nokdevil http://mblog.manager.co.th/nokdevil Just another weblog Tue, 29 Mar 2016 07:25:08 +0000 en-US hourly 1 http://wordpress.org/?v=4.3.1 ก้มๆ เงยๆ มอง “จีนวันนี้” “หยางกุ้ยเฟย”ยังอยากมาเกิดใหม่ http://mblog.manager.co.th/nokdevil/2016/03/29/chinatoday/ http://mblog.manager.co.th/nokdevil/2016/03/29/chinatoday/#comments Tue, 29 Mar 2016 07:25:08 +0000 http://mblog.manager.co.th/nokdevil/?p=62 ใครเคยไปเที่ยวประเทศจีน คงจะรู้ว่าการเล่นเฟซบุ๊กและไลน์เป็นของต้องห้าม ไม่สามารถเล่นได้เหมือนอยู่บ้านเรา คนที่ไม่ทำใจมาก่อนเมื่อไปจีนมักจะมีอาการหงุดหงิดเหมือนคนติดยาไม่ได้เสพยา ยิ่งอยู่หลายวันก็ยิ่งมีอาการงุ่นง่านกันมากเพราะมันไม่ได้ก้มหน้าขีดๆ เขี่ยๆ กับเพื่อนในโซเชียลมีเดีย   จีนไม่เปิดให้เล่นเฟซบุ๊ก ไลน์หรือแอปพลิเคชันใดๆ ที่คนไทยติดกันงอมแงม เนื่องจากรัฐบาลจีนบล็อกไม่ให้ช่องทางโซเชียลมีเดียจากโลกภายนอกผ่านเข้าเกตเวย์ของแผ่นดินหลังม่านไม้ไผ่เข้ามาให้บริการในประเทศ ไม่ให้เล็ดลอดเข้าแม้พื้นที่ตารางนิ้วเดียว แต่ทางการจีนได้สร้างทางเลือกช่องทางการสื่อสารผ่านแอปฯจีนแบบจีนๆ โดยรัฐบาลจีนจัดให้   คือ Baidu มาแทนกูเกิล, Youku ใช้แทน YouTube, WeChat แทน Whatsapp/Line, Weibo แทนเฟซบุ๊ก เป็นต้น คนจีนต้องใช้แอปฯ เหล่านี้ซึ่งเขาก็เล่นกันไม่มีปัญหาไม่ทำให้ตกยุคสมัยหลุดจากเทรนด์ของโลก   ดังนั้น มาเมืองจีนจึงควรทำใจ ได้โปรดละนิสัย “ก้มหน้า”สักหลายวันก่อนจะมา โดยเฉพาะคนติดเฟซบุ๊กกับไลน์เพื่อจะได้ทิ้งความคุ้นเคยจะได้ชินกับการไม่ก้มหน้า ไม่ต้องพะวักพะวงห่วงหน้าพะวงหลังกับการเล่นแอปฯ หาไม่ก็จะจมอยู่กับความทุกข์ระหว่างมาเที่ยวแดนมังกร เพราะมัวแต่จะแชทแต่เชื่อมเครือข่ายไม่ได้ และไม่ต้องคิดจะหาเครือข่ายโซเชี่ยลอื่นมาช่วย เนื่องจากโดนรบกวนเหมือนกันจะเสียความรู้สึกปล่าวๆ อย่างตัวช่วยโปรแกรม VPN มาถึงจีนก็เดี้ยงเสียมากกว่าดี   อย่างไรก็ตาม เท่าที่เห็นจากหมู่คณะที่มาด้วยกันทั้งๆ ที่รู้ว่ามันเล่นไม่ได้แต่ส่วนใหญ่ยังพยายามจะเอาชนะ ตัวเองก็เป็นเหมือนกัน เสาะหาหนทางที่จะเข้าไปให้ได้ เหมือนนักโทษหาทางแหกคุกพยายามหาทางหลุดจากเครื่องพันธนาการซึ่งเป็นทุกข์มาก มิสู้ยอมแพ้ถูกจำกัดเสรีภาพการสื่อสารเสียดีกว่า พอทำได้ก็รู้สึกว่าอาการปวดคอปวดไหล่หายไปซะยังงั้น!!   จะว่าไปแล้ว […]

The post ก้มๆ เงยๆ มอง “จีนวันนี้” “หยางกุ้ยเฟย”ยังอยากมาเกิดใหม่ appeared first on nokdevil.

]]>
001-12919895_1604670419858270_4084839010819878303_n

ใครเคยไปเที่ยวประเทศจีน คงจะรู้ว่าการเล่นเฟซบุ๊กและไลน์เป็นของต้องห้าม ไม่สามารถเล่นได้เหมือนอยู่บ้านเรา คนที่ไม่ทำใจมาก่อนเมื่อไปจีนมักจะมีอาการหงุดหงิดเหมือนคนติดยาไม่ได้เสพยา ยิ่งอยู่หลายวันก็ยิ่งมีอาการงุ่นง่านกันมากเพราะมันไม่ได้ก้มหน้าขีดๆ เขี่ยๆ กับเพื่อนในโซเชียลมีเดีย

 

จีนไม่เปิดให้เล่นเฟซบุ๊ก ไลน์หรือแอปพลิเคชันใดๆ ที่คนไทยติดกันงอมแงม เนื่องจากรัฐบาลจีนบล็อกไม่ให้ช่องทางโซเชียลมีเดียจากโลกภายนอกผ่านเข้าเกตเวย์ของแผ่นดินหลังม่านไม้ไผ่เข้ามาให้บริการในประเทศ ไม่ให้เล็ดลอดเข้าแม้พื้นที่ตารางนิ้วเดียว แต่ทางการจีนได้สร้างทางเลือกช่องทางการสื่อสารผ่านแอปฯจีนแบบจีนๆ โดยรัฐบาลจีนจัดให้

 

คือ Baidu มาแทนกูเกิล, Youku ใช้แทน YouTube, WeChat แทน Whatsapp/Line, Weibo แทนเฟซบุ๊ก เป็นต้น คนจีนต้องใช้แอปฯ เหล่านี้ซึ่งเขาก็เล่นกันไม่มีปัญหาไม่ทำให้ตกยุคสมัยหลุดจากเทรนด์ของโลก

 

ดังนั้น มาเมืองจีนจึงควรทำใจ ได้โปรดละนิสัย “ก้มหน้า”สักหลายวันก่อนจะมา โดยเฉพาะคนติดเฟซบุ๊กกับไลน์เพื่อจะได้ทิ้งความคุ้นเคยจะได้ชินกับการไม่ก้มหน้า ไม่ต้องพะวักพะวงห่วงหน้าพะวงหลังกับการเล่นแอปฯ หาไม่ก็จะจมอยู่กับความทุกข์ระหว่างมาเที่ยวแดนมังกร เพราะมัวแต่จะแชทแต่เชื่อมเครือข่ายไม่ได้ และไม่ต้องคิดจะหาเครือข่ายโซเชี่ยลอื่นมาช่วย เนื่องจากโดนรบกวนเหมือนกันจะเสียความรู้สึกปล่าวๆ อย่างตัวช่วยโปรแกรม VPN มาถึงจีนก็เดี้ยงเสียมากกว่าดี

 

อย่างไรก็ตาม เท่าที่เห็นจากหมู่คณะที่มาด้วยกันทั้งๆ ที่รู้ว่ามันเล่นไม่ได้แต่ส่วนใหญ่ยังพยายามจะเอาชนะ ตัวเองก็เป็นเหมือนกัน เสาะหาหนทางที่จะเข้าไปให้ได้ เหมือนนักโทษหาทางแหกคุกพยายามหาทางหลุดจากเครื่องพันธนาการซึ่งเป็นทุกข์มาก มิสู้ยอมแพ้ถูกจำกัดเสรีภาพการสื่อสารเสียดีกว่า พอทำได้ก็รู้สึกว่าอาการปวดคอปวดไหล่หายไปซะยังงั้น!!

 

จะว่าไปแล้ว โลกการสื่อสารสมัยใหม่นี้ จีนไม่ได้ด้อยกว่าสหรัฐอเมริกาหรือยุโรป จีนสามารถผลิตกลไกและสร้างเครือข่ายสื่อสารระบบดิจิตัลได้แบบก้าวหน้าสุดๆ ไม่แพ้ใคร การนำเทคโนโลยีด้านนึ้มาใช้สอยก็เป็นเรื่องที่น่ายกย่องทุกอย่างในจีนควบคุมด้วยระบบดิจิตัลทั้งนั้น แต่จีนไม่เปิดอ้ารับแอปฯ ต่างๆ ให้เข้ามาเปิดบริการในจีนเหมือนบ้านเรา แต่เขาสร้างโปรแกรมต่างๆ ที่โลกตะวันตกสร้างได้เขาก็ทำได้คิดทำขึ้นมาให้คนจีนใช้เอง

 

การคิดเองใช้เองได้ทั้งพัฒนาความรู้ด้านไอทีควบคู่ไปกับการควบคุมการสื่อสารของคน 1,300 ล้านคน จึงเสมือนขึงตาข่ายฟ้าปกคลุมไปทั่วแผ่นดิน ไม่ให้เรื่องอื้อฉาวเล่าลือออกจากบ้านไปไกลเป็นหมื่นลี้ แต่เรื่องดีที่ไม่ค่อยออกจากบ้าน รัฐบาลจีนก็จะใช้เครือข่ายไอทีที่อยู่ในมือกระจายข่าวไปเอง

 

ต้องไม่ลืมว่า ระบบการปกครองของจีนยังเป็นสังคมนิยม แม้ว่าจีนทันสมัยเปิดเสรีในด้านต่างๆ แล้วแต่ก็ยังเป็นเสรีภาพที่มีขอบเขตจำกัดภายใต้การชี้นำของผู้ปกครองคือพรรคคอมมิวนิสต์ นโยบายรัฐบาลจีนจะเป็นผู้ชี้นำให้ประชาชนในทุกเรื่อง จะขัดขืนก็ได้แต่ไม่มีสิทธิ์แสดงความไม่พอใจมากนัก

 

โดยเฉพาะด้านการสื่อสารมวลชน รัฐบาลจีนเน้นให้ความสำคัญมากเพราะเป็นขบวนการหนึ่งที่จะรักษาความสงบเรียบร้อยในแผ่นดินอย่างได้ผล จึงมีการคุมเข้มทุกช่องการสื่อสาร โดยรัฐบาลต้องตรวจสอบเข้าไปล่วงละเมิดสิทธิส่วนตัวของประชาชนได้ การสื่อสารในโลกยุคดิจิตัลที่รวดเร็วแม่นยำรัฐบาลจีนกลัวมีคลื่นแทรกเข้ามาป่วนประเทศเลยคุมตั้งแต่ต้นทางและทุกขั้นตอนอย่างละเอียดยิบไม่ให้เกิดความผิดพลาด

 

แต่ไหนแต่ไรมา หลังการเข้ายึดอำนาจของประธานเหมา เจ๋อตงในเรื่องการสื่อสารทางสังคม รัฐบาลจีนจะกุมดุลอำนาจการสื่อสารไว้อย่างเด็ดขาด ในทางปฏิบัติจะไม่อ่อนข้อให้กับใคร ก็พอจะผ่อนคลายบ้างในอดีตช่วงที่มีนโยบายร้อยบุปผาที่วางหลักว่า จงยินยอมให้มวลร้อยบุปผาบานสะพรั่ง จงยินยอมให้มวลความคิดพอใจ แต่ครั้งนั้นรัฐก็จะปล่อยและเลือกฟังแต่นักวิจารณ์จริงๆ เท่านั้น พวกรับจ้างโวยรับจ้างเดินขบวนจะโดนอุ้ม

ภาพจากเฟซบุ๊ก Mark Zuckerberg

ภาพจากเฟซบุ๊ก Mark Zuckerberg

กรณีเฟซบุ๊กอยากเข้ามาให้บริการในจีนจนตัวสั่น อ้อนวอนกราบกรานตั้งหลายครั้งรัฐบาลจีนยังไม่ใจอ่อน อนาคตก็ยังมองไม่เห็นประตูจะได้เข้าไปทำธุรกิจในจีนได้อย่างไร ซึ่งลืมคิดเสียเลยดีกว่ายังไงจีนคงไม่เปลี่ยนท่าที

 

เฟซบุ๊กเห็นว่าจีนมีคนพันสามร้อยล้านคนเป็นขุมทรัพย์สุดขอบฟ้า แต่ก็ได้แค่มองน้ำลายไหลไปวันๆ ถ้าเฟซบุ๊กได้เข้าจีนคงกวาดเงินหยวนเข้ากระเป๋าอีกมหาศาล

 

ดูตัวอย่างวันนี้ที่เมืองไทยโกยรายได้อย่างเหลือเชื่อ เฟซบุ๊กรับทรัพย์วันละหลายล้านบาท แค่เงินจากที่สำนักข่าวต่างๆ จ้างให้เฟซบุ๊กกระจายข่าวไปสู่คนรับข่าว อยากให้ข่าวดังคนดูเยอะต้องเสียค่ากด Like ให้กับเฟซบุ๊ก Like ละบาท บางแห่งทุ่มเงินวันหนึ่งหลายแสนบาทเพื่อจะดึงยอดคนเข้าดูเว็บ ซึ่งตอนนี้ทำกันเกือบทุกที่

 

ทำข่าวดีๆ มาได้ด้วยความยากลำบากส่งให้เฟซบุ๊กกระจายข่าวแถมเสียเงินอีก เฟซบุ๊กได้ทั้งเครดิตและเงิน

 

ส่วนสื่อไทยได้เหมือนกัน คือเฉพาะส่วนที่นำเอาการกดไลน์ของคนดูโยงเข้ามาในเว็บข่าว เอายอดคนดูเว็บไปอ้างตัวเลขขอโฆษณากับเอเยนซี มันเกิดวงจรเช่นนี้ขึ้นมาเป็นปีแล้ว ลองพิจารณาดูว่าวิธีการจ้างเฟซบุ๊กสร้างยอดคนดูข่าวเป็นกลยุทธ์ที่ชาญฉลาดหรือเปล่า? หรือเป็นความโง่บัดซบของสื่อไทยกันแน่?

