12. February 7th, 2009 at 10:01 pm       mimography Says:

    อิอิ พี่สาว atingle….ถึงขนาดเป็นนักเขียนนิยายเลยหรือค่ะ

    มิมเชื่อว่าคนที่ทำไม่ดี สักวันก็จะได้รับผลกรรมของเขาที่ทำไว้ จะช้าหรือเร็วเท่านั้นนะคะ

    รักษากายใจให้สบายเช่นกันนะคะ พักผ่อนบ้างนะคะเห็นทำงานเยอะเหลือเกิน..น้องสาวคนนี้ยังเป็นห่วงพี่สาวคนเดิมเสมอ…อิ๊อิ๊


  13. February 7th, 2009 at 8:44 pm       pitakkul Says:

    เป็นกำลัง ใจให้ครู ผู้ประเสริฐ
    หวังให้ลูก ศิษย์เกิด ความแจ่มใส
    ให้สำนึก ความผิด ที่ทำไป
    ยังไม่สาย ที่จะเริ่ม เพิ่มความดี
    ที่จะแก้ สิ่งเก่าๆ ไม่เข้าท่า
    เพื่ออนา คตเดินไป ในวิถี
    ด้วยเพราะอยาก เห็นศิษย์ เป็นคนดี
    ขอสดุดี คุณครู ผู้มีคุณ..

    :) AJ


  14. February 7th, 2009 at 5:22 pm       atingle Says:

    เดี๋ยวกฏแห่งกรรมก็ลงโทษเค้าเองล่ะค่ะ พูดไม่ดี คิดไม่ดี ทำไม่ดี ก็ย่อนได้รับแต่สิ่งที่ไม่ดี ไม่ดี ไม่ดี

    น้องมิมทำดีที่สุดแล้ว รักษาใจให้สบายนะคะ @^_^@

    ปล.มองโลกในแง่ดี ต่อไปเค้าอาจเป็นนักเขียนนิยายที่ขายไม่ออกเพราะกรรมตามสนอง ..


  15. February 7th, 2009 at 2:02 pm       mimography Says:

    อ้าว คุณเจี๊ยบค่ะ ทำไมข้อความมาไม่หมดค่ะ งั้นเอาใหม่แล้วกันนะคะ

    ตอนนี้ก็กำลังยุ่งวุ่นวายเลยค่ะ เพราะใกล้สอบปลายภาค ทำอะไรก็ไม่ค่อยทัน อิอิ คุณเจี๊ยบละคะ สบายดีหรือเปล่า ถึงจะยุ่งก็อย่าลืมจุ๊ฟ และลูบหัวน้องขาวให้ทุกวันนะคะ

    มีพี่คนหนึ่งบอกมิมเสมอๆ เวลาที่มีเรื่องเศร้าว่า เดี๋ยวมันก็ผ่านไป มันเป็นเช่นนั้นแล พรุ่งนี้ก็เช้าแล้ว อะไรทำนองงนี้แหละค่ะ มิมก็ทำได้บ้างไม่ได้บ้างแล้วแต่ว่าเรื่องที่มากระทบจิตใจที่ทำให้เราเศร้านั้นเป็นเรื่องอะไร

    สุขสันต์วันพักผ่อนนะคะ


  16. February 7th, 2009 at 9:03 am       mimography Says:

    สวัสดีค่ะคุณเจี๊ยบ initmate

    มาทักทายกันตั้งแต่ก่อนสว่างแหน่ะ ตื่นเช้าจังเลยนะคะ ได้รับความคิดถึงจากน้องขาวและแม่แสนสวยของน้องขาวแล้วนะคะ ดีใจค่ะที่หายไปแล้วยังมีคนค


  17. February 7th, 2009 at 8:52 am       mimography Says:

    สวัสดีค่ะ คุณพราย (prypilas)

