Favorites Oldsongs by chaba2550

`*:•.☆۩..สายน้ำที่ไหลกลับ…´¯*¤°•★ •:*´¨ nam2549@gmail.com..+*

.."คิดถึงพี่หน่อย" ระพิน ภูไทย ชีวิตลูกทุ่งดังแสนอาภัพ..+*

January11

ผมไม่แน่ใจว่าต้นฉบับที่เขียนนี้จะไปตีพิมพ์พอดีหรือคลาดเคลื่อนกับวันประวัติศาสตร์ของวงการเพลงลูกทุ่ง

นั่นคือวันที่เราสูญเสียยอดนักร้องเพลงหวานอมตะผู้ยิ่งใหญ่อีกคนหนึ่งซึ่งจะเป็นใครไปไม่ได้ ถ้าไม่ใช่เขา…ระพิน ภูไท

ผมเลือกเขียนถึงเขาด้วยเจตนาอยากจะให้ได้บันทึกวันที่เขาจากไปให้เป็นที่ประจักษ์

เผื่อบรรดานักจัดรายการวิทยุทุกๆ คลื่น จะได้จดจำเอาไปทำรายการดีๆ เพื่อเขาบ้าง อย่าลืมหรือละเลยด้วยเหตุผลง่ายๆ ว่าไม่รู้

ระพิน ภูไท เสียชีวิตเมื่อเวลาประมาณตีสี่ 04.00 น. ของคืนวันอาทิตย์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2524

ตายเพราะอะไร จะเล่าให้ฟัง

.

 

  

ระพิน ตกทุกข์ได้ยากแสนสาหัสสิ้นไร้ไม้ตอกจนแทบไม่เหลืออะไรเลย เขาต้องหอบลูกเมียไปอาศัยใบบุญแม่ยายที่มหาชัย สมุทรสาคร แล้วอาศัยชื่อเสียงเดิมๆ ที่เคยมีอยู่ไปขึ้นวงโน้นวงนี้รับเชิญพอได้เงินยาไส้

ก่อนจะพบจุดจบ เขาปวดขามาก ปวดติดต่อกันหลายวัน สังเกตดูพบว่าข้อเท้าบวม ขาก็บวม

การขึ้นเวทีครั้งสุดท้าย ระพิน รับเชิญไปกับวง ลูกทุ่งฉันทนา ของ ศิลป์ จิตรกร ได้เงินค่าตัว 1,000 บาท

เย็นวันอาทิตย์ที่ 22 มีนาคม ระพินตั้งใจไปหาหมอที่คลินิกเพราะรู้สึกขาจะบวมมากผิดปกติ แต่คลินิกปิด เขาเลยบอกกับภรรยาว่าเดี๋ยวไปรับเชิญวันที่ 24 ก่อน ได้เงินแล้ววันที่ 25 ค่อยมาตรวจ

แล้วไม่รู้นึกยังไง ระพิน เลยชวนภรรยาไปดูหนังเรื่อง ผีตาโบ๋

หนัง เลิกก็กลับบ้านนอน นอนพักเดียวบ่นร้อนมากไม่ไหวเลยออกไปนอนที่ม้าหินอ่อนใกล้ๆ หน้าบ้าน จู่ๆ ก็แน่นหน้าอกกลับเข้าบ้านยิ่งแน่นหน้าอกเข้าไปใหญ่ ภรรยาเลยตัดสินใจนำส่งโรงพยาบาลมหาชัย

แล้วตีสี่ของคืนวันอาทิตย์นั่นเอง ระพิน ภูไท ก็สิ้นลมหายใจสุดที่แพทย์จะเยียวยาได้

หมอ ให้เหตุผลการตายของเขาว่า เส้นโลหิตในสมองแตก เพราะว่าเขาเป็นโรคความดันสูงอยู่แล้ว (ซึ่งสาเหตุสำคัญมาจากการดื่มสุราจัดของเขานั่นเอง ดื่มจนเชื่อได้ว่าพิษสุราเรื้อรัง)

ศพของ ระพิน ภูไท รดน้ำและเผาที่ วัดสมรโกฏิ ต.บางกระสอ อ.เมือง นนทบุรี วันรดน้ำศพคือวันจันทร์ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2524 ไม่มีใครไปงานเขาเลย มีเพียงลูกเมียญาติและคนนับถือกันไม่ถึง 10 คน