 

ทีวีที่จีนก็รู้ชื่อกันดีคือ CCTV รัฐบาลกำหนดไว้ให้ CCTV เป็นทีวีระดับชาติสถานีเดียวแต่มีทั้งสิ้น 15 ช่อง ออกอากาศแพร่ภาพทั่วแผ่นดินอันกว้างใหญ่ไพศาลเหมือนกัน โดยกำหนดให้ CCTVเรียงช่อง1-15 เช่นเดียวกันทั่วประเทศ ส่วนทีวีสถานีอื่นจะมาทำก็เป็นช่องต่อไปเรื่อยๆ ว่ากันว่าจีนมีทีวีทั้งของส่วนกลางและท้องถิ่นเป็นพันช่อง จะเห็นว่าผู้ปกครองก็ให้เสรีภาพในสื่อมวลชนเหมือนกัน แต่เนื้อหาต้องไม่กระทบรบกวนต่อความมั่นคงของประเทศ ซึ่งก็เป็นเสรีภาพภายใต้การชี้นำนั่นเอง

 

ถ้ารัฐบาลไม่ชี้นำประชาชน ก็ไม่แน่ว่าจีนยุคใหม่จะก้าวเดินมาไกลเหมือนเช่นวันนี้หรือไม่

 

การชี้นำของสังคมจีนหากมองให้ลึกซึ้งก็จะเข้าใจได้ว่า ที่แท้เป็นไปตามแนวทางของจารีตประเพณีในสังคมจีนที่สืบทอดกันมาหลายพันปี นั่นก็คือการให้ความเคารพเชื่อฟังผู้อาวุโสและบรรพชน เมื่อนำมาใช้ในทางการเมืองการปกครองประชาชนพวกคนชั้นผู้น้อยทั้งหลายก็มิได้คิดเป็นอย่างอื่น การเชื่อฟังยอมให้ชี้นำก็เป็นความสุขใจด้วยซ้ำ ยกเว้นแต่จะไม่ยอมกับผู้ปกครองเป็นทรราชจริงๆเท่านั้น

 

กฏความเชื่ออันดีงามนี้อันเกิดมาจากคำสอนของ ขงจื๊อ สุดยอดของเหล่าซือที่มีอิทธิพลต่อสังคมจีนจนถึงปัจจุบัน ผู้ปกครองจีนก็มักจะมีความเชื่อในลัทธิขงจื๊อติดตัวมากันทุกคน แม้แต่ประธานเหมาจะกำหนดนโยบายปฏิวัติวัฒนธรรมเมื่อปี ค.ศ.1966 ยุยงส่งเสริมให้เยาวชนออกมาประณามโลกจีนเก่า ก็ยังล้างความคิดจงรักภักดีของคนจีนที่มีต่อคำสอนขงจื๊อไม่ได้

 

ความศรัทธาและเคารพในคำสอนของบรรพบุรุษ เป็นอานิสงส์ผลดีอย่างมากกับการพัฒนาจีนยุคใหม่ ดังจะเห็นได้จากการเข้ามาสวมต่ออำนาจของผู้นำจีนจากรุ่นสู่รุ่น ผู้สืบทอดจะไม่ลืมภารกิจอย่างหนึ่งก็คือต้องทำตามแนวทางของผู้นำรุ่นก่อน งานใดที่ผู้นำรุ่นพี่รุ่นพ่อทำค้างไว้ก็ต้องสานต่อให้แล้วเสร็จ จะลบล้างลบหลู่เหมือนนักการเมืองไทยไม่ได้ ที่มักพบว่ารัฐบาลก่อนทำอะไรไว้รัฐบาลจะต้องยกเลิกโดยไม่คิดว่าจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติบ้านเมืองหรือไม่ ขืนคนจีนทำแบบนักการเมืองไทยจะถูกประณามเป็นคนอกตัญญูคนนินทาหมาดูถูกทั้งแผ่นดิน

002-12495068_1604672789858033_8953607625334903810_n

นโยบาย 4 ทันสมัยนำมาปฏิบัติจริงจนพลิกโฉมหน้าจีนในวันนี้ เติ้ง เสี่ยวผิงเป็นคนทำแต่เป็นความคิดของโจว เอินไหล นายกรัฐมนตรีจีน (เสียชีวิตปี ค.ศ.1976) ด้านหนึ่งเติ้งกับโจวมีความคิดสอดคล้องกันและอีกด้านเป็นคำสั่งเสียของโจวที่มอบภารกิจให้กับเติ้งด้วย

 

ด้วยเหตุนี้จีนจึงมีการพัฒนาอย่างไม่สะดุด คิดทำอะไรสร้างอะไรสำเร็จลุล่วง โครงการใหญ่ๆขนาดไหนใช้เวลานานเท่าไรก็จะมีคนสานต่อเป็นรุ่นๆ ไปจนแล้วเสร็จ ดังนั้นจีนทุกวันนี้จึงเดินแนวนโยบายการพัฒนาประเทศไปตามยุทธศาสตร์ 4 ทันสมัยอย่างต่อเนื่องไม่ผิดเพี้ยน

 

วันนี้ รถไฟความเร็วสูงของจีนวิ่งได้เร็ว 250-300 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีความยาวรวมกันทั้งประเทศเกือบสองหมื่นกิโลเมตร และยังมีเป้าหมายวางไว้ คือรถไฟความเร็วสูงจะเป็นเส้นเลือดใหญ่ของจีนในการคมนาคมทางบก ซึ่งในปี ค.ศ.2020 รถไฟฟ้าจะต้องเชื่อมแผ่นดินจีนจากทุกมณฑลมาปักกิ่งได้ภายในเวลาไม่เกิน 15 ชั่วโมง

 

ปัจจุบันรถไฟความเร็วสูงวิ่งฉิวสะดวกสบายปลอดภัยมาก เชื่อมดินแดนมณฑลเหนือใต้ออกตกไปถึงกันได้ภายในวันเดียว คนละเรื่องหนังคนละม้วนกับอดีต ย้อนไปสมัยนางหยางกุ้ยเฟย สนมเอกที่เซ็กซี่สุดมีชีวิตในราชวงศ์ถัง เธอโปรดปรานการกินลิ้นจี่มาก และต้องเป็นลิ้นจี่ที่สดใหม่ฉ่ำชื่นใจ สมัยนั้นมีการขนลิ้นจี่ไปให้ถึงลิ้นสนมหยางให้เร็วที่สุดเท่าที่จะด่วนได้ ต้องใช้ม้ากับคนนับร้อยวิ่งผลัด 4 คูณ100 ข้ามร้อยภูเขาร้อยแม่น้ำจากมณฑลฮกเกี้ยนแหล่งปลูกลิ้นจี่ดีที่สุดในโลกกว่าจะถึงเมืองฉางอาน เมืองหลวงในเวลา เป็นงานที่เหมือนการวิ่งโอลิมปิกหฤโหดทุกปีในฤดูกาลลิ้นจี่ช่วงหน้าร้อนของจีน แต่ถ้าเป็นสมัยนี้รถไฟความเร็วสูงวิ่งไม่นานจากฮกเกี้ยนถึงฉางอานเลย คนกับม้านับร้อยชีวิตไม่ต้องลำบากทรมานเพราะสนองตัณหาผู้หญิงคนเดียว

 

ถ้าหยางกุ้ยเฟยรู้ถึงสภาพบ้านเมืองจีนวันนี้เป็นเช่นนี้คงอยากกลับมาเกิดใหม่แน่!! เพราะจะได้กินลิ้นจี่ที่รสชาติสดใหม่กว่าในยุคราชวงศ์ถัง

003-20150201_122438

The post ก้มๆ เงยๆ มอง “จีนวันนี้” “หยางกุ้ยเฟย”ยังอยากมาเกิดใหม่ appeared first on nokdevil.

]]>
http://mblog.manager.co.th/nokdevil/2016/03/29/chinatoday/feed/ 0
กาแฟ ต้นทุนชีวิต สโลว์ไลฟ์ http://mblog.manager.co.th/nokdevil/2016/03/13/coffeeandslowlife/ http://mblog.manager.co.th/nokdevil/2016/03/13/coffeeandslowlife/#comments Sun, 13 Mar 2016 09:36:17 +0000 http://mblog.manager.co.th/nokdevil/?p=58 ระหว่างลงลิฟต์ที่ศูนย์การค้าแห่งหนึ่ง พนักงานขายหนุ่มสาวสามคนที่อาศัยลิฟต์มาด้วยกัน สองคนถือกาแฟเย็นมาคนละแก้ว แอบฟังเขาสนทนากัน ผู้หญิงคนที่มือไม่มีแก้วกาแฟถามสองหนุ่มสาวว่า วันหนึ่งซื้อกาแฟกินกี่แก้ว คนผู้ชายบอกว่าวันละสองแก้ว คนถามดูมีอายุกว่าคำนวณออกมาเสร็จเลยว่าค่ากาแฟวันละ 90 บาท ผู้ชายพยักหน้าเป็นการยอมรับ ต้องกินทุกวันรึป่าวคนเดียวกันถามอีก ผู้หญิงอีกคนพยักหน้า แล้วทั้งหมดก็ออกจากลิฟต์ไป   แอบฟังเขาคุยกันแล้วย้อนนึกเรื่องตัวเอง ความคิดขณะกำลังจะรีบกลับบ้านสิ่งแรกที่ตั้งใจไว้ ถึงบ้านแล้วจะหากาแฟดื่มแก้อยากก่อนค่อยทำอย่างอื่นต่อไป กาแฟถ้วยที่คิดถึงนี้เป็นกาแฟถ้วยที่ 7 หรือ 8 ของวัน ก็จำไม่ได้แล้ว   เพราะเป็นคนติดกาแฟ ตื่นมาทุกเช้าต้องจัดการกับเอสเปรสโซเข้มข้นสามถ้วยเป็นอย่างน้อย ถ้าต้องทำงานกับความคิดนั่งแช่นานหน่อยก็จะมีเพิ่มอีกถ้วยสองถ้วย กลางวันอีกถ้วยสองถ้วยแล้วแต่โอกาส อาจจะมากจะน้อยแต่ยังไงต้องมีกาแฟมาซด ตกเย็นอีกถ้วยหนึ่งและก่อนนอนอาจจะหามากระดกอีกในบางคืน   ถึงจะติดกาแฟถึงขั้นเข้าสายเลือดแต่ดื่มกาแฟสำเร็จรูปไม่ได้ เลือดลมมันแพ้หัวใจก็รับกาแฟซองไม่ได้ ดื่มถ้วยเดียวใจจะสั่นใจเต้นไม่เป็นจังหวะไปตลอดวัน สงสัยจะแพ้คาเฟอีนที่เข้มข้นของกาแฟพันธุ์โรบัสต้า เลยกินแต่เมล็ดกาแฟอะราบิก้าเท่านั้น   กาแฟเป็นของเสพติดกินเข้านานๆ จะคุ้นเคยร่างกายและจิตใจจะเรียกร้อง ถ้าไม่ได้เข้าไปจะทำให้ซึมเศร้าเหงาหงอยทั้งวัน ติดกาแฟแล้วก็เลิกยาก กลายเป็นต้นทุนค่าครองชีพที่ต้องจ่ายออกวันละหลายตังค์   จากเรื่องเด็กหนุ่มสาวที่เล่ามานั้น จ่ายค่ากาแฟวันละ 90 บาทเป็นค่าใช้จ่ายไม่ใช่น้อย หากตัวผมเองกินกาแฟในปริมาณวันละนับสิบถ้วยถ้าไม่มีเครื่องทำกาแฟ ชงเองกินเองก็สมควรต้องจ่ายวันละครึ่งพัน … ลำบากแน่!   ต้นทุนชีวิตของคนยุคสโลว์ไลฟ์สมัยนี้สมควรบวกค่ากาแฟเข้าไปด้วยวันละเฉียดร้อยบาท ขณะที่รายได้ขั้นต่ำวันละ300 […]

The post กาแฟ ต้นทุนชีวิต สโลว์ไลฟ์ appeared first on nokdevil.

]]>
KRUPs

ระหว่างลงลิฟต์ที่ศูนย์การค้าแห่งหนึ่ง พนักงานขายหนุ่มสาวสามคนที่อาศัยลิฟต์มาด้วยกัน สองคนถือกาแฟเย็นมาคนละแก้ว แอบฟังเขาสนทนากัน ผู้หญิงคนที่มือไม่มีแก้วกาแฟถามสองหนุ่มสาวว่า วันหนึ่งซื้อกาแฟกินกี่แก้ว คนผู้ชายบอกว่าวันละสองแก้ว คนถามดูมีอายุกว่าคำนวณออกมาเสร็จเลยว่าค่ากาแฟวันละ 90 บาท ผู้ชายพยักหน้าเป็นการยอมรับ ต้องกินทุกวันรึป่าวคนเดียวกันถามอีก ผู้หญิงอีกคนพยักหน้า แล้วทั้งหมดก็ออกจากลิฟต์ไป

 

แอบฟังเขาคุยกันแล้วย้อนนึกเรื่องตัวเอง ความคิดขณะกำลังจะรีบกลับบ้านสิ่งแรกที่ตั้งใจไว้ ถึงบ้านแล้วจะหากาแฟดื่มแก้อยากก่อนค่อยทำอย่างอื่นต่อไป กาแฟถ้วยที่คิดถึงนี้เป็นกาแฟถ้วยที่ 7 หรือ 8 ของวัน ก็จำไม่ได้แล้ว

 

เพราะเป็นคนติดกาแฟ ตื่นมาทุกเช้าต้องจัดการกับเอสเปรสโซเข้มข้นสามถ้วยเป็นอย่างน้อย ถ้าต้องทำงานกับความคิดนั่งแช่นานหน่อยก็จะมีเพิ่มอีกถ้วยสองถ้วย กลางวันอีกถ้วยสองถ้วยแล้วแต่โอกาส อาจจะมากจะน้อยแต่ยังไงต้องมีกาแฟมาซด ตกเย็นอีกถ้วยหนึ่งและก่อนนอนอาจจะหามากระดกอีกในบางคืน

 

ถึงจะติดกาแฟถึงขั้นเข้าสายเลือดแต่ดื่มกาแฟสำเร็จรูปไม่ได้ เลือดลมมันแพ้หัวใจก็รับกาแฟซองไม่ได้ ดื่มถ้วยเดียวใจจะสั่นใจเต้นไม่เป็นจังหวะไปตลอดวัน สงสัยจะแพ้คาเฟอีนที่เข้มข้นของกาแฟพันธุ์โรบัสต้า เลยกินแต่เมล็ดกาแฟอะราบิก้าเท่านั้น

 

กาแฟเป็นของเสพติดกินเข้านานๆ จะคุ้นเคยร่างกายและจิตใจจะเรียกร้อง ถ้าไม่ได้เข้าไปจะทำให้ซึมเศร้าเหงาหงอยทั้งวัน ติดกาแฟแล้วก็เลิกยาก กลายเป็นต้นทุนค่าครองชีพที่ต้องจ่ายออกวันละหลายตังค์

 

จากเรื่องเด็กหนุ่มสาวที่เล่ามานั้น จ่ายค่ากาแฟวันละ 90 บาทเป็นค่าใช้จ่ายไม่ใช่น้อย หากตัวผมเองกินกาแฟในปริมาณวันละนับสิบถ้วยถ้าไม่มีเครื่องทำกาแฟ ชงเองกินเองก็สมควรต้องจ่ายวันละครึ่งพัน … ลำบากแน่!

 

ต้นทุนชีวิตของคนยุคสโลว์ไลฟ์สมัยนี้สมควรบวกค่ากาแฟเข้าไปด้วยวันละเฉียดร้อยบาท ขณะที่รายได้ขั้นต่ำวันละ300 บาท เงินเดือนเด็กจบปริญญาตรีไม่เกินหมื่นห้าพันบาท ไม่ไหวก็ต้องกิน ลำบากก็ต้องสู้

 

ถึงจะเป็นของเสพติดแต่กาแฟมิใช่ชั่ว ไม่ได้ซดกาแฟชีวิตก็ขาดความรื่นรมย์ สู้อย่าอยู่ดีกว่า

 

The post กาแฟ ต้นทุนชีวิต สโลว์ไลฟ์ appeared first on nokdevil.