    แหม..ว่าแบบลุ่มลึกเชียวนะคะ ก็ทำได้เท่าที่ครูคนหนึ่งจะทำเพื่อลูกศิษย์นะคะ อีกอย่างอยากเขียนเรื่องนี้เพื่อเป็นการบอกกล่าวว่า การดำรงชีวิตอยู่ด้วยคำโกหก จะทำให้ชีวิตก้าวลงไปสู้ที่ต่ำ ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ แม้วันนี้ไม่มีใครรู้ อาจจะได้รับคำเยินยอสรรเสริญ แต่ความลับไม่มีในโลกนะคะ สักวันสังคมรอบข้างก็จะรับรู้เรื่องโกหกเหล่านี้จนได้ เพราะฉะนั้นถ้ารู้ตัวว่ากำลังทำอยู่ก็รีบเลิกเถอะนะคะ …..จริงไหมค่ะ คุณพราย อิอิ


  18. February 7th, 2009 at 8:43 am       mimography Says:

    สวัสดีค่ะ คุณพราย (prypilas)

    แหม..ว่าแบบลุ่มลึกเชียวนะคะ ก็ทำได้เท่าที่ครูคนหนึ่งจะทำเพื่อลูกศิษย์นะคะ อีกอย่างอยากเขียนเรื่องนี้เพื่อเป็นการบอกกล่าวว่า การดำรงชีวิตอยู%E


  19. February 7th, 2009 at 8:38 am       mimography Says:

    ท่านศรค่ะ (11arrows)
    ท่านมาแบบนี้อิฉันก็งงนะเจ้าค่ะ อิอิ
    พูดอะไรสักหน่อยไม่ดีหรือค่ะ เอิ๊กซ์

    ขอบคุณที่มาเยี่ยมกันค่ะ|


  20. February 7th, 2009 at 8:37 am       mimography Says:

    สวัสดีค่ะพี่ chairojt

    ใช่อย่างที่พี่บอกค่ะว่า เป็นการปัดความรับผิดชอบต่อสังคม ที่จริงเป็นหน้าที่ของพ่อแม่โดยตรงที่จะต้องดูแลแต่ถ้าพ่อแม่ไม่ไหว ทางโรงเรียนก็ช่วยกันอีกทางหนึ่ง แต่ถ้าพ่อแม่พูดแบบนี้ทางโรงเรียนก็อ่อนใจค่ะ…แต่เชื่อค่ะว่า แม่ของปอนก็คงทำอย่างดีที่สุดแล้ว…ช่วยๆกันค่ะ หวังว่าสักวันปอนกลับมาเดินในเส้นทางที่ถูกต้องค่ะ…ขอบคุณพี่ชัยโรจน์ค่ะ


  21. February 7th, 2009 at 5:52 am       initmate Says:

    mimo … หวัดดีจ้ะ

    เป็นงัยมั่งจ๊ะ .. คิดถึงจัง ไม่ได้เห็นเจ้าหมาน้อยตั้งนานและ … :)
    น้องขาวฝากความคิดถึงมาด้วยนะคะ

    คำโกหก … ใครที่เจอเข้ากับตัวก็คงไม่ชอบหรอกเนอะ …
    เวลารู้สึกแย่สุดขีด … จะมีคำพูดอยู่สองประโยค ที่ใช้อยู่บ่อย ๆ
    ให้ยืมนะ

    “แล้วสิ่งนี้ก็จะผ่านไปเช่นกัน”
    “สิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว สิ่งนั้นดีเสมอ”

    เป็นประโยคในแหวนโซโลมอน กับ ชื่อหนังสือเล่มนึง
    ที่เจี๊ยบชอบมาก ๆ เลย ..

