ในยุคแห่งความเสื่อม ..

0

Posted by nelumbo | Posted in Uncategorized | Posted on 15-03-2011

 

 

 

 

We hereby wish God bless Japan ..

 

 

 

ขณะที่โลกกำลังเคลื่อนตัว ไปตามครรลองอย่างแช่มช้า ..

บางสิ่ง .. หรืออาจจะหลายสิ่ง กำลังเสื่อมถอย อย่างรวดเร็วจนน่าใจหาย

 

 

 

.



 

 

 

 

เสียงพิมพ์งานเขียนเรื่องใหม่ ในรอบหลายสัปดาห์ของข้าพเจ้า หยุดชะงักลงอย่างเสียไม่ได้

ด้วยเสียงริงโทนสุดฮิตของข้าพเจ้า ที่ดังแทรกสรรพสำเนียง ในขณะนั้น อย่างท้าทาย

ปลายสาย เป็นน้องสาวของข้าพเจ้าเอง เจ้าหล่อน ผู้ที่พยายามดึงให้ข้าพเจ้า เข้าไปมีส่วนร่วม

กับครอบครัวในทุกจังหวะของชีวิต .. เพราะการงานที่ล้นหลาม ทำข้าพเจ้าห่างหายไปอย่างจำใจ

 

 

 

 

ข่าวภัยพิบัติที่เกิดขึ้นที่ญี่ปุ่น นำความรันทดท้อ .. มาสู่หัวใจหลาย ๆ ดวงอย่างไม่ต้องสงสัย

น้องสะใภ้ข้าพเจ้า ยังคงรอคอยการติดต่อจากพ่อ-แม่ ของหล่อนอย่างใจจดใจจ่อ ..

แน่นอนว่าใบหน้าของทุกคนในครอบครัว ย่อมปรากฎร่องรอยแห่งความวิตกกังวล อย่างเงียบ ๆ

แม้จะไม่มีคำสนทนาใด ๆ จากพวกเรา .. แต่ -หัวใจ- ย่อมสื่อสารกันอย่างอื้ออึง ร้อนรน

จนวันนี้ .. ขอบคุณพระ .. ทุ ก ค น ป ล อ ด ภั ย ..

 

 

 

 

สึ น า มิ .. สำหรับข้าพเจ้าแล้ว ยังเป็นเรื่องที่รอการสืบค้น เพราะแม้จะเคยพบเห็นความรุนแรง

อย่างที่บ้านเราประสบเมื่อหลายปีก่อนโพ้น .. ก็ยังไม่ได้เข้าใจอย่างถ่องแท้ เท่าที่ควร ..

อีกทั้งยังไม่คิดว่า จะมีใครในครอบครัว เฉียดไปใกล้เหตุการณ์ดังกล่าว อย่างเหลือเชื่อ ..

ไม่ใช่เพราะเหตุผลอื่นใด แต่เพราะบ้านเรา อยู่ที่ราบสูง .. มิใช่ ชายทะเล อันสุ่มเสี่ยงอย่างที่คิด

 

 

 

 

แต่มาวันนี้ .. ค ว า ม เ ป็ น ไ ป ไ ม่ ไ ด้ คือ ความเป็นไปได้ 

 

 

 

 

จะว่าไป ก็คงเหมือนข้อเขียนหลาย ๆ เรื่องที่ผ่านมาของข้าพเจ้า ที่รู้สึกปลง-ปลง กับสิ่งที่เกิดขึ้น

ก่อนหน้านี้ ข้าพเจ้าสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงอันอนันต์ ระหว่างโลกยุคเก่า และสังคมยุคใหม่

แต่ไม่อยากนำมาเปรียบเทียบ ให้เกิดความเศร้าหมองต่อดวงจิตแห่งตน มากไปกว่าที่ประสบอยู่นี้

มันจะซึมไปขนาดไหน หากนับวัน ความเสื่อมที่ว่า กลับชัดเจนจนสุดประมาณได้

 

 

 

 

..  ดิน

 

 

 

..  ฟ้า

 

 

 

..  อากาศ

 

 

 

..  และ มนุษย์

 

 

 

 

.