]]>
http://mblog.manager.co.th/nokdevil/2016/03/13/coffeeandslowlife/feed/ 0
ก้าวใหม่ที่ท้าทายการสื่อสารมวลชน ความคิดฝันเพื่อพัฒนาข่าวสารยุคดิจิตัล http://mblog.manager.co.th/nokdevil/2016/03/10/digitaljournalism/ http://mblog.manager.co.th/nokdevil/2016/03/10/digitaljournalism/#comments Thu, 10 Mar 2016 04:09:37 +0000 http://mblog.manager.co.th/nokdevil/?p=54 การเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยีการสื่อสารจากระบบเก่าเป็นระบบดิจิตัลอย่างที่เป็นอยู่ในขณะนี้ได้ย้ายข้อมูลข่าวสารไปอยู่บนโลกออนไลน์แทบทั้งหมดแล้ว ย้ายความเคลื่อนไหวทางข่าวสารไปลงไว้ในเว็บไซต์ กลไกที่เป็นช่องทางใหม่เป็นสิ่งที่เข้ามาแทนสื่อกระดาษ อย่างหนังสือพิมพ์และสิ่งพิมพ์อื่นๆ แม้แต่วิทยุและโทรทัศน์ก็สามารถรับชมรับฟังหรือสืบค้นหาได้ทุกเวลาจากเว็บไซต์ แกนหลักท่อลำเลียงในโลกออนไลน์อันนี้ เพียงแค่นิ้วมือคลิกไปในเว็บไซต์ข้อมูลข่าวสารที่ต้องการก็จะหลั่งไหลทะลักออกมาทันที   การเดินทางเข้าสืบค้นข่าวสารข้อมูลมีความสะดวกรวดเร็วและกว้างไกลลึกซับซ้อนเหมือนเดินวนอยู่ในเขาวงกต ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการบริโภคอย่างรวดเร็ว ผู้บริโภคหันหลังให้การติดตามเสาะหาข่าวสารในสื่อแบบดั้งเดิมเพราะมีพื้นที่จำกัดและล่าช้า ผู้คนทั่วทั้งโลกนิยมใช้บริการเสพสื่อดิจิตัลแทน จึงเป็นเหตุผลักดันให้ผู้ผลิตสื่อทุกประเภทต้องปรับตัวตามกระแสที่เกิดขึ้น สื่อหนังสื่อพิมพ์ วิทยุและโทรทัศน์ก็ต้องไปลงอยู่ในระบบดิจิตัลเป็นสื่อออนไลน์แทน เปิดเว็บไซต์ของตนเองไว้บริการผู้บริโภคควบคู่ไปกับสื่อรูปแบบเดิมที่ใกล้ถึงเวลาจบบทบาทในอีกไม่นานนัก   ปัจจุบันโลกของสื่อมีพื้นที่เท่ากับจักรวาลแล้ว ไม่ใช่กระดาษตัด 4 หรือจอสี่เหลี่ยมขนาดต่างๆอีกต่อไป   ถึงตอนนี้พัฒนาการของเทคโนโลยีการสื่อสารยังมีแอปพลิเคชันต่างๆ เข้ามาเสริมให้การติดตามข่าวสารรวดเร็วและกว้างขวางมากขึ้น แอปฯ ที่นิยมในตอนนี้มีเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ ไลน์และอินสตาแกรม รวมถึงยูทิวบ์ก็เป็นช่องทางที่ทุกคนเข้าไปใช้เป็นทีวีส่วนตัว สามารถกระจายข่าวสารได้ค่อนข้างเสรี โดยแอปฯ เหล่านี้ต่างทำหน้าที่บอกกล่าวและนำข่าวสารทุกประเภทเข้าหาผู้บริโภคส่งตรงผ่านเข้าทางเครื่องมือส่วนตัวของผู้บริโภคคือสมาร์ทโฟนและหรือเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล   แอปพลิเคชันที่กล่าวมานำผู้ใช้บริการเข้ารวมกันเป็นสังคมเป็นเครือข่ายรวมกันอยู่ร่วมกันเป็นชุมชนแลกเปลี่ยนสนทนาส่งข่าวสารข้อมูลถึงกัน ที่เรียกว่า สังคมสื่อออนไลน์ หรือ Social Media ขนาดของชุมชนสื่อสังคมออนไลน์มีจำนวนสมาชิกมากและนับวันจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตัวอย่างเช่นตัวเลขผู้ใช้เฟซบุ๊กในประเทศไทยมีเกินกว่า 30 ล้านรายชื่อไปแล้ว ขณะที่คนอ่านหนังสือพิมพ์หรือดูโทรทัศน์ไม่ถึง 10 ล้านคน ชุมชนออนไลน์จึงเป็นชุมชนที่กว้างใหญ่และเป็นแหล่งแพร่กระจายข้อมูลข่าวสารที่มีอิทธิพลในโลกปัจจุบันที่สุด   เป็นสังคมใหม่ขุมชนในอนาคต ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนมีสิทธิสื่อสารตราบที่มีเสรีภาพและมีเครื่องมือสื่อสารเท่าเทียมกัน   นอกจากบทบาทผู้ใช้สื่อออนไลน์มีฐานะในการเป็นผู้รับสื่อแล้ว ทุกคนที่เป็นสมาชิกอยู่ในระบบแอปฯ ต่างๆยังเป็นผู้สร้างข่าวสารด้วย แต่ละคนมีพื้นที่สำหรับเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่ตนสร้างขึ้นเองอย่างเท่าเทียมกัน […]

The post ก้าวใหม่ที่ท้าทายการสื่อสารมวลชน ความคิดฝันเพื่อพัฒนาข่าวสารยุคดิจิตัล appeared first on nokdevil.

]]>
001-Facebook-Beyond-Likes_limt-(1)

การเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยีการสื่อสารจากระบบเก่าเป็นระบบดิจิตัลอย่างที่เป็นอยู่ในขณะนี้ได้ย้ายข้อมูลข่าวสารไปอยู่บนโลกออนไลน์แทบทั้งหมดแล้ว ย้ายความเคลื่อนไหวทางข่าวสารไปลงไว้ในเว็บไซต์ กลไกที่เป็นช่องทางใหม่เป็นสิ่งที่เข้ามาแทนสื่อกระดาษ อย่างหนังสือพิมพ์และสิ่งพิมพ์อื่นๆ แม้แต่วิทยุและโทรทัศน์ก็สามารถรับชมรับฟังหรือสืบค้นหาได้ทุกเวลาจากเว็บไซต์ แกนหลักท่อลำเลียงในโลกออนไลน์อันนี้ เพียงแค่นิ้วมือคลิกไปในเว็บไซต์ข้อมูลข่าวสารที่ต้องการก็จะหลั่งไหลทะลักออกมาทันที

 

การเดินทางเข้าสืบค้นข่าวสารข้อมูลมีความสะดวกรวดเร็วและกว้างไกลลึกซับซ้อนเหมือนเดินวนอยู่ในเขาวงกต ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการบริโภคอย่างรวดเร็ว ผู้บริโภคหันหลังให้การติดตามเสาะหาข่าวสารในสื่อแบบดั้งเดิมเพราะมีพื้นที่จำกัดและล่าช้า ผู้คนทั่วทั้งโลกนิยมใช้บริการเสพสื่อดิจิตัลแทน จึงเป็นเหตุผลักดันให้ผู้ผลิตสื่อทุกประเภทต้องปรับตัวตามกระแสที่เกิดขึ้น สื่อหนังสื่อพิมพ์ วิทยุและโทรทัศน์ก็ต้องไปลงอยู่ในระบบดิจิตัลเป็นสื่อออนไลน์แทน เปิดเว็บไซต์ของตนเองไว้บริการผู้บริโภคควบคู่ไปกับสื่อรูปแบบเดิมที่ใกล้ถึงเวลาจบบทบาทในอีกไม่นานนัก

 

ปัจจุบันโลกของสื่อมีพื้นที่เท่ากับจักรวาลแล้ว ไม่ใช่กระดาษตัด 4 หรือจอสี่เหลี่ยมขนาดต่างๆอีกต่อไป

 

ถึงตอนนี้พัฒนาการของเทคโนโลยีการสื่อสารยังมีแอปพลิเคชันต่างๆ เข้ามาเสริมให้การติดตามข่าวสารรวดเร็วและกว้างขวางมากขึ้น แอปฯ ที่นิยมในตอนนี้มีเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ ไลน์และอินสตาแกรม รวมถึงยูทิวบ์ก็เป็นช่องทางที่ทุกคนเข้าไปใช้เป็นทีวีส่วนตัว สามารถกระจายข่าวสารได้ค่อนข้างเสรี โดยแอปฯ เหล่านี้ต่างทำหน้าที่บอกกล่าวและนำข่าวสารทุกประเภทเข้าหาผู้บริโภคส่งตรงผ่านเข้าทางเครื่องมือส่วนตัวของผู้บริโภคคือสมาร์ทโฟนและหรือเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล

 

แอปพลิเคชันที่กล่าวมานำผู้ใช้บริการเข้ารวมกันเป็นสังคมเป็นเครือข่ายรวมกันอยู่ร่วมกันเป็นชุมชนแลกเปลี่ยนสนทนาส่งข่าวสารข้อมูลถึงกัน ที่เรียกว่า สังคมสื่อออนไลน์ หรือ Social Media ขนาดของชุมชนสื่อสังคมออนไลน์มีจำนวนสมาชิกมากและนับวันจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตัวอย่างเช่นตัวเลขผู้ใช้เฟซบุ๊กในประเทศไทยมีเกินกว่า 30 ล้านรายชื่อไปแล้ว ขณะที่คนอ่านหนังสือพิมพ์หรือดูโทรทัศน์ไม่ถึง 10 ล้านคน ชุมชนออนไลน์จึงเป็นชุมชนที่กว้างใหญ่และเป็นแหล่งแพร่กระจายข้อมูลข่าวสารที่มีอิทธิพลในโลกปัจจุบันที่สุด

 

เป็นสังคมใหม่ขุมชนในอนาคต ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนมีสิทธิสื่อสารตราบที่มีเสรีภาพและมีเครื่องมือสื่อสารเท่าเทียมกัน

 

นอกจากบทบาทผู้ใช้สื่อออนไลน์มีฐานะในการเป็นผู้รับสื่อแล้ว ทุกคนที่เป็นสมาชิกอยู่ในระบบแอปฯ ต่างๆยังเป็นผู้สร้างข่าวสารด้วย แต่ละคนมีพื้นที่สำหรับเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่ตนสร้างขึ้นเองอย่างเท่าเทียมกัน ในวันนี้อาจจะมีโอกาสการสร้างข่าวออกไปในสังคมเท่าเทียมกับสื่อหลักสื่ออาชีพเลยทีเดียว ทั้งยังมีอิสระมากกว่า กล่าวคือสามารถเขียนเรื่องอะไรก็ได้ สามารถลงภาพอะไรก็ทำได้ตามอำเภอใจ ขึ้นอยู่กับความพอใจและอารมณ์ ไม่มีใครจะไปจำกัดสิทธิ์ของใครได้

 

ดังนั้นทุกคนในชุมชนออนไลน์จึงกลายเป็นผู้สื่อข่าวที่จะมาบอกเล่าเรื่องราวเหตุที่พบเห็นได้ทุกเวลา เป็นคอลัมนิสต์เหมือนในคนหนังสือพิมพ์ก็ได้ถ้าต้องการแสดงความคิดเห็น เป็นนักวิชาการที่เข้าไปให้ความรู้ในประเด็นต่างๆ ที่ตนเองรู้ก็ง่ายมากโดยการสัมภาษณ์ตนเองเขียนลงไปในสเตตัส เช่นเดียวกับจะเป็นนักวิเคราะห์ปัญหาบ้านเมืองก็แสดงความคิดอ่านออกมากับเรื่องที่กำลังเป็น ทอล์ค ออฟ เดอะ ทาวน์ในเวลานั้นๆ

 

สรุปทุกคนยิ่งใหญ่ได้ในสื่อออนไลน์ เป็นนักเลงคีย์บอร์ดกันทั้งนั้น เพราะพื้นที่โซเชียลมีเดียเปิดพื้นที่กว้างและให้โอกาสไร้ขีดจำกัดให้ทุกคนทำได้ในทุกๆ เรื่องเสมอ และถ้าใครขยันมีเนื้อหาทันสมัยตรงใจเพื่อนและคนติดตามก็จะมีชื่อเสียงโด่งดังในเพียงชั่วข้ามคืน กลายเป็น “เน็ตไอดอล” มีตัวตนหรือเป็น somebody ขึ้นมาโดยพลัน

 

โลกบนการเปลี่ยนแปลงทางด้านการสื่อสารจากอะนาล็อคมาเป็นดิจิตัล ไม่เพียงแต่จะปรับโครงสร้างของช่องทางสื่อสารมวลชนเท่านั้น ยังเปลี่ยนบทบาทและสถานะสื่ออย่างคาดไม่ถึงมาก่อน ปัจจุบันนี้สื่ออาชีพหรือสื่อหลักสูญเสียอำนาจในการกำหนดวาระข่าวและประเด็นข่าวอย่างไม่เหลืออิทธิพลในเรื่องนี้แล้ว

 

สื่ออาชีพหรือสื่อหลักต้องเงี่ยหูฟังและตาสอดส่องสังคมสื่อออนไลน์แทนว่าวันนี้มีข่าวมีกระแสอะไรเกิดขึ้น สื่อหลักกลับจะต้องมาควานหาประเด็นข่าวที่แพร่กระจายในชุมชนออนไลน์ไปใช้เป็นข่าวหลักที่จะเป็นข่าวเรียกความสนใจในหนังสือพิมพ์หรือโทรทัศน์ ในแต่ละวัน ไม่มีใครปฏิเสธความจริงข้อนี้ เพราะมันเป็นเรื่องจริง

 

คือข่าวสำคัญในหน้าหนังสือพิมพ์และจอทีวีล้วนผ่านการเปิดบริสุทธิ์และชำแหละทุกแง่มุมจากโซเชียลมีเดียมาอย่างหนัก สื่อหลักหยิบมาทำแค่รวบรวมตกแต่งลำดับข่าวให้ครบถ้วนกระบวนความเท่านั้น

 

แรงสะเทือนจากการเปลี่ยนเทคโนโลยีการสื่อสารเปลี่ยนวัฒนธรรมเก่าไปอย่างพลิกฟ้าคว่ำดิน ส่งผลกระทบแก่วัฒนธรรมการสื่อสารมวลชนในสังคมไทยอย่างรุนแรง กรอบการเรียนรู้กระบวนการทฤษฎีต่างๆกลายเป็นสิ่งที่ถูกมองข้าม ยิ่งประเด็นของคุณธรรมจริยธรรมสื่อไม่มีใครคำนึงถึง ไม่มีใครให้ความสำคัญที่จะยึดถือปฏิบัติตาม เหล่านี้เป็นปัญหาที่น่าวิตกเพราะนับวันจะเป็นปัญหามากขึ้น ด้วยที่คนไทยใช้สื่อกันไม่คำนึงถึงโทษแต่จะมองถึงผลประโยชน์ที่ตัวเองจะได้รับเป็นสิ่งเดียวที่สำคัญ

 

การใช้สื่อที่มีอิสระกว้างไกลและเหมือนได้เปล่าบนออนไลน์ ทำให้คนไทยใช้กันสั่นสะเทือนประเทศทุกวันด้วยความสนุกและลุ่มหลง ส่วนมากพยายามทำตัวเป็นคนดังทางเน็ตมีเพื่อนและคนตามคนดูเยอะๆ และเมื่อมีชื่อเสียงขึ้นก็จะทำการหาผลประโยชน์กันทั้งประโยชน์ทางการเมือง ทางสังคม และทางการค้า แสวงหาประโยชน์ตอบแทนเป็นหลักไม่คำนึงถึงคุณธรรมจริยธรรมทุกด้าน

 

ตัวอย่างที่น่าเศร้า ก็คือ ดาราวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งล้วนเป็นเน็ตไอดอลนำภาพและข้อความถือขวดเบียร์ยี่ห้อช้างรุ่นใหม่ และบางคนดื่มโชว์ แต่กลับไม่บอกความจริงว่าภาพและข้อความเป็นงานโฆษณา   เรื่องนี้เป็นผลเกิดขึ้นเพราะดาราพวกนี้เป็นเน็ตไอดอลมีแฟนๆ ติดตามในอินสตาแกรมจำนวนเป็นแสนคนขึ้น กรณีเช่นนี้เห็นได้ชัดว่าดาราเน็ตไอดอลเอาเพื่อนๆ แฟนๆ มาเป็นฐานที่จะเหยียบขึ้นไปหาเงิน โดยพร้อมที่จะโกหกหลอกลวงสังคมได้เสมอ แต่ถ้าพวกเขาคำนึงถึงคุณธรรมและจริยธรรมสักนิด เพียงตระหนักคิดว่าการหลอกลวงสังคมเป็นความผิดเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง เขาก็จะไม่ทำ

 

ถึงเวลาและสมควรตั้งคำถามกันหรือยัง ว่าปัญหาการใช้สื่อออนไลน์ในสังคมไทยกันอย่างเมามันละเลยคุณธรรมจริยธรรมอย่างสิ้นเชิงเป็นประเด็นที่จะให้ผ่อนเบาลดลงไปได้อย่างไร ถ้าหากไม่เร่งแก้ไขทำให้ปัญหาขยายตัวรุนแรงขึ้นแน่ ควรที่จะมีการช่วยให้คนใช้สื่อแบบอิสระแต่มีคุณธรรมจริยธรรม มองเห็นผลกระทบต่อสังคมที่จะติดตามมาให้มากกว่าผลประโยชน์ส่วนตน ลดความสะใจที่ทับถมเข้าไปในสังคมออนไลน์ ทุกวันนี้ใครอยากด่าประณามใครหรือจะหลอกลวงปลิ้นปล้อนอย่างไรก็ล้วนส่งลงอยู่ในเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ ไลน์ และอินสตาแกรม ฯลฯ

 

วันหนึ่งๆ เราแทบทุกคนเป็นคนล่าเหยื่อและกลายเป็นเหยื่ออยู่ในสังคมออนไลน์ได้ตลอดเวลา

 

โลกออนไลน์สังคมเสมือนทุกคนมีเครื่องมือสื่อสารในการเผยแพร่ข่าวสารและทำมาหากิน บรรทัดฐานของสื่อจึงไม่สามารถใช้บรรทัดฐานแบบเก่ามาใช้ได้อีก สมาคมหรือองค์กรสื่อจึงเป็นชนกลุ่มน้อยในยุคนี้

 

ถึงเวลาแล้วที่นักสื่อสารมวลชนจะต้องเข้าไปในโลกสื่อออนไลน์เพื่อให้หลักคิดการใช้สื่อที่ดีที่ถูกต้องจะต้องทำอย่างไร ซึ่งโจทย์ไม่ได้อยู่ที่สื่อหลักหรือสื่อมวลชนอาชีพเหมือนเดิม เพราะสื่ออาชีพไม่ได้ยิ่งใหญ่เหมือนก่อนแล้ว แต่เป็นสื่อออนไลน์ที่ทุกคนเป็นเจ้าของพื้นที่และเป็นผู้สร้างข้อมูลข่าวสารในเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ และอินสตาแกรมกำลังทรงอิทธิพลแต่คุณธรรมและจริยธรรมยังบกพร่องอยู่มาก

 

นักวิชาการสื่อสารมวลชนทั้งหลายต้องลงมาหาทางแก้ไขให้แนวทางที่ถูกต้องกับสื่อสังคมออนไลน์ทั้งการส่งและรับข่าวสารอย่างมีคุณธรรมไม่ใช่จะเอามันในอารมณ์เหมือนขณะนี้

The post ก้าวใหม่ที่ท้าทายการสื่อสารมวลชน ความคิดฝันเพื่อพัฒนาข่าวสารยุคดิจิตัล appeared first on nokdevil.

