Just another weblog

วันนี้ตื่นตั้งแต่เช้ามืด มีนัดไปออกรอบเล่นกอล์ฟกับก๊วน สว.  นักกอล์ฟซีเนียร์ชอบเล่นเช้า ตีกอล์ฟเสร็จเที่ยงบ่ายโมงประมาณนี้แล้วแยกย้ายกันกลับบ้าน ส่วนนักกอล์ฟหนุ่มนิยมเล่นในเวลาสายๆหรือเที่ยงๆบ่ายๆ เหตุผลก็น่าจะด้วยที่ไม่ชอบแหกตาตื่นกันแต่เช้า อีกทั้งตีเสร็จเย็นๆ ก็สะดวกด้วยประการทั้งปวงในการตั้งวงกินข้าว ดื่ม และเล่นได้เสียกันนิดหน่อยจนคลับเฮาส์สนามกอล์ฟปิดค่อยเลิกกลับบ้าน

 

ระหว่างนั่งกินกาแฟแก้ง่วง ดูโทรศัพท์ตรวจเช็คข่าวไปกินกาแฟไป เจอข่าวจากเฟซบุ๊กข่าวหนึ่งที่พาดหัวข่าวกระตุ้นความสนใจผมขึ้นมาทันที ด้วยที่เคยได้ฟังปัญหาคล้ายกันแบบนี้มาก่อน

001-Image

ข่าวดังกล่าวให้หัวว่า “ใหม่”ไม่ซีเรียส!ถูกเม้าท์ลูกครึ่งภาษาไม่เป๊ะ

 

ใช่แล้วครับ เธอคือ”ใหม่ ดาวิกา” ที่เขาว่ากำลังเป็นนางเอกละครดังในยามนี้ แต่ผมไม่รู้หรอก ว่าเป็นเธอใครมาจากไหนสวยเก่งยังไง ส่วนละครไทยก็ไม่ชอบดูมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว

 

น้อมรับเรื่องดาราและละครไทยจึงเป็นอะไรที่มืดบอดสนิทสำหรับผม

 

แต่ประเด็นข่าวของ “ใหม่ ดาวิกา”ที่เร้าความสนใจของผม คือเธอเป็นลูกครึ่งแต่ภาษาอังกฤษไม่เป๊ะ ตามข่าว “ใหม่ ดาวิกา”ชี้แจงว่าเธอกับพ่อฝรั่งคุยกันเป็นภาษาไทยปนอังกฤษตั้งแต่เด็ก สำเนียงอังกฤษเลยออกมาไม่เป๊ะทั้งๆ ที่หน้าแหม่มมันฟ้องยังงั้น

 

แต่เรื่องนี้เธอย้ำว่าไม่ได้สนใจ/ไม่แคร์ใครจะคิดยังไง

 

ควรเข้าใจว่าคำบอกกล่าวที่เธอเล่ามาไม่ใช่คำแก้ตัว ลองบอกว่าตอนเด็กๆ สำเนียงอังกฤษชัดแจ๋วแต่บังเอิญตกบันไดพัวหาดพื้นทำเอาความจำเลอะเลือน ถ้าเป็นทรงนี้ อีนี่! ตอแหลแน่นอน

002-11072949_66266962052743

ผมคิดว่ายังไงก็ตาม “ใหม่”คงจะมีปมเล็กๆในใจกับเรื่องนี้ แม้จะทำใจได้และเห็นว่าไม่ใช่ปัญหาในชีวิตก็ตาม

 

ผมเคยมีประสบการณ์เกี่ยวกับเรื่องเด็กลูกครึ่งไทย/ฝรั่งทำนองนี้มาก่อนหน้านี้ ซึ่งเป็นเหตุที่ฉุดความสนใจของผมกับข่าวของ “ใหม่”ขึ้นมา และเรื่องนี้ทำให้รสกาแฟขมปร่าขึ้นอีกหลายดีกรี

 

หลายปีแล้ว  “แอนดี้”เด็กหนุ่มเพื่อนนักเรียนรุ่นเดียวกับลูกสาวผม หน้าตาหล่อคล้าย “ทอม ดันดี” เอ้ย “ทอม ครุยส์ ” แอนดี้มาที่บ้านผมบ่อย ผมมีโอกาสคุยกับเขา เลยได้รู้ชีวิตเขา เมื่อรู้แล้วก็ซึ้งและนับถือในหัวใจและความคิดของเด็กคนนี้จริงๆ วันนี้ แอนดี้เรียนอยู่มหาวิทยาลัยของรัฐแห่งหนึ่งอยู่ไกลบ้านผม เราจึงไม่มีโอกาสได้เจอกันเหมือนก่อน

 

แม้เราจะห่างไกลกันแต่เรื่องที่แอนดี้เล่าให้ฟังยังตรึงแน่นอยู่ในความทรงจำของผมมาถึงตอนนี้ เรื่องหนึ่งที่ผมยกย่องเขามากคือ ตอนเด็กแอนดี้พูดภาษาอังกฤษไม่ได้เลย ทั้งพูดและฟังไม่กระดิกสักนิด แต่ด้วยที่หน้าตาฝรั่งจ๋าซะยังงั้นภาษาอังกฤษไม่กระดิกหู เลยถูกล้อจากเพื่อนๆจนแอนดี้คิดเป็นปมด้อยของตัวเอง

 

เขาเล่าย้อนอดีตว่า ช่วงนั้นปมนี้มันขยายในใจเขาขึ้นเรื่อยๆ เขาตั้งใจเด็ดเดียวที่จะแก้ปมนี้ให้หลุดไป จึงขอแม่ไปเรียนพิเศษ เรียนภาษาอังกฤษนั่นเอง แอนดี้บอกว่าเขาเรียนทั้งพูดและเขียนอย่างหนัก แอนดี้คร่ำเคร่งเรียนภาษาพ่ออยู่หลายปีจนสำเร็จวิชา ไวยากรณ์แน่น คำศัพท์ภาษาอังกฤษแทบจะรู้ทุกตัว และสำเนียงก็เป๊ะ

 

แอนดี้แกะปมในชีวิตออกได้เพราะคิดแก้ไข ทำให้ชีวิตเด็กหนุ่มลูกครึ่งที่มีกรรมที่ไม่กระดิกภาษาอังกฤษกลับมามีความสุข แล้วยังได้ของแถมอีกต่างหาก นั่นคือ

 

แอนดี้เป็นติวเตอร์สอนภาษาอังกฤษให้กับเพื่อนๆน้องๆตั้งแต่อยู่ชั้นมัธยมฯได้สตังค์จากค่าสอนไปใช้จ่ายเลี้ยงดูตัวเองเดือนละไม่น้อย

 

เรื่องของ “ใหม่ ดาวิกา”กับ “แอนนี้/ฮีโร่ในใจผม”มีความเหมือนกัน เป็นกรรมที่เกิดมาเป็นลูกครึ่ง แต่ต่างกันที่ชีวิตของคนทั้งสองอยู่คนละเส้นทาง ความนึกคิดคงไม่เหมือนกันด้วย

 

เรื่องโดย นพรัฐ พรวนสุข



Comments are closed.