Just another weblog

001-Facebook-Beyond-Likes_limt-(1)

การเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยีการสื่อสารจากระบบเก่าเป็นระบบดิจิตัลอย่างที่เป็นอยู่ในขณะนี้ได้ย้ายข้อมูลข่าวสารไปอยู่บนโลกออนไลน์แทบทั้งหมดแล้ว ย้ายความเคลื่อนไหวทางข่าวสารไปลงไว้ในเว็บไซต์ กลไกที่เป็นช่องทางใหม่เป็นสิ่งที่เข้ามาแทนสื่อกระดาษ อย่างหนังสือพิมพ์และสิ่งพิมพ์อื่นๆ แม้แต่วิทยุและโทรทัศน์ก็สามารถรับชมรับฟังหรือสืบค้นหาได้ทุกเวลาจากเว็บไซต์ แกนหลักท่อลำเลียงในโลกออนไลน์อันนี้ เพียงแค่นิ้วมือคลิกไปในเว็บไซต์ข้อมูลข่าวสารที่ต้องการก็จะหลั่งไหลทะลักออกมาทันที

 

การเดินทางเข้าสืบค้นข่าวสารข้อมูลมีความสะดวกรวดเร็วและกว้างไกลลึกซับซ้อนเหมือนเดินวนอยู่ในเขาวงกต ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการบริโภคอย่างรวดเร็ว ผู้บริโภคหันหลังให้การติดตามเสาะหาข่าวสารในสื่อแบบดั้งเดิมเพราะมีพื้นที่จำกัดและล่าช้า ผู้คนทั่วทั้งโลกนิยมใช้บริการเสพสื่อดิจิตัลแทน จึงเป็นเหตุผลักดันให้ผู้ผลิตสื่อทุกประเภทต้องปรับตัวตามกระแสที่เกิดขึ้น สื่อหนังสื่อพิมพ์ วิทยุและโทรทัศน์ก็ต้องไปลงอยู่ในระบบดิจิตัลเป็นสื่อออนไลน์แทน เปิดเว็บไซต์ของตนเองไว้บริการผู้บริโภคควบคู่ไปกับสื่อรูปแบบเดิมที่ใกล้ถึงเวลาจบบทบาทในอีกไม่นานนัก

 

ปัจจุบันโลกของสื่อมีพื้นที่เท่ากับจักรวาลแล้ว ไม่ใช่กระดาษตัด 4 หรือจอสี่เหลี่ยมขนาดต่างๆอีกต่อไป

 

ถึงตอนนี้พัฒนาการของเทคโนโลยีการสื่อสารยังมีแอปพลิเคชันต่างๆ เข้ามาเสริมให้การติดตามข่าวสารรวดเร็วและกว้างขวางมากขึ้น แอปฯ ที่นิยมในตอนนี้มีเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ ไลน์และอินสตาแกรม รวมถึงยูทิวบ์ก็เป็นช่องทางที่ทุกคนเข้าไปใช้เป็นทีวีส่วนตัว สามารถกระจายข่าวสารได้ค่อนข้างเสรี โดยแอปฯ เหล่านี้ต่างทำหน้าที่บอกกล่าวและนำข่าวสารทุกประเภทเข้าหาผู้บริโภคส่งตรงผ่านเข้าทางเครื่องมือส่วนตัวของผู้บริโภคคือสมาร์ทโฟนและหรือเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล

 

แอปพลิเคชันที่กล่าวมานำผู้ใช้บริการเข้ารวมกันเป็นสังคมเป็นเครือข่ายรวมกันอยู่ร่วมกันเป็นชุมชนแลกเปลี่ยนสนทนาส่งข่าวสารข้อมูลถึงกัน ที่เรียกว่า สังคมสื่อออนไลน์ หรือ Social Media ขนาดของชุมชนสื่อสังคมออนไลน์มีจำนวนสมาชิกมากและนับวันจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตัวอย่างเช่นตัวเลขผู้ใช้เฟซบุ๊กในประเทศไทยมีเกินกว่า 30 ล้านรายชื่อไปแล้ว ขณะที่คนอ่านหนังสือพิมพ์หรือดูโทรทัศน์ไม่ถึง 10 ล้านคน ชุมชนออนไลน์จึงเป็นชุมชนที่กว้างใหญ่และเป็นแหล่งแพร่กระจายข้อมูลข่าวสารที่มีอิทธิพลในโลกปัจจุบันที่สุด

 

เป็นสังคมใหม่ขุมชนในอนาคต ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนมีสิทธิสื่อสารตราบที่มีเสรีภาพและมีเครื่องมือสื่อสารเท่าเทียมกัน

 