]]>
http://mblog.manager.co.th/nokdevil/2016/03/10/digitaljournalism/feed/ 0
แด่สาวก “อะดิดาส” http://mblog.manager.co.th/nokdevil/2016/02/01/adidasgeek/ http://mblog.manager.co.th/nokdevil/2016/02/01/adidasgeek/#comments Mon, 01 Feb 2016 01:15:35 +0000 http://mblog.manager.co.th/nokdevil/?p=48 เหตุการณ์กลุ่มเด็กวัยรุ่นไทยก่อจลาจลทุบร้านขายรองเท้าเพราะแย่งกันซื้อรองเท้าอะดิดาส รุ่นใหม่ที่เพิ่งออกวางขายครั้งแรกในวันนั้น คนส่วนใหญ่ย่อมมองและตำหนิว่าเป็นการกระทำที่น่าละอาย ไอ้อีพวกนี้พ่อแม่ไม่สั่งสอน มันจึงโง่และบัดซบซะเหลือเกิน ไปซื้อรองเท้ายังไปตีต่อยกันทำลายข้าวของชาวบ้านเขาอีก ก็สุดแต่จะก่นด่ากันไปให้สะใจ เนื่องจากเป็นเรื่องที่ชาวบ้านร้านถิ่นส่วนมากไม่เข้าใจเลยรับไม่ได้   แต่สำหรับ “คนรักรองเท้า” ย่อมมีมุมมองที่ตรงข้าม… เหตุการณ์เดียวกันนี้กลายเป็นการศึกที่เหล่าบรรดาคนทั้งหลายผู้อยู่ร่วมในที่นั่นได้รับยกย่องว่าได้สร้างวีรกรรมครั้งสำคัญ เพราะเป็นการไปประกาศความเป็นสาวกผู้ภักดีต่อรองเท้าอะดิดาส และเป็นหัวขบวนแฟนพันธุ์แท้ระดับเทพ   “คนรักรองเท้า”มีอยู่ทั่วโลกทุกยุคสมัยไม่มีเลือนหายไป หากแต่กลับเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ อย่างหนึ่งนั้นคือรองเท้าเป็นเครื่องอารณ์สวมใส่ของคนที่โดดเด่นสะดุดตาแก่คนอื่นได้ง่าย และยังสะท้อนตัวตนในด้านรสนิยมคนสวมใส่ได้ชัดและเร็วสุด   แม้แต่รสนิยมทางเพศรองเท้าก็บอกได้แม่น เช่นถ้าเห็นพวกรองเท้าหนังหัวลีบเรียวแหลมงอนๆโผล่มาก็ให้ระวังประตูหลังไว้ให้ดี เจ้าของไม่เกย์ก็ตุ๊ด!   นอกจากเป็นสิ่งของทางแฟชั่น รองเท้ามีความสำคัญต่อชีวิตคนมาก รองเท้าต้องสวมใส่ให้ถูกกาลเทศะ จัดให้ถูกกับงาน จะไปเดินเล่น เล่นกีฬา ไปงานปาร์ตี้ ไปงานพิธีการ ก็ต้องใช้ให้ถูกต้อง รองเท้าเป็นสิ่งที่แบกรับภาระร่างกายและจิตใจของคนไว้ทั้งหมด ใส่รองเท้าไม่ดีไม่สวยยิ่งใส่ไม่ถนัดกัดตีนเจ้าของอีกต่างหาก หากใส่ไม่ถูกต้องกับงานการก็จะเสียเซลฟ์ คนใส่จะขาดความมั่นใจมากๆ   มันจึงไม่ได้เป็นแค่รองเท้า แต่รองเท้าเป็นสิ่งที่รองรับภาระชีวิตมนุษย์ทั้งหมด เพราะเห็นว่าคนทุกวันนี้ไม่อาจเดินเท้าเปล่าได้ ถ้าหากไม่มีรองเท้าการเดินทางก้าวแรกไหนเลยจะเกิดขึ้นได้ ลืมไปเลยว่าจะไปถึงหมื่นแสนลี้ถ้าไม่มีรองเท้า   การแย่งเป็นเจ้าของรองเท้าที่ดีของเหล่าสาวกแฟนพันธุ์เทพอะดิดาสที่เกิดขึ้น ไม่ใช่ความเหลวไหลไร้สาระ แต่มันคือไปเข้าสมรภูมิรบเพื่อแสวงหาเกียรติยศ และการเข้ายึดครองเป็นเจ้าของสิ่งที่สำคัญยิ่งในชีวิต แม้จะต้องตายก็ไม่ใช่เรื่องไร้สาระไร้ปัญญาที่คนจะนินทาหมาดูถูกได้ว่า… ตายห่าก็ดีแล้วไอ้ส้นตีน!

The post แด่สาวก “อะดิดาส” appeared first on nokdevil.

]]>
400xshoes

เหตุการณ์กลุ่มเด็กวัยรุ่นไทยก่อจลาจลทุบร้านขายรองเท้าเพราะแย่งกันซื้อรองเท้าอะดิดาส รุ่นใหม่ที่เพิ่งออกวางขายครั้งแรกในวันนั้น คนส่วนใหญ่ย่อมมองและตำหนิว่าเป็นการกระทำที่น่าละอาย ไอ้อีพวกนี้พ่อแม่ไม่สั่งสอน มันจึงโง่และบัดซบซะเหลือเกิน ไปซื้อรองเท้ายังไปตีต่อยกันทำลายข้าวของชาวบ้านเขาอีก ก็สุดแต่จะก่นด่ากันไปให้สะใจ เนื่องจากเป็นเรื่องที่ชาวบ้านร้านถิ่นส่วนมากไม่เข้าใจเลยรับไม่ได้

 

แต่สำหรับ “คนรักรองเท้า” ย่อมมีมุมมองที่ตรงข้าม… เหตุการณ์เดียวกันนี้กลายเป็นการศึกที่เหล่าบรรดาคนทั้งหลายผู้อยู่ร่วมในที่นั่นได้รับยกย่องว่าได้สร้างวีรกรรมครั้งสำคัญ เพราะเป็นการไปประกาศความเป็นสาวกผู้ภักดีต่อรองเท้าอะดิดาส และเป็นหัวขบวนแฟนพันธุ์แท้ระดับเทพ

 

“คนรักรองเท้า”มีอยู่ทั่วโลกทุกยุคสมัยไม่มีเลือนหายไป หากแต่กลับเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ อย่างหนึ่งนั้นคือรองเท้าเป็นเครื่องอารณ์สวมใส่ของคนที่โดดเด่นสะดุดตาแก่คนอื่นได้ง่าย และยังสะท้อนตัวตนในด้านรสนิยมคนสวมใส่ได้ชัดและเร็วสุด

 

แม้แต่รสนิยมทางเพศรองเท้าก็บอกได้แม่น เช่นถ้าเห็นพวกรองเท้าหนังหัวลีบเรียวแหลมงอนๆโผล่มาก็ให้ระวังประตูหลังไว้ให้ดี เจ้าของไม่เกย์ก็ตุ๊ด!

 

นอกจากเป็นสิ่งของทางแฟชั่น รองเท้ามีความสำคัญต่อชีวิตคนมาก รองเท้าต้องสวมใส่ให้ถูกกาลเทศะ จัดให้ถูกกับงาน จะไปเดินเล่น เล่นกีฬา ไปงานปาร์ตี้ ไปงานพิธีการ ก็ต้องใช้ให้ถูกต้อง รองเท้าเป็นสิ่งที่แบกรับภาระร่างกายและจิตใจของคนไว้ทั้งหมด ใส่รองเท้าไม่ดีไม่สวยยิ่งใส่ไม่ถนัดกัดตีนเจ้าของอีกต่างหาก หากใส่ไม่ถูกต้องกับงานการก็จะเสียเซลฟ์ คนใส่จะขาดความมั่นใจมากๆ

 

มันจึงไม่ได้เป็นแค่รองเท้า แต่รองเท้าเป็นสิ่งที่รองรับภาระชีวิตมนุษย์ทั้งหมด เพราะเห็นว่าคนทุกวันนี้ไม่อาจเดินเท้าเปล่าได้ ถ้าหากไม่มีรองเท้าการเดินทางก้าวแรกไหนเลยจะเกิดขึ้นได้ ลืมไปเลยว่าจะไปถึงหมื่นแสนลี้ถ้าไม่มีรองเท้า

 

การแย่งเป็นเจ้าของรองเท้าที่ดีของเหล่าสาวกแฟนพันธุ์เทพอะดิดาสที่เกิดขึ้น ไม่ใช่ความเหลวไหลไร้สาระ แต่มันคือไปเข้าสมรภูมิรบเพื่อแสวงหาเกียรติยศ และการเข้ายึดครองเป็นเจ้าของสิ่งที่สำคัญยิ่งในชีวิต แม้จะต้องตายก็ไม่ใช่เรื่องไร้สาระไร้ปัญญาที่คนจะนินทาหมาดูถูกได้ว่า… ตายห่าก็ดีแล้วไอ้ส้นตีน!

The post แด่สาวก “อะดิดาส” appeared first on nokdevil.

]]>
http://mblog.manager.co.th/nokdevil/2016/02/01/adidasgeek/feed/ 0
ทัวร์จีนอุ้มข้าวไทย http://mblog.manager.co.th/nokdevil/2015/12/26/thairiceandchinesetourist/ http://mblog.manager.co.th/nokdevil/2015/12/26/thairiceandchinesetourist/#comments Sat, 26 Dec 2015 02:23:08 +0000 http://mblog.manager.co.th/nokdevil/?p=44 เรื่องนี้ได้ฟังมาแล้วรู้สึกดีใจจึงขอนำมาเล่าต่อ ด้วยที่ได้รู้ว่าคนจีนเข้ามาช่วยอุ้มเศรษฐกิจได้ไม่น้อย ไม่ใช่การช่วยเหลือกันแบบ G To G หรือ จีทูเจี๊ยะ เหมือนรัฐบาลยิ่งลักษณ์น้องทักษิณอ้างทำสัญญาขายข้าวไทยให้จีน สุดท้ายถูกพบว่าเป็นแผนการฉ้อฉลที่ร้ายกาจ คือว่าบอกว่าขายข้าวให้จีนแบบจีทูจี แต่ที่แท้เป็นแค่ละครแหกตาทั้งเพ เอาจีนมาอ้างบังหน้าหลังฉากคนที่สวมสิทธิ์มาซื้อข้าวในราคาถูกก็พวก “อริสมันต์” กับ “เสี่ยเปี๋ยง” ทั้งแก๊ง เรื่องถูกจับได้ไล่ทันเลยซวยโดนฟ้องคดีอาญาในศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมือง ตัวเอกของเรื่อง “บุญทรง” เลยกลายเป็น “บุญทรุด” ในวันนี้   ปีนี้คนบ่นกันทั่ว ความสุขอยู่หนใดพบแต่ความยากลำเค็ญเข็ญใจ คนหน้าแห้งกระเป๋าแบนแฟนทิ้ง ความหวังของคนไทยวันนี้คือขอได้กินข้าวครบสามมื้อก็พอ ได้แค่นี้สุดวิเศษแล้ว เงินไม่รู้อันตรธานไปไหมหมด แน่นอนไม่มีมันเป็นปัญหาหนักอยู่ แต่หากได้กินข้าวครบมื้อยังพอทำให้มีลมหายใจต่อไปมีชีวิตในวันใหม่ได้   ปัญหาเศรษฐกิจดิ่งเหวยุคนี้ผู้คนเดือดร้อนหาเงินยากกว่าขึ้นสวรรค์ ไม่รู้จะโทษใครหรือเหตุปัจจัยอะไรดี แต่รัฐบาลประยุทธ์กับ คสช. ต้องรับผิดชอบไปเต็มๆ   ว่ากันว่า ถ้าไม่มีจีนมาอุ้มเศรษฐกิจบ้านเมืองคงแย่ยิ่งกว่านี้มาก เรื่องนี้นับเป็นความโชคดีของรัฐบาลทหาร ซึ่งว่าไปแล้วเหมือนกันได้รับอานิสงส์จากราคาน้ำมันดิ่งลงตลอดตั้งแต่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาเข้ามาบริหารประเทศ ทำให้ต้นทุนการขนส่งและผลิตสินค้าต่างๆ ลดลง ถ้าราคาน้ำมันเหมือนยุคยิ่งลักษณ์จะบริหารบ้านเมืองยากกว่านี้ และไม่รู้จะอยู่ได้ถึงวันนี้หรือเปล่า?   นอกจากนั้นยังพบโชคดีสองเด้ง คือเด้งที่สองหล่นมาทับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยเต็มๆ. ทำให้การท่องเที่ยวไม่ได้ซบเซาเป็นไก่ง่วนอย่างที่หวั่นกัน เนื่องจากอัตราจำนวนคนต่างชาติมาเที่ยวยังพอไปได้ และนักท่องเที่ยวเข้ามาเยือนไทยแลนด์มากก็หนีไม่พ้นชาวจีนแผ่นดินอากงของเรานั่นเอง   […]

The post ทัวร์จีนอุ้มข้าวไทย appeared first on nokdevil.

]]>
200911259739734

เรื่องนี้ได้ฟังมาแล้วรู้สึกดีใจจึงขอนำมาเล่าต่อ ด้วยที่ได้รู้ว่าคนจีนเข้ามาช่วยอุ้มเศรษฐกิจได้ไม่น้อย ไม่ใช่การช่วยเหลือกันแบบ G To G หรือ จีทูเจี๊ยะ เหมือนรัฐบาลยิ่งลักษณ์น้องทักษิณอ้างทำสัญญาขายข้าวไทยให้จีน สุดท้ายถูกพบว่าเป็นแผนการฉ้อฉลที่ร้ายกาจ คือว่าบอกว่าขายข้าวให้จีนแบบจีทูจี แต่ที่แท้เป็นแค่ละครแหกตาทั้งเพ เอาจีนมาอ้างบังหน้าหลังฉากคนที่สวมสิทธิ์มาซื้อข้าวในราคาถูกก็พวก “อริสมันต์” กับ “เสี่ยเปี๋ยง” ทั้งแก๊ง เรื่องถูกจับได้ไล่ทันเลยซวยโดนฟ้องคดีอาญาในศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมือง ตัวเอกของเรื่อง “บุญทรง” เลยกลายเป็น “บุญทรุด” ในวันนี้

 

ปีนี้คนบ่นกันทั่ว ความสุขอยู่หนใดพบแต่ความยากลำเค็ญเข็ญใจ คนหน้าแห้งกระเป๋าแบนแฟนทิ้ง ความหวังของคนไทยวันนี้คือขอได้กินข้าวครบสามมื้อก็พอ ได้แค่นี้สุดวิเศษแล้ว เงินไม่รู้อันตรธานไปไหมหมด แน่นอนไม่มีมันเป็นปัญหาหนักอยู่ แต่หากได้กินข้าวครบมื้อยังพอทำให้มีลมหายใจต่อไปมีชีวิตในวันใหม่ได้

 

ปัญหาเศรษฐกิจดิ่งเหวยุคนี้ผู้คนเดือดร้อนหาเงินยากกว่าขึ้นสวรรค์ ไม่รู้จะโทษใครหรือเหตุปัจจัยอะไรดี แต่รัฐบาลประยุทธ์กับ คสช. ต้องรับผิดชอบไปเต็มๆ

 

ว่ากันว่า ถ้าไม่มีจีนมาอุ้มเศรษฐกิจบ้านเมืองคงแย่ยิ่งกว่านี้มาก เรื่องนี้นับเป็นความโชคดีของรัฐบาลทหาร ซึ่งว่าไปแล้วเหมือนกันได้รับอานิสงส์จากราคาน้ำมันดิ่งลงตลอดตั้งแต่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาเข้ามาบริหารประเทศ ทำให้ต้นทุนการขนส่งและผลิตสินค้าต่างๆ ลดลง ถ้าราคาน้ำมันเหมือนยุคยิ่งลักษณ์จะบริหารบ้านเมืองยากกว่านี้ และไม่รู้จะอยู่ได้ถึงวันนี้หรือเปล่า?

