HR experience by NoomSumon

ประสบการณ์และมุมมองด้านการบริหารคน จากที่ปรึกษามืออาชีพด้านการวางระบบบริหารค่าจ้างและเงินเดือน สุมน

เลิกกันแล้ว…. ไม่จ่ายได้ไหม

June23

พนักงานเกษียณอายุ นายจ้างต้องจ่ายอะไรเพิ่มเติมให้พนักงานหรือไม่ ?  เรื่องที่นายจ้างและผู้จัดการบุคคลหลายคนพลาดมาแล้ว

แถมด้วยข้อมูลการกำหนดอายุเกษียณ และสถิติที่น่าสนใจ  ติดตามกันได้ครับ…..

.

บ่ายวันศุกร์ที่ผ่านมา มีคำถามน่าสนใจจากลูกค้าท่านหนึ่ง
เป็นคำถามที่ดูง่ายๆ สำหรับ
HR หรือผู้รู้กฎหมายแรงงาน แต่เชื่อไหมครับ นายจ้างหลายรายพลาดมาแล้ว !!!
คำถามมีอยู่ว่า “ถ้าพนักงานเกษียณอายุ บริษัทต้องจ่ายอะไรเป็นพิเศษให้แก่พนักงานหรือไม่
?”

คำตอบ คือ ต้องจ่ายครับ
อย่างน้อยต้องจ่ายค่าชดเชยตามที่กฎหมายกำหนดไว้ใน พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน
(หรือที่บางคนเรียกติดปากว่ากฎหมายแรงงาน) เพราะการที่พนักงานเกษียณอายุงาน ตามเงื่อนไขระเบียบ
หรือข้อบังคับการทำงาน ถือว่า เป็นการเลิกจ้างด้วยเหตุแห่การเกษียณ
ซึ่งมิใช่การกระทำความผิด ดังนั้น นายจ้างจึงมีหน้าที่ต้องจ่ายเงินค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้างที่เกษียณอายุด้วย
ตามมาตรา
118 แห่ง พรบ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ซึ่งระบุไว้ดังนี้

มาตรา ๑๑๘ ให้นายจ้างจ่ายค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้างซึ่งเลิกจ้างดังต่อไปนี้

(๑) ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบหนึ่งร้อยยี่สิบวัน
แต่ไม่ครบหนึ่งปี ให้จ่าย ไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายสามสิบวัน หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงานสามสิบวัน
สุดท้ายสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย


(๒) ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบหนึ่งปี แต่ไม่ครบสามปี
ให้จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายเก้าสิบวัน
หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงานเก้าสิบวันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย


(๓) ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบสามปี แต่ไม่ครบหกปี
ให้จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายหนึ่งร้อยแปดสิบวัน
หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงานหนึ่งร้อยแปดสิบวันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย


(๔) ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบหกปี แต่ไม่ครบสิบปี
ให้จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายสองร้อยสี่สิบวัน หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงานสองร้อยสี่สิบวันสุดท้ายสำหรับลูกจ้าง
ซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย


(๕) ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบสิบปีขึ้นไป
ให้จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายสามร้อยวัน
หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงานสามร้อยวันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย

 

เรื่องพนักงานเกษียณแล้วนายจ้างไม่ยอมจ่ายค่าชดเชยให้นี้เคยมีการฟ้องร้องที่ศาลแรงงานกันมาแล้ว
ผลคือนายจ้างแพ้ครับ ตัวอย่างยอดนิยมเรื่องนี้คือคำพิพากษาฎีกาที่ 4732/2548

 

พูดถึงเรื่องการเกษียณแล้ว
ขอเล่าต่อถึงเรื่องอายุการเกษียณสำหรับภาคเอกชนในเมืองไทยซึ่งอ้างอิงจาก
ข้อมูลผลการสำรวจของบริษัทการจัดการธุรกิจ
จำกัด
พบว่ามักจะนิยมกำหนดไว้ที่ 55 และ 60 ปี โดยนิยมให้เกษียณอายุที่
60 ปีมากกว่า 55 ปีเล็กน้อยครับ



