marketing-CHILL

ล้อมวงพูดคุยเรื่องมาร์เก็ตติ้งแบบชิลล์ ชิลล์

เรียนรู้กลยุทธ์ชาเขียวอิชิตัน

June10

 การลอนซ์สินค้าชาเขียว “อิชิตัน” เข้าสู่ตลาด ถือเป็นการเปิดตัวสินค้าที่ “ตัน ภาสกรนที” มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญที่วงการเครื่องดื่มให้การยอมรับอย่างยิ่ง

 

.การลอนซ์สินค้าชาเขียว “อิชิตัน” เข้าสู่ตลาด ถือเป็นการเปิดตัวสินค้าที่ “ตัน ภาสกรนที” มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญที่วงการเครื่องดื่มให้การยอมรับอย่างยิ่ง



หลายคนวิเคราะห์ว่าอิชิตันจะเป็นตัวกระตุ้นให้ตลาดชาเขียวกลับมาคึกคักมีอัตราการเติบโตถึง 30% จากปกติเติบโตเฉลี่ย 20% เท่านั้น แม้อิชิตันจะถ่อมตัวว่าวางเป้าหมายหวังเพียงเป็นแบรนด์ท็อปทรีของตลาดภายใน 3 ปี เท่านั้น






แต่การเข้าสู่ตลาดของอิชิตันครั้งนี้ กลับไม่ธรรมดา และมีกลยุทธ์การตลาดที่น่าสนใจหลายประเด็นคือ



1.เจาะกลุ่มเป้าหมายอายุ 15-40 ปีขึ้นไป ทั้งกลุ่มผู้หญิงและผู้ชาย



2.วางตำแหน่งทางการตลาดเป็นชาเขียว ออร์แกนิค กรีนที 100% เพื่อให้สอดรับกับกระแสสุขภาพที่มาแรงทั่วโลก และเทรนด์ออร์แกนิคที่กำลังได้รับความนิยม



3.ใช้บรรจุภัณฑ์ขนาด 420 มล. อยู่ตรงกลางระหว่างบรรจุภัณฑ์หลัก 2 ขนาด ที่มีใช้มากที่สุดในตลาดคือ ขนาด 500 มล.ซึ่งมีข้อเสียเปรียบ คือ ปริมาณมากเกินไปสำหรับผู้หญิงและเด็ก และขนาด 350 มล.ปริมาณน้อยเกินไปสำหรับผู้ชาย



4.วางจำหน่ายในราคา 16.00 บาท เป็นตำแหน่งราคาที่มีอิชิตันเชื่อว่ามีความคุ้มค่า เมื่อเทียบกับขนาด 350 มล. และยังมีราคาต่ำกว่าขนาด 500 มล. ที่วางจำหน่ายในช่วงราคา 18.00-20.00 บาท



5.เลือกการออกแบบแพกเกจจิ้งให้ดูทันสมัย สะดุดตาผู้ซื้อเมื่อวางเทียบกับสินค้าคู่แข่งอื่นๆในตู้แช่



6.วางจำหน่าย 3 รสชาติ พร้อมกัน คือ ออริจินัล , น้ำผึ้งผสมมะนาว และเก๊กฮวย ซึ่งรสออริจินัล , น้ำผึ้งผสมมะนาว เป็นสองรสชาติหลักที่มีสัดส่วนการขายค่อนข้างมาก



7.การเริ่มต้นด้วยสินค้าเอ็กซ์คลูซีฟในเซเว่น อีเลฟเว่น ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่เคยใช้ได้ผลมาแล้วในการแจ้งเกิดชาเขียวแบรนด์ “โออิชิ” เพราะเครือข่ายของร้านสะดวกซื้อเบอร์ 1 แห่งสยามประเทศนี้ จะช่วยตอกย้ำการรับรู้ในตราสินค้าและก่อให้เกิดการทดลองซื้อเพื่อ “ชิม” แก่ผู้บริโภคได้เป็นอย่างดีหลังจากได้เห็นสินค้าจากการโฆษณาในหลากหลายสื่อมาก่อนหน้านี้แล้ว






อย่างไรก็ดีในช่วงแรกนี้แม้ว่าอิชิตันจะไม่ได้ตั้งเป้าว่าจะเป็นเบอร์ 1 ในตลาด แต่ต้องการเป็นอันดับ 1 ในด้านของคุณภาพในการผลิตชาที่ดีสู่ผู้บริโภคก็ตาม เพราะเครือข่ายการกระจายสินค้าที่เลือกใช้ดีเคเอสเอชให้เป็นผู้กระจายสินค้านั้นต้องใช้เวลา 1-2 ปี สินค้าถึงจะเข้าถึงมือผู้บริโภคได้อย่างครอบคลุมทุกช่องทาง






แต่จากการลงทุน 2,380 ล้านบาท เพื่อสร้างโรงงานผลิตที่มีกำลังการผลิตถึง 144 ล้านลิตร /ปี หรือ 15 ล้านขวดต่อเดือน ในนิคมอุตสาหกรรมโรจนะ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นั้นเป็นสิ่งยืนยันถึงเป้าหมายในอนาคตของสินค้าตัวนี้และในเครืออื่นๆได้เป็นอย่างดีว่าจริงจังในระดับ “มากถึงมากที่สุด”



การรุกครั้งนี้ผลกระทบจึงไม่ได้อยู่แค่ผู้นำตลาดอย่างแบรนด์โออิชิหรือแบรนด์ชาเขียวในตลาดอื่นๆเท่านั้น แต่เชื่อว่าผู้ประกอบการในตลาดเครื่องดื่มต่างจับตามองก้าวต่อไปของอิชิตันกันทั้งนั้น เพราะหลายรายต่างรู้ซึ้งถึง “กึ๋น” ของ “ตัน ภาสกรนที” ว่าชายผู้นี้มีความลึกล้ำและเฉียบคมขนาดไหน พิสูจน์ได้จากผลงานการสร้างแบรนด์โออิชิที่ผ่านมา ถึงขนาดในช่วงเวลาหนึ่งตลาดเครื่องดื่มหลายๆชนิดต้องกบดานนิ่งๆเพื่อหลีกทางให้กระแสชาเขียวโออิชิมาแล้ว



 

by posted under เศรษฐกิจ | Comments Off    

You must be logged in to post a comment.