.

.

 

 

 

สำหรับพุทธศาสนิกชน .. การเปลี่ยนแปลง .. ย่อมเป็นธรรมดาแห่งโลก

 

 

 

 

แต่คงไม่มีใครจะปฏิเสธได้ว่า – ม นุ ษ ย์ –  นี่เอง ที่เป็นตัวกระตุ้นให้การเปลี่ยนแปลงรุนแรงขึ้น

อย่างที่ แม้ มนุษย์เอง ก็ไม่เคยคาดคิด ว่า ผลพวงของการกระทำแห่งตนนั้น จะหนักหนาเพียงนี้

ข้าพเจ้า เคยแอบสงสัยอยู่เสมอ ๆ ว่าความเสื่อมใด-ใด ที่เกิดขึ้นในวันนี้ .. เริ่มมาจากเมื่อใด

และได้มีวิวัฒนาการมาอย่างไร ..

 

 

 

 

ต่อความพยายามในการสืบค้น ข้าพเจ้าได้ค้นพบคำตอบในที่สุด ..

เรื่องนั้น คือ ลำดับความเสื่อมของมนุษย์ อันสรุปได้ดังนี้

 

 

 

 

๑ .. ในเบื้องต้นนั้น มนุษย์ มีอายุ ๔๐,๐๐๐ ปี ต่อเมื่อมนุษย์ รู้จักคำมุสาแล้ว

อายุและวรรณะจึงเสื่อมถอย เหลือ ๒๐,๐๐๐ ปี

 

 

 

๒ .. เมื่อมนุษย์มีอายุ ๒๐,๐๐๐ ปี และมนุษย์ได้รู้จัก การกล่าววาจาส่อเสียด แล้ว

อายุและวรรณะจึงเสื่อมถอย เหลือ ๑๐,๐๐๐ ปี

 

 

 

๓ .. เมื่อมนุษย์มีอายุ ๑๐,๐๐๐ ปี มนุษย์ได้ล่วงละเมิดคู่สมรสของผู้อื่น โดยปราศจากความยับยั้ง

อายุและวรรณะจึงเสื่อมถอย เหลือ ๕,๐๐๐ ปี

 

 

 

๔ .. เมื่อมนุษย์มีอายุได้ ๕,๐๐๐ ปี ธรรม ๒ ประการคือ วาจาด่าทอและ วาจาเพ้อเจ้อ

ก็ได้ถึงความแพร่หลาย อายุและวรรณะจึงเสื่อมถอย เหลือ ๒,๕๐๐ – ๒,๐๐๐ ปี

 

 

 

๕ .. เมื่อมนุษย์มีอายุได้ ๒,๕๐๐ – ๒,๐๐๐ ปี มนุษย์ได้ยังถึงซึ่ง ความพยาบาท อันโหดร้าย

อายุและวรรณะจึงเสื่อมถอย เหลือ ๑,๐๐๐ ปี

 

 

 

๖ .. เมื่อมนุษย์มีอายุได้ ๑,๐๐๐ ปี มิจฉาทิฐิ อันได้แก่ความเห็นผิด คือเห็นสิ่งที่สมควร

ว่าไม่สมควร แล เห็นสิ่งที่ไม่สมควรว่าสมควร ก็ได้ถึงความแพร่หลาย

เมื่อนั้น .. อายุและวรรณะจึงเสื่อมถอย เหลือเพียง ๕๐๐ ปี

 

 

 

๗ .. เมื่อมนุษย์มีอายุได้ ๕๐๐ ปี ธรรม ๓ ประการคือ อธรรมราคะ คือความกำหนัดในสิ่งที่

ไม่เป็นธรรม  .. วิสมโลภ  ความโลภแต่เพียงฝ่ายเดียว  แล มิจฉาธรรม ค่านิยมอันผิด

ก็ถึงกาลแพร่หลาย และเมื่อนั้น อายุและวรรณะจึงเสื่อมถอย เหลือเพียง ๒๕๐ – ๒๐๐ ปี

 

 

 

๘ .. เมื่อมนุษย์ มีอายุได้ ๒๕๐ – ๒๐๐ ปี มนุษย์กลับมีความไม่ประพฤติชอบในมารดา

ความไม่ประพฤติชอบในบิดา ความไมประพฤติในสมณะ ความไม่ประพฤติชอบในพราหมณ์

ตลอดจน ความไม่อ่อนน้อมในผู้ใหญ่ อายุและวรรณะจึงเสื่อมถอย เหลือเพียง ๑๐๐ ปี

 

 

 

 

.

