Just another weblog

001-12919895_1604670419858270_4084839010819878303_n

ใครเคยไปเที่ยวประเทศจีน คงจะรู้ว่าการเล่นเฟซบุ๊กและไลน์เป็นของต้องห้าม ไม่สามารถเล่นได้เหมือนอยู่บ้านเรา คนที่ไม่ทำใจมาก่อนเมื่อไปจีนมักจะมีอาการหงุดหงิดเหมือนคนติดยาไม่ได้เสพยา ยิ่งอยู่หลายวันก็ยิ่งมีอาการงุ่นง่านกันมากเพราะมันไม่ได้ก้มหน้าขีดๆ เขี่ยๆ กับเพื่อนในโซเชียลมีเดีย

 

จีนไม่เปิดให้เล่นเฟซบุ๊ก ไลน์หรือแอปพลิเคชันใดๆ ที่คนไทยติดกันงอมแงม เนื่องจากรัฐบาลจีนบล็อกไม่ให้ช่องทางโซเชียลมีเดียจากโลกภายนอกผ่านเข้าเกตเวย์ของแผ่นดินหลังม่านไม้ไผ่เข้ามาให้บริการในประเทศ ไม่ให้เล็ดลอดเข้าแม้พื้นที่ตารางนิ้วเดียว แต่ทางการจีนได้สร้างทางเลือกช่องทางการสื่อสารผ่านแอปฯจีนแบบจีนๆ โดยรัฐบาลจีนจัดให้

 

คือ Baidu มาแทนกูเกิล, Youku ใช้แทน YouTube, WeChat แทน Whatsapp/Line, Weibo แทนเฟซบุ๊ก เป็นต้น คนจีนต้องใช้แอปฯ เหล่านี้ซึ่งเขาก็เล่นกันไม่มีปัญหาไม่ทำให้ตกยุคสมัยหลุดจากเทรนด์ของโลก

 

ดังนั้น มาเมืองจีนจึงควรทำใจ ได้โปรดละนิสัย “ก้มหน้า”สักหลายวันก่อนจะมา โดยเฉพาะคนติดเฟซบุ๊กกับไลน์เพื่อจะได้ทิ้งความคุ้นเคยจะได้ชินกับการไม่ก้มหน้า ไม่ต้องพะวักพะวงห่วงหน้าพะวงหลังกับการเล่นแอปฯ หาไม่ก็จะจมอยู่กับความทุกข์ระหว่างมาเที่ยวแดนมังกร เพราะมัวแต่จะแชทแต่เชื่อมเครือข่ายไม่ได้ และไม่ต้องคิดจะหาเครือข่ายโซเชี่ยลอื่นมาช่วย เนื่องจากโดนรบกวนเหมือนกันจะเสียความรู้สึกปล่าวๆ อย่างตัวช่วยโปรแกรม VPN มาถึงจีนก็เดี้ยงเสียมากกว่าดี

 

อย่างไรก็ตาม เท่าที่เห็นจากหมู่คณะที่มาด้วยกันทั้งๆ ที่รู้ว่ามันเล่นไม่ได้แต่ส่วนใหญ่ยังพยายามจะเอาชนะ ตัวเองก็เป็นเหมือนกัน เสาะหาหนทางที่จะเข้าไปให้ได้ เหมือนนักโทษหาทางแหกคุกพยายามหาทางหลุดจากเครื่องพันธนาการซึ่งเป็นทุกข์มาก มิสู้ยอมแพ้ถูกจำกัดเสรีภาพการสื่อสารเสียดีกว่า พอทำได้ก็รู้สึกว่าอาการปวดคอปวดไหล่หายไปซะยังงั้น!!

 

จะว่าไปแล้ว โลกการสื่อสารสมัยใหม่นี้ จีนไม่ได้ด้อยกว่าสหรัฐอเมริกาหรือยุโรป จีนสามารถผลิตกลไกและสร้างเครือข่ายสื่อสารระบบดิจิตัลได้แบบก้าวหน้าสุดๆ ไม่แพ้ใคร การนำเทคโนโลยีด้านนึ้มาใช้สอยก็เป็นเรื่องที่น่ายกย่องทุกอย่างในจีนควบคุมด้วยระบบดิจิตัลทั้งนั้น แต่จีนไม่เปิดอ้ารับแอปฯ ต่างๆ ให้เข้ามาเปิดบริการในจีนเหมือนบ้านเรา แต่เขาสร้างโปรแกรมต่างๆ ที่โลกตะวันตกสร้างได้เขาก็ทำได้คิดทำขึ้นมาให้คนจีนใช้เอง

