เริงรามัญ……มองส่วนดีมีประโยชน์

ดุลย์หายนะโดยความรุนแรงที่ควบคุมได้ พุ่งตรงสู่เป้าหมายที่จำกัด และเสร็จสิ้นภาระกิจภายในระยะเวลาอันสั้น ย่อมนำมาซึ่งความสงบในระยะยาว

พัฒนาการของกองทัพไทยในภาระกิจสลายการชุมนุม

May26


ถ้าเราวัดความสำเร็จจากการสูญเสียที่น้อยที่สุด

การสลายการชุมนุมในวันที่ 19 พฤษภาคม 2553 ของกองทัพไทย

อาจเรียกได้ว่าประสบความสำเร็จอย่างสูง เมื่อเทียบกับการสลายการชุมนุม 3 ครั้งที่ผ่านมา

.


ในช่วงชีวิตของผมได้เข้าไปอยู่ในเหตุการณ์สลายการชุมนุมของทหารมา 3 ครั้ง

คือ ตั้งแต่ 14 ตุลาคม 2516 – 6 ตุลาคม 2519 – 17 พฤษภาคม 2535

ส่วนครั้งที่ 4 คือ 13 เมษายน 2552 และ ครั้งที่ 5 วันที่ 19 พฤษภาคม 2553 ผมดูทีวีอยู่ที่บ้าน



จากการสังเกตผ่านสื่อ online หลากหลายชนิด ได้สังเกตเห็นความแตกต่างหลายประการ

โดยเฉพาะผู้เข้าร่วมชุมนุม และ ผู้ทำหน้าที่สลายการชุมนุม



ในส่วนของผู้ชุมนุมจะเห็นว่าก่อนหน้านี้ คือ พ.ศ. 2516 – 2519 – 2535

ผู้เข้าร่วมชุมนุมเกือบทั้งหมดเข้าร่วมชุมนุมเพราะมีอารมณ์ร่วมเหมือนกัน

คือ ไม่ชอบเผด็จการทหาร  ทุกคนมาด้วยใจ ไม่มีการว่าจ้าง

ไม่มี สส. คนไหนไปเกณฑ์คนมาฟังการปราศัย ไม่ต้องมีการแลกบัตรประชาชน

และที่สำคัญ ทุกคนที่เข้าร่วมชุมนุมไม่มีอาวุธใดๆ



สำหรับการชุมนุมในปี พ.ศ.2552 และ พ.ศ. 2553 ทั้งที่ราชดำเนิน ผ่านฟ้า และ ที่ราชประสงค์

เรียกได้ว่าเป็นธุรกิจการเดินขบวน คือ ผู้เข้าร่วมชุมนุมไม่น้อยรับจ้างให้อยู่ฟังแกนนำปราศัย

และรับจ้างอยู่ค้างคืนเพื่อเฝ้าพื้นที่การชุมนุมในราคาที่แตกต่างกันตามพื้นที่และแหล่งที่มา

มีการส่งเสบียง อาหาร น้ำดื่ม อย่างเป็นขบวนการ

และที่สำคัญมีการสะสมอาวุธไว้ต่อสู้กับทางการหากมีการสลายการชุมนุม

ซึ่งก็เป็นความจริงโดยดูจากวันที่ 10 เมษายน 2553 ที่สี่แยกคอกวัว

มีทหารเสียชีวิตและบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก



ในการสลายการชุมนุมในปี พ.ศ.  2516-2519-2535

ทางการใช้กระสุนจริง และ ใช้ความรุนแรงอย่างมาก ไม่มีการเตือนแต่อย่างใด

ทำให้มีผู้บาดเจ็บ ล้มตายกันเป็นจำนวนมาก

บางคนหนีเข้าป่า และเข้าร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย

จากนั้นก็จับอาวุธเข้าเข่นฆ่ากัน อย่างที่ทราบกันดีโดยทั่วไป

ผู้เข้าป่าบางคนก็ฝันว่าพวกเขาต้องการให้ประเทศไทยเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง

ทั้งเป็นระบอบประธานาธิบดี และ บางคน ก็ต้องการให้เป็นระบอบคอมมิวนิสต์เพื่อความเท่าเทียมกัน



แต่เวลาผ่านมาหลายปี พวกที่อยากเปลี่ยนแปลงการปกครองหลายคนในขณะนั้น

ปัจจุบันพวกเขากลายเป็นนายทุนสามานย์ ร่ำรวยกันเกือบทุกคน

ทั้งในอาชีพนักธุรกิจการค้า และ ธุรกิจการเมือง เป็นที่ทราบกันดี

และคนพวกนี้ก็ใช้เงินอุดหนุนพวกชาวบ้านที่ไร้โอกาส ไร้การศึกษา

ขาดข้อมูลรอบด้านเพื่อการตัดสินใจเพื่อให้มาสละชีวิตและความสุขส่วนตัวของพวกเขา

มาก่อความรุนแรงในการชุมนุมครั้งนี้ คือ 19 พฤษภาคม 2553



ผมได้เข้าไปสังเกตการณ์ใน MOB ทั้งที่ผ่านฟ้าและราชประสงค์

ได้เห็นรูปแบบการใช้ชีวิตใน MOB ในเวลากลางวันระหว่าง 1100 – 1400 น.

จะเห็นความแตกต่างเป็นอันมากระหว่างการชุมนุมในปี พ.ศ.  2516-2519-2535

การชุมนุมในปี 2552 – 2553

ผู้เข้าร่วมชุมนุมส่วนใหญ่จะนอนพักผ่อนตามเต๊นท์ต่างๆ และจะออกมานั่งให้เต็มหน้าเวทีในตอนค่ำ

ขณะที่บางเต๊นท์ไม่ยอมให้ใครเข้าใกล้เพราะเก็บอาวุธเอาไว้

และได้นำออกใช้เต็มที่เมื่อตอนทางการเข้าสลายการชุมนุมที่สี่แยกคอกวัวเมื่อ 10 เมษายน 2553

ทำให้เกิดการเสียหายอย่างมากทั้งชีวิตและทรัพย์สิน เป็นที่ทราบกันดีโดยทั่วไป



แต่ในการสลายการชุมนุมที่ราชประสงค์

ผมได้เห็นการทำงานอย่างเป็นมืออาชีพของทหารมากขึ้น

อาจถือได้ว่าเป็นต้นแบบของการสลายการชุมนุมครั้งต่อๆไปของประเทศไทย

รวมทั้งประเทศอื่นแถวนี้ด้วยเพราะมีการหาข่าว มีการวางแผนอย่างดี

มีการใช้กระสุนยางสลับกับกระสุนจริงสู่เป้าหมายตามความเหมาะสม

ทำให้มีการสูญเสียน้อยมากเมื่อเทียบกับการสลายการชุมนุมทุกครั้งที่ผ่านมาของประเทศไทย

จำนวนผู้เสียชีวิตน้อยกว่าเมื่อตอนเทศกาลสงกรานต์เสียอีก

จึงขอชมทหารมา ณ ที่นี้ด้วย



แต่สิ่งที่คิดว่าทางการควรต้องปรับปรุงก็คือ การตัดสินใจลงมือเข้าสลายการชุมนุมช้าเกินไป

ทางการปล่อยให้มีการขนอาวุธเข้าที่ชุมนุมโดยไม่มีการตรวจตราตามสมควร

และเมื่อสลายการชุมนุมแล้วไม่เตรียมตัวรับกับอารมณ์โกรธแค้นของฝูงชน

ที่เผาอาคารสถานที่เป็นจำนวนมาก รวมทั้งที่ต่างจังหวัดด้วย

ซึ่งถ้าเตรียมตัวให้พร้อมมากกว่านี้ ร้านค้าต่างๆอาจไม่ต้องเดือดร้อนอย่างแสนสาหัสอย่างที่เห็น