ทั้งๆ ที่ ระพิน ภูไท เคยยิ่งใหญ่มาก และเคยเป็นที่พึ่งของคนนับร้อยที่ห้อมล้อมเขา เวลาที่เขาเดินอย่างสง่าเผ่าเผยในซอยบุปผาสวรรค์ รถบัสคันใหญ่เขาเคยจอดอยู่หน้าปากซอย คนผ่านจรัญสนิทวงศ์ทุกคนต้องจ้องมองรถเขา

แต่วันที่เขาจากไปกลับไม่มีใครอยู่เคียงข้างเขาเลย แล้วคุณผู้อ่านล่ะครับ ลืม ระพิน ภูไท หรือยัง?

ขอบคุณข้อมูลจากเวปสยามดารา…

http://www.siamdara.com/column/00000192.html



.
.


.

.
.


ขอบคุณเพื่อน ๆ หลายท่านจากเวป YouTube ช่วยกันโพสเพลงของระพิน ภูไท

ชบาเป็นแต่เพียงผู้รวบรวม มาทำเป็น playlist ให้ได้ฟังกัน

ขอบคุณ พี่แมน สปริงเกอร์ ในรายชื่อเพลงของระพิน ภูไท

ทำให้สะดวกในการค้นหาและรวบรวมครั้งนี้ค่ะ..



ประวัติ

ระพิน ภูไท มีชื่อจริงว่า บุญมี เรืองรัศมี เกิดเมื่อ พ.ศ. 2490 ที่ จ.สุโขทัย เป็นบุตรนายบุญมา และนางเจียน เรืองรัศมี มีพี่น้อง 8 คน เป็นคนที่ 5 เมื่อเขาโตขึ้น ครอบครัวย้ายมาอยู่ที่ พิษณุโลก โดยพ่อมีอาชีพถีบสามล้อรับจ้าง ต่อมาก็ซื้อรถสามล้อมาให้เช่า บางครั้งระพินจึงช่วยถีบสามล้อหาเงินบ้าง แต่เขาชอบที่จะร้องเพลงมากกว่า โดยชอบไปร้องเพลงเชียร์รำวงตามงานวัด ซึ่งพ่อแม่ของเขาก็ส่งเสริม โดยพาไปฝากอยู่กับวง “รวมดาวกระจาย” ของครูสำเนียง ม่วงทอง ที่มาเปิดการแสดงที่พิษณุโลก และครูก็รับเข้าร่วมวง หลังขึ้นไปทดลองร้องเพลง “กล่อมน้องนอนเปล” และ “ตำรวจครับ” ของ ชาย เมืองสิงห์และได้รับการตอบรับจากผู้ชมอย่างดี (บางแห่งบอกว่า เขาร้องเพลง ทุกข์ร้อยแปด ของชาย เมืองสิงห์ เป็นที่ถูกใจ ผู้ชมจึงขอให้เขาร้องเพิ่มอีกเพลง) เมื่อมาร่วมวง เขาใช้ชื่อว่า “เพชร พิษณุโลก”

ระพิน ซึ่งยังไม่ประสบความสำเร็จกับการเป็นนักร้อง ออกมาจากวงรวมดาวกระจาย หลังจากมีเรื่องชกต่อยกับน้องชายของครูสำเนียง และก็ได้หอบภรรยาชาวโคราช ที่พบรักตอนอยู่ในวง มาอยู่กับพี่สาวที่นครราชสีมา โดยหาเลี้ยงชีพด้วยการถีบสามล้อ ขณะที่ภรรยาขายของ

ต่อมาเมื่อวงดนตรีบรรจบ เจริญพรมาแสดงที่โคราช เขาจึงไปสมัครเป็นนักร้องในวง แต่ถูกปฏิเสธเพราะนักร้องเต็ม แต่ระพินก็ได้ขอขึ้นร้องหน้าเวที และเพราะสุ้มเสียงที่ไพเราะทำให้บรรจบ เปลี่ยนใจรับเข้ามาร่วมวงด้วย โดยใช้ชื่อว่า “ยอดเพชร ราชสีมา” แต่อยู่ประมาณ 1 ปี ก็ลาออก

