Just another weblog

ใครเคยไปเที่ยวประเทศจีน คงจะรู้ว่าการเล่นเฟซบุ๊กและไลน์เป็นของต้องห้าม ไม่สามารถเล่นได้เหมือนอยู่บ้านเรา คนที่ไม่ทำใจมาก่อนเมื่อไปจีนมักจะมีอาการหงุดหงิดเหมือนคนติดยาไม่ได้เสพยา ยิ่งอยู่หลายวันก็ยิ่งมีอาการงุ่นง่านกันมากเพราะมันไม่ได้ก้มหน้าขีดๆ เขี่ยๆ กับเพื่อนในโซเชียลมีเดีย   จีนไม่เปิดให้เล่นเฟซบุ๊ก ไลน์หรือแอปพลิเคชันใดๆ ที่คนไทยติดกันงอมแงม เนื่องจากรัฐบาลจีนบล็อกไม่ให้ช่องทางโซเชียลมีเดียจากโลกภายนอกผ่านเข้าเกตเวย์ของแผ่นดินหลังม่านไม้ไผ่เข้ามาให้บริการในประเทศ ไม่ให้เล็ดลอดเข้าแม้พื้นที่ตารางนิ้วเดียว แต่ทางการจีนได้สร้างทางเลือกช่องทางการสื่อสารผ่านแอปฯจีนแบบจีนๆ โดยรัฐบาลจีนจัดให้   คือ Baidu มาแทนกูเกิล, Youku ใช้แทน YouTube, WeChat แทน Whatsapp/Line, Weibo แทนเฟซบุ๊ก เป็นต้น คนจีนต้องใช้แอปฯ เหล่านี้ซึ่งเขาก็เล่นกันไม่มีปัญหาไม่ทำให้ตกยุคสมัยหลุดจากเทรนด์ของโลก   ดังนั้น มาเมืองจีนจึงควรทำใจ ได้โปรดละนิสัย “ก้มหน้า”สักหลายวันก่อนจะมา โดยเฉพาะคนติดเฟซบุ๊กกับไลน์เพื่อจะได้ทิ้งความคุ้นเคยจะได้ชินกับการไม่ก้มหน้า ไม่ต้องพะวักพะวงห่วงหน้าพะวงหลังกับการเล่นแอปฯ หาไม่ก็จะจมอยู่กับความทุกข์ระหว่างมาเที่ยวแดนมังกร เพราะมัวแต่จะแชทแต่เชื่อมเครือข่ายไม่ได้ และไม่ต้องคิดจะหาเครือข่ายโซเชี่ยลอื่นมาช่วย เนื่องจากโดนรบกวนเหมือนกันจะเสียความรู้สึกปล่าวๆ อย่างตัวช่วยโปรแกรม VPN มาถึงจีนก็เดี้ยงเสียมากกว่าดี   อย่างไรก็ตาม เท่าที่เห็นจากหมู่คณะที่มาด้วยกันทั้งๆ ที่รู้ว่ามันเล่นไม่ได้แต่ส่วนใหญ่ยังพยายามจะเอาชนะ ตัวเองก็เป็นเหมือนกัน เสาะหาหนทางที่จะเข้าไปให้ได้ เหมือนนักโทษหาทางแหกคุกพยายามหาทางหลุดจากเครื่องพันธนาการซึ่งเป็นทุกข์มาก มิสู้ยอมแพ้ถูกจำกัดเสรีภาพการสื่อสารเสียดีกว่า พอทำได้ก็รู้สึกว่าอาการปวดคอปวดไหล่หายไปซะยังงั้น!!   จะว่าไปแล้ว […]

Read more...