    วันไหนที่รู้สึกว่าแย่สุด ๆ เลยเรื่องนี้ .. ลองปลอบใจตัวเองดูนะคะ
    ไม่มีอะไรที่จะเกาะใจเราได้นาน ถ้าเราวาง ๆ มันไป
    อย่าไปถือให้หนัก … อย่าไปถือให้เมื่อยใจนะ ^ – ^

    เป็นอีกกำลังใจให้คุณครู mimo ค่ะ :)

    เชียร์


  22. February 7th, 2009 at 3:58 am       prypilas Says:

    ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงๆ
    ก็ถือว่าได้ทำหน้าที่ของผู้เป็นครูอย่างที่พึงจะกระทำแล้วล่ะครับ
    การไปหาเด็กที่บ้านแล้วไม่พบ ไม่ใช่ตื่นตูมเกินกว่าเหตุ
    เมื่อคิดว่าเด็กเดือดร้อน มีแต่ครูที่ไร้ใจนั่นแหล่ะครับที่จะไม่ช่วยเหลือ
    ผมว่ากับครูท่านอื่นๆ น่าจะเข้าใจในข้อผิดพลาดนี้

    ส่วนเด็กคนนั้น คงต้องมาทบทวนแล้วละครับว่าจะช่วยเหลือเค้ายังงัยต่อไป
    ไอ้จะปล่อยไป ช่างหัวมันอย่างที่แม่เค้าว่าก็คงจะทำไม่ได้
    คุณชัยโรจน์พูดถูกมากๆ ว่านั่นคือการปัดความรับผิดชอบ
    ซึ่งผู้เป็นครูไม่สมควรที่จะทำอย่างนั้นด้วย

    เหนื่อยหน่อยนะครับคุณมิม
    แต่ก็เพื่ออนาคตของเด็กคนนึงล่ะครับ
    เป็นกำลังใจให้นะครับ สู้ๆ


  23. February 7th, 2009 at 12:58 am       11arrows Says:

    8)


  24. February 7th, 2009 at 12:38 am       chairojt Says:

    ผมเคยบอกกับเพื่อนว่า

    “ลูกหมามันไม่รู้หรอกอะไรถูกอะไรผิด ต้องสั่งสอนมัน”

    หรือ

    “เด็กมันไม่รู้หรอกว่า สิ่งที่เราบังคับให้มันทำมันเป็นสิ่งที่ถูกต้อง เป็นสิ่งที่ดี”

    “เด็กดี” ต้องมี “ต้นแบบที่ดี”

    เห็นแต่สิ่งดี การ “ทำดี” ก็จะทำโดยไม่กระดากใจ

    สำหรับผมคำพูดที่ประมาณว่า “ฉันหมดปัญญากับมันแล้ว”

    “เป็นการปัดความรับผิดชอบ” เป็นอย่างมากนะครับ

    และ “ความรับผิดชอบ” ที่พ่อ-แม่ปัดทิ้งจะไปอยู่ต้องไหนหล่ะครับ มันก็ตกอยู่ที่สังคมอีก

    จนทุกวันนี้ “การปัดความรับผิดชอบ” กลายเป็นเรื่องธรรมดา “ที่ใครๆ” เขาก็ทำักัน


  25. February 6th, 2009 at 11:21 pm       mimography Says:

    สวัสดีค่ะ…พี่ athenaz

    มิมหายไปนานอย่างที่รู้ค่ะ เพราะช่วงนี้งานค่อนข้างยุ่ง อะไรก็ทำไม่ทัน อิอิ หัวฟูหมดแล้วค่ะ

    ปอนเค้าเป็นคนดื้อค่ะ ต้องคอยดูอีกสักพักนะคะ ถ้าไม่ดีขึ้นคงต้องหาวิธีการใหม่ว่าจะทำยังงัยดีนะคะ

    ชอบปลาจังเลยค่ะ สวยๆมากๆ ดีค่ะ บ้านมิมจะได้มีปลาสวยๆ มาว่ายอยู่ อิอิ ขอบคุณมากนะคะ

    คิดถึงเหมือนกันค่ะ


  26. February 6th, 2009 at 11:17 pm       mimography Says:

    คุณ nelumbo ค่ะ

    กำลังลุ้นอยู่ห่างๆ ค่ะว่าปอนจะรู้ตัว แล้วกลับตัวใหม่ได้ไหมนะคะ

    แล้วจะรายงานข่าวในคราวต่อไปค่ะ ….