.

.

 

 

 

 

ความเป็นมนุษย์ เปรียบเสมือน เหรียญสองด้าน

 

 

 

 

ด้านหนึ่ง .. ถือเป็นโอกาส ที่จะได้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ เพื่อจะได้ไปในที่ชอบ-ที่ชอบ

อีกด้านหนึ่ง .. ย่อมถูกชักจูงไปในทางต่ำได้อย่างง่ายดาย .. หากปราศจากที่ยึดเหนี่ยว

 

 

 

 

ด้วยเหตุนี้ ศาสนา และความเชื่อ จึงถูกนำมาเป็นเครื่องมือวางกรอบการดำเนินชีวิต

เสียดาย .. มนุษย์ หาได้เชื่อถือ และปฏิบัติตนไปในทางดีงามอย่างที่มีโอกาสนั้นไม่

 

 

 

 

ในวาระ ที่สุดของที่สุด .. มนุษย์ จึงต้องรับผลแห่งการกระทำแห่งตน ด้วยตนเอง

ผู้ใดหว่านพืชใด .. ย่อมได้รับผลแห่งพืชนั้น ฉันใดก็ฉันนั้นเอง ..

 

 

 

 

สั ต ว์ โ ล ก จึ ง เ ป็ น ไ ป ต า ม ก ร ร ม .. ด้วยเหตุนี้ ..

 

 

 

 

. . .

 

 

 

 

ขอแสดงความเสียใจ กับผู้สูญเสียจากเหตุการณ์ภัยพิบัติสึนามิ ที่ประเทศญี่ปุ่น

 

 

 

 

ขอบคุณข้อมูลและภาพ: อินเตอร์เน็ต

 

 

 

 

nelumbo

๑๕ มีนาคม ๒๕๕๔

Comments (0)

harikaaaa:Dddddd

THANK YOU SDF SD SDFSDF

เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งครับ

😉

:)))

คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...

Let’s pray together ka

:)))

อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณบัวเจ้าเสน่ห์
เช้านี้ข้าเจ้านำภาพพระพุทธเจ้า ๕ องค์มาแจมเจ้าค่ะ
ต้องขออภัยนะคะที่ใช้เวลาหาภาพนานไปนิ้ดนุง ^^

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Have a nice week ka,

xxx

good mornign with this song ka :
Warm felling and sooth our hearts.. P’


xxx

“The Heart Sutra”

one of the toughest flowers-spicy of the world..

good evening ka Tuk ^^
xxx

พี่แวะมาช้า ดีกว่าไม่มานะคะ
คิดถึงค่ะ ทราบว่างานยุ่งก็ย่อมดีกว่าไม่มีงาน ฮา ..

แม้พี่จะเกริ่นทักเสียครึกครื้น แต่เรื่องข้างบนก็ทำให้พี่ต้องปาดน้ำตา เหมือนกับที่เขียนเรื่องของบล็อกพี่ค่ะ ..

“May your brave and determined soul of Japan
Bring your beloved country back to normal, thus
Bring your dedication to step forward,
Dry off your tormented tears,
coz those who passed away , would have never struggled
up there in heaven from Tsumani again.

May you all cross over the debris of wreckage homeland,
stand up right, to fight for survival through pain,
In new age of catastrophe,
In the century of disastrous planet..

Don’t let despair share your wisdom space ..
Nor let sorrowfulness ever wipe off your brave plight ..
Nor let your sacrifice melt down as nuclear plants
You will be alright whatever darkest night would bring.

Warmest love to ふるさと Furusato ..
… a Beloved Homeland of Japan ..

