Blog nabhasan

ระบายสี ให้ วัน…เวลา (บอกเล่าถึงประสบการณ์- แลกเปลี่ยนความคิด – มุมมองของตนเองกับเรื่องต่าง ๆ)

เรื่องเล่า : เพื่อนต่างภพภูมิ

March1

.

ช่วยเผยแพร่เป็นวิทยาทาน ตามหลักความเชื่อในศาสนาพุทธ

แต่มิได้มีเจตนาชวนให้หลงงมงาย 

อย่างน้อย ก็คงช่วยเตือนสติ 

คนที่คิดเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนมากกว่าส่วนรวม

—————————-

วันนี้ ข้าพเจ้าขอเก็บตกเรื่อง บุญ บาป จากนิตยสาร The secret

ฉบับวันที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๑ มาฝากเพื่อน ๆ ชาว Mblog

ในเรื่อง เพื่อนต่างภพภูมิ ของคุณฐิติขวัญ  เหลี่ยมศิริวัฒนา

กับ ดร.สนอง วรอุไร

(ขออภัย ข้าพเจ้าด้อยในการใช้โปรแกรมวาดภาพเป็นการ์ตูน

เลยขอยกมาทั้งบทความแทนค่ะ ) 

คุณฐิติขวัญ  เหลี่ยมศิริวัฒนา ลูกศิษย์ขี้สงสัยเกิดมีสัมผัสที่หก

รู้สึกว่ามีพลังแปลก ๆ วนเวียนอยู่รอบตัว เลยต้องร้อนถึงอาจารย์

ดร.สนอง วรอุไร  ผู้รู้แจ้งทั้งทางโลกและทางธรรม ช่วยคลายข้อสงสัยให้

ขวัญ :  อาจารย์ขา  ทำไมเวลาไปในบางสถานที่ ขวัญถึงรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างที่ไม่น่าใช่มนุษย์อยู่แถว ๆ นั้นคะ 

อาจารย์ :  อย่างนั้นแปลว่ามีเพื่อนต่างภพภูมิพยายามจะสื่อสารกับขวัญอยู่ ดังนั้นไม่ต้องกลัว ไม่ว่าขวัญจะเห็น ได้ยิน

ได้กลิ่น หรือสัมผัสได้ด้วยทางใดก็ตาม ให้อุทิศบุญกุศลให้เขาไป
 

การอยู่ร่วมกับเพื่อนต่างภพภูมิอย่างเป็นสุข  ต้องแบ่งบุญให้เขา  ผ่านไปทางไหน เมื่อได้พบเห็นให้พูดว่าขอให้เป็นสุข ๆ นะ  เหมือนเราเดินผ่านหน้าบ้านที่มีหมาดุ  ถ้าเราโยนขนมให้มันบ่อย ๆ เดี๋ยวมันก็มาเป็นเพื่อนเราไปเอง

ส่วนที่เพิ่มเติม : (ในความคิดของข้าพเจ้า ยกเว้นสุนัขที่ซื่อสัตย์ บางตัวก็ไม่สามารถเป็นเพื่อนกับเราได้ 555 J)



แต่ถ้าเราขว้างก้อนหินใส่มัน ในที่สุดก็จะเป็นศัตรูกัน ดังนั้นอย่าไปสร้างศัตรูกับใคร  ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์ สัตว์เดรัจฉาน  หรืออมนุษย์ที่อยู่ต่างภพภูมิ 

ขวัญ :  นอกจากมนุษย์และสัตว์แล้ว  ในทางพุทธศาสนาชื่อว่ายังมี สิ่งมีชีวิตอื่น ๆ อีกใช่ไหมคะ 

อาจารย์  :  ใช่แล้ว  สังสารวัฎประกอบด้วยสิ่งมีชีวิต 31 ภพภูมิ  แบ่งเป็น  ทุคติภูมิ 4 ภพภูมิ  ได้แก่