 โด่งดัง

ปี 2514 ครูฉลอง ภู่สว่างนัก แต่งเพลงชื่อดังชอบในน้ำเสียงของเขาจึงแต่งเพลงให้ร้องชุดแรก 3 เพลง คือ เพลงลาก่อนความโกหก, ปีวอกหลอกพี่, คำสั่งคุณหมอ โดยใช้ชื่อ ระพิน ภูไท เป็นครั้งแรกแต่ไม่มีทุน แต่ในที่สุด ก็ได้ประกิจ ศุภวิทยาโภคี มาเป็นนายทุน โดยทำสัญญาระบุว่า ระพินต้องอัดแผ่นเสียงให้ห้างซิมสันของเขาเพียงแห่งเดียวในระยะเวลา 3 ปีและสังกัดอยู่กับวงดนตรี “พิณศรีวิชัย” เท่านั้น ถ้าไปร้องให้คนอื่นต้องถูกปรับเพลงละ 20,000 บาท ระพินรู้สึกว่าไม่เป็นธรรม แต่จนเมื่อเพลงชุดแรกดังแล้ว เขาได้ขอขึ้นค่าตัว แต่นายห้างไม่ยอม ระพินจึงงดออกงานกับวง ทำให้นายห้างฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย ระพินยอมออกจากวง และมาตั้งวงเองเมื่อปี 2515 ก่อนจะมีผลงานเพลงออกมามากมาย

ในช่วงปี 2516-2517 ที่ระพินรุ่งเรืองสูงสุดนั้น เขาเป็นนักร้องที่มีชื่อเสียงมาก มีค่าตัวแพงที่สุด วงของ เขามีงานถึงคืนละ 3 ที่ตลอดปี จนต้องทำวงขึ้น 3 วง และเปิดแสดงในพื้นที่ไม่ห่างกันมากนัก เพื่อที่ตัว หัวหน้าวงจะได้คอยวิ่งรอกได้ ระพินจึงมีเงินทองมากมาย รวมทั้งความสุขสบาย และความสุรุ่ยสุร่าย เขามีรถยนต์ถึง 4 คัน คือแลนเซียบีเอ็มดับเบิ้ลยูซีตรอง และโตโยต้าถึงขั้นต้องจับไม้สั้นไม้ยาวว่าวันนั้นจะใช้คันไหน และมีภรรยาถึง 3 คน ประกอบกับความมีน้ำใจของเขา ทำให้ทรัพย์สินร่อยหรอ อย่างรวดเร็ว ทั้งๆ ที่สมัยอยู่วงรวมดาวกระจาย เขาเป็นคนที่ทำงานหนัก และประหยัดที่สุด เขาไม่เอาเปรียบใคร และไม่ค่อยยุ่งกับใคร เขาจะไม่ยอมเสียเงินค่าโรงแรมตอนที่ออกเดินสาย แต่จะอาศัยนอนบนรถของวง และต้องเผชิญกับกองทัพยุงอยู่เป็นนิจ

 ตกต่ำ

ในระยะหลัง เมื่อความนิยมตกต่ำ ระพิน ภูไท เริ่มประสบปัญหาชีวิตมากมายจนกลายเป็นคนดื่มเหล้าจัด จนต้องเลิกวงประมาณปี 2520 เพราะเมาจนร้องเพลงไม่ได้ ภรรยาก็แบ่งสมบัติ และเลิกราแยกย้ายกันไป จนเหลือแต่ภรรยาคนสุดท้าย ระพินเริ่มกลับมายากจนอย่างมากอีกครั้ง

ต่อมาในปี 2523 ถนอม จันทร์เกตุ เพื่อนสนิทของระพิน พาไปพบชลธี ธารทองนักแต่งเพลงชื่อดังขอให้แต่งเพลงให้ โดยทั้งคู่เคยเป็นเพื่อนรักกันสมัยอยู่วง “รวมดาวกระจาย” และระพิน เคยพยายามชวนครูชลธีมาร่วมเป็นนักร้องในวงของเขาสมัยรุ่งเรืองด้วย โดยเสนอค่าตัวในระดับสูงมากเมืองเทียบกับสมัยนี้ แต่ชลธีซึ่งไปร่วมร้องเพลงเป็นบางครั้งบางคราว ตัดสินใจเลิกไปช่วยร้องในที่สุด เพราะเกรงใจระพินที่ให้เงินมาก