 

นอกจากนั้นยังพบโชคดีสองเด้ง คือเด้งที่สองหล่นมาทับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยเต็มๆ. ทำให้การท่องเที่ยวไม่ได้ซบเซาเป็นไก่ง่วนอย่างที่หวั่นกัน เนื่องจากอัตราจำนวนคนต่างชาติมาเที่ยวยังพอไปได้ และนักท่องเที่ยวเข้ามาเยือนไทยแลนด์มากก็หนีไม่พ้นชาวจีนแผ่นดินอากงของเรานั่นเอง

 

นักท่องเที่ยวจีนมาไทยแล้วเที่ยวตะลอนกันทั่วทุกภาค จากเมืองใหญ่ถึงบ้านนอกคอกหน้า ขึ้นภูเขาล่องแม่น้ำนอนชายหาดท่องทะเล นักท่องเที่ยวจีนไปทั้งนั้น ส่วนกำลังซื้อก็ดี อย่าเข้าใจว่าคนจีนมันเป็นพวกซีโร่ทัวร์หรือทัวร์ศูนย์เหรียญจะไม่มีเงินมาใช้จ่าย นั่นน่ะผิดไปแล้วความจริงทัวร์กระเป๋าตุงกว่าฝรั่งหรือแขก ทั้งยังมือหนักกล้าใช้เงินด้วย

 

คนจีนมาแล้วกินอยู่เที่ยวเอาเงินมาละลายในไทยปีนี้ไม่น้อย จนคนทำธุรกิจท่องเที่ยวทั้งหลายประคองตัวหนีตายมาได้อย่างสบายก็เพราะทัวร์จีน

 

พฤติกรรมคนจีนยังชอบซื้อของกลับบ้าน แต่ก่อนเป็นพวกยาหม่องยาดม ตอนนี้ คนจีนมาช้อปเพชรพลอยจิวเวอรีกันกระหึ่มแล้ว เชื่อหรือไม่เครื่องสำอางเป็นของต้องการมากสำหรับผู้หญิงจีนที่มาไทย ที่คนจีนมาซื้อเครื่องสำอางบ้านเราได้ความว่าเชื่อว่าจะไม่เจอของปลอม ที่บ้านเขาผลิตเครื่องสำอางเองแต่คนจีนไม่ชอบไม่นิยมใช้ทั้งๆ ที่ราคาขายถูกแสนถูก เนื่องจากเขารู้ซึ้งรู้ลึกไม่อยากเอาหน้าไปเสี่ยงกับของปลอมที่ทำมากับมือ ได้โอกาสมาไทยเลยกว้านเอาไปให้หายอยาก

 

ธุรกิจขายเครื่องสำอางให้นักท่องเที่ยวจีนโกยเงินกันมหาศาลอย่างเงียบๆ สินค้าอีกตัวหนึ่งที่ต้องการมากคือ “ข้าวสารไทย” คนจีนจะหอบหิ้วข้าวสารกลับบ้านคนละถุงเป็นอย่างน้อย คนจีนไม่ชอบกินข้าวจีนสักเท่าไหร่ก็เพราะเหตุผลว่ามักจะเจอข้าวปลอมข้าวปลอมกำลังระบาดในตลาดเมืองจีน

 

ข้าวไทยเลยเป็นสุดยอดปรารถนาของทัวร์จีน ขากลับต้องหิ้วคนละหลายกิโลฯ

 

นี่ก็เป็นข่าวและข้อเท็จจริงที่ได้ฟังมาจากคนวงในธุรกิจท่องเที่ยว ยอมรับว่าอุตสาหกรรมท่องเที่ยวรอดตายได้เพราะคนจีนเข้ามาเที่ยวเอาเงินมากินมาใช้ แถมทัวร์จีนยังซื้อข้าวสารกลับประเทศอีกต่างหาก ช่วยระบายข้าวที่ล้นโกดังเพราะนโยบายจำนำข้าวทุกเม็ดเกวียนละหมื่นห้าพันบาทออกไปได้ไม่น้อย ซึ่งต้องบอกว่าทัวร์จีนมาอุ้มเศรษฐกิจไทยช่วยชาวนาไทยอย่างเงียบๆ

 

ความเคลื่อนไหวในตลาดท่องเที่ยวแบบนี้รัฐบาลประยุทธ์ต้องรับรู้ไว้ และควรจะมีนโยบายขายข้าวให้จีนให้ดีกว่าที่ทำอยู่ เพราะคนจีนชอบเจี๊ยะข้าวไทย อีกหน่อยผูกขาดขายข้าวไปเมืองจีนประเทศเดียวคนไทยรวยขึ้นในพริบตา เนื่องจากคนจีนมีตั้งพันสามร้อยล้านคนต่อให้ให้คนไทยทุกคนปลูกข้าวก็ยังไม่พอส่งขายให้จีน ถ้าทำการตลาดให้ข้าวไทยเข้าไปยึดตลาดข้าวในจีนได้ ชาวนาไทยก็จะเป็นเศรษฐีกันในชาตินี้

 

ในช่วงนี้เราต้องการเงินตราต่างประเทศเข้ามาเยอะๆ ก็เหลือโอกาสกับการท่องเที่ยวอย่างเดียวเท่านั้น และทัวร์จีนก็เป็นหนึ่งเดียวในโลกที่ยังมีเม็ดเงินอยู่ นอกนั้นไม่ว่ายุโรป รัสเซีย แขกตะวันออกกลาง ญี่ปุ่นหรืออเมริกัน เหล่านี้สลบหมดแล้ว การที่จะโปรโมทดึงคนจีนมาเที่ยวไทยมากขึ้น รู้ข้อมูลแล้วง่ายนิดเดียว ก็ใช้ข้าวเป็นสิ่งล่อ จัดไปเลยคนจีนมาเที่ยวเมืองไทยแถมข้าวหนึ่งถุงขากลับ ออกโปรโมทแบบนี้ดึงคนจีนเข้ามาได้แน่ ไม่ต้องไปใช้กลยุทธ์โฆษณาให้เสียเงินงบประมาณปีหนึ่งมากมายเป็นพันล้านบาทให้สิ้นเปลืองปล่าวๆ และมันไม่ได้ผลเลย

 

มาเที่ยวเมืองไทยไม่กลับมือปล่าวแถมข้าวกลับบ้านทุกคน ถูกใจคนจีนแน่ๆ คงยกทัพมาเมืองไทยกันจนข้าวไม่พอขายล่ะคราวนี้

 

The post ทัวร์จีนอุ้มข้าวไทย appeared first on nokdevil.

]]>
http://mblog.manager.co.th/nokdevil/2015/12/26/thairiceandchinesetourist/feed/ 0
วีรชนโดยแท้ http://mblog.manager.co.th/nokdevil/2015/10/20/realhero/ http://mblog.manager.co.th/nokdevil/2015/10/20/realhero/#comments Tue, 20 Oct 2015 06:53:54 +0000 http://mblog.manager.co.th/nokdevil/?p=39 วีรกรรม ชัช อุบลจินดา หนุ่มชาวจังหวัดกระบี่ช่วยชีวิตสองนักท่องเที่ยวชาวนอรเวย์พ้นจากโคลนดูดถูกเผยแพร่ไปทั่วโลกโซเชียลมีเดีย คนทั้งโลกได้รู้ได้เห็นน้ำใจและคุณธรรมของคนไทย สร้างความซาบซึ้งเป็นที่ชื่นชมแก่คนดูอย่างมาก   ผลจากภาพเหตุการณ์นี้ทำให้เกิดกระแสตีกลับในสายตาชาวโลกที่ก่อนหน้านั้นมองคนไทยและเมืองเราติดลบ เป็นบ้านเมืองที่คนเละเทะสังคมเลอะเทอะ มีแต่การทะเลาะเบาะแว้งที่ไม่มีวันยุติ ผู้มีอำนาจมุ่งกอบโกยเป็นกังฉินโกงบ้านกินเมือง โจรผู้ร้ายมีทุกรูปแบบ ก่อการร้ายที่ไม่เคยมีก็มาแล้วเปิดฉากระเบิดสี่แยกราชประสงค์นักท่องเที่ยวต่างชาติตายเกลื่อน กะหรี่ผู้หญิงขายตัวชุกชุมยิ่งกว่ายุง   แต่พอคลิปหนุ่มชัชงัดฝรั่งขึ้นจากโคลนดูดออกแพร่ไป ภาพเมืองไทยในสายตาชาวโลกสดใสแจ่มแจ๋วขึ้นทันตาเห็น   มีคนหัวแหลมเสนอให้นำภาพเหตุการณ์คุณธรรมน้ำใจคนไทยอันนี้ตัดต่อเป็นภาพโปรโมทการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นความคิดที่น่าสนับสนุนเพราะมันเป็นภาพความจริงที่มีค่ามากเกินกว่าคำบรรยายจะพรรณาได้จริงๆ และจะได้ผลอย่างมาก เพราะจุดขายของไทยที่โดดเด่นเป็นสิ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกมาตลอดก็คือความที่คนไทยมีน้ำใสใจคอโอบอ้อมอารี มีความเป็นมิตรกับคนแปลกหน้า เป็นสยามเมืองยิ้ม หากแต่ความดีงามนี้มันถูกทำลายไปเพราะปัญหาการเมืองจากนักการเมืองเส็งเคร็งและเศรษฐกิจเฮงซวยที่ทำให้คนไทยยากจนลงต้องต่อสู้เอาตัวรอดไปวันๆ ไม่มีกะจิตกะใจเหลือให้คนอื่น   จนในระยะหลังคนไทยในสายตาของคนต่างชาติถูกมองไม่ดี   ถ้าทางการคิดนำคลิปวีรกรรมอันนี้เป็นสื่อโปรโมทประเทศย่อมจะเรียกสิ่งดีๆที่หายไป กลับคืนได้โดยไม่ต้องเปลืองทุนและแรงใดเลย   แต่อย่าลืมให้ค่าลิขสิทธิ์แก่วีรชนชัช อุบลจินดา แม้เขาจะไม่เรียกร้องแต่ก็ต้องเอาเงินไปยัดใส่มือเขาเนื่องเพราะมันเป็นธรรมเนียมและเป็นสิทธิ์ของเขาที่ควรจะได้รับการตอบแทน   ที่คาดว่าชัช อุบลจินดาไม่เรียกร้องค่าลิขสิทธิ์ก็เพราะเห็นจากการกระทำของเขามันฟ้อง คือ ในคลิปเมื่อเขาช่วยฝรั่งพ้นจากทุกขภัยแล้วเขาได้เดินจากไปโดยไม่หันมาเลย เขาไสหัวเรือแล่นเรือลำน้อยออกท้องทะเลไปอย่างโดดเดี่ยวเหมือนว่าไม่เกิดอะไรขึ้น   แต่คนดูคลิปในภายหลังนับถือเป็นวีกรรมอันยิ่งใหญ่ ที่ชัช อุบลจินดา ทอดร่างให้ฝรั่งตัวใหญ่กว่าเขาและน้ำหนักมากกว่าเขาหลายเท่าเหยียบร่างเขาเป็นสะพานข้ามพ้นความตายไป การกระทำของเขาเราได้เห็นในวันนี้ แต่เคยฟังโวหารของSimon & Art Garfunkel กล่าวไว้เมื่อหลายสิบปีก่อนแล้วในเพลง Bridge over troubled […]

The post วีรชนโดยแท้ appeared first on nokdevil.

]]>
001-558000012075604

วีรกรรม ชัช อุบลจินดา หนุ่มชาวจังหวัดกระบี่ช่วยชีวิตสองนักท่องเที่ยวชาวนอรเวย์พ้นจากโคลนดูดถูกเผยแพร่ไปทั่วโลกโซเชียลมีเดีย คนทั้งโลกได้รู้ได้เห็นน้ำใจและคุณธรรมของคนไทย สร้างความซาบซึ้งเป็นที่ชื่นชมแก่คนดูอย่างมาก

 

ผลจากภาพเหตุการณ์นี้ทำให้เกิดกระแสตีกลับในสายตาชาวโลกที่ก่อนหน้านั้นมองคนไทยและเมืองเราติดลบ เป็นบ้านเมืองที่คนเละเทะสังคมเลอะเทอะ มีแต่การทะเลาะเบาะแว้งที่ไม่มีวันยุติ ผู้มีอำนาจมุ่งกอบโกยเป็นกังฉินโกงบ้านกินเมือง โจรผู้ร้ายมีทุกรูปแบบ ก่อการร้ายที่ไม่เคยมีก็มาแล้วเปิดฉากระเบิดสี่แยกราชประสงค์นักท่องเที่ยวต่างชาติตายเกลื่อน กะหรี่ผู้หญิงขายตัวชุกชุมยิ่งกว่ายุง

 

แต่พอคลิปหนุ่มชัชงัดฝรั่งขึ้นจากโคลนดูดออกแพร่ไป ภาพเมืองไทยในสายตาชาวโลกสดใสแจ่มแจ๋วขึ้นทันตาเห็น

 

มีคนหัวแหลมเสนอให้นำภาพเหตุการณ์คุณธรรมน้ำใจคนไทยอันนี้ตัดต่อเป็นภาพโปรโมทการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นความคิดที่น่าสนับสนุนเพราะมันเป็นภาพความจริงที่มีค่ามากเกินกว่าคำบรรยายจะพรรณาได้จริงๆ และจะได้ผลอย่างมาก เพราะจุดขายของไทยที่โดดเด่นเป็นสิ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกมาตลอดก็คือความที่คนไทยมีน้ำใสใจคอโอบอ้อมอารี มีความเป็นมิตรกับคนแปลกหน้า เป็นสยามเมืองยิ้ม หากแต่ความดีงามนี้มันถูกทำลายไปเพราะปัญหาการเมืองจากนักการเมืองเส็งเคร็งและเศรษฐกิจเฮงซวยที่ทำให้คนไทยยากจนลงต้องต่อสู้เอาตัวรอดไปวันๆ ไม่มีกะจิตกะใจเหลือให้คนอื่น

 

จนในระยะหลังคนไทยในสายตาของคนต่างชาติถูกมองไม่ดี

 

ถ้าทางการคิดนำคลิปวีรกรรมอันนี้เป็นสื่อโปรโมทประเทศย่อมจะเรียกสิ่งดีๆที่หายไป กลับคืนได้โดยไม่ต้องเปลืองทุนและแรงใดเลย

 

แต่อย่าลืมให้ค่าลิขสิทธิ์แก่วีรชนชัช อุบลจินดา แม้เขาจะไม่เรียกร้องแต่ก็ต้องเอาเงินไปยัดใส่มือเขาเนื่องเพราะมันเป็นธรรมเนียมและเป็นสิทธิ์ของเขาที่ควรจะได้รับการตอบแทน

 