 

จากการพูดคุยกับลูกค้าหลายๆ แห่ง บางองค์กรมีการพิจารณาการต่ออายุงานพนักงานหลังครบเกษียณด้วย
เพราะบางตำแหน่งต้องการคนที่มีประสบการณ์สูง แต่กลับหาคนที่มีคุณสมบัติเหมาะสมและถูกใจยาก
จึงมีความจำเป็นที่จะต้องจ้างต่อเป็นรายกรณีไป

 

นอกจากเงินชดเชยตามกฎหมายแรงงานแล้ว หลายๆ
องค์กร มักจะมีการออมเงินไว้ให้พนักงานไว้ใช้จ่ายหลังการเกษียณ
นอกเหนือจากประกันสังคมที่กฎหมายกำหนดไว้อีกด้วย
เครื่องมือที่นิยมมากที่สุดในปัจจุบัน ก็คือ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
ซึ่งจากผลการสำรวจโดยบริษัทการจัดการธุรกิจ จำกัดเมื่อปีที่ผ่านมา กว่า
3 ใน 4 ของผู้ที่เข้าร่วมการสำรวจ จัดกองทุนสำรองเลี้ยงชีพให้กับพนักงาน
โดยพนักงานจะออมเงินส่วนหนึ่งและบริษัทจะจ่ายสมทบให้พนักงานอีกส่วนหนึ่งในสัดส่วนที่เท่ากันหรือมากกว่า
ซึ่งนิยมสมทบในช่วงอัตรา
2% – 11%

รองลงมาซึ่งมีอยู่อีกประมาณ 10%จะให้ในลักษณะบำเหน็จหรือเงินก้อนซึ่งโดยมากจะให้โดยคำนวณจากอัตราเงินเดือน
เดือนสุดท้ายของพนักงานผู้นั้นคูณด้วยจำนวนปีทำงานกับบริษัท
ซึ่งบางบริษัทจะมีตัวคูณบางตัวมาคูณค่าที่ได้นี้อีกทีหนึ่งเพื่อเพิ่มจำนวนเงินให้ดึงดูดพนักงานให้ทำงานกับองค์กรนานมากขึ้น



 

เงินออมสำหรับไว้ใช้จ่ายหลังเกษียณนี้สำคัญสำหรับลูกจ้างมากในการดำรงชีพหลังเกษียณ
เพราะมีแนวโน้มว่าอนาคตผู้คนจะมีลูกหลานน้อยลง เรื่องจะหวังให้ลูกหลานเลี้ยงดูยามแก่เฒ่าก็คงยากมากขึ้น
ประกอบกับสมัยนี้อายุเฉลี่ยของคนสูงมากขึ้นกว่าแต่ก่อนด้วย
นั่นแปลว่าเราจะมีโอกาสใช้ชีวิตหลังเกษียณยาวนานมากขึ้น จึงจำเป็นต้องใช้เงินในจำนวนมากยิ่งขึ้น

นายจ้างแห่งใดที่ยังไม่มีนโยบายพวกนี้หรือมีแต่อัตราสมทบค่อนข้างต่ำ
โปรดช่วยพิจารณาสวัสดิการเรื่องนี้ด้วยครับ ส่วน
มนุษย์
เงินเดือนก็อย่ามัวหวังแต่ความช่วยเหลือจากนายจ้างอย่างเดียว
เพราะอาจจะอาจไม่พอหรือไม่ทันก็ได้ ต้องหาทางช่วยตนเองด้วย
ท่านใดที่อายุใกล้เกษียณ หากยังไม่มีแผนการใช้ชีวิตหลังเกษียณ
โปรดเริ่มวางแผนได้แล้ว จะได้มีเวลาปรับตัวทันครับ



ด้วยความปรารถนาดี

สุมน จักษ์เมธา

5 Comments to

“เลิกกันแล้ว…. ไม่จ่ายได้ไหม”

  1. June 25th, 2011 at 7:53 pm       noomsumon Says:

    ยินดีมากครับที่ความรู้ ประสบการณ์ และมุมมองของคนตัวเล็กๆ คนหนึ่งเป็นประโยชน์ต่อสังคม

    ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามมาโดยตลอด รวมทั้งคุณ rapeseed ด้วยที่กรุณาร่วมแบ่งปันประสบการณ์ดีๆ ต่อสังคมครับ


  2. June 25th, 2011 at 12:18 am       rapeseed Says:

    ขอบคุณสำหรับคำตอบคะคุณหนุ่มสุมน ข้อมูลทำให้ภาพเด่นชัดขึ้น การขยายอายุการเกษียณอายุกระทบกับสิทธิและความเสมอภาคจริงๆคะ เคยทำงานองค์กรหนึ่ง ตอนนั้นเราต้องการหัวหน้างานในอีกจังหวัดหนึ่ง เราและนายได้เลือกผู้สมัครสองคนที่เห็นแววว่าจะสามารถมารับตำแหน่งนั้นได้ คนหนึ่งอายุเกือบห้าสิบปี และอีกคนหนึ่งอายุหกสิบห้าปี ทั้งสองคนต่างทำงานองค์กรระดับใหญ่ๆ แต่คนที่หกสิบห้าปีนี้เกษียณแล้วและทำงานเป็นที่ปรึกษาตามองค์กรดังๆและทำงานมาแล้วทั่วโลก สุดท้ายนายเลือกคนอายุเกือบห้าสิบปีเพราะเหตุผลทางด้านศีลธรรมและความเท่าเทียม และเราเลือกคนอายุหกสิบห้าปีเป็นที่ปรึกษาอาวุโสของโครงการคะ ขอบคุณบล็อกที่ให้ประโยชน์และมุมมองที่ดีเสมอมานะคะ


  3. June 24th, 2011 at 2:02 pm       tony Says:
  4. June 24th, 2011 at 9:51 am       noomsumon Says:

    แนวคิดการเพิ่มอายุเกษียณ เริ่มมีบ้างแล้ว แต่ยังไม่เป็นกระแสเด่นชัดครับ เพราะมีเรื่องของสิทธิและความเสมอภาคมาเกี่ยวข้องด้วยครับ

    ผู้บริหาระดับสูงทั้งหลายในภาคธุรกิจคิดหนักในเรื่องนี้ เพราะ ถ้าขยายอายุเกษียณไป ทุกตำแหน่งงานก็ต้องเกษียณอายุตามเกณฑ์ใหม่ด้วย และมันจะส่งผลกระทบบต่อธุรกิจด้วย เช่น บางตำแหน่งต้องอาศัยสภาพร่างกายประกอบการทำงาน ก็ไม่เหมาะที่จะใช้คนมีอายุมากทำงาน เมื่อขยายอายุเกษียณออกไป ก็แปลว่าต้องให้พนักงานผู้นั้นทำงานต่อไปอีกด้วย ถ้าสังขารไม่ไปด้วย งานก็เดินไม่ได้หรือเดินได้ไม่ดี กระทบต่อทั้งงานของธุรกิจและต้นทุนธุรกิจไปด้วย

    ในทางกลับกัน บางองค์กรมีงานที่ต้องการคนที่มีความรู้และประสบการณ์มาใช้งาน เข้าทำนองยิ่งแก่ยิ่งดี องค์กรก็ต้องการเก็บพนักงานพวกนี้ไว้ ยังไม่อยากปล่อยให้เกษียณไปเฉยๆ องค์กรเหล่านั้นจึงแก้ไขโดยใช้วิธีให้เกษียณก่อนแล้วจ้างต่อเป็นสัญญาระยะสั้น โดยพิจารณาเป็นรายๆ ไป ครับ


  5. June 24th, 2011 at 12:26 am       rapeseed Says:

    ขอบคุณข้อมูลดีๆด้านกฏหมายคะ เมืองไทยมีแนวโน้มจะต่ออายุเกษียณเป็น 65 ปี บ้างไหมคะ แต่ก็คงมีข้อด้อยว่าถ้าต่ออายุเกษียณ 65ปีจริงๆ คนที่อายุน้อยกว่าคงต้องรอนานสำหรับการโปรโมทตำแหน่งงาน


You must be logged in to post a comment.