#3 เพิ่งทราบว่าอยู่บ้านเดียวกันคะคุณตุ๊กตา ขอบค6ณที่แวะไปทักทายคะ แม้ว่าไม่คิดว่าอังกฤษคือบ้านของคุณตุ๊กตา แต่ก็เป็นสถานศึกษาไม่ใช่หรือคะ นำดอกไม้ฤดูสปริงมาฝากคะ xx

Image and video hosting by TinyPic

Photobucket

อาโน…

*__^

Photobucket

The Mani Mantra

:)

:)))

:)))

ขอต่ออีกนิ้ดนะค้าคนสวยเจ้าเสน่ห์..
เหตุผลที่ข้าเจ้ายังไม่เขียนลงบล็อกก็เพราะยังหาข้อมูลไม่ได้กับยังไม่ได้หาค่าเนี่ยะค่ะ

*___^

“))))

xxx

ประหลาดใจมากที่สุดเลยล่ะค่ะคุณบัวเจ้าขา
ขอบคุณมากนะค้าที่มีลิงค์ให้ตามไปอ่านต่อด้วย
และถ้าข้าเจ้าหาภาพพระพุทธเจ้า ๕ องค์พบ ข้าเจ้าจะขอนำมาแจมนะเจ้าคะ…
ครือเพิ่งนึกออกคะว่าไปพบที่วัดพระพุทธบาทตากผ้าค่ะ แต่ยังไม่เคยเขียนลงบล็อกเลยจนลื่มไปแล้ว หุหุ

ขอบคุณที่เข้ามาอยู่เป็นเพื่อนกันเช่นกันค่ะ คุณ siwaya
บางที หลาย ๆ อย่าง ก็ต้องการแค่ เวลา นะเจ้าคะ

หากท่านพี่ จะกรุณา ให้ความรู้เรื่อง the ring of Fire
น้องจะขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูงค่ะ .. นะนะ อิอิ

อ่านแล้วเศร้าอย่างบอกไม่ถูกเจ้าค่ะ ..

ขอบคุณที่ร่วมกันแชร์ความรู้สึกค่ะ คุณ ken

นั่นแน่ ประหลาดใจใช่เป่าคะ หนูตุ๊กก็เคยรู้สึกเหมือนกันค่ะ
แต่จะไม่เชื่อก็ไม่ได้นะเจ้าคะ คุณพี่ sept เจ้าขา

เพราะตามที่มีการบันทึกในพระไตรปิฎก ว่าด้วยพระพุทธเจ้า ๒๘ พระองค์
มีการบันทึกความแตกต่าง ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตัวอย่างดังนี้ค่ะ

๑. องค์สมเด็จพระพุทธตัณหังกร (พระพุทธเจ้าพระองค์แรก):

องค์สมเด็จพระพุทธตัณหังกร – ผู้กล้าหาญ
ประสูติในตระกูล กษัตริย์
พระพุทธบิดา พระนามว่า พระเจ้านันทราช
พระพุทธมารดา พระนามว่า พระนางสุนันทราชาเทวี
เสด็จออกบรรพชาหลังจากครองราชย์ได้ 10,000 ปี
ทรงบำเพ็ญเพียรเพื่อตรัสรู้ นาน 7 วัน
พระวรกายสูง 18 ศอก
ปรินิพพานเมื่อพระชนมายุ 20,000 ปี

๒. องค์สมเด็จพระพุทธเมธังกร:

องค์สมเด็จพระพุทธเมธังกร – ผู้มียศใหญ่
ประสูติในตระกูล กษัตริย์
พระพุทธบิดา พระนามว่า พระเจ้า เทโว
พระพุทธมารดา พระนามว่า พระนาง ยะสุนทราชาเทวี
เสด็จออกบรรพชาหลังจากครองราชย์ได้ 80,000 ปี
ทรงบำเพ็ญเพียรเพื่อตรัสรู้ นาน 15 วัน
พระวรกายสูง 18 ศอก
ปรินิพพานเมื่อพระชนมายุ 90,000 ปี

มีองค์สมเด็จพระพุทธโคตมะ นี่แหละเจ้าค่ะ
ที่ปรินิพพาน เมื่อพระชนมายุเพียง ๘๐ ปีเท่านั้น
ทั้งนี้ เพราะเราอยู่ในยุคเสื่อมกระมังคะ ..