ชลธีแต่งเพลงให้ระพินได้แก่ เพลงไอ้หนุ่ม ต.ช.ด., ซ้งข้างผัวเขา, น้ำตาไอ้พิน ,ไอ้หนุ่มบ้านนาล, ลำดวนใจดำ ระพินที่ถูกถนอมขอให้เลิกกินเหล้า และหันมาซ้อมร้องเพลงอีกครั้ง แต่ก็เป็นไปอย่างทุลักทุเล เพราะเสียงไม่มี ต้องอัดกันหลายครั้งในแต่ละเพลง และผลงานที่ได้มา ก็ไม่ดีเช่นสมัยก่อน ทั้งๆที่สมัยก่อน วันหนึ่งๆเขาสามารถอัดได้หลายเพลง หลังอัดเสียงเพลงชุดสุดท้ายเสร็จ ถนอมได้ให้เงินระพินไปก้อนหนึ่ง ซึ่งเขาก็ได้เอาเงินไปกินเหล้า ด้วยความที่อดมานาน และกินเหล้าเข้าไปมาก เขาจึงล้มป่วย จนต้องเข้าโรงพยาบาล ในสภาพที่ครอบครัวไม่มีเงินเหลือเลย

 ลาลับ

ระพิน ภูไท ซึ่งเป็นโรคความดันโลหิตสูงอยู่ก่อนแล้ว เสียชีวิตด้วยวัย 35 ปี ด้วยโรคเส้นโลหิตในสมองแตก ที่โรงพยาบาลมหาชัย เวลา 04.00 น. วันจันทร์ัที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2524ในสภาพที่ครอบครัวยากจนมาก ไม่มีเงินแม้แต่จะซื้อโลงศพ ต้องเรี่ยไรจากคนในวงการ

ขอบคุณข้อมูลจากเวป วิกิพิเดีย ตามไปอ่านข้อมูลอื่น ๆ ได้ที่นี่..

http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%99_%E0%B8%A0%E0%B8%B9%E0%B9%84%E0%B8%97

by posted under บันเทิง | 8 Comments »    
8 Comments to

“.."คิดถึงพี่หน่อย" ระพิน ภูไทย ชีวิตลูกทุ่งดังแสนอาภัพ..+*”

  1. December 8th, 2011 at 12:50 pm       องอาจ ทองเนื้อแปด Says:

    ขอบคุณมากครับ…เป็นอีกมุมที่มอบความรู้เรื่องคุณระพิน เป็นอย่างมาก…แต่ในข้อความที่ว่า
    ถ้าเป็นคอเพลงลูกทุ่งของจริง น่าจะรู้จักเพลงเพลงนี้

    ‘แดดบ่ายปลายคุ้งท้องทุ่งรวงทอง น้ำทรงเมื่อเดือนสิบสอง หัวใจพี่กลับนองรักน้องนางทุ่ง กระจับจอกแหน เป็นแพลอยติดก้นคุ้ง เหมือนสวาททับถมใจมุ่งพี่ปองรักสาวแม่ดาวบ้านนา…’

    (เพลง ทุ่งรัก ประพันธ์โดย ครูไพบูลย์ บุตรขัน ขับร้อง-ศรคีรี ศรีประจวบ)

    มีข้อผิดพลาดอยู่ที่ชื่อผู้แต่งนะครับ คือไม่ใช่ครูไพบูลย์ บุตรขัน ครับแต่เป็น ครูพงษ์ศักดิ์ จันทรุกขา ครับเพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องครับ


  2. May 7th, 2009 at 9:37 am       chaba2550 Says:

    ลูกทุ่งภาคกลางตายแล้ว?

    โดย ASTVผู้จัดการรายวัน 7 พฤษภาคม 2552 08:38 น.