สัตว์นรก เปรต อสุรกาย  และสัตว์เดรัจฉาน  กับสุคติภูมิ
27 ภพภูมิ  ได้แก่ มนุษย์ เทวดา 6 ชั้น  และพรหม  20 ชั้น

ขวัญ :  แล้วสัมภเวสี  หรือ ผี  ที่เราเห็น ๆ กันล่ะคะคืออะไร  และจัดอยู่ในภพภูมิไหน 

อาจารย์  :  สัมภเวสี  แปลว่า สัตว์รอเกิด  คือจิตที่ทิ้งร่างแล้ว  แต่ยังไม่ไปเกิดในภพใดภพหนึ่ง

ทางปริยัติอธิบายว่า  สัมภเวสี  หรือสัตว์รอเกิด  คือ ทุกชีวิตที่ยังเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในวัฎสงสาร  ไม่ว่าจะอยู่ในภพภูมิใด  นรก เปตร อสุรกาย  สัตว์เดรัจฉาน  มนุษย์ เทวดา พรหม หรือแม้จะเป็นพระอริยบุคคลแล้ว  เช่น พระโสดาบัน  พระสกิทาคามี  หรือพระอนาคามี  ก็จัดว่าเป็นสัมภเวสีทั้งหมด  เพราะยังต้องไปเกิดอยู่ แต่ในทางปฏิบัติถือว่าสัตว์เหล่านี้เกิดแล้ว เช่น มนุษย์เกิดเป็นมนุษย์แล้ว  เทวดาเกิดเป็นเทวดาแล้ว  ดังนั้นจึงไม่นับว่าเป็นสัมภเวสี

          สัมภเวสีในทางปฏิบัติคือ สัตว์รอเกิดที่ตายแล้ว  แต่ยังไม่ไปเกิดในภพภูมิต่าง ๆ ที่กล่าวไป  แต่จิตออกจากร่างแล้ว เร่ร่อนเพื่อรอเกิดอยู่ในรูปของกายทิพย์  โดยมีลลักษณะหน้าตา และแต่งตัวเหมือนเดิมทุกประการ  ตอนตายเป็นอย่างไร กายทิพย์ยังคงเป็นอย่างนั้น 

ขวัญ :  ขวัญนึกว่าเมื่อตายแล้วเราจะต้องไปเกิดในทันทีเสียอีก  แต่ทำไมสัมภเวสีถึงไม่ไปเกิดล่ะคะ 

อาจารย์  :  ในกรณีปกติเมื่อตายปุ๊บจะไปเกิดทันที  ส่วนในกรณีที่ตายแล้ว แต่ยังไปเกิดในภพภูมิใหม่ไม่ได้ เพราะกรรมตัดรอน ส่งผลให้ต้องตายก่อนถึงอายุขัย  ต้องรอจนกว่าจะสิ้นอายุขัยจึงจะไปเกิดได้  แบบนี้เรียกว่าเป็น สัมภเวสี หรือสัตว์รอเกิด 

เหมือนอย่างที่หลวงปู่พุทธะอิสระ (พระสุวิทย์  ธีรธมฺโม) ท่านเล่าให้ฟังว่า คืนหนึ่งท่านนั่งรถจะกลับเข้าถ้ำ ระหว่างทางเห็นลูกชายของลูกศิษย์ยืนอยู่ริมถนน  จึงบอกคนขับรถให้จอดรับ เด็กหนุ่มคนนั้นก็กระโดดขึ้นรถกระบะมาด้วย พอมาถึงหน้าบ้านจอดให้ลง เขาก็กระโดดลงไป

อีกสองสามวันถัดมา  เมื่อเจอลูกศิษย์ที่เป็นพ่อของเด็ก หลวงปู่นึกได้จึงทักขึ้นว่า เออ คืนนั้นหลวงปู่เห็นลูกชายเอ็งยืนอยู่ข้างถนน  เลยแวะรับมาส่งให้ที่หน้าบ้านปรากฎว่าลูกศิษย์คนนั้นตกใจ แล้วละล่ำละลักตอบว่า หลวงปู่ครับ ลูกชายของผมถูกรถชนตายไปก่อนนั้นแล้วครับ นี่ไง สัมภเวสี เป็นแบบนี้ไงล่ะขวัญ  คือ ยังมีรูปร่างหน้าตาเหมือนเดิม  หลวงปู่จึงจำได้ 