ถ้าสนใจอ่านหรือศึกษาเพิ่มเติม ได้ตามลิงค์ค่ะคุณพี่ ..

เหอเหอ .. ขอบคุณท่านพี่ ๑๑ ที่เก็บภาพมาฝากค่ะ

น้องเกือบพลาด ไม่เห็นบทความนี้ในหน้าหนึ่งซะแล้ว
มัวแต่ ทำตัวเป็น CSI Crime Scene Investigation อยู่ค่ะ

ขอบคุณ webmaster ด้วยค่ะ ^_^

เสียดายที่ คนเราในปัจจุบันนี้
ไม่ได้มีความเกรงกลัวต่อบาปและการทำบาปอีกต่อไป

โลกถึงคราวเสื่อมแล้วจริง ๆๆ
ขอบคุณสำหรับความเห็นค่ะ คุณพริก

ชื่นชม ความมีจุดยืนแห่งวัฒนธรรมของตนเอง ของชาวญี่ปุ่นเช่นกันค่ะ
ขอบคุณที่นำเรื่องดี ๆ มาแบ่งปันนะคะ คุณ namin

นานนนนนน มาที ใช่ ๆๆ ค่ะ ฮ่าฮ่า
ไม่ค่อยว่างอ่ะค่ะ คุณดาว

แต่ก็เข้ามาอ่านเรื่องดี ๆ เสมอนะคร้า
กลัวสมองหยุดทำงานอ่ะค่ะ

ขอบคุณที่มาร่วมแบ่งปันความรู้สึกนะเจ้าคะ
เรามุ่งมาทางธรรม .. ย่อมเป็นทางที่ดีที่สุดค่ะ

หวังว่า จะทำให้ใครหลายคนสำเหนียกนะคะ
โลก และธรรมชาติ ได้ขยับเตือนอีกคราหนึ่ง

ขอบคุณมากค่ะ คุณ Call-Rin

Thank you for sharing your grief ka, p athenaz

Things on Plannet Earth will never be the same,
Human shall be prepared when the mother Nature fights back!!!

The reminder tag has been flaged,
and isn’t it a time to hold our hands and save the world ..

Have a nice shining Sunday ka ^_^

JAPAN WE ARE WITH YOU
WE DO SHARE YOUR GRIEF

Photobucket

ภาพจากมือถือ ไม่ได้หาญกล้านำมาโชว์
แต่ว่า แทนคำขอบคุณเด้อค่า .. หุหุ

โยว่ โยว่ สำหรับกล้องจากมือถืออันแสนป๋องแป๋งของน้อง
เทียบชั้นไม่ได้กับภาพจากกล้องมืออาชีพ กับฝีมือคุณพี่เลยค่ะ

เมื่อคืนตอนตีหนึ่งกว่า อุตส่าห์หอบสังขารไปชั้นดาดฟ้า
ได้กลับมาเพียงภาพอันมัว-มัว และหินเสริมชะตาที่ได้อาบแสงจันทร์ ฮ่าฮ่า

ปล. ถ้าหากว่า ไม่เกิดเรื่องให้ชวนเศร้าก่อนหน้านี้
ดวงจันทร์อันใหญ่ยิ่งนี้ .. จะงาม-งดกว่านี้มาก

เพราะเพียงเท่านี้ .. ก็สัมผัสได้ถึง มนต์เสน่ห์อันประมาณมิได้เสียแล้ว
ขอบคุณภาพงาม ๆ เป็นอย่างสูงค่ะ

“Super Moon”
20-03-2011 2:21 04 AM

:)

“Super Moon”
20-03-2011 2:21 04 AM

:)

“Super Moon”
19-03-2011 06:38 59 PM

:)

God Bless beloved Japan ka Tuk..

May you all cross over the debris of wreckage homeland,

stand up right, to fight for survival through pain,

In new age of catastrophe,

In the century of disastrous planet..

Don’t let despair share your wisdom space ..

Nor let sorrowfulness ever wipe off your brave plight ..

