Just another weblog

ระหว่างลงลิฟต์ที่ศูนย์การค้าแห่งหนึ่ง พนักงานขายหนุ่มสาวสามคนที่อาศัยลิฟต์มาด้วยกัน สองคนถือกาแฟเย็นมาคนละแก้ว แอบฟังเขาสนทนากัน ผู้หญิงคนที่มือไม่มีแก้วกาแฟถามสองหนุ่มสาวว่า วันหนึ่งซื้อกาแฟกินกี่แก้ว คนผู้ชายบอกว่าวันละสองแก้ว คนถามดูมีอายุกว่าคำนวณออกมาเสร็จเลยว่าค่ากาแฟวันละ 90 บาท ผู้ชายพยักหน้าเป็นการยอมรับ ต้องกินทุกวันรึป่าวคนเดียวกันถามอีก ผู้หญิงอีกคนพยักหน้า แล้วทั้งหมดก็ออกจากลิฟต์ไป   แอบฟังเขาคุยกันแล้วย้อนนึกเรื่องตัวเอง ความคิดขณะกำลังจะรีบกลับบ้านสิ่งแรกที่ตั้งใจไว้ ถึงบ้านแล้วจะหากาแฟดื่มแก้อยากก่อนค่อยทำอย่างอื่นต่อไป กาแฟถ้วยที่คิดถึงนี้เป็นกาแฟถ้วยที่ 7 หรือ 8 ของวัน ก็จำไม่ได้แล้ว   เพราะเป็นคนติดกาแฟ ตื่นมาทุกเช้าต้องจัดการกับเอสเปรสโซเข้มข้นสามถ้วยเป็นอย่างน้อย ถ้าต้องทำงานกับความคิดนั่งแช่นานหน่อยก็จะมีเพิ่มอีกถ้วยสองถ้วย กลางวันอีกถ้วยสองถ้วยแล้วแต่โอกาส อาจจะมากจะน้อยแต่ยังไงต้องมีกาแฟมาซด ตกเย็นอีกถ้วยหนึ่งและก่อนนอนอาจจะหามากระดกอีกในบางคืน   ถึงจะติดกาแฟถึงขั้นเข้าสายเลือดแต่ดื่มกาแฟสำเร็จรูปไม่ได้ เลือดลมมันแพ้หัวใจก็รับกาแฟซองไม่ได้ ดื่มถ้วยเดียวใจจะสั่นใจเต้นไม่เป็นจังหวะไปตลอดวัน สงสัยจะแพ้คาเฟอีนที่เข้มข้นของกาแฟพันธุ์โรบัสต้า เลยกินแต่เมล็ดกาแฟอะราบิก้าเท่านั้น   กาแฟเป็นของเสพติดกินเข้านานๆ จะคุ้นเคยร่างกายและจิตใจจะเรียกร้อง ถ้าไม่ได้เข้าไปจะทำให้ซึมเศร้าเหงาหงอยทั้งวัน ติดกาแฟแล้วก็เลิกยาก กลายเป็นต้นทุนค่าครองชีพที่ต้องจ่ายออกวันละหลายตังค์   จากเรื่องเด็กหนุ่มสาวที่เล่ามานั้น จ่ายค่ากาแฟวันละ 90 บาทเป็นค่าใช้จ่ายไม่ใช่น้อย หากตัวผมเองกินกาแฟในปริมาณวันละนับสิบถ้วยถ้าไม่มีเครื่องทำกาแฟ ชงเองกินเองก็สมควรต้องจ่ายวันละครึ่งพัน … ลำบากแน่!   ต้นทุนชีวิตของคนยุคสโลว์ไลฟ์สมัยนี้สมควรบวกค่ากาแฟเข้าไปด้วยวันละเฉียดร้อยบาท ขณะที่รายได้ขั้นต่ำวันละ300 […]

Read more...



