Just another weblog

วีรกรรม ชัช อุบลจินดา หนุ่มชาวจังหวัดกระบี่ช่วยชีวิตสองนักท่องเที่ยวชาวนอรเวย์พ้นจากโคลนดูดถูกเผยแพร่ไปทั่วโลกโซเชียลมีเดีย คนทั้งโลกได้รู้ได้เห็นน้ำใจและคุณธรรมของคนไทย สร้างความซาบซึ้งเป็นที่ชื่นชมแก่คนดูอย่างมาก   ผลจากภาพเหตุการณ์นี้ทำให้เกิดกระแสตีกลับในสายตาชาวโลกที่ก่อนหน้านั้นมองคนไทยและเมืองเราติดลบ เป็นบ้านเมืองที่คนเละเทะสังคมเลอะเทอะ มีแต่การทะเลาะเบาะแว้งที่ไม่มีวันยุติ ผู้มีอำนาจมุ่งกอบโกยเป็นกังฉินโกงบ้านกินเมือง โจรผู้ร้ายมีทุกรูปแบบ ก่อการร้ายที่ไม่เคยมีก็มาแล้วเปิดฉากระเบิดสี่แยกราชประสงค์นักท่องเที่ยวต่างชาติตายเกลื่อน กะหรี่ผู้หญิงขายตัวชุกชุมยิ่งกว่ายุง   แต่พอคลิปหนุ่มชัชงัดฝรั่งขึ้นจากโคลนดูดออกแพร่ไป ภาพเมืองไทยในสายตาชาวโลกสดใสแจ่มแจ๋วขึ้นทันตาเห็น   มีคนหัวแหลมเสนอให้นำภาพเหตุการณ์คุณธรรมน้ำใจคนไทยอันนี้ตัดต่อเป็นภาพโปรโมทการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นความคิดที่น่าสนับสนุนเพราะมันเป็นภาพความจริงที่มีค่ามากเกินกว่าคำบรรยายจะพรรณาได้จริงๆ และจะได้ผลอย่างมาก เพราะจุดขายของไทยที่โดดเด่นเป็นสิ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกมาตลอดก็คือความที่คนไทยมีน้ำใสใจคอโอบอ้อมอารี มีความเป็นมิตรกับคนแปลกหน้า เป็นสยามเมืองยิ้ม หากแต่ความดีงามนี้มันถูกทำลายไปเพราะปัญหาการเมืองจากนักการเมืองเส็งเคร็งและเศรษฐกิจเฮงซวยที่ทำให้คนไทยยากจนลงต้องต่อสู้เอาตัวรอดไปวันๆ ไม่มีกะจิตกะใจเหลือให้คนอื่น   จนในระยะหลังคนไทยในสายตาของคนต่างชาติถูกมองไม่ดี   ถ้าทางการคิดนำคลิปวีรกรรมอันนี้เป็นสื่อโปรโมทประเทศย่อมจะเรียกสิ่งดีๆที่หายไป กลับคืนได้โดยไม่ต้องเปลืองทุนและแรงใดเลย   แต่อย่าลืมให้ค่าลิขสิทธิ์แก่วีรชนชัช อุบลจินดา แม้เขาจะไม่เรียกร้องแต่ก็ต้องเอาเงินไปยัดใส่มือเขาเนื่องเพราะมันเป็นธรรมเนียมและเป็นสิทธิ์ของเขาที่ควรจะได้รับการตอบแทน   ที่คาดว่าชัช อุบลจินดาไม่เรียกร้องค่าลิขสิทธิ์ก็เพราะเห็นจากการกระทำของเขามันฟ้อง คือ ในคลิปเมื่อเขาช่วยฝรั่งพ้นจากทุกขภัยแล้วเขาได้เดินจากไปโดยไม่หันมาเลย เขาไสหัวเรือแล่นเรือลำน้อยออกท้องทะเลไปอย่างโดดเดี่ยวเหมือนว่าไม่เกิดอะไรขึ้น   แต่คนดูคลิปในภายหลังนับถือเป็นวีกรรมอันยิ่งใหญ่ ที่ชัช อุบลจินดา ทอดร่างให้ฝรั่งตัวใหญ่กว่าเขาและน้ำหนักมากกว่าเขาหลายเท่าเหยียบร่างเขาเป็นสะพานข้ามพ้นความตายไป การกระทำของเขาเราได้เห็นในวันนี้ แต่เคยฟังโวหารของSimon & Art Garfunkel กล่าวไว้เมื่อหลายสิบปีก่อนแล้วในเพลง Bridge over troubled […]

Read more...