You will be alright whatever darkest night would bring.

with Love from Athenaz:))

Thanks for story and sharing ka..
miss miss ka
xxx

คนที่บริสุทธิ์ตายไปมันก็เป็นสัญญาณอย่างหนึ่งว่า วันสิ้นโลกใกล้จะมาถึงแล้ว

เพราะวันนี้จะมีแต่สิ่งที่เลวร้ายเกิดขึ้น จนทุคนรับไม่ได้ เป็นอย่างมาก

นาน ๆ มาทีนะคะคุณตุ๊กตา
ยิ่งเกิดเหตุร้ายก็ยิ่งรู้สึกเคว้งคว้าง
หลักใจสำคัญตอนนี้ที่พึงระลึกไว้
คือธรรมะของพระพุทธเจ้า ที่สอนให้สงบมั่นคงได้ค่ะ :)

ขออนุญาตแบ่งบันเรื่องราวดีที่ได้มาจากนร.ไทยในญี่ปุ่นค่ะ

พอดีพี่ฉั่วจากเกียวโต แปลไว้ เห็นว่าดีเลยขออนุญาตรวบรวมมาให้เพื่อนๆได้อ่านกันค่ะ

Credit: Adisak Chua

Adisak Chua: คิดว่าทุกคนกำลังเครียด เลยอยากแบ่งปันเรื่องดีๆที่เกิดในช่วงแผ่นดินไหว (อ่านเจอลิ้งค์จาก ศูนย์กลางข่าวสารแผ่นดินไหวที่ญี่ปุ่น โดย สนญ. และ สนทญ.) เป็นเรื่องราวที่คนต่างชาติที่อยู่ในญี่ปุ่นประสบ http://prayforjapan.jp/tweet.html

ขอ แปลด้วยความรู้ภาษาญี่ปุ่นที่มี เรื่องที่หนึ่ง ข้าพเจ้าได้เห็นเด็กน้อยพูดกับพนักงานรถไฟ “ขอบคุณค่ะ/ครับ ที่เมื่อวานพยายามอย่างสุดชิวิตทำให้รถไฟเดินรถได้อีกครั้ง” พนักงานรถไฟร้องไห้ส่วนข้าพเจ้าร้องไห้ฟูมฟายไปแล้ว (คืนวันที่เกิดแผ่นดินไหว รถไฟหยุดวิ่ง กว่าจะวิ่งได้ก็หลังเที่ยงคืนไปแล้ว)

เรื่อง ที่สอง ที่ดิสนีย์แลนด์ คนติดกลับบ้านไม่ได้จำนวนมาก และทางร้านขายของก็ได้เอาขนมมาแจกนักท่องเที่ยว ก็ได้มีนร.ม.ปลายหญิงกลุ่มหนึ่งไปเอามาจำนวนมาก มากเกินพอ แว่บแรกที่ข้าพเจ้ารู้สึกทันทีคือ อะไรของมึงวะ เอาไปซะเยอะ แต่วินาทีต่อมากลายเป็นความรู้สึกตื้นตันใจ เพราะเด็กกลุ่มนั้นเอาขนมไปให้เด็กๆ ซึ่งพ่อแม่ไม่สามารถไปเอาเองได้เพราะต้องดูแลลูกๆ

เรื่อง ที่สาม ในซุปเปอร์แห่งหนึ่ง ของตกระเกะระกะเพราะแรงแผ่นดินไหว แต่คนซื้อก็เดินไปช่วยกันเก็บของ แล้วก็หยิบส่วนที่ตนอยากซื้อไปต่อคิวจ่ายเงิน ในรถไฟที่เพิ่งเปิดให้ใช้บริการและคนที่ตกค้างจำนวนมากกำลังเดินทางกลับก็ ได้เห็นคนแก่คนหนึ่งลุกให้สตรีมีครรภ์นั่ง คนญี่ปุ่นแม้ในภาวะฉุกเฉินเช่นนี้ ก็ยังมีน้ำใจ มีระเบียบ