ที่คาดว่าชัช อุบลจินดาไม่เรียกร้องค่าลิขสิทธิ์ก็เพราะเห็นจากการกระทำของเขามันฟ้อง คือ ในคลิปเมื่อเขาช่วยฝรั่งพ้นจากทุกขภัยแล้วเขาได้เดินจากไปโดยไม่หันมาเลย เขาไสหัวเรือแล่นเรือลำน้อยออกท้องทะเลไปอย่างโดดเดี่ยวเหมือนว่าไม่เกิดอะไรขึ้น

 

แต่คนดูคลิปในภายหลังนับถือเป็นวีกรรมอันยิ่งใหญ่ ที่ชัช อุบลจินดา ทอดร่างให้ฝรั่งตัวใหญ่กว่าเขาและน้ำหนักมากกว่าเขาหลายเท่าเหยียบร่างเขาเป็นสะพานข้ามพ้นความตายไป การกระทำของเขาเราได้เห็นในวันนี้ แต่เคยฟังโวหารของSimon & Art Garfunkel กล่าวไว้เมื่อหลายสิบปีก่อนแล้วในเพลง Bridge over troubled water ตอนหนึ่งว่า

Like a bridge over troubled water
I will lay me down

อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ของการทำคุณงามความดีด้วยความไม่คาดหวังผลอะไรตอบกลับนั้น ความจริงแล้วกลับจะมีผลเปลี่ยนแปลงเข้ามายิ่งกว่าคาดได้

 

วีรกรรมครั้งนี้ของชัช อุบลจินดา เสมือนได้พบมหามุกดาเม็ดงามจากท้องทะเลด้วยซ้ำ เพราะต่อไปจะมีคนมาเสนอความช่วยเหลือทุกรูปแบบ เข้ามาหยิบประโยชน์โพดผลต่างๆเข้ามามากมาย

 

สังคมไทยสไตล์แบบนี้ มีคนจับจ้องโอกาสที่จะเกาะเกี่ยวสถานการณ์สร้างหน้าตาชื่อเสียงให้ตนเองโดยอาศัยคนดัง คนแบบนี้พร้อมจะเข้ามาเกี่ยวข้องกับชัชตั้งแต่วันนี้จนกว่าข่าวจะเงียบ

 

แน่นอน นับแต่นี้ชีวิตของชัช อุบลจินดาจะเป็นสินค้าให้นักธุรกิจหยิบฉวยเอาไปหาประโยชน์ จะเป็นเหยื่อให้นักสังคมสงเคราะห์ไปลากมาออกทีวี นักการเมืองจะไปเสนอให้นู้นให้นี่

 

อย่างรวดเร็ว ชีวิตบนความเรียบง่ายที่เป็นสุขมาแต่อดีตจะถูกเหตุการณ์นี้กลืนหายไป ไม่ต่างจากชีวิตของตัวละครตัวเอกในนวนิยายเรื่อง The Pearl ของจอห์น สไตน์เบค

 

จะนับว่าเป็นโชควาสนาหรือเคราะห์กรรมก็ไม่รู้

 

สรุปแล้ว วีรกรรมของชัช อุบลจินดา เขาทำไปด้วยจิตสำนึกของวีรชน คือมีจิตสำนึกการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์เป็นหน้าที่มนุษย์ด้วยกัน เขา-ชัช อุบลจินดาย่อมต้องถูกจัดเป็นวีรชนโดยแท้ ตามนิยามของสุดยอดกวี “หลี่ไป๋” คือเมื่อพวกมันทำงานเสร็จ มันก็จากไปโดยไม่ให้ทิ้งชื่อแซ่ไว้

 

The post วีรชนโดยแท้ appeared first on nokdevil.

]]>
http://mblog.manager.co.th/nokdevil/2015/10/20/realhero/feed/ 0
มือระเบิดราชประสงค์ http://mblog.manager.co.th/nokdevil/2015/08/21/ratchaprasongbomb/ http://mblog.manager.co.th/nokdevil/2015/08/21/ratchaprasongbomb/#comments Fri, 21 Aug 2015 02:17:23 +0000 http://mblog.manager.co.th/nokdevil/?p=35 ความคืบหน้าการสอบสวนสืบสวนหามือวางระเบิดศาลท้าวมหาพรหม แยกราชประสงค์ ตำรวจเรียกบุคคลต้องสงสัยเป็นคนร่วมลงมือวางระเบิด จากที่ปรากฏตัวในภาพจากกล้องวงจรปิดมาสอบถามเกือบจะครบทุกคน แต่ไม่พบพิรุธกับคนเหล่านี้   นอกจากนั้นยังได้เรียกสอบพยานอื่นซึ่งมาเกือบครบร้อยแล้ว คือสอบพยานไปแล้ว 94 คน จะต้องได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการสืบสวนในคดีต่อไปไม่น้อย   คนสำคัญที่โผล่หน้ามาเกี่ยวพันคดีอย่างชายเสื้อขาวกับหนุ่มเสื้อแดงที่ถูกสงสัยจะร่วมขบวนการวางระเบิดด้วย เพราะยืนอยู่ในจุดวางระเบิดพอดีมาให้ปากคำแล้ว ตำรวจเห็นว่าสองคนนี้ไม่มีเกี่ยวข้องไปแล้ว เหลือแต่หญิงเสื้อดำอีกคนยังไม่พบตัว กำลังควานหาตัวมาให้การอยู่   หลังเหตุเกิดแล้วสามวันเข้าวันที่สี่ การสอบสวนมีผู้ต้องสงสัยเป็นมือวางระเบิดรายเดียวคือชายหน้าตาแบบชาวตะวันตกจะเป็นแขกขาวหรือฝรั่งยังไม่ชัด ใส่เสื้อสีเหลือง กางเกงขาสั้น รองเท้าผ้าใบสีดำแกมแดง   และตอนนี้ยังไม่มีคนต้องสงสัยเป็นคนร้ายรายอื่นมาให้คิดมาเป็นแคนดิเดตแต่อย่างใด   ตำรวจได้เรียกตัวพยานสำคัญสองคนคือคนขับรถตุ๊กตุ๊กกับคนขับมอเตอร์ไซค์รับจ้างมาสอบถามแล้ว ได้ข้อเท็จจริงว่าชายเสื้อเหลืองเป็นคนต่างชาติแน่เพราะไม่พูดภาษาไทย แต่พูดภาษาอื่นและไม่ใช่ภาษาอังกฤษ   ชายผู้ต้องสงสัยนี้มาวางระเบิดที่ศาลพระพรหมโดยรถตุ๊กตุ๊ก แล้วหลังเกิดเหตุหลบหนีไปกับมอเตอร์ไซค์รับจ้าง หลังจากนั้นมันไปไหนต่อ มีใครพบเห็นอีกหรือไม่ยังไม่มีข่าวว่ายังไง   ถึงวันนี้คิดง่ายๆ ก็น่าเชื่อแล้วว่า ชายชาวต่างชาติเสื้อเหลืองคงจะเป็นคนวางระเบิดแน่ เพราะถ้าไม่ใช่มันก็น่าจะมาแสดงความบริสุทธิ์ใจกับตำรวจไปแล้ว   และคิดว่าคงจะทำงานคนเดียวเพราะการก่อวินาศกรรมเขาไม่ใช้คนมาก ยิ่งคนมากข่าวจะรั่วและล้มเหลวได้ง่าย ไม่เหมือนแก๊งม้าเหล็กพวกล้วงกระเป๋าแถวอนุสาวรีย์ชัยฯที่จะต้องมีตัวบังตัวกันคอยช่วยจัดฉากสร้างโอกาสให้คนลงมือฉก แก๊งล้วงกระเป๋าจำเป็นต้องมีตัวทำงานหลายคน แต่วางระเบิดคนเดียวทำได้   คดีนี้คนไทยอยากรู้อยากให้ตำรวจจับคนร้ายให้ได้แต่จะจับคนร้ายได้ไหมก็ขึ้นอยู่กับตำรวจไทยจะมีฝีมือ หรือเปล่า งานนี้จะว่ายากก็ไม่ยาก จะว่าง่ายก็ไม่ได้เพราะตำรวจไทยพักหลังกับคดีแบบนี้ราคาคุยเสียมาก บึ้มกี่ครั้งเห็นจับไม่ได้สักราย  

The post มือระเบิดราชประสงค์ appeared first on nokdevil.

]]>
Rajprasong

ความคืบหน้าการสอบสวนสืบสวนหามือวางระเบิดศาลท้าวมหาพรหม แยกราชประสงค์ ตำรวจเรียกบุคคลต้องสงสัยเป็นคนร่วมลงมือวางระเบิด จากที่ปรากฏตัวในภาพจากกล้องวงจรปิดมาสอบถามเกือบจะครบทุกคน แต่ไม่พบพิรุธกับคนเหล่านี้

 

นอกจากนั้นยังได้เรียกสอบพยานอื่นซึ่งมาเกือบครบร้อยแล้ว คือสอบพยานไปแล้ว 94 คน จะต้องได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการสืบสวนในคดีต่อไปไม่น้อย

 

คนสำคัญที่โผล่หน้ามาเกี่ยวพันคดีอย่างชายเสื้อขาวกับหนุ่มเสื้อแดงที่ถูกสงสัยจะร่วมขบวนการวางระเบิดด้วย เพราะยืนอยู่ในจุดวางระเบิดพอดีมาให้ปากคำแล้ว ตำรวจเห็นว่าสองคนนี้ไม่มีเกี่ยวข้องไปแล้ว เหลือแต่หญิงเสื้อดำอีกคนยังไม่พบตัว กำลังควานหาตัวมาให้การอยู่

 

หลังเหตุเกิดแล้วสามวันเข้าวันที่สี่ การสอบสวนมีผู้ต้องสงสัยเป็นมือวางระเบิดรายเดียวคือชายหน้าตาแบบชาวตะวันตกจะเป็นแขกขาวหรือฝรั่งยังไม่ชัด ใส่เสื้อสีเหลือง กางเกงขาสั้น รองเท้าผ้าใบสีดำแกมแดง

 

และตอนนี้ยังไม่มีคนต้องสงสัยเป็นคนร้ายรายอื่นมาให้คิดมาเป็นแคนดิเดตแต่อย่างใด

 

ตำรวจได้เรียกตัวพยานสำคัญสองคนคือคนขับรถตุ๊กตุ๊กกับคนขับมอเตอร์ไซค์รับจ้างมาสอบถามแล้ว ได้ข้อเท็จจริงว่าชายเสื้อเหลืองเป็นคนต่างชาติแน่เพราะไม่พูดภาษาไทย แต่พูดภาษาอื่นและไม่ใช่ภาษาอังกฤษ

 

ชายผู้ต้องสงสัยนี้มาวางระเบิดที่ศาลพระพรหมโดยรถตุ๊กตุ๊ก แล้วหลังเกิดเหตุหลบหนีไปกับมอเตอร์ไซค์รับจ้าง หลังจากนั้นมันไปไหนต่อ มีใครพบเห็นอีกหรือไม่ยังไม่มีข่าวว่ายังไง

 

ถึงวันนี้คิดง่ายๆ ก็น่าเชื่อแล้วว่า ชายชาวต่างชาติเสื้อเหลืองคงจะเป็นคนวางระเบิดแน่ เพราะถ้าไม่ใช่มันก็น่าจะมาแสดงความบริสุทธิ์ใจกับตำรวจไปแล้ว

 

และคิดว่าคงจะทำงานคนเดียวเพราะการก่อวินาศกรรมเขาไม่ใช้คนมาก ยิ่งคนมากข่าวจะรั่วและล้มเหลวได้ง่าย ไม่เหมือนแก๊งม้าเหล็กพวกล้วงกระเป๋าแถวอนุสาวรีย์ชัยฯที่จะต้องมีตัวบังตัวกันคอยช่วยจัดฉากสร้างโอกาสให้คนลงมือฉก แก๊งล้วงกระเป๋าจำเป็นต้องมีตัวทำงานหลายคน แต่วางระเบิดคนเดียวทำได้

 

คดีนี้คนไทยอยากรู้อยากให้ตำรวจจับคนร้ายให้ได้แต่จะจับคนร้ายได้ไหมก็ขึ้นอยู่กับตำรวจไทยจะมีฝีมือ หรือเปล่า งานนี้จะว่ายากก็ไม่ยาก จะว่าง่ายก็ไม่ได้เพราะตำรวจไทยพักหลังกับคดีแบบนี้ราคาคุยเสียมาก บึ้มกี่ครั้งเห็นจับไม่ได้สักราย

 

The post มือระเบิดราชประสงค์ appeared first on nokdevil.

]]>
http://mblog.manager.co.th/nokdevil/2015/08/21/ratchaprasongbomb/feed/ 0
Polo Ralph Lauren หนีตาย ยกพลขึ้นบกยึดอินโดนีเซีย http://mblog.manager.co.th/nokdevil/2015/07/10/polorl/ http://mblog.manager.co.th/nokdevil/2015/07/10/polorl/#comments Fri, 10 Jul 2015 04:15:51 +0000 http://mblog.manager.co.th/nokdevil/?p=30 อินโดนีเซีย ไม่ใช่แหล่งช้อปปิ้งสินค้าแฟชั่นแบรนด์เนม แต่ในวันนี้ ความเป็นประเทศที่มีวิถีชีวิต วัฒนธรรมของคนจากกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆและธรรมชาติอันแปลกหลากหลายเป็นสิ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้มาเยือน ในเมืองใหญ่อย่างจาการ์ตา จอกยาการ์ต้า รวมทั้งบาหลีจัดของแบรนด์เนมไว้ตัอนรับนักท่องเที่ยวอย่างออกหน้าออกตา ไม่เป็นรองที่อื่นในโลกแล้ว   เสื้อผ้าแฟชั่นแบรนด์ดังเมด อิน ฝรั่งเศส สหรัฐอเมริกา อังกฤษ อิตาลี สเปน ญี่ปุ่น และเกาหลีมาอวดสีสันบนห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆแหล่งช้อปปิ้งในเขตดาวน์ทาวน์ของเมืองใหญ่ในอินโดนีเซีย กันอย่างคึกคัก   แต่แบรนด์ที่ได้เห็นมากที่สุดไม่ว่าจะไปไหน คือ ยี่ห้อ Polo Ralph Lauren เสื้อผ้ายี่ห้อคลาสสิกสัญชาติอเมริกันนี้เปิดร้านขายอยู่ในห้างชั้นนำระดับไฮโซลงมาถึงแผงข้างถนนจนดูเหมือนเช่นเสื้อโปโลที่ขายอยู่ย่านประตูน้ำบ้านเราสมัยที่กฏหมายลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้ายังบังคับใช้เข้มข้น   เสื้อกางเกงโปโลที่ถูกนำมาขายเกลื่อนประเทศอินโดฯจนเหมือนสินค้าโนเนมแบกับดิน ไม่ใช่ของปลอม ไม่ใช่ของเลียนแบบ แต่เป็นของจริง อย่างเหลือเชื่อ เสื้อผ้าโปโลที่ขายในอินโดฯราคาถูกกว่าขายในประเทศอื่น สนมราคาต่างกันราวฟ้ากับเหวจนสะกิดความสงสัยว่ามันจริงหรือเปล่า แต่กลับไม่แปลกปลอม ของเขาแท้และถูกจริง รับประกันว่าใครที่เป็นสาวกยี่ห้อนี้เห็นราคาแล้วต้องไม่เชื่อสายตา และจะต้องควักกระเป๋าซื้อแน่เนื่องจากราคามันโดนไง   เป็นที่รู้กันดี โปโลเป็นแบรนด์ที่กำหนดสถานะตนในตลาดไว้ค่อนข้างสูง คนมีรสนิยมอย่างเดียวไม่พอต้องมีเงินด้วยจึงจะได้ใส่ได้ใช้ของโปโล เพราะโปโลราคาแพงไม่ว่าจะเป็นเสื้อ หรือกางเกง ยิ่งเป็นกระเป๋า รองเท้า ของใช้สิ่งอันพันละน้อยต่างๆ แพงมากๆ   โปโลจะขับเน้นบ่งบอกคนใช้ให้เป็นชนขั้นมีอันจะกินขึ้นมาทันตาเห็น ไม่ว่าจะสวมใส่ชุดสูท ชุดทำงาน ชุดลำลองและกีฬาต่างๆ […]

The post Polo Ralph Lauren หนีตาย ยกพลขึ้นบกยึดอินโดนีเซีย appeared first on nokdevil.