 

การคิดเองใช้เองได้ทั้งพัฒนาความรู้ด้านไอทีควบคู่ไปกับการควบคุมการสื่อสารของคน 1,300 ล้านคน จึงเสมือนขึงตาข่ายฟ้าปกคลุมไปทั่วแผ่นดิน ไม่ให้เรื่องอื้อฉาวเล่าลือออกจากบ้านไปไกลเป็นหมื่นลี้ แต่เรื่องดีที่ไม่ค่อยออกจากบ้าน รัฐบาลจีนก็จะใช้เครือข่ายไอทีที่อยู่ในมือกระจายข่าวไปเอง

 

ต้องไม่ลืมว่า ระบบการปกครองของจีนยังเป็นสังคมนิยม แม้ว่าจีนทันสมัยเปิดเสรีในด้านต่างๆ แล้วแต่ก็ยังเป็นเสรีภาพที่มีขอบเขตจำกัดภายใต้การชี้นำของผู้ปกครองคือพรรคคอมมิวนิสต์ นโยบายรัฐบาลจีนจะเป็นผู้ชี้นำให้ประชาชนในทุกเรื่อง จะขัดขืนก็ได้แต่ไม่มีสิทธิ์แสดงความไม่พอใจมากนัก

 

โดยเฉพาะด้านการสื่อสารมวลชน รัฐบาลจีนเน้นให้ความสำคัญมากเพราะเป็นขบวนการหนึ่งที่จะรักษาความสงบเรียบร้อยในแผ่นดินอย่างได้ผล จึงมีการคุมเข้มทุกช่องการสื่อสาร โดยรัฐบาลต้องตรวจสอบเข้าไปล่วงละเมิดสิทธิส่วนตัวของประชาชนได้ การสื่อสารในโลกยุคดิจิตัลที่รวดเร็วแม่นยำรัฐบาลจีนกลัวมีคลื่นแทรกเข้ามาป่วนประเทศเลยคุมตั้งแต่ต้นทางและทุกขั้นตอนอย่างละเอียดยิบไม่ให้เกิดความผิดพลาด

 

แต่ไหนแต่ไรมา หลังการเข้ายึดอำนาจของประธานเหมา เจ๋อตงในเรื่องการสื่อสารทางสังคม รัฐบาลจีนจะกุมดุลอำนาจการสื่อสารไว้อย่างเด็ดขาด ในทางปฏิบัติจะไม่อ่อนข้อให้กับใคร ก็พอจะผ่อนคลายบ้างในอดีตช่วงที่มีนโยบายร้อยบุปผาที่วางหลักว่า จงยินยอมให้มวลร้อยบุปผาบานสะพรั่ง จงยินยอมให้มวลความคิดพอใจ แต่ครั้งนั้นรัฐก็จะปล่อยและเลือกฟังแต่นักวิจารณ์จริงๆ เท่านั้น พวกรับจ้างโวยรับจ้างเดินขบวนจะโดนอุ้ม

ภาพจากเฟซบุ๊ก Mark Zuckerberg

ภาพจากเฟซบุ๊ก Mark Zuckerberg

กรณีเฟซบุ๊กอยากเข้ามาให้บริการในจีนจนตัวสั่น อ้อนวอนกราบกรานตั้งหลายครั้งรัฐบาลจีนยังไม่ใจอ่อน อนาคตก็ยังมองไม่เห็นประตูจะได้เข้าไปทำธุรกิจในจีนได้อย่างไร ซึ่งลืมคิดเสียเลยดีกว่ายังไงจีนคงไม่เปลี่ยนท่าที

 

เฟซบุ๊กเห็นว่าจีนมีคนพันสามร้อยล้านคนเป็นขุมทรัพย์สุดขอบฟ้า แต่ก็ได้แค่มองน้ำลายไหลไปวันๆ ถ้าเฟซบุ๊กได้เข้าจีนคงกวาดเงินหยวนเข้ากระเป๋าอีกมหาศาล

 

ดูตัวอย่างวันนี้ที่เมืองไทยโกยรายได้อย่างเหลือเชื่อ เฟซบุ๊กรับทรัพย์วันละหลายล้านบาท แค่เงินจากที่สำนักข่าวต่างๆ จ้างให้เฟซบุ๊กกระจายข่าวไปสู่คนรับข่าว อยากให้ข่าวดังคนดูเยอะต้องเสียค่ากด Like ให้กับเฟซบุ๊ก Like ละบาท บางแห่งทุ่มเงินวันหนึ่งหลายแสนบาทเพื่อจะดึงยอดคนเข้าดูเว็บ ซึ่งตอนนี้ทำกันเกือบทุกที่