เรื่อง ที่สี่ ในคืนแรกที่เกิดแผ่นดินไหว รถไฟไม่วิ่ง ทำให้คนจำนวนมากต้องเดินกลับบ้านแทนการนั่งรถไฟ ขณะที่ข้าพเจ้าต้องเดินกลับจากมหาลัยมายังที่พัก ร้านรวงก็ปิดหมดแล้ว ข้าพเจ้าได้ผ่านร้านขนมปังร้านหนึ่งซึ่งปิดไปแล้ว แต่คุณป้าเจ้าของร้านก็ได้เอาขนมปังมาแจกฟรีแก่คนที่กำลังเดินกลับบ้าน แม้ภาวะฉุกเฉินเช่นนี้ น้ำใจเช่นนี้ทำให้หัวใจข้าพเจ้าอบอุ่น ตื้นตัน

เรื่อง ที่ห้า ในขณะที่รอรถไฟให้กลับมาวิ่งได้ ข้าพเจ้าก็ได้รออยู่ในอาคารสถานีอย่างเหน็บ หนาว โฮมเลสก็ได้แบ่งปันแผ่นกล่องกระดาษให้ โฮมเลสที่ข้าพเจ้ามองด้วยหางตาทุกวันที่มาใช้สถานี คืนนั้นทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด

เรื่อง ที่หก (เรื่องราวคืนรถไฟไม่วิ่งเยอะหน่อยนะครับ) ด้วยระยะเวลาสี่ชั่วโมงที่ต้องเดินเท้ากลับบ้าน ก็ได้ผ่านหน้าบ้านหลังหนึ่ง ตาก็ไปสะดุุดกับแผ่นกระดาษที่เขียนว่า “เชิญใช้ห้องน้ำได้ค่ะ” หญิงสาวท่านหนึ่งได้เปิดบ้านตัวเองให้แก่คนที่กำลังเดินกลับบ้านได้ใช้ วินาทีที่ได้เห็นแผ่นกระดาษนั้น น้ำตามันก็ไหลออกมาเอง น้ำใจคนญี่ปุ่น

เรื่อง ที่เจ็ด แม้ว่าไฟดับ ก็ยังมีคนที่สู้ทำงานให้ไฟกลับมาติด น้ำไม่ไหลก็ยังมีคนไม่ยอมแพ้ทำให้น้ำกลับมาไหล เกิดปัญหากับโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ก็มีคนที่พร้อมจะเข้าพื้นที่เพื่อซ่อมมัน ทุกสิ่งทุกอย่างไม่ได้กลับมาสู่สภาพปกติด้วยตัวมันเอง ขณะที่พวกเราอยู่ในบ้านอันอบอุ่นแล้วก็พร่ำบ่นว่าเมื่อไรไฟมันจะติด น้ำจะไหลน้าา ก็มีคนที่อยู่ข้างนอกท่ามกลางความหนาวเหน็บกำลังพยายามสู้อยู่

เรื่อง ที่แปด ในจังหวัดจิบะ คนลุงคนหนึ่งที่หลบภัยอยู่ก็ได้เปรยออกมาว่า ต่อจากนี้ไปจะเป็นอย่างไรน้า เด็กหนุ่มม.ปลายก็ตอบกลับไปว่า ไม่เป็นไร ไม่ต้องห่วง ต่อจากนี้ไปเมื่อเป็นผู้ใหญ่ พวกผมจะทำให้มันกลับมาเหมือนเดิมแน่นอน (ไม่เป็นไร พวกเรายังมีอนาคต!!!)

เรื่อง ที่เก้า ขณะที่กำลังได้รับความช่วยเหลือ หลังจากที่ติดอยู่บนหลังคาบ้านมากว่า 42ชั่วโมง คุณลุงก็ได้กล่าวว่า “ไม่เป็นไร ไม่เป็นไรครับ เคยมีประสบการณ์ทซึนามิที่ชิลีมาแล้ว ต่อจากนี้ไปพวกเรามาช่วยฟื้นฟูบ้านเมืองกันนะ” แกกล่าวด้วยรอยยิ้ม (สิ่งสำคัญสำหรับพวกเราคือ ต่อจากนี้ไปเราจะทำอะไรต่างหาก)