]]>
001-Ralph-Lauren

อินโดนีเซีย ไม่ใช่แหล่งช้อปปิ้งสินค้าแฟชั่นแบรนด์เนม แต่ในวันนี้ ความเป็นประเทศที่มีวิถีชีวิต วัฒนธรรมของคนจากกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆและธรรมชาติอันแปลกหลากหลายเป็นสิ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้มาเยือน ในเมืองใหญ่อย่างจาการ์ตา จอกยาการ์ต้า รวมทั้งบาหลีจัดของแบรนด์เนมไว้ตัอนรับนักท่องเที่ยวอย่างออกหน้าออกตา ไม่เป็นรองที่อื่นในโลกแล้ว

 

เสื้อผ้าแฟชั่นแบรนด์ดังเมด อิน ฝรั่งเศส สหรัฐอเมริกา อังกฤษ อิตาลี สเปน ญี่ปุ่น และเกาหลีมาอวดสีสันบนห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆแหล่งช้อปปิ้งในเขตดาวน์ทาวน์ของเมืองใหญ่ในอินโดนีเซีย กันอย่างคึกคัก

 

แต่แบรนด์ที่ได้เห็นมากที่สุดไม่ว่าจะไปไหน คือ ยี่ห้อ Polo Ralph Lauren เสื้อผ้ายี่ห้อคลาสสิกสัญชาติอเมริกันนี้เปิดร้านขายอยู่ในห้างชั้นนำระดับไฮโซลงมาถึงแผงข้างถนนจนดูเหมือนเช่นเสื้อโปโลที่ขายอยู่ย่านประตูน้ำบ้านเราสมัยที่กฏหมายลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้ายังบังคับใช้เข้มข้น

 

เสื้อกางเกงโปโลที่ถูกนำมาขายเกลื่อนประเทศอินโดฯจนเหมือนสินค้าโนเนมแบกับดิน ไม่ใช่ของปลอม ไม่ใช่ของเลียนแบบ แต่เป็นของจริง

Polo-11693853_1441241826201

อย่างเหลือเชื่อ เสื้อผ้าโปโลที่ขายในอินโดฯราคาถูกกว่าขายในประเทศอื่น สนมราคาต่างกันราวฟ้ากับเหวจนสะกิดความสงสัยว่ามันจริงหรือเปล่า แต่กลับไม่แปลกปลอม ของเขาแท้และถูกจริง รับประกันว่าใครที่เป็นสาวกยี่ห้อนี้เห็นราคาแล้วต้องไม่เชื่อสายตา และจะต้องควักกระเป๋าซื้อแน่เนื่องจากราคามันโดนไง

 

เป็นที่รู้กันดี โปโลเป็นแบรนด์ที่กำหนดสถานะตนในตลาดไว้ค่อนข้างสูง คนมีรสนิยมอย่างเดียวไม่พอต้องมีเงินด้วยจึงจะได้ใส่ได้ใช้ของโปโล เพราะโปโลราคาแพงไม่ว่าจะเป็นเสื้อ หรือกางเกง ยิ่งเป็นกระเป๋า รองเท้า ของใช้สิ่งอันพันละน้อยต่างๆ แพงมากๆ

 

โปโลจะขับเน้นบ่งบอกคนใช้ให้เป็นชนขั้นมีอันจะกินขึ้นมาทันตาเห็น ไม่ว่าจะสวมใส่ชุดสูท ชุดทำงาน ชุดลำลองและกีฬาต่างๆ ล้วนได้รับค่านิยมที่สูงเลิศ

 

สัญลักษณ์โปโลคือโลโก้ “คนขี่ม้าเล่นโปโล” เป็นเสมือนป้ายอันศักดิ์สิทธิ์ที่คนมีรสนิยมไขว่คว้าจะเอามาติดตัว แต่ก่อนโปโลจะปักโลโก้ลงบนเสื้อผ้าขนาดพอสายตาเห็นได้เท่านั้น แต่กลับเป็นเพชรที่มีประกายต้องตาต้องใจคน มาระยะหลังโปโลขยายตัวตราโลโก้มาให้ใหญ่ขึ้น ขนาดใหญ่เท่าฝ่ามือก็มี สาวกทั้งรุ่นเก่ารุ่นใหม่ใส่กันตรึม ถือว่าประสบความสำเร็จดีทีเดียว ทำให้ทุกคอลเลคชั่นต้องมีตราม้าใหญ่ม้าเล็กควบมาพร้อมกัน

 

ตราเครื่องหมายม้าของโปโลเป็นจุดหนึ่งที่สำคัญในการดูว่าเสื้อหรือกางเกงที่เห็นเป็นของจริงหรือเก๊

 

ด้วยประสบการณ์ของสาวกโปโลคนหนึ่งผนวกความที่มีอาชีพเป็นเจ้าของโรงงานผลิตเสื้อผ้าพอที่จะรู้เคล็ดตรงนี้ คือก่อนอื่นต้องดูพิมพ์และขนาดสัดส่วนสัณฐานตัวม้าให้เข้าตาเสียก่อน จากนั้นก็ดูสีสันเส้นด้ายที่ของแท้จะใช้เส้นด้ายคล้ายไหมสีสันเนื้อด้ายจึงขึ้นเงาวาวงาม

 

จากนั้นให้มาดูที่เทคนิคการปัก เพราะของแท้จะใช้เครื่องจักรที่มีประสิทธิภาพสูงปักออกมาแล้วจะเห็นตัวม้าแน่นเป็นระเบียบเรียบร้อยไม่โย้เย้เหมือนม้าพิการ และจุดตายคือบางแห่งจะปักเป็นเกลียวนูนเด่นออกมาเป็นมิติ ซึ่งของปลอมปักแล้วจะไม่นานเส้นดายเรียงกันไม่เป็นระเบียบไม่เป็นขดเกลียว พิจารณาแค่นี้ได้ก็พอจะเอาตัวรอดไม่ถูกหลอกให้ซื้อโปโลประตูน้ำแล้ว

 

ความจริงโปโลไม่ได้มีความคิดสร้างสรรค์อะไรถึงขั้นเทพมาจัดวางคอลเลคชั่นแต่ละชุดสักเท่าไร สไตล์เสื้อผ้ายี่ห้อโปโลแค่เพียงรักษาแพทเทิร์นที่ธรรมดาใส่สบายเรียบง่าย ไม่ใส่ดีไซน์เข้าไปให้หวือหวา สีสันก็ตามแบบพื้นๆจนบางคอลเลคชั่นดูจะเก็บความเก่าเกินไปทำให้ดูเชยหลุดเวทีแฟชั่นไป

 

ทำให้ระยะไม่กี่ปีที่ผ่านมา เสื้อผ้ายี่ห้อนี้ซึ่งเป็นแชมป์มานานวันพบเห็นคนใส่ได้น้อยและเหมือนจะลดน้อยลงเรื่อยๆจนน่าเป็นห่วงจะถูกโค่นบัลลังก์ตามอย่างสินค้าแฟชั่นเสื้อผ้าจากอเมริกาที่ล้มไปเช่นยี่ห้อ Gap หรือ Guess ก็กำลังเมาหมัดอยู่ตอนนี้

 

เหตุที่ยักษ์ใหญ่เสื้อผ้าแฟชั่นอเมริกันต้องเบิกไปหรือกำลังถดถอยด้านความนิยม ก็น่าจะเป็นผลมาจากความเย่อหยิ่งหลงทรนงตัวเอง ไม่มีการพัฒนาเพื่อนำแฟชั่น ยังอยู่กับสไตล์เก่าที่เป็นสิ่งคร่ำครึในตอนนี้ อีกทั้งราคาก็แพงบรรลัย

 

ขณะเดียวกันการเกิดของเสื้อผ้าจากฝั่งยุโรปยี่ห้อใหม่ๆอย่าง ZARA ของดีราคาถูกจากสเปน รุกเข้ามาในตลาดเสื้อผ้าระดับกลางขึ้นสูงอย่างหนัก โดยยึดหลักผลิตและทำการตลาด “ของดี-มีสไตล์-ขายถูก” ส่งสินค้าเข้ามาเบียดพื้นที่ทั่วโลกที่แบรด์ดังของอเมริกันเป็นเจ้าของ ไม่กี่ปี ZARA ก็แย่งความเป็นหนึ่งมาไว้ในมือได้ จนวันนี้ ZARA คือแชมป์ที่โปโลจะต้องกลับมาทวงบัลลังก์คืน

 

นี่คงเป็นสิ่งที่คาดหมายได้ว่าทำไมโปโลถึงยกพลขึ้นบกเข้ามายึดตลาดที่อินโดนีเซีย ถ้าโปโลยังทำตัวสูงเหมือนเดิม ไม่ทำการตลาดแบบของดีราคาถูกอย่าง ZARA H&M (สวีเดน) UNIQLO (ญี่ปุ่น) พวกนี้มีสาขาบนพื้นที่ทำเลทองตามเมืองช็อปปี้ทั่วโลก และมีกลยุทธ์การตลาดที่สร้างความเคลื่อนไหวในตัวสินค้าและราคาตลอดเวลา หากโปโลไม่ทำบ้างก็รอวันม้วนเสื่อกลับบ้าน

 

โปโลเลือกตลาดอินโดฯเปิดกลยุทธ์กระชากใจลูกค้าด้วยการหั่นราคาให้ถูกลงมากๆกับสินค้าทุกชิ้น น่าจะเป็นเพราะฐานผลิตเสื้อผ้าของโปโลอยู่ที่อินโดฯจำนวนหนึ่ง ซึ่งมีจำนวนไม่น้อยพอที่จะขนสินค้าออกมาลดกระหน่ำได้ทั้งร้านตลอดปี บวกกับอินโดฯเป็นประเทศใหญ่มีนักท่องเที่ยวมาปีละหลายสิบล้านคน จึงเป็นที่ประกาศสงครามของโปโลได้อย่างดี

 

ใครมาอินโดฯก็จะเห็นร้านขายของยี่ห้อโปโลเต็มไปหมดและติดป้ายลดราคาตั้งแต่ 30 ถึง 50 เปอร์เซ็นต์ทั้งปี

 

ห้วงเวลาแห่งการเปลี่ยนผ่านของยุคสมัยอันตรายนักกับบรรดายักษ์ใหญ่ผู้ครองตลาดการค้าทุกๆวงการ เผลอหลับหรือหลงตัวเองก็จะต้องประสบปัญหาถูกลักหลับ กว่าจะรู้ตัวก็กลายเป็นของใกล้ตกยุคไปแล้ว

The post Polo Ralph Lauren หนีตาย ยกพลขึ้นบกยึดอินโดนีเซีย appeared first on nokdevil.

]]>
http://mblog.manager.co.th/nokdevil/2015/07/10/polorl/feed/ 0
หลีกหน่อย “พระเอก”มา http://mblog.manager.co.th/nokdevil/2015/05/27/rice_scheme/ http://mblog.manager.co.th/nokdevil/2015/05/27/rice_scheme/#comments Wed, 27 May 2015 09:42:32 +0000 http://mblog.manager.co.th/nokdevil/?p=10 บ้านนี้เมืองนี้คนเก่งคนดีสันดานตอแหลสร้างภาพมีเยอะ   สังเกตได้จากช่วงนี้มึเหล่าคนดีมีชื่อเสียงในสังคมออกมาประณามตามหลังโครงการรับจำนำข้าวรัฐบาลยิ่งลักษณ์อย่างมากหน้าหลายตา ว่าการรับจำนำข้าวทุกเม็ด 15,000บาทต่อเกวียน เป็นเรื่องเลวทรามที่สร้างความเสียหายใหญ่หลวงและก่อหนี้ให้คนไทยต้องแบกภาระหนักชั่วลูกชั่วหลาน   ขอให้จับตาดูต่อไปจะมีคนออกมาล้อสถานการณ์พูดโจมตีเรื่องนี้อีกเยอะ   เพราะวันนี้ทุกอย่างพิสูจน์แล้ว ว่าการรับจำนำของพรรคเพื่อไทยทำประเทศชาติเจ๊งเป็นเงินล้านล้านบาทแน่ๆ ตอนนี้ปาเข้าไปเก้าแสนล้านแล้วยิ่งนานตัวเลขขาดทุนก็จะบานออกเรื่อยๆ เจ๊งบานเบอะแต่ชาวนายังจนเหมือนเดิม ย่อมแสดงว่านโยบายผิดพลาด ลงไปในการปฏิบัติมีการทุจริตคอรัปชั่นแน่   คิดง่ายๆ ถ้าชาวนาได้ประโยชน์จริงอย่างยิ่งลักษณ์พูด “ขอให้ชาวนาเถอะคะ” ป่านนี้ชาวไทยนั่งรถหรูอยู่คฤหาสน์กันหมดแล้ว   ต้องยกให้กรรมการ ป.ป. ช. คือพระเอกในเรื่องนี้ไม่มีล้อ ไม่รั้งรอ แต่ออกมายืนตระหว่างต้านลมแรงเพียงลำพัง ด้วยความกล้าหาญเสียสละที่เปิดโปงความชั่วร้ายที่ซ่อนอยู่ในขัออ้างในนโยบายรับจำนำข้าวทำเพื่อชาวนา   โดยก่อนที่จะถึงจุดจบเป็นคดีความนั้น ป.ป.ช.เตือนรัฐบาลให้ยกเลิกโครงการรับจำนำข้าวเสีย เพราะเปิดช่องให้กอดการโกงแบบอ้าซ่า แล้วก็พบมันมีการสุมหัวกันโกงจริงๆ อย่างที่รู้กัน ในการรับจำนำข้าวมีการโกงกันมูมมามตั้งแต่ต้นน้ำยันถึงปลายน้ำ นักการเมือง ข้าราชการ พ่อค้าแบ่งเงินกันยัดเข้าเซฟล้นทะลัก มาถึงการระบายข้าวก็เจี๊ยะแบบจีทูจีปลอมจนพุงกาง   แต่ไม่แคล้ว จะถูก ป.ป.ช.ลากไปขึ้นศาลทั้งหัวขบวนคือยิ่งลักษณ์และบุญทรง เจ้าตำรับจีทูจีปลอมวันนี้กลายเป็นบุญทรุดไปแล้วในยามนี้   ต้องไม่ลืมว่า ระหว่างที่ ป.ป.ช.ลุยล้มโต๊ะจีนขณะที่รัฐบาลปูกำลังสวาปามกันอยู่นั้น ยังไม่ใครกล้ายืนข้าง ป.ป.ช. อย่างเปิดเผย เพราะอำนาจรัฐบาลเพื่อไทยยังครองเมืองทั้งชาวบ้าน ข้าราชการทุกสี และนักการเมือง ตลอดถึงสื่อมวลชนสวามิภักดิ์เป็นขี้ข้าทักษิณเกือบหมด […]

The post หลีกหน่อย “พระเอก”มา appeared first on nokdevil.