ความคืบหน้าการสอบสวนสืบสวนหามือวางระเบิดศาลท้าวมหาพรหม แยกราชประสงค์ ตำรวจเรียกบุคคลต้องสงสัยเป็นคนร่วมลงมือวางระเบิด จากที่ปรากฏตัวในภาพจากกล้องวงจรปิดมาสอบถามเกือบจะครบทุกคน แต่ไม่พบพิรุธกับคนเหล่านี้   นอกจากนั้นยังได้เรียกสอบพยานอื่นซึ่งมาเกือบครบร้อยแล้ว คือสอบพยานไปแล้ว 94 คน จะต้องได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการสืบสวนในคดีต่อไปไม่น้อย   คนสำคัญที่โผล่หน้ามาเกี่ยวพันคดีอย่างชายเสื้อขาวกับหนุ่มเสื้อแดงที่ถูกสงสัยจะร่วมขบวนการวางระเบิดด้วย เพราะยืนอยู่ในจุดวางระเบิดพอดีมาให้ปากคำแล้ว ตำรวจเห็นว่าสองคนนี้ไม่มีเกี่ยวข้องไปแล้ว เหลือแต่หญิงเสื้อดำอีกคนยังไม่พบตัว กำลังควานหาตัวมาให้การอยู่   หลังเหตุเกิดแล้วสามวันเข้าวันที่สี่ การสอบสวนมีผู้ต้องสงสัยเป็นมือวางระเบิดรายเดียวคือชายหน้าตาแบบชาวตะวันตกจะเป็นแขกขาวหรือฝรั่งยังไม่ชัด ใส่เสื้อสีเหลือง กางเกงขาสั้น รองเท้าผ้าใบสีดำแกมแดง   และตอนนี้ยังไม่มีคนต้องสงสัยเป็นคนร้ายรายอื่นมาให้คิดมาเป็นแคนดิเดตแต่อย่างใด   ตำรวจได้เรียกตัวพยานสำคัญสองคนคือคนขับรถตุ๊กตุ๊กกับคนขับมอเตอร์ไซค์รับจ้างมาสอบถามแล้ว ได้ข้อเท็จจริงว่าชายเสื้อเหลืองเป็นคนต่างชาติแน่เพราะไม่พูดภาษาไทย แต่พูดภาษาอื่นและไม่ใช่ภาษาอังกฤษ   ชายผู้ต้องสงสัยนี้มาวางระเบิดที่ศาลพระพรหมโดยรถตุ๊กตุ๊ก แล้วหลังเกิดเหตุหลบหนีไปกับมอเตอร์ไซค์รับจ้าง หลังจากนั้นมันไปไหนต่อ มีใครพบเห็นอีกหรือไม่ยังไม่มีข่าวว่ายังไง   ถึงวันนี้คิดง่ายๆ ก็น่าเชื่อแล้วว่า ชายชาวต่างชาติเสื้อเหลืองคงจะเป็นคนวางระเบิดแน่ เพราะถ้าไม่ใช่มันก็น่าจะมาแสดงความบริสุทธิ์ใจกับตำรวจไปแล้ว   และคิดว่าคงจะทำงานคนเดียวเพราะการก่อวินาศกรรมเขาไม่ใช้คนมาก ยิ่งคนมากข่าวจะรั่วและล้มเหลวได้ง่าย ไม่เหมือนแก๊งม้าเหล็กพวกล้วงกระเป๋าแถวอนุสาวรีย์ชัยฯที่จะต้องมีตัวบังตัวกันคอยช่วยจัดฉากสร้างโอกาสให้คนลงมือฉก แก๊งล้วงกระเป๋าจำเป็นต้องมีตัวทำงานหลายคน แต่วางระเบิดคนเดียวทำได้   คดีนี้คนไทยอยากรู้อยากให้ตำรวจจับคนร้ายให้ได้แต่จะจับคนร้ายได้ไหมก็ขึ้นอยู่กับตำรวจไทยจะมีฝีมือ หรือเปล่า งานนี้จะว่ายากก็ไม่ยาก จะว่าง่ายก็ไม่ได้เพราะตำรวจไทยพักหลังกับคดีแบบนี้ราคาคุยเสียมาก บึ้มกี่ครั้งเห็นจับไม่ได้สักราย  

Read more...