เมื่อคนใกล้ชิด กลายเป็นคนชิดใกล้
ตั้งแต่ฉันกลับมาคราวนี้ ฉันพบว่า ที่นี่มีการเปลี่ยนแปลงมากมายไม่ว่าจะเป็นการเกิดขึ้นของร้านรวงต่างๆ อาทิ ร้านกินดื่ม ร้านขายของที่ระลึก และร้านอาหารต่างชาติเพิ่มมากขึ้น ผู้คนแปลกหน้าและหน้าแปลกซึ่งรู้ได้เลยว่าเป็นคนต่างถิ่นเพิ่มมากขึ้น และฉันสังเกตเห็นว่ามีทะเบียนรถต่างจังหวัดมากเกินกว่าจะจำว่ารถใครเป็นของใคร (คิดดูว่าแต่ก่อนเมืองนี้จะเล็กแค่ไหน) สิ่งต่างๆเหล่านี้คงเป็นสาเหตุที่ทำให้เมืองดูคึกคักมากขึ้น และอีกเหตุผลหนึ่งอาจเป็นเพราะว่ากำลังมีการสร้างสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 3 ขึ้นด้วยมั๊ง เลยทำให้คนต่างถิ่นเข้ามามองหาช่องทางทำมาหากินเมื่อสะพานสร้างเสร็จ ก็ดีน่ะ เมืองนี้จะได้เจริญสักที

ความเปลี่ยนแปลง คือ นิรันด์
ฉันกลับมาคราวนี้มีเวลาอยู่ที่นี่แค่เดือนกว่าๆ ก่อนที่จะเดินทางไกลอีกครั้งซึ่งครั้งนี้ไปนานกว่า 3 ปีเลย ตอนแรกคิดไว้เล่นๆ ว่า เวลาแค่นี้คงไม่พอที่จะได้เจอใครที่เป็นคนพิเศษ หรือมีเรื่องของหัวใจให้ตื่นเต้นหรอกเพราะต้องทำอะไรอีกหลายอย่างในเวลาจำกัดแค่นี้ แต่เปล่าเลย เพราะเวลาสั้นๆ นี่แหละตัวดีที่จะทำให้ทุกนาทีมีค่าสำหรับใครบางคนที่เคยพลาดโอกาสดีๆ ก่อนไปไกลคราวที่แล้วฉันไม่ได้ร่ำลาใครเพราะรีบมาก จนกลับมาคราวนี้มีคนบางคนรอที่จะบอกความรู้สึกดีๆ ให้กัน(เฮ้ย!! เพิ่งจะรู้น่ะเนี้ยว่ามีคนแอบคิดถึงเราเหมือนกัน)
จริงๆแล้ววันนี้อยากเขียนเรื่องรักน่ะ แต่ฉันไม่อยากเรียกมันว่าอย่านั้น เพราะฉันก็ยังไม่มั่นใจกับคำนี้เท่าไรนัก เอาเป็นว่ามันคือความรู้สึกดีๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างเราสองคนก็แล้วกัน ฉันกับเขารู้จักกันมานานแล้ว และมักจะไปไหนมาไหนด้วยกันเสมอ จนใครๆ ก็คิดว่าเรากิ๊กกัน แต่ใครเลยจะรู้ว่าเรามันแค่พี่น้องกันจริงๆ ฉันไม่เคยคิดอะไรมากกว่านั้น เพราะเวลาฉันคบใครฉันมักจะขีดเส้นไว้เพื่อห้ามตัวเองหรือใครล้ำเส้นความสัมพันธ์เด็ดขาด ซึ่งเป็นการป้องกันปัญหาที่จะเกิดตามมา ทุกอย่างดำเนินไปด้วยดีเกือบสองปี จนกระทั่งเมื่อวันที่ฉันกลับมา
เราได้มีโอกาสเจอกันอีกครั้ง และได้นั่งคุยกันทั้งคืนแลกเปลี่ยนเรื่องราวระหว่าง 4 เดือน ที่ไม่ได้เจอกัน จนกระทั่งมีคำพูดหนึ่งเขาบอกฉันว่าเขาต้องปรับตัวมากมายเมื่อตอนที่ไม่มีฉันแล้ว และเสียดายที่ไม่เคยมองเห็นคนใกล้ตัว ฟังดูแล้วรู้สึกดี บวกกับความมึงงง ว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไม อะไรที่ทำให้เขาเปลี่ยนไปคิดอะไรแบบนั้น ฉันได้แต่หัวเราะกลบเกลื่อนและทำให้ดูเหมือนฉันยังคงเป็นน้องสาวเขาเหมือนเดิม ซึ่งมันยากมากเพราะในเวลานั้นฉันได้ล้ำเส้นที่ตัวเองขีดไว้ไปซ่ะแล้วกับคำพูดไม่กี่คำที่ได้ยิน
ความรู้สึกดีๆ ครั้งนี้ช่างมาผิดเวลาซ่ะจริงๆ ทำไมไม่มาให้เร็วกว่านี้น่ะ ถ้าหากว่ามาเร็วกว่ากว่านี้ฉันคงจะขอเขาเป็นแฟนไปแล้วไม่ต้องมานั่งเหงาเหมือนอย่างที่เป็นอยู่หรอก แต่ในเวลาและสถาการณ์เช่นนี้ ฉันได้เลือกเส้นทางชีวิตของฉันไว้แล้วว่า ฉันจะเดินไปคนเดียว ยังไม่พร้อมที่จะรับเอาใครไปด้วยเพราะกลัวว่าถ้าฉันมีเขาเดินไปด้วย ไม่ฉันก็เขาจะต้องชักชวนกันให้ลองสร้างเส้นทางใหม่ ซึ่งนั้นก็หมายความว่าฉันจะต้องยอมทิ้งความฝันบางส่วนของฉันเพื่อเขา และนั้นไม่ใช่ตัวฉัน
สิ่งเดียวที่จะเกิดขึ้นนับจากนี้คือการเก็บความทรงจำ และความรู้สึกดีๆ ระหว่างเราสองคน ถึงจะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ แต่ก็จะเป็นช่วงเวลาที่เราไม่ต้องโกหกความรู้สึกตัวเองเหมือนอย่างเมื่อก่อน เราคงจะใช้เวลาช่วงนี้ให้มีค่าที่สุด เพื่อที่จะจดจำให้ยาวนานที่สุด ก่อนที่เราจะแยกจากกันเพื่อเดินตามความฝันของแต่ละคน
ป.ล. ขอบคุณเวลาและความเปลี่ยนแปลงที่ทำให้ได้รู้ว่ามีกำลังใจและความรู้สึกดีๆ อยู่ใกล้ตัวเสมอมา
picture from www.thaipoem.com/forever/
เขียนโดย noffon ที่ 2010-01-28 22:23:17 น. 3 ความคิดเห็น
บางที อีกหลายปีข้างหน้า คุณกลับมาอีกครั้ง
เขาอาจจะพูดเหมือนเดิมก็ได้นะครับ อิอิ
ถึงขานดนั้นเขาคงมีครบครัวไปแล้วล่ะ
เพราะเขาคงไม่คอยนานขนาดนั้น
วันเวลาผ่านไป ไม่หวนย้อนคืน
บางครั้งการเก็บเกี่ยวสิ่งดีๆ ระหว่างทาง
อาจทำให้การเดินทางของเรากระชับขึ้น
เพราะเมล็ดพันธุ์ของความสุข ที่โปรยปรายใส่เรา