นอกจากบทบาทผู้ใช้สื่อออนไลน์มีฐานะในการเป็นผู้รับสื่อแล้ว ทุกคนที่เป็นสมาชิกอยู่ในระบบแอปฯ ต่างๆยังเป็นผู้สร้างข่าวสารด้วย แต่ละคนมีพื้นที่สำหรับเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่ตนสร้างขึ้นเองอย่างเท่าเทียมกัน ในวันนี้อาจจะมีโอกาสการสร้างข่าวออกไปในสังคมเท่าเทียมกับสื่อหลักสื่ออาชีพเลยทีเดียว ทั้งยังมีอิสระมากกว่า กล่าวคือสามารถเขียนเรื่องอะไรก็ได้ สามารถลงภาพอะไรก็ทำได้ตามอำเภอใจ ขึ้นอยู่กับความพอใจและอารมณ์ ไม่มีใครจะไปจำกัดสิทธิ์ของใครได้

 

ดังนั้นทุกคนในชุมชนออนไลน์จึงกลายเป็นผู้สื่อข่าวที่จะมาบอกเล่าเรื่องราวเหตุที่พบเห็นได้ทุกเวลา เป็นคอลัมนิสต์เหมือนในคนหนังสือพิมพ์ก็ได้ถ้าต้องการแสดงความคิดเห็น เป็นนักวิชาการที่เข้าไปให้ความรู้ในประเด็นต่างๆ ที่ตนเองรู้ก็ง่ายมากโดยการสัมภาษณ์ตนเองเขียนลงไปในสเตตัส เช่นเดียวกับจะเป็นนักวิเคราะห์ปัญหาบ้านเมืองก็แสดงความคิดอ่านออกมากับเรื่องที่กำลังเป็น ทอล์ค ออฟ เดอะ ทาวน์ในเวลานั้นๆ

 

สรุปทุกคนยิ่งใหญ่ได้ในสื่อออนไลน์ เป็นนักเลงคีย์บอร์ดกันทั้งนั้น เพราะพื้นที่โซเชียลมีเดียเปิดพื้นที่กว้างและให้โอกาสไร้ขีดจำกัดให้ทุกคนทำได้ในทุกๆ เรื่องเสมอ และถ้าใครขยันมีเนื้อหาทันสมัยตรงใจเพื่อนและคนติดตามก็จะมีชื่อเสียงโด่งดังในเพียงชั่วข้ามคืน กลายเป็น “เน็ตไอดอล” มีตัวตนหรือเป็น somebody ขึ้นมาโดยพลัน

 

โลกบนการเปลี่ยนแปลงทางด้านการสื่อสารจากอะนาล็อคมาเป็นดิจิตัล ไม่เพียงแต่จะปรับโครงสร้างของช่องทางสื่อสารมวลชนเท่านั้น ยังเปลี่ยนบทบาทและสถานะสื่ออย่างคาดไม่ถึงมาก่อน ปัจจุบันนี้สื่ออาชีพหรือสื่อหลักสูญเสียอำนาจในการกำหนดวาระข่าวและประเด็นข่าวอย่างไม่เหลืออิทธิพลในเรื่องนี้แล้ว

 

สื่ออาชีพหรือสื่อหลักต้องเงี่ยหูฟังและตาสอดส่องสังคมสื่อออนไลน์แทนว่าวันนี้มีข่าวมีกระแสอะไรเกิดขึ้น สื่อหลักกลับจะต้องมาควานหาประเด็นข่าวที่แพร่กระจายในชุมชนออนไลน์ไปใช้เป็นข่าวหลักที่จะเป็นข่าวเรียกความสนใจในหนังสือพิมพ์หรือโทรทัศน์ ในแต่ละวัน ไม่มีใครปฏิเสธความจริงข้อนี้ เพราะมันเป็นเรื่องจริง

 

คือข่าวสำคัญในหน้าหนังสือพิมพ์และจอทีวีล้วนผ่านการเปิดบริสุทธิ์และชำแหละทุกแง่มุมจากโซเชียลมีเดียมาอย่างหนัก สื่อหลักหยิบมาทำแค่รวบรวมตกแต่งลำดับข่าวให้ครบถ้วนกระบวนความเท่านั้น

 

แรงสะเทือนจากการเปลี่ยนเทคโนโลยีการสื่อสารเปลี่ยนวัฒนธรรมเก่าไปอย่างพลิกฟ้าคว่ำดิน ส่งผลกระทบแก่วัฒนธรรมการสื่อสารมวลชนในสังคมไทยอย่างรุนแรง กรอบการเรียนรู้กระบวนการทฤษฎีต่างๆกลายเป็นสิ่งที่ถูกมองข้าม ยิ่งประเด็นของคุณธรรมจริยธรรมสื่อไม่มีใครคำนึงถึง ไม่มีใครให้ความสำคัญที่จะยึดถือปฏิบัติตาม เหล่านี้เป็นปัญหาที่น่าวิตกเพราะนับวันจะเป็นปัญหามากขึ้น ด้วยที่คนไทยใช้สื่อกันไม่คำนึงถึงโทษแต่จะมองถึงผลประโยชน์ที่ตัวเองจะได้รับเป็นสิ่งเดียวที่สำคัญ