  27. February 6th, 2009 at 11:16 pm       athenaz Says:

    คุณครูรักปอนต้องบอกปอนนะคะ

    ปอนจะไดกลับตัวเป็นเด็กดีก่อนสายเกินกาล

    mimoกลับมาแร้ว… ไม่ค่อยเห็นนานใช่ไหมคะ ?
    หรือพี่ไม่ค่อยได้เข้าเน็ต…

    คิดถึงนะ :)


  28. February 6th, 2009 at 10:32 pm       nelumbo Says:

    คำโกหก มันพูดออกมาง่ายค่ะ
    เพราะเป็นเพียง คำพูดพล่อย ๆ เท่านั้น …

    หวังว่า … ปอน จะกลับตัวกลับใจโดยเร็ว
    ก่อนที่ จะลุกลาม เป็นความผิดที่ใหญ่กว่านี้ค่ะ …


  29. February 6th, 2009 at 9:59 pm       mimography Says:

    ขอบคุณพี่น้ำ….ไม่รู้ว่าปอนเค้าจะรู้ตัวหรือเปล่านะคะว่าสิ่งที่เค้ากำลังทำอยู่เป็นสิ่งที่ผิด

    เราก็ตักเตือนในฐานะที่เป็นครู แต่ถ้าเค้ายังไม่สำนึกผิดก็คงแล้วแต่บุญวาสนาของเขาแล้วละคะ เราก็พยายามดึงเขาให้กลับมาเดินในเส้นทางีที่ถูกต้องให้ได้ แม้มันจะลำบากอยู่ ก็จะทำให้ดีที่สุดค่ะ


  30. February 6th, 2009 at 9:37 pm       chaba2550 Says:

    เป็นเรื่องน่าเศร้ามาก เด็กที่เอาแต่เล่นเกมส์
    ก็จะมัวเมาอยู่กับเทคโนโลยี่เหล่านี้ ไม่อยากเล่นกีฬา
    ไม่อยากทำงานทำประโยชน์ จนติดนิสัยขี้เกียจทำงาน
    ไปจนโต

    แย่จัง ถ้าประเทศชาติของเรา มีเด็กเมาเกมส์
    จนต้องหนีเรียน ประเทศชาติเราก็คงจะขาดบุคคลากร
    ที่มีคุณภาพ แถมซ้ำยังโกหก ผิดศีลผิดธรรม ขาดความ
    น่าเชื่อถือหน่ะนะ .. พอโตก็จะเป็นคนที่ไร้เครดิต
    จะพูดจะจาอะไร คนก็ต้องเอาพันหาร ว่าจะเชื่อดีไม่เชื่อดี..

    อ่านแล้วสะเทือนใจมากจ่ะ ถ้าเป็นเรื่องจริง
    ก็ต้องขอแสดงความเสียใจ กับคุณครูเหล่านั้น
    และผู้ที่เคยให้ความช่วยเหลือ เด็กชายปอน กับแม่ด้วยค่ะ..


  31. February 6th, 2009 at 9:23 pm       mimography Says:

    สวัสดีค่ะ..คุณ xanax71

    รู้สึกแย่มากๆ เลยละคะ
    คนเราถ้าอยู่กับคำโกหกบ่อยๆ มันจะชินชากับคำโกหกจนติดเป็นนิสัยนะคะ และเห็นว่าเป็นเรื่องธรรมดา แต่แท้จริงแล้ว เป็นสิ่งที่ไม่ถูก เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่งเลยละคะ

    ขอบคุณมากค่ะที่มาเยี่ยมเป็นคนแรก หลังจากหายไปนานและเพิ่งมาอัพบล็อกค่ะ อิอิ


  32. February 6th, 2009 at 9:06 pm       xanax71 Says:

    เข้าใจความรู้สึกเลย รู้สึกแย่ไปด้วยเลยค่ะ


You must be logged in to post a comment.