ระหว่างลงลิฟต์ที่ศูนย์การค้าแห่งหนึ่ง พนักงานขายหนุ่มสาวสามคนที่อาศัยลิฟต์มาด้วยกัน สองคนถือกาแฟเย็นมาคนละแก้ว แอบฟังเขาสนทนากัน ผู้หญิงคนที่มือไม่มีแก้วกาแฟถามสองหนุ่มสาวว่า วันหนึ่งซื้อกาแฟกินกี่แก้ว คนผู้ชายบอกว่าวันละสองแก้ว คนถามดูมีอายุกว่าคำนวณออกมาเสร็จเลยว่าค่ากาแฟวันละ 90 บาท ผู้ชายพยักหน้าเป็นการยอมรับ ต้องกินทุกวันรึป่าวคนเดียวกันถามอีก ผู้หญิงอีกคนพยักหน้า แล้วทั้งหมดก็ออกจากลิฟต์ไป   แอบฟังเขาคุยกันแล้วย้อนนึกเรื่องตัวเอง ความคิดขณะกำลังจะรีบกลับบ้านสิ่งแรกที่ตั้งใจไว้ ถึงบ้านแล้วจะหากาแฟดื่มแก้อยากก่อนค่อยทำอย่างอื่นต่อไป กาแฟถ้วยที่คิดถึงนี้เป็นกาแฟถ้วยที่ 7 หรือ 8 ของวัน ก็จำไม่ได้แล้ว   เพราะเป็นคนติดกาแฟ ตื่นมาทุกเช้าต้องจัดการกับเอสเปรสโซเข้มข้นสามถ้วยเป็นอย่างน้อย ถ้าต้องทำงานกับความคิดนั่งแช่นานหน่อยก็จะมีเพิ่มอีกถ้วยสองถ้วย กลางวันอีกถ้วยสองถ้วยแล้วแต่โอกาส อาจจะมากจะน้อยแต่ยังไงต้องมีกาแฟมาซด ตกเย็นอีกถ้วยหนึ่งและก่อนนอนอาจจะหามากระดกอีกในบางคืน   ถึงจะติดกาแฟถึงขั้นเข้าสายเลือดแต่ดื่มกาแฟสำเร็จรูปไม่ได้ เลือดลมมันแพ้หัวใจก็รับกาแฟซองไม่ได้ ดื่มถ้วยเดียวใจจะสั่นใจเต้นไม่เป็นจังหวะไปตลอดวัน สงสัยจะแพ้คาเฟอีนที่เข้มข้นของกาแฟพันธุ์โรบัสต้า เลยกินแต่เมล็ดกาแฟอะราบิก้าเท่านั้น   กาแฟเป็นของเสพติดกินเข้านานๆ จะคุ้นเคยร่างกายและจิตใจจะเรียกร้อง ถ้าไม่ได้เข้าไปจะทำให้ซึมเศร้าเหงาหงอยทั้งวัน ติดกาแฟแล้วก็เลิกยาก กลายเป็นต้นทุนค่าครองชีพที่ต้องจ่ายออกวันละหลายตังค์   จากเรื่องเด็กหนุ่มสาวที่เล่ามานั้น จ่ายค่ากาแฟวันละ 90 บาทเป็นค่าใช้จ่ายไม่ใช่น้อย หากตัวผมเองกินกาแฟในปริมาณวันละนับสิบถ้วยถ้าไม่มีเครื่องทำกาแฟ ชงเองกินเองก็สมควรต้องจ่ายวันละครึ่งพัน … ลำบากแน่!   ต้นทุนชีวิตของคนยุคสโลว์ไลฟ์สมัยนี้สมควรบวกค่ากาแฟเข้าไปด้วยวันละเฉียดร้อยบาท ขณะที่รายได้ขั้นต่ำวันละ300 […]

Read more...



การเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยีการสื่อสารจากระบบเก่าเป็นระบบดิจิตัลอย่างที่เป็นอยู่ในขณะนี้ได้ย้ายข้อมูลข่าวสารไปอยู่บนโลกออนไลน์แทบทั้งหมดแล้ว ย้ายความเคลื่อนไหวทางข่าวสารไปลงไว้ในเว็บไซต์ กลไกที่เป็นช่องทางใหม่เป็นสิ่งที่เข้ามาแทนสื่อกระดาษ อย่างหนังสือพิมพ์และสิ่งพิมพ์อื่นๆ แม้แต่วิทยุและโทรทัศน์ก็สามารถรับชมรับฟังหรือสืบค้นหาได้ทุกเวลาจากเว็บไซต์ แกนหลักท่อลำเลียงในโลกออนไลน์อันนี้ เพียงแค่นิ้วมือคลิกไปในเว็บไซต์ข้อมูลข่าวสารที่ต้องการก็จะหลั่งไหลทะลักออกมาทันที   การเดินทางเข้าสืบค้นข่าวสารข้อมูลมีความสะดวกรวดเร็วและกว้างไกลลึกซับซ้อนเหมือนเดินวนอยู่ในเขาวงกต ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการบริโภคอย่างรวดเร็ว ผู้บริโภคหันหลังให้การติดตามเสาะหาข่าวสารในสื่อแบบดั้งเดิมเพราะมีพื้นที่จำกัดและล่าช้า ผู้คนทั่วทั้งโลกนิยมใช้บริการเสพสื่อดิจิตัลแทน จึงเป็นเหตุผลักดันให้ผู้ผลิตสื่อทุกประเภทต้องปรับตัวตามกระแสที่เกิดขึ้น สื่อหนังสื่อพิมพ์ วิทยุและโทรทัศน์ก็ต้องไปลงอยู่ในระบบดิจิตัลเป็นสื่อออนไลน์แทน เปิดเว็บไซต์ของตนเองไว้บริการผู้บริโภคควบคู่ไปกับสื่อรูปแบบเดิมที่ใกล้ถึงเวลาจบบทบาทในอีกไม่นานนัก   ปัจจุบันโลกของสื่อมีพื้นที่เท่ากับจักรวาลแล้ว ไม่ใช่กระดาษตัด 4 หรือจอสี่เหลี่ยมขนาดต่างๆอีกต่อไป   ถึงตอนนี้พัฒนาการของเทคโนโลยีการสื่อสารยังมีแอปพลิเคชันต่างๆ เข้ามาเสริมให้การติดตามข่าวสารรวดเร็วและกว้างขวางมากขึ้น แอปฯ ที่นิยมในตอนนี้มีเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ ไลน์และอินสตาแกรม รวมถึงยูทิวบ์ก็เป็นช่องทางที่ทุกคนเข้าไปใช้เป็นทีวีส่วนตัว สามารถกระจายข่าวสารได้ค่อนข้างเสรี โดยแอปฯ เหล่านี้ต่างทำหน้าที่บอกกล่าวและนำข่าวสารทุกประเภทเข้าหาผู้บริโภคส่งตรงผ่านเข้าทางเครื่องมือส่วนตัวของผู้บริโภคคือสมาร์ทโฟนและหรือเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล   แอปพลิเคชันที่กล่าวมานำผู้ใช้บริการเข้ารวมกันเป็นสังคมเป็นเครือข่ายรวมกันอยู่ร่วมกันเป็นชุมชนแลกเปลี่ยนสนทนาส่งข่าวสารข้อมูลถึงกัน ที่เรียกว่า สังคมสื่อออนไลน์ หรือ Social Media ขนาดของชุมชนสื่อสังคมออนไลน์มีจำนวนสมาชิกมากและนับวันจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตัวอย่างเช่นตัวเลขผู้ใช้เฟซบุ๊กในประเทศไทยมีเกินกว่า 30 ล้านรายชื่อไปแล้ว ขณะที่คนอ่านหนังสือพิมพ์หรือดูโทรทัศน์ไม่ถึง 10 ล้านคน ชุมชนออนไลน์จึงเป็นชุมชนที่กว้างใหญ่และเป็นแหล่งแพร่กระจายข้อมูลข่าวสารที่มีอิทธิพลในโลกปัจจุบันที่สุด   เป็นสังคมใหม่ขุมชนในอนาคต ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนมีสิทธิสื่อสารตราบที่มีเสรีภาพและมีเครื่องมือสื่อสารเท่าเทียมกัน   นอกจากบทบาทผู้ใช้สื่อออนไลน์มีฐานะในการเป็นผู้รับสื่อแล้ว ทุกคนที่เป็นสมาชิกอยู่ในระบบแอปฯ ต่างๆยังเป็นผู้สร้างข่าวสารด้วย แต่ละคนมีพื้นที่สำหรับเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่ตนสร้างขึ้นเองอย่างเท่าเทียมกัน […]

Read more...

§54 · March 10, 2016 · Uncategorized · (No comments) ·