Just another weblog

001-558000012075604

วีรกรรม ชัช อุบลจินดา หนุ่มชาวจังหวัดกระบี่ช่วยชีวิตสองนักท่องเที่ยวชาวนอรเวย์พ้นจากโคลนดูดถูกเผยแพร่ไปทั่วโลกโซเชียลมีเดีย คนทั้งโลกได้รู้ได้เห็นน้ำใจและคุณธรรมของคนไทย สร้างความซาบซึ้งเป็นที่ชื่นชมแก่คนดูอย่างมาก

 

ผลจากภาพเหตุการณ์นี้ทำให้เกิดกระแสตีกลับในสายตาชาวโลกที่ก่อนหน้านั้นมองคนไทยและเมืองเราติดลบ เป็นบ้านเมืองที่คนเละเทะสังคมเลอะเทอะ มีแต่การทะเลาะเบาะแว้งที่ไม่มีวันยุติ ผู้มีอำนาจมุ่งกอบโกยเป็นกังฉินโกงบ้านกินเมือง โจรผู้ร้ายมีทุกรูปแบบ ก่อการร้ายที่ไม่เคยมีก็มาแล้วเปิดฉากระเบิดสี่แยกราชประสงค์นักท่องเที่ยวต่างชาติตายเกลื่อน กะหรี่ผู้หญิงขายตัวชุกชุมยิ่งกว่ายุง

 

แต่พอคลิปหนุ่มชัชงัดฝรั่งขึ้นจากโคลนดูดออกแพร่ไป ภาพเมืองไทยในสายตาชาวโลกสดใสแจ่มแจ๋วขึ้นทันตาเห็น

 

มีคนหัวแหลมเสนอให้นำภาพเหตุการณ์คุณธรรมน้ำใจคนไทยอันนี้ตัดต่อเป็นภาพโปรโมทการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นความคิดที่น่าสนับสนุนเพราะมันเป็นภาพความจริงที่มีค่ามากเกินกว่าคำบรรยายจะพรรณาได้จริงๆ และจะได้ผลอย่างมาก เพราะจุดขายของไทยที่โดดเด่นเป็นสิ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกมาตลอดก็คือความที่คนไทยมีน้ำใสใจคอโอบอ้อมอารี มีความเป็นมิตรกับคนแปลกหน้า เป็นสยามเมืองยิ้ม หากแต่ความดีงามนี้มันถูกทำลายไปเพราะปัญหาการเมืองจากนักการเมืองเส็งเคร็งและเศรษฐกิจเฮงซวยที่ทำให้คนไทยยากจนลงต้องต่อสู้เอาตัวรอดไปวันๆ ไม่มีกะจิตกะใจเหลือให้คนอื่น

 

จนในระยะหลังคนไทยในสายตาของคนต่างชาติถูกมองไม่ดี

 

ถ้าทางการคิดนำคลิปวีรกรรมอันนี้เป็นสื่อโปรโมทประเทศย่อมจะเรียกสิ่งดีๆที่หายไป กลับคืนได้โดยไม่ต้องเปลืองทุนและแรงใดเลย

 

แต่อย่าลืมให้ค่าลิขสิทธิ์แก่วีรชนชัช อุบลจินดา แม้เขาจะไม่เรียกร้องแต่ก็ต้องเอาเงินไปยัดใส่มือเขาเนื่องเพราะมันเป็นธรรมเนียมและเป็นสิทธิ์ของเขาที่ควรจะได้รับการตอบแทน

 

ที่คาดว่าชัช อุบลจินดาไม่เรียกร้องค่าลิขสิทธิ์ก็เพราะเห็นจากการกระทำของเขามันฟ้อง คือ ในคลิปเมื่อเขาช่วยฝรั่งพ้นจากทุกขภัยแล้วเขาได้เดินจากไปโดยไม่หันมาเลย เขาไสหัวเรือแล่นเรือลำน้อยออกท้องทะเลไปอย่างโดดเดี่ยวเหมือนว่าไม่เกิดอะไรขึ้น

 

แต่คนดูคลิปในภายหลังนับถือเป็นวีกรรมอันยิ่งใหญ่ ที่ชัช อุบลจินดา ทอดร่างให้ฝรั่งตัวใหญ่กว่าเขาและน้ำหนักมากกว่าเขาหลายเท่าเหยียบร่างเขาเป็นสะพานข้ามพ้นความตายไป การกระทำของเขาเราได้เห็นในวันนี้ แต่เคยฟังโวหารของSimon & Art Garfunkel กล่าวไว้เมื่อหลายสิบปีก่อนแล้วในเพลง Bridge over troubled water ตอนหนึ่งว่า

Like a bridge over troubled water
I will lay me down

อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ของการทำคุณงามความดีด้วยความไม่คาดหวังผลอะไรตอบกลับนั้น ความจริงแล้วกลับจะมีผลเปลี่ยนแปลงเข้ามายิ่งกว่าคาดได้

 

วีรกรรมครั้งนี้ของชัช อุบลจินดา เสมือนได้พบมหามุกดาเม็ดงามจากท้องทะเลด้วยซ้ำ เพราะต่อไปจะมีคนมาเสนอความช่วยเหลือทุกรูปแบบ เข้ามาหยิบประโยชน์โพดผลต่างๆเข้ามามากมาย

 

สังคมไทยสไตล์แบบนี้ มีคนจับจ้องโอกาสที่จะเกาะเกี่ยวสถานการณ์สร้างหน้าตาชื่อเสียงให้ตนเองโดยอาศัยคนดัง คนแบบนี้พร้อมจะเข้ามาเกี่ยวข้องกับชัชตั้งแต่วันนี้จนกว่าข่าวจะเงียบ

 

แน่นอน นับแต่นี้ชีวิตของชัช อุบลจินดาจะเป็นสินค้าให้นักธุรกิจหยิบฉวยเอาไปหาประโยชน์ จะเป็นเหยื่อให้นักสังคมสงเคราะห์ไปลากมาออกทีวี นักการเมืองจะไปเสนอให้นู้นให้นี่

 

อย่างรวดเร็ว ชีวิตบนความเรียบง่ายที่เป็นสุขมาแต่อดีตจะถูกเหตุการณ์นี้กลืนหายไป ไม่ต่างจากชีวิตของตัวละครตัวเอกในนวนิยายเรื่อง The Pearl ของจอห์น สไตน์เบค

 

จะนับว่าเป็นโชควาสนาหรือเคราะห์กรรมก็ไม่รู้

 

สรุปแล้ว วีรกรรมของชัช อุบลจินดา เขาทำไปด้วยจิตสำนึกของวีรชน คือมีจิตสำนึกการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์เป็นหน้าที่มนุษย์ด้วยกัน เขา-ชัช อุบลจินดาย่อมต้องถูกจัดเป็นวีรชนโดยแท้ ตามนิยามของสุดยอดกวี “หลี่ไป๋” คือเมื่อพวกมันทำงานเสร็จ มันก็จากไปโดยไม่ให้ทิ้งชื่อแซ่ไว้

 



Comments are closed.