ในดงฝรั่ง ยามที่ฤดูหนาวมาเยือน ทุกคนรู้ดีว่า
เชื้อโรคเหงาๆ หงอยๆ จะลอยอยู่ในอากาศ
ทำให้เกิดเป็นโรคซึมเศร้าได้ง่ายนักแล....
ที่ว่ามาข้างบนนั้นเป็นแค่การเปรียบเปรยของชาวฝรั่งเขา
จริงๆ มันไม่มีหรอกค่ะ ไอ้เชื้อโรคเหงา เชื้อโรคหงอยเนี่ย
แต่ในฤดูหนาวของชาวยุโรป เขาจะรู้กันว่า ต้องระวังโรค
ซึมเศร้าตามฤดูกาล หรือที่เรียก ย่อๆ กันว่า SAD นั่นเอง
คำว่า SAD นี้ย่อมาจาก Seasonal Affective Depression
(จำง่ายดีเหมือนกันนะคะ) แต่ฝรั่งเขาจะชอบพูดกันว่า ดีเพรส
(Depress) ซึ่งไม่ใช่เรื่องเล็กๆ นะคะ หลายคนที่กำลังอกหัก
รักคุด หรือผิดหวังในชีวิต ถึงขั้นฆ่าตัวตายกันได้ในฤดูนี้
โรคนี้มักจะมาในช่วงฤดูใบไม้ร่วง ยาวไปถึงฤดูหนาว
และหมดลงในช่วงฤดูใบไม้ผลิหรือ ฤดูร้อน อาการของ
โรค ก็เหมือนๆ กับอาการโรคซึมเศร้าในบ้านเรานั่นแหละค่ะ
แต่ที่นี่จะมีอาการหมดเรี่ยวหมดแรง ง่วงหงาวหาวนอน
และกินเก่งขึ้น โดยเฉพาะอาหารจำพวกแป้งและน้ำตาล
ทำให้น้ำหนักตัวขึ้นกันจ้าละหวั่น (อันนี้ฉันล่ะเข้าใจเลย
ขนาดทำใจไม่ให้ซึมเศร้านะ แต่ทว่ามันหนาวน่ะ เลยทำ
ให้ฉันต้องเอนจอย คาร์โบไฮเดรตเป็นพิเศษ ก็อย่างที่เรา
เรียนรู้กันมา ว่า มันใช้สร้างความอบอุ่นในร่างกายได้นั่นเอง)
ส่วนสาเหตุของ SAD นั้น ชาวฝรั่งเองเขาก็ยังไม่สรุป
อย่างชัดเจนว่าเป็นเพราะอะไร แต่มีการวิเคราะห์กันว่า....
น่าจะมาจาก การเปลี่ยนแปลงของปริมาณของแสงอาทิตย์
ซึ่งไปมีผลกับระบบ นาฬิกาในร่างกาย หรือที่เรียกกันว่า
Biological Clock ซึ่งเป็นระบบที่ควบคุมอารมณ์การนอน
และการลดลงของแสงอาทิตย์ ยังทำให้ฮอร์โมนในร่างกาย
ทำงานเอื่อยเฉื่อยลงด้วย แถมยังมีผลทำให้การหลั่งสารเคมี
ในสมองที่มีผลต่ออารมณ์ลดลงด้วย ดังนั้นพวกฝรั่งก็จึงหาทาง
บำบัดโรคนี้ ด้วยการใช้แสงเข้ามาช่วย หรือ ที่เรียกกันว่า...
Light Therapy ร่วมไปกับการใช้ยาต้านโรคซึมเศร้า
สำหรับฉันและครอบครัว ไม่กลัวโรคนี้เท่าไหร่ เพราะ
ปีนี้เราหนีกลับมารับไออุ่นที่เมืองไทยสบายแฮ แต่ถ้า
บางปีที่หนีไม่พ้นจริงๆ พวกเราก็ไม่จำเป็นต้องไปพึ่ง
พายา หรือ Light Therapy แต่ประการใด....
ฉันว่า ชาวพุทธอย่างเราสามารถหลีกหนีเชื้อโรคนี้
ได้ดีทีเดียว บางปี ที่ฉันต้องเผชิญกับฤดูหงอยนี้
ฉันก็ผ่านมันมาได้ด้วยดี โดยการใช้วิธีทางธรรม
ชวนลูก นั่งสมาธิ สวดมนต์ จิตสงบ มันก็มีผลกับ
การหลั่งสารต่างๆ ในร่างกายเหมือนกันนะ ฉันว่า(เอง)
และที่เห็นผลชัดๆ คงจะเป็นเรื่องการออกกำลังกาย
แม้จะหนาว เราก็ยังสามารถไปออกกำลังกายให้ได้
เหงื่อในฟิตเนสอุ่นๆ ได้อยู่เสมอ เพียงแต่ว่า อย่า
ขี้เกียจตามอากาศก็แล้วกัน อันนี้ต้องใช้พลังใจ
ที่เข้มแข็งในการเริ่มต้นกิจกรรมนี้ เป็นอย่างมาก
ฤดูหงอยนี้สอนให้ฉันรู้ว่า มนุษย์เป็นเพียงส่วนหนึ่ง
ของธรรมชาติ เพราะแม้แต่ฤดูกาลที่เปลี่ยนแปลง
มันยังมีผลต่อจิตใจ และร่างกายของพวกเราเลย
สิ่งที่ดีที่สุดที่เราจะทำได้ ก็คือการยอมรับความเป็นไป
ในชีวิตของเรา ทั้งสุข ทุกข์ ที่จะเกิดขึ้นได้ในจิตใจของเรา
ด้วยการรู้เท่าทันถึงจิตใจตน และควบคุมไว้ให้ได้ด้วย
ตัวของเราเอง พร้อมทั้งยอมรับกับความเปลี่ยนแปลง
ในชีวิตให้ได้ พอๆ กับที่เราต้องรับมือกับอากาศ
ที่เปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาลนั่นแล....