    ถ้าเป็นคอเพลงลูกทุ่งของจริง น่าจะรู้จักเพลงเพลงนี้

    ‘แดดบ่ายปลายคุ้งท้องทุ่งรวงทอง น้ำทรงเมื่อเดือนสิบสอง หัวใจพี่กลับนองรักน้องนางทุ่ง กระจับจอกแหน เป็นแพลอยติดก้นคุ้ง เหมือนสวาททับถมใจมุ่งพี่ปองรักสาวแม่ดาวบ้านนา…’

    (เพลง ทุ่งรัก ประพันธ์โดย ครูไพบูลย์ บุตรขัน ขับร้อง-ศรคีรี ศรีประจวบ)

    ปฏิเสธยากในเรื่องความสวยของภาษาและกลิ่นอายท้องทุ่งคละคลุ้งอยู่ในบทเพลง แต่ถ้าจับสังเกตให้ดีนับจากยุคช่วงปี 2531-2535 ที่เพลงสตริงเข้าครองตลาด เพลงลูกทุ่งเหือดหายจากหู ขนาดคนในวงการตอนนั้นยังกลัวกันว่าเพลงลูกทุ่งกำลังจะตาย (พอมองย้อนกลับไป ออกจะเป็นความวิตกจริตเกินกว่าเหตุ) ทำให้เกิดการจัดงานเพื่อรณรงค์และอนุรักษ์เพลงลูกทุ่งกันเป็นที่เอิกเกริก

    แต่แล้วเพลง ‘สมศรี 1992′ ของ ยิ่งยง ยอดบัวงาม ก็ดังเปรี้ยงปร้างอย่างไม่มีใครคาดฝัน เป็นการเปิดประตูสู่ยุคลูกทุ่งเฟื่องฟูอีกครั้ง

    ตัดภาพมายังปัจจุบัน… ละเลียดฟังเนื้อเพลงลูกทุ่งเรื่อยมา เนื้อร้อง ภาษา ทำนอง ดนตรี ย่อมเห็นความแปรเปลี่ยนไปตามยุคสมัย ภาษาแบบครูไพบูลย์หาได้ยากขึ้น ดนตรีก็เป็นดนตรีสังเคราะห์เสียส่วนใหญ่ ท่วงทำนองก็เป็นแบบที่เรียกว่า ร้อยเนื้อทำนองเดียวไปเสียแล้ว

    และความแจ่มชัดอีกประการคือการครองตลาดของเพลงลูกทุ่งอีสาน ลุกลามถึงขั้นพูดว่าเพลงลูกทุ่งภาคกลางกำลังจะตาย (อีกแล้ว)

    อ่านที่เหลือจากลิงค์ข่าวข้างบนค่ะ..


  3. January 13th, 2009 at 5:16 pm       oldsongs Says:

    ลบให้แล้วค่ะ พี่ athenaz อย่าร้องไห้ไปเลยค่ะ คิคิ..
    ชะตาเราต้องกัน จะต้องได้พบกันในวันหนึ่งแน่เลยค่ะ.. :)

    … แด่..ระพิน ภูไทย..

    เหลือเพียงเสียงหวานใส ไว้กล่อมโลก
    บรรเทาโศกขับขาน วานวันหลัง
    ประทับรอยเก่ากาล ผ่านพลัง
    ประหนึ่งดังมิสูญสิ้น วิญญูชนม์..

    ระพิน… อยู่คู่ฟ้ามิลาล่วง
    ภูไทย …ดวงด้าวแดนแผ่นพหล
    คือ.. นักร้องแสนอาภัพ ผู้อับจน
    แต่รวยล้น.. ทานสุข ด้วยเสียงเพลง…

    -ชบาสีเหลือง --
    17.05 น.13 มกราคม 2552

    น้ำเสียง และลีลาของเขายากที่ใครจะเสมอเหมือนได้ยาก
    และเชื่อว่า ตราบที่โลกยังไม่แตกดับ เสียงเพลงของเขา ..
    .. ระพิน ภูไทย.. ก็จะยังคงถูกบรรเลงซ้ำแล้วซ้ำเล่า
    อย่างไม่รู้จักเบื่อ ไม่รู้จักเหนื่อยหน่าย..

    ขอบคุณบทกลอนจากพี่ athenaz บันดาลใจให้ชบาแต่งกลอน
    แด่..คุณระพิน ภูไทย นักร้องยิ่งใหญ่ ผู้อาภัพ..ค่ะ..