 

ทำข่าวดีๆ มาได้ด้วยความยากลำบากส่งให้เฟซบุ๊กกระจายข่าวแถมเสียเงินอีก เฟซบุ๊กได้ทั้งเครดิตและเงิน

 

ส่วนสื่อไทยได้เหมือนกัน คือเฉพาะส่วนที่นำเอาการกดไลน์ของคนดูโยงเข้ามาในเว็บข่าว เอายอดคนดูเว็บไปอ้างตัวเลขขอโฆษณากับเอเยนซี มันเกิดวงจรเช่นนี้ขึ้นมาเป็นปีแล้ว ลองพิจารณาดูว่าวิธีการจ้างเฟซบุ๊กสร้างยอดคนดูข่าวเป็นกลยุทธ์ที่ชาญฉลาดหรือเปล่า? หรือเป็นความโง่บัดซบของสื่อไทยกันแน่?

 

ทีวีที่จีนก็รู้ชื่อกันดีคือ CCTV รัฐบาลกำหนดไว้ให้ CCTV เป็นทีวีระดับชาติสถานีเดียวแต่มีทั้งสิ้น 15 ช่อง ออกอากาศแพร่ภาพทั่วแผ่นดินอันกว้างใหญ่ไพศาลเหมือนกัน โดยกำหนดให้ CCTVเรียงช่อง1-15 เช่นเดียวกันทั่วประเทศ ส่วนทีวีสถานีอื่นจะมาทำก็เป็นช่องต่อไปเรื่อยๆ ว่ากันว่าจีนมีทีวีทั้งของส่วนกลางและท้องถิ่นเป็นพันช่อง จะเห็นว่าผู้ปกครองก็ให้เสรีภาพในสื่อมวลชนเหมือนกัน แต่เนื้อหาต้องไม่กระทบรบกวนต่อความมั่นคงของประเทศ ซึ่งก็เป็นเสรีภาพภายใต้การชี้นำนั่นเอง

 

ถ้ารัฐบาลไม่ชี้นำประชาชน ก็ไม่แน่ว่าจีนยุคใหม่จะก้าวเดินมาไกลเหมือนเช่นวันนี้หรือไม่

 

การชี้นำของสังคมจีนหากมองให้ลึกซึ้งก็จะเข้าใจได้ว่า ที่แท้เป็นไปตามแนวทางของจารีตประเพณีในสังคมจีนที่สืบทอดกันมาหลายพันปี นั่นก็คือการให้ความเคารพเชื่อฟังผู้อาวุโสและบรรพชน เมื่อนำมาใช้ในทางการเมืองการปกครองประชาชนพวกคนชั้นผู้น้อยทั้งหลายก็มิได้คิดเป็นอย่างอื่น การเชื่อฟังยอมให้ชี้นำก็เป็นความสุขใจด้วยซ้ำ ยกเว้นแต่จะไม่ยอมกับผู้ปกครองเป็นทรราชจริงๆเท่านั้น

 

กฏความเชื่ออันดีงามนี้อันเกิดมาจากคำสอนของ ขงจื๊อ สุดยอดของเหล่าซือที่มีอิทธิพลต่อสังคมจีนจนถึงปัจจุบัน ผู้ปกครองจีนก็มักจะมีความเชื่อในลัทธิขงจื๊อติดตัวมากันทุกคน แม้แต่ประธานเหมาจะกำหนดนโยบายปฏิวัติวัฒนธรรมเมื่อปี ค.ศ.1966 ยุยงส่งเสริมให้เยาวชนออกมาประณามโลกจีนเก่า ก็ยังล้างความคิดจงรักภักดีของคนจีนที่มีต่อคำสอนขงจื๊อไม่ได้

 