ความคืบหน้าการสอบสวนสืบสวนหามือวางระเบิดศาลท้าวมหาพรหม แยกราชประสงค์ ตำรวจเรียกบุคคลต้องสงสัยเป็นคนร่วมลงมือวางระเบิด จากที่ปรากฏตัวในภาพจากกล้องวงจรปิดมาสอบถามเกือบจะครบทุกคน แต่ไม่พบพิรุธกับคนเหล่านี้   นอกจากนั้นยังได้เรียกสอบพยานอื่นซึ่งมาเกือบครบร้อยแล้ว คือสอบพยานไปแล้ว 94 คน จะต้องได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการสืบสวนในคดีต่อไปไม่น้อย   คนสำคัญที่โผล่หน้ามาเกี่ยวพันคดีอย่างชายเสื้อขาวกับหนุ่มเสื้อแดงที่ถูกสงสัยจะร่วมขบวนการวางระเบิดด้วย เพราะยืนอยู่ในจุดวางระเบิดพอดีมาให้ปากคำแล้ว ตำรวจเห็นว่าสองคนนี้ไม่มีเกี่ยวข้องไปแล้ว เหลือแต่หญิงเสื้อดำอีกคนยังไม่พบตัว กำลังควานหาตัวมาให้การอยู่   หลังเหตุเกิดแล้วสามวันเข้าวันที่สี่ การสอบสวนมีผู้ต้องสงสัยเป็นมือวางระเบิดรายเดียวคือชายหน้าตาแบบชาวตะวันตกจะเป็นแขกขาวหรือฝรั่งยังไม่ชัด ใส่เสื้อสีเหลือง กางเกงขาสั้น รองเท้าผ้าใบสีดำแกมแดง   และตอนนี้ยังไม่มีคนต้องสงสัยเป็นคนร้ายรายอื่นมาให้คิดมาเป็นแคนดิเดตแต่อย่างใด   ตำรวจได้เรียกตัวพยานสำคัญสองคนคือคนขับรถตุ๊กตุ๊กกับคนขับมอเตอร์ไซค์รับจ้างมาสอบถามแล้ว ได้ข้อเท็จจริงว่าชายเสื้อเหลืองเป็นคนต่างชาติแน่เพราะไม่พูดภาษาไทย แต่พูดภาษาอื่นและไม่ใช่ภาษาอังกฤษ   ชายผู้ต้องสงสัยนี้มาวางระเบิดที่ศาลพระพรหมโดยรถตุ๊กตุ๊ก แล้วหลังเกิดเหตุหลบหนีไปกับมอเตอร์ไซค์รับจ้าง หลังจากนั้นมันไปไหนต่อ มีใครพบเห็นอีกหรือไม่ยังไม่มีข่าวว่ายังไง   ถึงวันนี้คิดง่ายๆ ก็น่าเชื่อแล้วว่า ชายชาวต่างชาติเสื้อเหลืองคงจะเป็นคนวางระเบิดแน่ เพราะถ้าไม่ใช่มันก็น่าจะมาแสดงความบริสุทธิ์ใจกับตำรวจไปแล้ว   และคิดว่าคงจะทำงานคนเดียวเพราะการก่อวินาศกรรมเขาไม่ใช้คนมาก ยิ่งคนมากข่าวจะรั่วและล้มเหลวได้ง่าย ไม่เหมือนแก๊งม้าเหล็กพวกล้วงกระเป๋าแถวอนุสาวรีย์ชัยฯที่จะต้องมีตัวบังตัวกันคอยช่วยจัดฉากสร้างโอกาสให้คนลงมือฉก แก๊งล้วงกระเป๋าจำเป็นต้องมีตัวทำงานหลายคน แต่วางระเบิดคนเดียวทำได้   คดีนี้คนไทยอยากรู้อยากให้ตำรวจจับคนร้ายให้ได้แต่จะจับคนร้ายได้ไหมก็ขึ้นอยู่กับตำรวจไทยจะมีฝีมือ หรือเปล่า งานนี้จะว่ายากก็ไม่ยาก จะว่าง่ายก็ไม่ได้เพราะตำรวจไทยพักหลังกับคดีแบบนี้ราคาคุยเสียมาก บึ้มกี่ครั้งเห็นจับไม่ได้สักราย  

Read more...