  4. January 13th, 2009 at 5:03 pm       oldsongs Says:

    งั้นชบาเป็นน้องท่านบัวธรรม หล่ะค่ะ เพราะตอนที่ได้ยินเพลงของท่านระพิน ภูไท
    ชบาอยู่ชั้นประถมค่ะ .. สมัยนั้น แสงสุรีย์ รุ่งโรจน์ สายัณห์ สัญญา ทูล ทองใจ
    ดังหน่ะค่ะ ฟังตามพ่อ เพราะพ่อชอบลูกทุ่ง แม่ชอบลูกกรุง ชบาเลยเป็นลูกครึ่ง คิคิ..

    ^^J&& ขอบคุณท่านพี่บัวธรรม
    ท่านระพิน ภูไทย ได้พวงมาลัยดอกบัว
    จากท่านพี่คล้องคออีกพวงค่ะ


  5. January 13th, 2009 at 4:58 pm       oldsongs Says:

    คิคิ .. ไม่อยากบอกเล้ยค่ะ คุณรัตน์ ว่านั่นหน่ะคนละเพลงกัน
    เพลงนั้นรู้สึกว่า จะเป็นของศรคีรี ศรีประจวบ ถ้าจำไม่ผิด ชบาก็ไม่แม่นค่ะ..

    เลยนั่งฟัง พิมพ์เนื้อเพลงนี้ “คิดถึงพี่หน่อย ”
    ของระพิน ภูไทย มาฝากกันด้วย เผื่อใครอยากร้องตามค่ะ..

    พี่จนไปหน่อย ถึงคอยไม่ไหว
    ปล่อยไปตามกรรม เพราะบุญเราทำร่วมกันแค่นี้
    ลาก่อนแม่สาวนัยย์ตาสีโศก
    ขอให้โชคดี แล้วนึกถึงพี่เพียงวันละหน่อย

    โบกมืออำลา น้ำตาร่วงไหล หักใจมองเมิน
    เสียใจเหลือเกินด้วยเงินเราน้อย
    น้ำตาพี่ไหลจนนองใบหน้า ใช่มาสำออย
    เพราะจนไปหน่อย น้อยใจ น้อยใจ

    เขามาทีหลังพี่ตั้งนาน ชาวบ้านก็รู้
    แต่แล้วพี่สู้เขาไม่ได้
    อำนาจยศถาบรรดาศักดิ์ ตัดรักแรมไกล
    ตั้งแต่นี้ไปเหมือนเส้นขนาน

    พี่จนไปหน่อย แหงนคอยอกเอ๋ย
    หลุดเลยลอยไกล
    ขอเพียงเสี้ยวใจจากแม่จอมขวัญ
    จงแบ่งใจนึก และคิดถึงพี่
    เพียงปีละวัน ถึงจะไกลกันชื่นใจคนจน

    ขอบคุณคุณรัตน์ ที่แวะมาคล้องพวงมาลัย
    ให้คุณระพิน ภูไทย ค่ะ.. :)


  6. January 13th, 2009 at 3:48 pm       athenaz Says:

    แค่ผู้จากไปในอดึต

    มาแล้ว ต้องจากไป น่าใจหาย
    ไม่วายนคืดถึงเพลงบรรเลงขาน
    เมื่อยังอยู่ขับกล่อมเพระใดปาน
    เป็นเพื่อนจานเจือเราเคล้าดนตรี …

    …….

    พี่มิสามารถไปชลกับน้องๆได้ แง แง…!!

    ลบทิ้งให้ด้วยนะคะ พิมพ์ผิด :))


  7. January 13th, 2009 at 2:14 pm       buadhram Says:

    โอ้รู้ว่าท่านดังมาก สมัยข้าพเจ้า วัยรุ่น
    แต่ไม่ทราบ เวลา และ สาเหตุ ที่ท่าน
    ต้องลาลับไป โอ้ สุรา เมรับ เวรจริงๆ ขอรับ


  8. January 13th, 2009 at 1:44 pm       henggy Says:

    “คิดถึงพี่หน่อยนะกลอยใจพี่ ห่างกันแค่นี้..”พอแหละ

    ฟังตามพ่อแม่น่ะค่ะ ชอบค่ะชอบ


You must be logged in to post a comment.