อย่างไรก็ตาม ขอชมเชยมาตรการสลายการชุมนุมของท่านนายกรัฐมนตรี

ที่ได้กำหนดขั้นตอนเอาไว้ 7 ขั้นตอน จากเบาไปหาหนัก

ซึ่งเป็นต้นแบบการสลายการชุมนุมที่ทหารได้นำไปประยุกต์ใช้จนประสบความสำเร็จในเวลาต่อมา

และผมเชื่อว่าอีกหลายประเทศก็คงต้องนำไปศึกษา

และประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับวัฒนธรรมทางการเมืองของตน



เมื่อเปรียบเทียบการสูญเสียที่เกิดขึ้นจากการสลายการชุมนุมทุกครั้งที่เกิดขึ้นในประเทศไทย

ในครั้งนี้ 19 พฤษภาคม 2553 รวมทั้งเมื่อวันที่ 13 เมษายน 2552 แล้ว

ถือได้ว่าเป็นการสลายการชุมนุมที่ถือว่าประสบความสำเร็จสูงสุด เพราะมีการสูญเสียน้อยที่สุด

และขอให้ทางกองทัพนำไปศึกษา ปรับปรุงแก้ไข

เพื่อให้วิธีการสลายการชุมนุมในครั้งต่อไปถ้าจำเป็นต้องมี

อาจไม่มีใครต้องเสียชีวิต หรือ อาจไม่ต้องมีใครสูญเสียทรัพย์สินในกองเพลิงเลย ก็เป็นได้



ผมหวังว่ามันคงจะเป็นเช่นนั้น


เริง   รามัญ


padraman2011@gmail.com

พุธ 26 พฤษภาคม 2553

by posted under Uncategorized | 3 Comments »    
3 Comments to

“พัฒนาการของกองทัพไทยในภาระกิจสลายการชุมนุม”

  1. May 29th, 2010 at 6:36 pm       Manot Says:

    ต้องพัฒนาอีกมาก…แต่ก็มีประสบการณ์จากงานนี้ไปเยอะเหมือนกัน


  2. May 28th, 2010 at 10:35 pm       อันดามัน Says:

    อยากเห็นทหารมีความเป็นมืออาชีพมากกว่านี้ คือ 1) เวลาส่งทหารออกปฏิบัติการ ต้องมีหน่วยคุ้มกัน พร้อมที่จะช่วยเหลือเมื่อถูกปิดล้อม หรืออยู่ในภาวะคับขัน 2) รถทหาร ยานพาหนะทหาร ต้องมีหน่วยคุ้มกัน มิให้ถูกผู้ชุมนุมยึดหรือทุบ ทำลาย 3) รั้วหรือแนวลวดหนาม หากผู้ชุมนุมบุกทำลาย ต้องใช้อาวุธทันที ไม่ใช่ปล่อยให้เป็นไปอย่างที่แล้ว ๆ มา 4) ทหารต้องมีหน่วยวอรูม ติดตามสถานการณ์ ตลอด 24 ชั่วโมง ต้องรู้ว่าหน่วยไหนกำล้งทำอะไรอยู่ทีไหน กำลังทำอะไร ต้องสนับสนุนอย่างไร ไม่ใช่รอนายสั่งการอย่างเดียว อย่างที่ทำกันอยู่ในเวลานี้ 5)การเคลื่อนกำลังของทหารต้องเป็นความลับ ไม่ควรประกาศให้ศัตรูรู้ล่วงหน้า ซึ่งเท่ากับเป็นการบอกให้เขาเตรียมต้อนรับ
    ทั้งหมดทีว่ามานี้ ให้นำไปใช้ได้ทุกกรณี รวมทั้งในจังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วย