]]>
558000001962701

บ้านนี้เมืองนี้คนเก่งคนดีสันดานตอแหลสร้างภาพมีเยอะ

 

สังเกตได้จากช่วงนี้มึเหล่าคนดีมีชื่อเสียงในสังคมออกมาประณามตามหลังโครงการรับจำนำข้าวรัฐบาลยิ่งลักษณ์อย่างมากหน้าหลายตา ว่าการรับจำนำข้าวทุกเม็ด 15,000บาทต่อเกวียน เป็นเรื่องเลวทรามที่สร้างความเสียหายใหญ่หลวงและก่อหนี้ให้คนไทยต้องแบกภาระหนักชั่วลูกชั่วหลาน

 

ขอให้จับตาดูต่อไปจะมีคนออกมาล้อสถานการณ์พูดโจมตีเรื่องนี้อีกเยอะ

 

เพราะวันนี้ทุกอย่างพิสูจน์แล้ว ว่าการรับจำนำของพรรคเพื่อไทยทำประเทศชาติเจ๊งเป็นเงินล้านล้านบาทแน่ๆ ตอนนี้ปาเข้าไปเก้าแสนล้านแล้วยิ่งนานตัวเลขขาดทุนก็จะบานออกเรื่อยๆ เจ๊งบานเบอะแต่ชาวนายังจนเหมือนเดิม ย่อมแสดงว่านโยบายผิดพลาด ลงไปในการปฏิบัติมีการทุจริตคอรัปชั่นแน่

 

คิดง่ายๆ ถ้าชาวนาได้ประโยชน์จริงอย่างยิ่งลักษณ์พูด “ขอให้ชาวนาเถอะคะ” ป่านนี้ชาวไทยนั่งรถหรูอยู่คฤหาสน์กันหมดแล้ว

 

ต้องยกให้กรรมการ ป.ป. ช. คือพระเอกในเรื่องนี้ไม่มีล้อ ไม่รั้งรอ แต่ออกมายืนตระหว่างต้านลมแรงเพียงลำพัง ด้วยความกล้าหาญเสียสละที่เปิดโปงความชั่วร้ายที่ซ่อนอยู่ในขัออ้างในนโยบายรับจำนำข้าวทำเพื่อชาวนา

 

โดยก่อนที่จะถึงจุดจบเป็นคดีความนั้น ป.ป.ช.เตือนรัฐบาลให้ยกเลิกโครงการรับจำนำข้าวเสีย เพราะเปิดช่องให้กอดการโกงแบบอ้าซ่า แล้วก็พบมันมีการสุมหัวกันโกงจริงๆ
อย่างที่รู้กัน ในการรับจำนำข้าวมีการโกงกันมูมมามตั้งแต่ต้นน้ำยันถึงปลายน้ำ นักการเมือง ข้าราชการ พ่อค้าแบ่งเงินกันยัดเข้าเซฟล้นทะลัก มาถึงการระบายข้าวก็เจี๊ยะแบบจีทูจีปลอมจนพุงกาง

 

แต่ไม่แคล้ว จะถูก ป.ป.ช.ลากไปขึ้นศาลทั้งหัวขบวนคือยิ่งลักษณ์และบุญทรง เจ้าตำรับจีทูจีปลอมวันนี้กลายเป็นบุญทรุดไปแล้วในยามนี้

 

ต้องไม่ลืมว่า ระหว่างที่ ป.ป.ช.ลุยล้มโต๊ะจีนขณะที่รัฐบาลปูกำลังสวาปามกันอยู่นั้น ยังไม่ใครกล้ายืนข้าง ป.ป.ช. อย่างเปิดเผย เพราะอำนาจรัฐบาลเพื่อไทยยังครองเมืองทั้งชาวบ้าน ข้าราชการทุกสี และนักการเมือง ตลอดถึงสื่อมวลชนสวามิภักดิ์เป็นขี้ข้าทักษิณเกือบหมด

 

แต่หลังจากคดีโกงข้าวทำให้รัฐบาลปูคว่ำไป และหมดอำนาจทางการเมืองอย่างสิ้นเชิงจากการปฏิวัติ 22 พ.ค. 57 ยังส่งผลให้สถานการณ์ของคนในตระกูลชินวัตรตกต่ำย่ำแย่เหมือนดิ่งเหว ตระกูลชินวัตรต้องแบกหม้อก้นดำกับคดีโกงจำนำข้าวด้วยกันทุกคน ซึ่งคงจะติดบ่วงกรรมนี้ไปอีกนานจนกว่าคำพิพากษาจะออกมา พิสูจน์ว่าไม่ผิด

 

เมื่อสถานการณ์พลิกผัน เหตุบ้านการเมืองเป็นแรงเหวี่ยงให้กลุ่มทักษิณเพลี่ยงพล้ำเป็นฝ่ายตั้งรับทุกๆ ด้าน คนดีสันดานสร้างภาพทั้งหลาย ได้จังหวะออกมาพูดเรื่องการเมืองกันใหญ่ โจมตีวิจารณ์โครงการรับจำนำข้าวกันเป็นที่สนุกปาก

 

คนพวกนี้ไปเวทีไหนก็ตีหน้าเศร้าเล่าถึงความอัปยศมหากาพย์การโกงรับจำนำข้าวกันทั้งนั้น ต่างจากก่อนนี้อย่างหน้ามือเป็นหลังมือที่ใครจะวิพากษ์ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์มักโดนคนพวกนี้ถลึงตาใส่ ทั้งยังสั่งสอนว่า อย่ากล่าวร้ายป้ายสีเขา

 

และยังพูดให้ฟังดูดีมีชาติสกุลว่า อย่าสร้างวาทกรรม Hate Speech ให้สังคมเกิดความแตกแยก

 

แต่วันนี้คนกะล่อนมันลุกขึ้นมาสั่งว่า หลีกหน่อยพระเอกมา…เสียแล้ว

 

นี่แหละผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองของเรา มันกะล่อนกันได้ขนาดนี้ แล้วนับวันบ้านเมืองก็จะมีคนกะล่อน หน้าด้านรอเก็บส้มหล่น แทงหวยถูกงวด มากขึ้นเรื่อยๆ เพราะมันมีหน้ามีตาได้ง่ายดี แล้วหน้าตาก็เอาไปหากินได้ง่ายได้เงินเยอะ!

 

Image

The post หลีกหน่อย “พระเอก”มา appeared first on nokdevil.

]]>
http://mblog.manager.co.th/nokdevil/2015/05/27/rice_scheme/feed/ 0
กรรมของลูกครึ่ง http://mblog.manager.co.th/nokdevil/2015/03/29/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b6%e0%b9%88%e0%b8%87/ http://mblog.manager.co.th/nokdevil/2015/03/29/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b6%e0%b9%88%e0%b8%87/#comments Sun, 29 Mar 2015 03:32:21 +0000 http://mblog.manager.co.th/nokdevil/?p=5 วันนี้ตื่นตั้งแต่เช้ามืด มีนัดไปออกรอบเล่นกอล์ฟกับก๊วน สว.  นักกอล์ฟซีเนียร์ชอบเล่นเช้า ตีกอล์ฟเสร็จเที่ยงบ่ายโมงประมาณนี้แล้วแยกย้ายกันกลับบ้าน ส่วนนักกอล์ฟหนุ่มนิยมเล่นในเวลาสายๆหรือเที่ยงๆบ่ายๆ เหตุผลก็น่าจะด้วยที่ไม่ชอบแหกตาตื่นกันแต่เช้า อีกทั้งตีเสร็จเย็นๆ ก็สะดวกด้วยประการทั้งปวงในการตั้งวงกินข้าว ดื่ม และเล่นได้เสียกันนิดหน่อยจนคลับเฮาส์สนามกอล์ฟปิดค่อยเลิกกลับบ้าน   ระหว่างนั่งกินกาแฟแก้ง่วง ดูโทรศัพท์ตรวจเช็คข่าวไปกินกาแฟไป เจอข่าวจากเฟซบุ๊กข่าวหนึ่งที่พาดหัวข่าวกระตุ้นความสนใจผมขึ้นมาทันที ด้วยที่เคยได้ฟังปัญหาคล้ายกันแบบนี้มาก่อน ข่าวดังกล่าวให้หัวว่า “ใหม่”ไม่ซีเรียส!ถูกเม้าท์ลูกครึ่งภาษาไม่เป๊ะ   ใช่แล้วครับ เธอคือ”ใหม่ ดาวิกา” ที่เขาว่ากำลังเป็นนางเอกละครดังในยามนี้ แต่ผมไม่รู้หรอก ว่าเป็นเธอใครมาจากไหนสวยเก่งยังไง ส่วนละครไทยก็ไม่ชอบดูมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว   น้อมรับเรื่องดาราและละครไทยจึงเป็นอะไรที่มืดบอดสนิทสำหรับผม   แต่ประเด็นข่าวของ “ใหม่ ดาวิกา”ที่เร้าความสนใจของผม คือเธอเป็นลูกครึ่งแต่ภาษาอังกฤษไม่เป๊ะ ตามข่าว “ใหม่ ดาวิกา”ชี้แจงว่าเธอกับพ่อฝรั่งคุยกันเป็นภาษาไทยปนอังกฤษตั้งแต่เด็ก สำเนียงอังกฤษเลยออกมาไม่เป๊ะทั้งๆ ที่หน้าแหม่มมันฟ้องยังงั้น   แต่เรื่องนี้เธอย้ำว่าไม่ได้สนใจ/ไม่แคร์ใครจะคิดยังไง   ควรเข้าใจว่าคำบอกกล่าวที่เธอเล่ามาไม่ใช่คำแก้ตัว ลองบอกว่าตอนเด็กๆ สำเนียงอังกฤษชัดแจ๋วแต่บังเอิญตกบันไดพัวหาดพื้นทำเอาความจำเลอะเลือน ถ้าเป็นทรงนี้ อีนี่! ตอแหลแน่นอน ผมคิดว่ายังไงก็ตาม “ใหม่”คงจะมีปมเล็กๆในใจกับเรื่องนี้ แม้จะทำใจได้และเห็นว่าไม่ใช่ปัญหาในชีวิตก็ตาม   ผมเคยมีประสบการณ์เกี่ยวกับเรื่องเด็กลูกครึ่งไทย/ฝรั่งทำนองนี้มาก่อนหน้านี้ ซึ่งเป็นเหตุที่ฉุดความสนใจของผมกับข่าวของ “ใหม่”ขึ้นมา และเรื่องนี้ทำให้รสกาแฟขมปร่าขึ้นอีกหลายดีกรี […]

The post กรรมของลูกครึ่ง appeared first on nokdevil.

]]>
วันนี้ตื่นตั้งแต่เช้ามืด มีนัดไปออกรอบเล่นกอล์ฟกับก๊วน สว.  นักกอล์ฟซีเนียร์ชอบเล่นเช้า ตีกอล์ฟเสร็จเที่ยงบ่ายโมงประมาณนี้แล้วแยกย้ายกันกลับบ้าน ส่วนนักกอล์ฟหนุ่มนิยมเล่นในเวลาสายๆหรือเที่ยงๆบ่ายๆ เหตุผลก็น่าจะด้วยที่ไม่ชอบแหกตาตื่นกันแต่เช้า อีกทั้งตีเสร็จเย็นๆ ก็สะดวกด้วยประการทั้งปวงในการตั้งวงกินข้าว ดื่ม และเล่นได้เสียกันนิดหน่อยจนคลับเฮาส์สนามกอล์ฟปิดค่อยเลิกกลับบ้าน

 

ระหว่างนั่งกินกาแฟแก้ง่วง ดูโทรศัพท์ตรวจเช็คข่าวไปกินกาแฟไป เจอข่าวจากเฟซบุ๊กข่าวหนึ่งที่พาดหัวข่าวกระตุ้นความสนใจผมขึ้นมาทันที ด้วยที่เคยได้ฟังปัญหาคล้ายกันแบบนี้มาก่อน

001-Image

ข่าวดังกล่าวให้หัวว่า “ใหม่”ไม่ซีเรียส!ถูกเม้าท์ลูกครึ่งภาษาไม่เป๊ะ

 

ใช่แล้วครับ เธอคือ”ใหม่ ดาวิกา” ที่เขาว่ากำลังเป็นนางเอกละครดังในยามนี้ แต่ผมไม่รู้หรอก ว่าเป็นเธอใครมาจากไหนสวยเก่งยังไง ส่วนละครไทยก็ไม่ชอบดูมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว

 

น้อมรับเรื่องดาราและละครไทยจึงเป็นอะไรที่มืดบอดสนิทสำหรับผม

 

แต่ประเด็นข่าวของ “ใหม่ ดาวิกา”ที่เร้าความสนใจของผม คือเธอเป็นลูกครึ่งแต่ภาษาอังกฤษไม่เป๊ะ ตามข่าว “ใหม่ ดาวิกา”ชี้แจงว่าเธอกับพ่อฝรั่งคุยกันเป็นภาษาไทยปนอังกฤษตั้งแต่เด็ก สำเนียงอังกฤษเลยออกมาไม่เป๊ะทั้งๆ ที่หน้าแหม่มมันฟ้องยังงั้น

 

แต่เรื่องนี้เธอย้ำว่าไม่ได้สนใจ/ไม่แคร์ใครจะคิดยังไง

 

ควรเข้าใจว่าคำบอกกล่าวที่เธอเล่ามาไม่ใช่คำแก้ตัว ลองบอกว่าตอนเด็กๆ สำเนียงอังกฤษชัดแจ๋วแต่บังเอิญตกบันไดพัวหาดพื้นทำเอาความจำเลอะเลือน ถ้าเป็นทรงนี้ อีนี่! ตอแหลแน่นอน

002-11072949_66266962052743

ผมคิดว่ายังไงก็ตาม “ใหม่”คงจะมีปมเล็กๆในใจกับเรื่องนี้ แม้จะทำใจได้และเห็นว่าไม่ใช่ปัญหาในชีวิตก็ตาม

 

ผมเคยมีประสบการณ์เกี่ยวกับเรื่องเด็กลูกครึ่งไทย/ฝรั่งทำนองนี้มาก่อนหน้านี้ ซึ่งเป็นเหตุที่ฉุดความสนใจของผมกับข่าวของ “ใหม่”ขึ้นมา และเรื่องนี้ทำให้รสกาแฟขมปร่าขึ้นอีกหลายดีกรี

 

หลายปีแล้ว  “แอนดี้”เด็กหนุ่มเพื่อนนักเรียนรุ่นเดียวกับลูกสาวผม หน้าตาหล่อคล้าย “ทอม ดันดี” เอ้ย “ทอม ครุยส์ ” แอนดี้มาที่บ้านผมบ่อย ผมมีโอกาสคุยกับเขา เลยได้รู้ชีวิตเขา เมื่อรู้แล้วก็ซึ้งและนับถือในหัวใจและความคิดของเด็กคนนี้จริงๆ วันนี้ แอนดี้เรียนอยู่มหาวิทยาลัยของรัฐแห่งหนึ่งอยู่ไกลบ้านผม เราจึงไม่มีโอกาสได้เจอกันเหมือนก่อน

 

แม้เราจะห่างไกลกันแต่เรื่องที่แอนดี้เล่าให้ฟังยังตรึงแน่นอยู่ในความทรงจำของผมมาถึงตอนนี้ เรื่องหนึ่งที่ผมยกย่องเขามากคือ ตอนเด็กแอนดี้พูดภาษาอังกฤษไม่ได้เลย ทั้งพูดและฟังไม่กระดิกสักนิด แต่ด้วยที่หน้าตาฝรั่งจ๋าซะยังงั้นภาษาอังกฤษไม่กระดิกหู เลยถูกล้อจากเพื่อนๆจนแอนดี้คิดเป็นปมด้อยของตัวเอง

 

เขาเล่าย้อนอดีตว่า ช่วงนั้นปมนี้มันขยายในใจเขาขึ้นเรื่อยๆ เขาตั้งใจเด็ดเดียวที่จะแก้ปมนี้ให้หลุดไป จึงขอแม่ไปเรียนพิเศษ เรียนภาษาอังกฤษนั่นเอง แอนดี้บอกว่าเขาเรียนทั้งพูดและเขียนอย่างหนัก แอนดี้คร่ำเคร่งเรียนภาษาพ่ออยู่หลายปีจนสำเร็จวิชา ไวยากรณ์แน่น คำศัพท์ภาษาอังกฤษแทบจะรู้ทุกตัว และสำเนียงก็เป๊ะ

 

แอนดี้แกะปมในชีวิตออกได้เพราะคิดแก้ไข ทำให้ชีวิตเด็กหนุ่มลูกครึ่งที่มีกรรมที่ไม่กระดิกภาษาอังกฤษกลับมามีความสุข แล้วยังได้ของแถมอีกต่างหาก นั่นคือ

 

แอนดี้เป็นติวเตอร์สอนภาษาอังกฤษให้กับเพื่อนๆน้องๆตั้งแต่อยู่ชั้นมัธยมฯได้สตังค์จากค่าสอนไปใช้จ่ายเลี้ยงดูตัวเองเดือนละไม่น้อย

 

เรื่องของ “ใหม่ ดาวิกา”กับ “แอนนี้/ฮีโร่ในใจผม”มีความเหมือนกัน เป็นกรรมที่เกิดมาเป็นลูกครึ่ง แต่ต่างกันที่ชีวิตของคนทั้งสองอยู่คนละเส้นทาง ความนึกคิดคงไม่เหมือนกันด้วย

 

เรื่องโดย นพรัฐ พรวนสุข

The post กรรมของลูกครึ่ง appeared first on nokdevil.

]]>
http://mblog.manager.co.th/nokdevil/2015/03/29/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b6%e0%b9%88%e0%b8%87/feed/ 0