 

การใช้สื่อที่มีอิสระกว้างไกลและเหมือนได้เปล่าบนออนไลน์ ทำให้คนไทยใช้กันสั่นสะเทือนประเทศทุกวันด้วยความสนุกและลุ่มหลง ส่วนมากพยายามทำตัวเป็นคนดังทางเน็ตมีเพื่อนและคนตามคนดูเยอะๆ และเมื่อมีชื่อเสียงขึ้นก็จะทำการหาผลประโยชน์กันทั้งประโยชน์ทางการเมือง ทางสังคม และทางการค้า แสวงหาประโยชน์ตอบแทนเป็นหลักไม่คำนึงถึงคุณธรรมจริยธรรมทุกด้าน

 

ตัวอย่างที่น่าเศร้า ก็คือ ดาราวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งล้วนเป็นเน็ตไอดอลนำภาพและข้อความถือขวดเบียร์ยี่ห้อช้างรุ่นใหม่ และบางคนดื่มโชว์ แต่กลับไม่บอกความจริงว่าภาพและข้อความเป็นงานโฆษณา   เรื่องนี้เป็นผลเกิดขึ้นเพราะดาราพวกนี้เป็นเน็ตไอดอลมีแฟนๆ ติดตามในอินสตาแกรมจำนวนเป็นแสนคนขึ้น กรณีเช่นนี้เห็นได้ชัดว่าดาราเน็ตไอดอลเอาเพื่อนๆ แฟนๆ มาเป็นฐานที่จะเหยียบขึ้นไปหาเงิน โดยพร้อมที่จะโกหกหลอกลวงสังคมได้เสมอ แต่ถ้าพวกเขาคำนึงถึงคุณธรรมและจริยธรรมสักนิด เพียงตระหนักคิดว่าการหลอกลวงสังคมเป็นความผิดเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง เขาก็จะไม่ทำ

 

ถึงเวลาและสมควรตั้งคำถามกันหรือยัง ว่าปัญหาการใช้สื่อออนไลน์ในสังคมไทยกันอย่างเมามันละเลยคุณธรรมจริยธรรมอย่างสิ้นเชิงเป็นประเด็นที่จะให้ผ่อนเบาลดลงไปได้อย่างไร ถ้าหากไม่เร่งแก้ไขทำให้ปัญหาขยายตัวรุนแรงขึ้นแน่ ควรที่จะมีการช่วยให้คนใช้สื่อแบบอิสระแต่มีคุณธรรมจริยธรรม มองเห็นผลกระทบต่อสังคมที่จะติดตามมาให้มากกว่าผลประโยชน์ส่วนตน ลดความสะใจที่ทับถมเข้าไปในสังคมออนไลน์ ทุกวันนี้ใครอยากด่าประณามใครหรือจะหลอกลวงปลิ้นปล้อนอย่างไรก็ล้วนส่งลงอยู่ในเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ ไลน์ และอินสตาแกรม ฯลฯ

 

วันหนึ่งๆ เราแทบทุกคนเป็นคนล่าเหยื่อและกลายเป็นเหยื่ออยู่ในสังคมออนไลน์ได้ตลอดเวลา

 

โลกออนไลน์สังคมเสมือนทุกคนมีเครื่องมือสื่อสารในการเผยแพร่ข่าวสารและทำมาหากิน บรรทัดฐานของสื่อจึงไม่สามารถใช้บรรทัดฐานแบบเก่ามาใช้ได้อีก สมาคมหรือองค์กรสื่อจึงเป็นชนกลุ่มน้อยในยุคนี้

 

ถึงเวลาแล้วที่นักสื่อสารมวลชนจะต้องเข้าไปในโลกสื่อออนไลน์เพื่อให้หลักคิดการใช้สื่อที่ดีที่ถูกต้องจะต้องทำอย่างไร ซึ่งโจทย์ไม่ได้อยู่ที่สื่อหลักหรือสื่อมวลชนอาชีพเหมือนเดิม เพราะสื่ออาชีพไม่ได้ยิ่งใหญ่เหมือนก่อนแล้ว แต่เป็นสื่อออนไลน์ที่ทุกคนเป็นเจ้าของพื้นที่และเป็นผู้สร้างข้อมูลข่าวสารในเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ และอินสตาแกรมกำลังทรงอิทธิพลแต่คุณธรรมและจริยธรรมยังบกพร่องอยู่มาก

 

นักวิชาการสื่อสารมวลชนทั้งหลายต้องลงมาหาทางแก้ไขให้แนวทางที่ถูกต้องกับสื่อสังคมออนไลน์ทั้งการส่งและรับข่าวสารอย่างมีคุณธรรมไม่ใช่จะเอามันในอารมณ์เหมือนขณะนี้

§54 · March 10, 2016 · Uncategorized · (No comments) ·


Comments are closed.