เรื่อง สุดท้าย ก่อนหน้านี้เมืองมันสว่างเกินไป เกินที่จะมองเห็นดวงดาวบนท้องฟ้ายามค่ำคืน แต่จริงๆแล้วดาวสวยเช่นนี้เอง ชาวเซนไดทุกคนลองแหงนมองขึ้นไปข้างบนดูซิ (ตรงนี้ไม่มั่นใจว่าแปลว่า ชาวเซนไดทุกคนมองขึ้นไปบนฟ้า รึเปล่า)

….เพราะคนญี่ปุ่นเป็นแบบนี้พวกเราถึงรักและเศร้าเสียใจกับเหตุร้ายที่เกิด ขึ้นกับประเทศนี้นัก…หวังว่าฝันร้ายนี้จะผ่านไปโดยเร็วและรอยยิ้มจะคืน กลับมาสู่ประเทศญี่ปุ่นโดยเร็ว

คิดดี พูดดี ทำดี ไม่เบียดเบียนกัน ทำได้ 4 อย่างนี้ ทุกๆวันก็จะมีความสุข และไม่เสียดายเวลาที่ผ่านไปในแต่ละนาที ไม่ต้องไปเที่ยวรอบๆตัวก็สวยงามให้ชื่นชมได้ค่ะ

:)

ขอร่วมกับคุณบัวเจ้าเสน่ห์แสดงความเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น และขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนต่อสู้ต่อไปอย่างเข้มแข็งค่ะ

คุณบัวเจ้าขา มนุษย์เราเคยมีอายุตั้ง ๔๐,๐๐๐ ปีเชียวเหรอคะ… นานเนาะ…
แล้วพวกเค้ามีสุขภาพดีกันมั้ยคะ หรือว่าเหมือนคนยุคนี้ที่ทุกรายต้องป่วยกันซะก่อน

..ดีใจมากๆค่ะที่เห็นคุณบัวคนงามกลับมาเขียนบันทึกให้อ่านประดับสติปัญญากันอีก
ขอบคุณมากนะค้า คิดถึงค่ะ xxx

^__^

ขอแสดงความเสียใจกับญาติของผู้ที่สูญเสีย เหตุการณ์ครั้งนี้ ถือว่าประเทศไทยเรายังเป็นประเทศที่ยิ่งใหญ่หลายชนชาติปราถนามาพำนัก และตรงกันข้าม ก็มีคนไทยที่ไม่ได้ตระหนักภูมิใจในแผ่นดินเกิด “ถ้าเป็นไปได้ ก็อยากจะแลกชีวิตคนที่ตายที่บริสุทธิ์ เปลี่ยนเป็นคนที่ไม่รักชาติบ้านเมืองของตัวเองได้ไหม ครับ” …. ขอเป็นกำลังใจ

ทุกหายนะ ต่างคงมีบทเรียนไว้ให้…
แม้ว่า มันจะเกิดขึ้นมาจากธรรมชาติก็ตาม

เพียงแต่ วงแหวนไฟ รอบๆ แปซิฟิก…
ไม่ใช่นิทาน
หากแต่เป็นข้อเท็จจริงอำมหิต
และญี่ปุ่น…
ก็ยังต้องอยู่ตรงนั้น…The Ring Of Fire

พวกเราช่วยกันภาวนาเพื่อพวกเขานะตุ๊กตา

:/

ขอบคุณ ธรรมะ ในบ้านท่าน..ร่วมส่งใจไปให้ พี่น้องชาวญี่ปุ่นด้วยคนน่ะ

ข้าเจ้าสบายดีค่ะ เพิ่งกลับมาจากอุดรค่ะ
คุณ rapeseed สบายดีหรือเปล่าเอ่ย

ขอบคุณมากมาย ที่มาร่วมส่งใจไป japan ค่ะ
ราตรีสวัสดิ์นะเจ้าคะ ^_^

ขอบคุณบทความที่ให้ข้อคิดอย่างดี ส่งใจไปญี่ปุ่นด้วยเช่นกันคะคุณตุ๊กตา สบายดีนะคะ

Write a comment

You must be logged in to post a comment.