  3. May 28th, 2010 at 10:04 pm       ddd Says:

    คุณทราบหรือไม่
    พรรค ปชป มีทีมงานที่คอยมอนิเตอร์ เวปเมเนเจอร์ คอยอ่านข่าวและกระแสความคิดของผู้คน
    ทีมงานของพรรค ปชป นี้จะทำหน้าที่คอยรักษาเรตติ้งให้กับอภิสิทธิ์ คอยแต่งเรื่องหรือคำแก้ตัวต่างๆให้อภิสิทธิ์ดูดีทุกย่างก้าว จอเหลืองส่วนใหญ่ เป็นฝีมือของพรรค ปชป เพื่อตอบโต้กลับ แก้ตัวกลับ หรือไม่ก็ยกย่องอภิสิทธิ์อย่างเหลือล้น ตามแต่สถานการณ์เพื่อรักษาเรตติ้งอภิสิทธิ์ตลอดเวลา
    นอกจากนั้น ความคิดเห็นอื่นๆที่ต่อว่าอภิสิทธิ์ ทีมงานพรรค ปชป จะคอยกดให้คะแนนลบ คอยโจมตีกลับหรือไม่ก็คอยช่วยแก้ตัวให้กับอภิสิทธิ์ และถ้าเห็นว่าความคิดเห็นไหนที่ทำให้พรรค ปชป เสียคะแนนมากๆ ก็จะสั่งให้ลบความคิดเห็นนั้นออกไปเลย
    อยากให้ทุกท่าน อ่านความคิดเห็นในเวปเมเนเจอร์ อย่างระมัดระวังและมีวิจารณญาณ มิเช่นนั้นแล้วก็จะตกลงไปอยู่ในโลกมายาคติที่พรรค ปชป แต่งขึ้นเพื่อรักษาเรตติ้งอภิสิทธิ์ โดยไม่ได้ไตร่ตรองพิจารณาสิ่งต่างๆตามความเป็นจริง

    ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่ข้าพเจ้าได้มาจากการสังเกตุหลังจากที่ได้ติดตามข่าวและความคิดเห็นต่างๆในเวปเมเนเจอร์มาเป็นเวลานาน
    ทุกท่านยังไม่จำเป็นต้องเชื่อสิ่งที่ข้าพเจ้ากล่าวมา แต่หวังว่าผู้ที่ได้อ่านแล้วจะได้โปรดเก็บไว้พิจารณาและถ้าหากสิ่งที่ข้าพเจ้ากล่าวเป็นความจริงก็หวังว่าจะเป็นประโยชน์ไม่น้อยเช่นกัน

    ***นี่คือข้อพิสูจน์อย่างหนึ่ง***
    ความคิดเห็นนี้เคยถูกลบแล้ว
    ในความคิดเห็นที่ 4 หัวข้อข่าว “วาทกรรม 2 มาตรฐาน ณ สี่แยกราชประสงค์ กับ สนามบินสุวรรณภูมิ”
    ในความคิดเห็นที่ 10 หัวข้อข่าว “ฤาชาติจะล่มจม เพราะคนรุ่นนี้?”
    ในความคิดเห็นที่ 26 หัวข้อข่าว “ไอ้กี้ร์-ไอ้เก่ง”บทพิสูจน์ “แดงถอย-เถือน-ดิบ”
    ในความคิดเห็นที่ 261 หัวข้อข่าว “สื่อนอกชี้ “เสื้อแดง”ใช้ปืนระเบิดสู้ทหาร-สหรัฐฯ ร้องทั้ง 2 ฝ่ายหันหน้าเจรจา”
    ในความคิดเห็นที่ 346 หัวข้อข่าว “ประมวลภาพ “โจกแดง”แย่งศพจาก รพ.ปลุกระดมบนเวทีผ่านฟ้าฯ”
    ***********************
    โปรดระวังเทคนิคการตลาดพรรค ปชป โดยมีอภิสิทธิ์เป็นสินค้าหลัก


You must be logged in to post a comment.