ขวัญ :  เราสามารถอุทิศส่วนบุญให้สัมภเวสีเหล่านี้ เพื่อให้เขาได้รับส่วนบุญแล้วไปเกิดใหม่ได้ไหมคะ 

อาจารย์ :  สัมภเวสีรับส่วนบุญได้  แต่ถึงอย่างไรก็ยังไปเกิดใหม่ไม่ได้  ต้องรอจนกว่าจะสิ้นอายุขัย ตามโรงพยาบาลมีมากเลยละ สัมภเวสีน่ะ  ขวัญเคยอ่านเรื่องของ เด็กหญิงพิมวดี โหสกุล  ลูกสาวในอดีตชาติที่มาช่วย นายแพทย์อาจินต์ บุณยเกตุ  ขณะที่นอนป่วยอยู่ที่โรงพยาบาลศิริราชไหมล่ะ นั่นล่ะ ตัวอย่างหนึ่งของสัมภเวสี ที่มีรูปนามเป็นทิพย์ อยู่ตามโรงพยาบาลไงล่ะ 

ขวัญ :  ระหว่างที่เร่ร่อนอยู่ในรูปของสัมภเวสีนั้น  เขาจะติดต่อกับใคร จะช่วยใคร หรือจะทำอะไรก็ได้ เหมือนกับตอนที่ยังมีชีวิตอยู่อย่างนั้นเลยหรือคะ 

อาจารย์ :  ทำได้ แต่อยู่ในขอบเขตที่จำกัด  ด้วยมีรูปนามเป็นทิพย์  และมีลักษณะเหมือนเดิมทุกประการ 

ขวัญ :  สิ่งมีชีวิตอื่น ๆ นอกจากมนุษย์และสัตว์  เขาอยู่กันที่ไหนคะ 

อาจารย์ :  ก็อยู่ในภพของเขา  ซึ่งเป็นคนละภพกันกับเราไงล่ะ  ยกเว้น สัมภเวสีและเทวดาที่อยู่ชั้นใกล้ ๆ กับมนุษย์ อย่างพวกเจ้าที่(ภุมเทวดา) นางไม้ (รุกเทวดา) หรือ ชาวบังบดที่อาศัยอยู่ในเมืองลับแลก็เช่นกัน  เป็นเทวดาจำพวกหนึ่งในชั้นจาตุมหาราชิกาที่อาศัยอยู่ในภพเดียวกับเรานี่เอง  จึงสามารถเนรมิตกายหยาบปรากฎให้เราเห็นด้วยตาเนื้อตาหนังไงล่ะ 

ขวัญ :  แล้วสัมภเวสีและเทวดาเหล่านี้เขาเห็นเราไหมคะ 

อาจารย์ :  เห็นสิ  เห็นหมดแหล่ะ  เพราะว่าจิตของสิ่งมีชีวิตทั้งหลายนั้น เป็นพลังประเภทเดียวกัน  เพียงแต่ว่าความสกปรกหรือมลทินนั้นมีมากน้อยต่างกัน 

ขวัญ :  เหตุอะไรทำให้สิ่งมีชีวิตต้องไปเกิดในภพภูมิที่แตกต่างกันคะ 

อาจารย์ :  สิ่งมีชีวิตเกิดในภพภูมิที่แตกต่างกันเพราะสร้างเหตุไว้แตกต่างกัน เช่น ผู้ที่มักโกรธ  มีโอกสาไปเกิดในสัตว์อยู่ในนรก  โลภมากทำให้มีโอกาสไปเกิดเป็นเปรต  หลงมาก ทำให้มีโอกาสไปเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉาน

การเกิดเป็นมนุษย์ได้นั้นต้องอาศัยเหตุ  คือ รักษาศีลห้าให้บริสุทธิ์และมีอยู่ที่ใจ และถ้าให้ทานด้วยก็จะมีโอกาสไปเกิดเป็นเทวดา นางฟ้าได้  ส่วนการพัฒนาจิตจนเข้าถึงอารมณ์ฌาณแล้วตายในฌาน  จะเป็นเหตุให้ไปเกิดเป็นพรหมในชั้นต่า ง ๆ ตามกำลังของฌานที่พัฒนาได้ 

ขวัญ :  สิ่งมีชีวิตทุกชีวิตในสังสารวัฎมีโอกาสบรรลุธรรมและนิพพานเหมือนกันหรือหรือเปล่าค่ะ 

อาจารย์ : ไม่เป็นอย่างนั้น  เฉพาะสัตว์ที่มีบุญบารมีสั่งสมมามากเท่านั้น จึงจะมีโอกาสบรรลุธรรมและเข้าถึงนิพพานได้  การจะมีโอกาสได้ปฏิบัติธรรมเพื่อพัฒนาจิตวิญญาณนั้น เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยาก  หากไม่มีบุญบารมีสั่งสมอยู่ในจิตเป็นพลังผลักดันให้จิตได้คิด ให้สติเริ่มเกิด  และให้ปัญญาเริ่มพัฒนา ก็จะไม่มีโอกาส ไม่เชื่อลองสังเกตดูสิว่า  คนที่จะได้พัฒนาจิตวิญญาณตัวเองนั้นมีสักกี่คน  เมื่อเทียบกับจำนวนคนทั้งโลก 

สัตว์นรกไม่มีโอกาสได้พัฒนาจิตวิญญาณ เนื่องจากตลอดเวลาต้องรับความทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส ชนิดที่ไม่มีความทุกข์ใดในโลกมนุษย์จะเปรียบเทียบได้

เปรตก็เช่นกัน ทุกข์ตลอดเวลาจากความหิวอาหาร  อสุรกายทุกข์จากความกระหายน้ำ  ส่วนสัตว์เดรัจฉานทุกข์จาก ความกลัว ความตื่นตระหนกตกใจ  หวาดระแวงภัยอยู่ตลอดเวลา  และไม่มีศีลคุมใจ  จึงไม่สามารถพัฒนาจิตวิญญาณได้ 

ส่วนเทวดา และพรหมนั้นตรงกันข้าม มีความสุขมาก และได้เสวยแต่ทิพยสุขและฌานสุขตลอดเวลา  จึงแทบไม่มีโอกาสได้พัฒนาจิตเหมือนมนุษย์ที่มีมนุษยสมบัติมาก  มัวแต่เสวยกามสุขจากสมบัติเหล่านี้ จนลืมปฏิบัติธรรม  ดังนั้นคนที่มีความสุขมาก ๆ จึงมักจะไม่ค่อยได้พัฒนาจิตวิญญาณ  มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้น ที่มบุญบารมีส่งผลให้หันมาปฏิบัติธรรม 

ขวัญ :  สุขเกินก็ไม่ได้  ทุกข์เกินไปก็ไม่ดี  อย่างนี้ทำอย่างไรจึงจะมีโอกาสได้ปฏิบัติธรรมล่ะค่ะ 

อาจารย์ :  จะมีโอกาสได้ปฏิบัติธรรมหรือไม่  เป็นเรื่องของบุญบารมีที่สั่งสมมาในอดีตนะขวัญ  ถ้าบุญบารมีส่งผลเมื่อไร  จึงจะมีโอกาสได้เข้ามาทางธรรม 

ขวัญ :  อย่างนี้ ถ้าขวัญเคยมีโอกาสได้ปฏิบัติธรรมแล้ว  ก็แปลว่า บุญบารมีถึงขึ้นแล้วน่ะสิคะอาจารย์ 