แต่หากเราปล่อยให้จิตอ่อนแอ ท้อแท้สิ้นหวัง และไม่เข้าใจ
ในเรื่องของการเปลี่ยนแปลง และการทำใจแล้วล่ะก็....
ไม่ว่าฤดูไหน ความซึมเศร้าก็เกิดกับเราได้เสมอ....
เขียนโดย natayaa ที่ 2009-11-25 11:01:17 น. 14 ความคิดเห็น
เห็นด้วยอย่างมากเลยค่า
เพราะมีน้องที่ไปเรียนที่นั่นเค้าก้บอกว่าที่ๆไม่มีแดด
มัน So Sad จริงๆค่าคิดถึงบ้านที่สุด
น้องไผ่เครียดเรื่องวิทยานิพนธ์มาด้วย
เค้าบอกว่าเฉียดบ้าเลยทีเดียว
ต้องเอาหลักธรรมะนั่นแหละค่ะดีที่สุด
ถ้ากลับเมืองไทยบอกเพื่อนๆที่บล็อคด้วยนะคะ
สวัสดีค่ะพี่เอ๋ สบายดีนะคะพี่ นัทคิดถึงพี่เช่นกันนะคะ :)
ที่พี่เอ๋พูดถึงเรื่องพลังใจ สื่งนี้สำคัญมากนะคะ ชี้ชะตาคนเราได้จริง ๆ เนอะ เพราะมันเป็นสิ่งที่ทำได้ยากมากที่จะรวบรวมพลังใจเนี่ย อิอิ
บ้านเรา ฤดูหนาว เป็นฤดูที่คึกคักนะคะนัทว่า(เอง) เพราะเมื่อลมหนาวเริ่มโชยมาพร้อมแสงแดดอุ่น ๆ ดอกไม้นานาพันธ์ก็เริ่มผลดอกออกช่อกันให้พรึบพรับ ทะเลเองก็ไร้คลื่นแรงจากพายุฝน ทะเลจึงดูสงบ สีทะเลก็สดสวยใสขึ้นเยอะเลยนะคะ ใคร ๆ ใครจะเที่ยวชมนานาพันธุ์ไม้และสายหมอกก็ไปกัน ใครใคร่ไปนอนฟังเสียงทะเลครวญก็ไปกัน...คึกคักมากเลยนะคะนัทว่า (เองอีกแล้ว อิอิ)
แต่ก็อีกนั่นละ ลมหนาวปีนี้ มาพร้อมกันกับหอบเอาไข้มาฝากนัทด้วยค่ะ ทนไปทำงานสองวัน แต่ร่างกายเริ่มทนไม่ไหวแล้ว วันนี้จึงนอนพักผ่อนค่ะ
อยู่ในอาการจำศีลค่ะ
เอิ้กกกกก
ธรรมะกับธรรมชาติสวยๆ ช่วยเยียวยาจิตใจได้จริงๆ ค่ะ
:)))
สวัสดีค่ะพี่เอ๋
อากาศที่เชียงใหม่ก็หนาวแล้ว ภาวนาอยากให้หิมะตก ฮ่าๆๆๆๆๆ ล้อเล่นค่ะพี่
หวัดดีค่า คุณน้อง korpai
ใช่แล้วค่ะ นักเรียนไทยที่นี่ ต้องสู้ตายช่วงฤดูหนาวเลยล่ะค่ะ
ตอนนี้มาแว้วจ้า
ขอบคุณสำหรับคอมเม้นท์นะคะ
หวัดดีค่ะน้องนัท
แหม อ่านเม้นท์น้องแล้วอยากไปเที่ยวไวๆ พี่จองตั๋วไปกระบี่(อีกแล้ว) กับตรังไว้ก่อนคริสต์มาสค่ะ อย่างน้องว่า ทะเลคงสวย และไม่ร้อนเกินไป
คิดถึงนะจ๊ะ
หายไวๆ ล่ะ เพี้ยง
อิอิ อาการจำศีลนี่เข้ากันกับหน้าหนาวมั่กๆ
ขอบคุณที่แวะมานะคะน้อง hataraki
ขอบคุณมากค่ะคุณแอนนา สำหรับความเห็นดีๆ
น้องเมย์ ล้อเล่น แต่พี่ลุ้นจริงๆ อิอิ ขอบคุณที่แวะมาค่า
winter wind and weather can really make SAD mood naka,
But for some, it was such a good memory..
stay happpy towards Joy of coming Chrishmas !
thanks to share ka..beautiful misty pics ka
P athenaz :))
วู้ววววว เจ๊ป้าหนีหนาวมาเหมือนนกอพยพกันเลยทีเดียว (อะล้อเล่น) ส่วนเป๋ห่าวจะหนีร้อนจาก กทม ไปหนาวที่น่าน เจ๊ป้าสนใจไหม ไปดูทะเลหมอกกะไปนั่งนับเลขกัน เอ้ยไปนอนนับดาวกัน
ขอบคุณมากค่ะพี่อเธน่าส์
same to you naka.
thanks so much ka
ไปเมื่อไหร่ล่ะจ๊ะหนูเป้ ป้าตกเลขอ่ะ สงสัยอดไป เอ๊ะ ตกลงนับเลข หรือ นับดาว ฮ่าๆๆๆ มุกเยอะนะเรา