ความศรัทธาและเคารพในคำสอนของบรรพบุรุษ เป็นอานิสงส์ผลดีอย่างมากกับการพัฒนาจีนยุคใหม่ ดังจะเห็นได้จากการเข้ามาสวมต่ออำนาจของผู้นำจีนจากรุ่นสู่รุ่น ผู้สืบทอดจะไม่ลืมภารกิจอย่างหนึ่งก็คือต้องทำตามแนวทางของผู้นำรุ่นก่อน งานใดที่ผู้นำรุ่นพี่รุ่นพ่อทำค้างไว้ก็ต้องสานต่อให้แล้วเสร็จ จะลบล้างลบหลู่เหมือนนักการเมืองไทยไม่ได้ ที่มักพบว่ารัฐบาลก่อนทำอะไรไว้รัฐบาลจะต้องยกเลิกโดยไม่คิดว่าจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติบ้านเมืองหรือไม่ ขืนคนจีนทำแบบนักการเมืองไทยจะถูกประณามเป็นคนอกตัญญูคนนินทาหมาดูถูกทั้งแผ่นดิน

002-12495068_1604672789858033_8953607625334903810_n

นโยบาย 4 ทันสมัยนำมาปฏิบัติจริงจนพลิกโฉมหน้าจีนในวันนี้ เติ้ง เสี่ยวผิงเป็นคนทำแต่เป็นความคิดของโจว เอินไหล นายกรัฐมนตรีจีน (เสียชีวิตปี ค.ศ.1976) ด้านหนึ่งเติ้งกับโจวมีความคิดสอดคล้องกันและอีกด้านเป็นคำสั่งเสียของโจวที่มอบภารกิจให้กับเติ้งด้วย

 

ด้วยเหตุนี้จีนจึงมีการพัฒนาอย่างไม่สะดุด คิดทำอะไรสร้างอะไรสำเร็จลุล่วง โครงการใหญ่ๆขนาดไหนใช้เวลานานเท่าไรก็จะมีคนสานต่อเป็นรุ่นๆ ไปจนแล้วเสร็จ ดังนั้นจีนทุกวันนี้จึงเดินแนวนโยบายการพัฒนาประเทศไปตามยุทธศาสตร์ 4 ทันสมัยอย่างต่อเนื่องไม่ผิดเพี้ยน

 

วันนี้ รถไฟความเร็วสูงของจีนวิ่งได้เร็ว 250-300 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีความยาวรวมกันทั้งประเทศเกือบสองหมื่นกิโลเมตร และยังมีเป้าหมายวางไว้ คือรถไฟความเร็วสูงจะเป็นเส้นเลือดใหญ่ของจีนในการคมนาคมทางบก ซึ่งในปี ค.ศ.2020 รถไฟฟ้าจะต้องเชื่อมแผ่นดินจีนจากทุกมณฑลมาปักกิ่งได้ภายในเวลาไม่เกิน 15 ชั่วโมง

 

ปัจจุบันรถไฟความเร็วสูงวิ่งฉิวสะดวกสบายปลอดภัยมาก เชื่อมดินแดนมณฑลเหนือใต้ออกตกไปถึงกันได้ภายในวันเดียว คนละเรื่องหนังคนละม้วนกับอดีต ย้อนไปสมัยนางหยางกุ้ยเฟย สนมเอกที่เซ็กซี่สุดมีชีวิตในราชวงศ์ถัง เธอโปรดปรานการกินลิ้นจี่มาก และต้องเป็นลิ้นจี่ที่สดใหม่ฉ่ำชื่นใจ สมัยนั้นมีการขนลิ้นจี่ไปให้ถึงลิ้นสนมหยางให้เร็วที่สุดเท่าที่จะด่วนได้ ต้องใช้ม้ากับคนนับร้อยวิ่งผลัด 4 คูณ100 ข้ามร้อยภูเขาร้อยแม่น้ำจากมณฑลฮกเกี้ยนแหล่งปลูกลิ้นจี่ดีที่สุดในโลกกว่าจะถึงเมืองฉางอาน เมืองหลวงในเวลา เป็นงานที่เหมือนการวิ่งโอลิมปิกหฤโหดทุกปีในฤดูกาลลิ้นจี่ช่วงหน้าร้อนของจีน แต่ถ้าเป็นสมัยนี้รถไฟความเร็วสูงวิ่งไม่นานจากฮกเกี้ยนถึงฉางอานเลย คนกับม้านับร้อยชีวิตไม่ต้องลำบากทรมานเพราะสนองตัณหาผู้หญิงคนเดียว

 

ถ้าหยางกุ้ยเฟยรู้ถึงสภาพบ้านเมืองจีนวันนี้เป็นเช่นนี้คงอยากกลับมาเกิดใหม่แน่!! เพราะจะได้กินลิ้นจี่ที่รสชาติสดใหม่กว่าในยุคราชวงศ์ถัง

003-20150201_122438



Comments are closed.