อาจารย์ : ได้ปฏิบัติธรรมกับได้เข้าถึงธรรมน่ะเป็นคนละเรื่องกันนะขวัญ  แม้จะปฏิบัติธรรมมานานแค่ไหน  ถ้ายังเข้าไม่ถึงกระแสแห่งธรรม  ก็แปลว่า บุญบารมียังไม่มากพอ  เรียกว่าเป็น แค่นักปฏิบัติธรรม  แต่ยังเข้าไม่ถึงธรรม วิถีชีวิตและพฤติกรรมจึงยังไม่เปลี่ยน 

มนุษย์ที่เกิดมาอยู่ในยุคปัจจุบันร้อยคนที่ปฏิบัติธรรม จะมีเพียงแค่คนหรือสองคนเท่านั้นที่จะเปลี่ยนวิถีชีวิตตนเองได้  นอกจากนั้นที่เหลือจะต้องสั่งสมบุญบารมีต่อไปอีกเรื่อย ๆ

ขวัญ :  แล้วขวัญจะต้องทำอย่างไรต่อไปล่ะคะ 

อาจารย์ :  ก็ปฏิบัติธรรมต่อ  เพื่อสั่งสมบุญบารมีไปเรื่อย ๆ

เมื่อใดที่บุญบารมีมากพอ  แรงของบุญบารมีจะผลักดันให้เราเข้าถึงธรรมได้เอง 

เข้าใจนะขวัญ

ขวัญ : เข้าใจแล้วค่ะ อาจารย์

———————————————————————————

ชีวิตเป็นของไม่แน่นอน 

ดังปัจฉิมโอวาทของพระพุทธเจ้าก่อนเสด็จเข้าสู่ปรินิพพาน

ครั้งสุดท้ายว่า  “ภิกษุทั้งหลาย!  บัดนี้เราขอเตือน

พวกท่านให้รู้ว่า  สิ่งทั้งหลายที่เกิดมาในโลกมีความเสื่อมสลายเป็นธรรมดา  ท่านทั้งหลายจงทำหน้าที่อันเป็น

ประโยชน์แก่ตนและคนอื่นให้สำเร็จบริบูรณ์ด้วยความไม่ประมาทเถิด”

สาธุ!!!

อากาศค่อนข้างร้อนมาก

กว่าจะนำบทความขึ้น web นี้ได้

เล่นเอาเหนื่อยเหมือนกัน :))

nabhasan

๑ มีนาคม  ๒๕๕๓

 

by posted under Uncategorized | 3 Comments »    
3 Comments to

“เรื่องเล่า : เพื่อนต่างภพภูมิ”

  1. March 1st, 2010 at 10:32 pm       nelumbo Says:

    อ่านแล้ว ทำให้นึกถึงหนังสือไตรภูมิพระร่วงจังค่ะ
    หยิบมาอ่านไปได้แค่ไม่กี่บท ก็ทำให้ทราบว่า ..
    ปัญญาของตนเองยังไม่ถึงขั้นเสียเลย แต่ก็ไม่ท้อนะคะ
    แค่วางหนังสือลงชั่วคราว กลับไปฝึกสมองให้มากขึ้น

    ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ค่ะ ..

    ปล. รู้สึกดีเหมือนกลับมาบ้านจังเลยค่ะ ^_^


  2. March 1st, 2010 at 8:33 pm       nabhasan2007 Says:

    ก็พวกเขาเล่นเผาศาลเจ้าทิ้ง
    แล้วเจ้าจะมีที่อยู่ไหมล่ะคะ คุณ comenubb
    ก็ต้องกลายเป็นสัมภเวสีเร่ร่อนน่ะซิ (ไม่รู้เจ้าองค์ไหน?)

    อย่าไปทับถมเขาเลยค่ะ
    เวรระงับด้วยการไม่จองเวร
    สัตว์โลก ย่อมเป็นไปตามกรรมนะคะ ^_^


  3. March 1st, 2010 at 8:29 pm       comenubb Says:

    ช่วงนี้ สัมภเวสี เยอะเสียด้วยสิ…

    สัมภเวสี(แดง)…ฮา

    สบายดีนะครับ


You must be logged in to post a comment.