น้าเล็กนอนดึก

ดูหนังดูละคร – แล้วย้อนดูตัว – ขำอุราน่าหัวว – เต้นยั่วอย่างฝัน

ความ (ไม่) รู้เรื่องเพลง “หนักแผ่นดิน” และเพลง “สุดแผ่นดิน”

June7

 

บางสิ่งบางอย่างที่หลายคนไม่รู้เกี่ยวกับเพลง “หนักแผ่นดิน” ที่ประพันธ์คำร้องและทำนองโดย พ.ต. บุญส่ง หักฤทธิ์ศึก (ยศเมื่อ พ.ศ.2518) และเพลง “สุดแผ่นดิน” ที่ประพันธ์คำร้องและทำนองโดย  ส.ต. พรเลิศ สารานิยคุณ 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

.

 

ในการเสาะหาเพลงที่หาฟังได้ยาก รวมทั้งการค้นหาต้นฉบับผู้ขับร้องเป็นคนแรกหรือคณะแรกในเมืองไทยนั้น เป็นเรื่องที่ต้องอาศัยทั้งจากการศึกษาข้อมูลและการแสวงหาอย่างไม่ย่อท้อหากต้องการความจริงและความถูกต้อง บางครั้งขณะที่กำลังค้นหาข้อเท็จจริงของสิ่งหนึ่ง เราอาจได้พบกับข้อมูลของอีกสิ่งอย่างไม่เจตนาและไม่คาดคิด หนึ่งในสิ่งที่ค้นหามานาน แต่กลับได้รับมาโดยบังเอิญก็คือสองเพลงที่จะกล่าวถึงในคราวนี้ จากแผ่นเสียงที่มีชื่อตามปกว่ามาตุภูมิหรือแผ่นดินแม่” แผ่นนี้นี่เอง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แผ่นเสียงแผ่นนี้คาดว่าน่าจะออกเผยแพร่ในช่วงระหว่างปี พ.ศ. 2518-2519 เนื่องจากไม่มีข้อมูลแสดงไว้ปนปกและสลากกลางแผ่น (ซึ่งปกติเพลงไทยก็ไม่เคยให้ความสำคัญกับสิ่งเหล่านี้อยู่แล้วซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดายและเสียใจ) จากความทรงจำในช่วงเป็นนักศึกษาผู้เขียนจำได้ว่าได้รับฟังสองเพลงนี้ครั้งแรกจากสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่องเจ็ด ในการถ่ายทอดสดงานพระราชพิธีที่ล้นเกล้าทั้งสองพระองค์ เสด็จพระราชดำเนินไปพระราชทานเพลิงศพตำรวจและทหารที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ราชการชายแดน ที่วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร (ถ้าจำไม่ผิด)  ในงานนั้นมีวงดนตรีใหญ่สองวงผลัดกันบรรเลงขับกล่อมญาติมิตรของวีรชนผู้กล้ารวมทั้งแขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมงาน วงที่บรรเลงเป็นวงแรกคือวงดุริยางค์กองทัพเรือ (คาดว่าผู้ควบคุมวงน่าจะเป็น นาวาโทอดุง คชรินทร์ – ยศในขณะนั้น) โดยมีคุณสวลี ผกาพันธ์และคุณสันติ ลุนเผ่เป็นผู้ขับร้องนำหมู่นักร้องประสานเสียงกองทัพเรือ ในขณะที่อีกวงหนึ่งคือวงดนตรีสากล กองดุริยางค์ทหารบกในความควบคุมวงของ รองศาสตราจารย์ พันเอก ชูชาติ พิทักษากร   โดยมี จ.ส.อ.หญิง ศิริจันทร์ อิศรางกูร ณ อยุธยา และ ส.อ.อุบล คงสินเป็นผู้ขับร้องนำหมู่

 

 

 

 

ในวันนั้นได้บังเกิดเพลงปลุกใจที่แสนไพเราะประกอบด้วยการสร้างกำลังใจให้รักชาติรักแผ่นดิน รวมทั้งเพลงที่กระตุ้นให้เกิดความหวงแหนในประเทศไทยอันเป็นที่รักหลายเพลง  เพลงรักชาติที่มีท่วงทำนองอ่อนหวานโดยวงดนตรีกองทัพเรือในวันนั้นได้แก่ บทเพลงพระราชนิพนธ์ความฝันอันสูงสุด เพลงพระราชนิพนธ์เกิดเป็นไทยตายเพื่อไทย  บทเพลงพระนิพนธ์ในสมเด็จพระเทพรัตน์ราชสุดา “ดุจบิดามารดร” (ในหลายที่มักเรียกเพลงนี้ผิดเป็น “ดุจบิดรมารดา”) เพลงแม่พระธรณีรำพัน ฯลฯ และเพลงที่ทุกคนจำได้ในเวลาอันรวดเร็วคือเพลง “ทหารพระนเรศวร” ที่มีเนื้อร้องท่อนหนึงว่า “เปรี้ยงๆ ดังเสียงฟ้าฟาด ..โครมๆพินาศพังสลอน..เปรี้ยงๆลูกปืนเด็นกระดอน..โครมๆดัสกรกระเด็นไกล” จากน้ำเสียงอันทรงพลังของคุณสันติ ลุนเผ่และคณะประสานเสียงกองทัพเรือฯ

 

 

 

 

ในส่วนของวงดนตรีสากลกองดุริยางค์ทหารบกที่มีแนวเพลงดุดันแตกต่างกับวงของกองทัพเรือนั้น ผู้เขียนจำไม่ได้ว่าได้มีการบรรเลงและขับร้องเพลงทั้งหมดกี่บทเพลง แต่ที่จำได้ดีมากและติดหูจากการฟังเพียงครั้งเดียวก็คือเพลง “หนักแผ่นดิน”และเพลง “สุดแผ่นดิน” ที่ขับร้องนำโดย สิบเอกอุบล คงสิน และจ่าสิบเอกหญิง ศิริจันทร์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ขอให้สังเกตุว่าเสียงของฝ่ายชายในแผ่นต้นฉบับมิใช่เสียงของคุณสันติ ลุนเผ่ดังที่ข้อมูลส่วนใหญ่ที่ถูกเผยแพร่ในอินเตอร์เน็ท ทั้งๆที่น้ำเสียงและลีลาการร้องของทั้งสองท่านแตกต่างกันมากนัก  ปัจจุบันคุณศิริจันทร์ยังขับร้องเพลงอยู่บ้างในบางโอกาส ในขณะที่สิบเอกอุบล ศงสินนั้นไม่สามารถสืบข้อมูลได้เลย เรียกได้ว่าเป็นนักร้องนิรนามที่ขับร้องให้เพลงทั้งสองโด่งดังเป็นที่รู้จักของคนทั้งประเทศ หากแต่ผู้ขับร้องกลับถูกอดีตกลืนหายไปกับกาลเวลา

ปัจจุบันทั้งบทเพลง “หนักแผ่นดิน” และ “สุดแผ่นดิน” ได้ถูกนำมาขับร้องใหม่ โดยเพลงหนักแผ่นดินนั้นยังคงเสียงร้องของคุณศิริจันทร์ อิศรางกูรฯ ไว้กับนักร้องชายอีกท่านหนึ่งซึ่งน่าน้อยใจว่าไม่มีใครเอ่ยถึงเพราะไม่เห็นความสำคัญ (ตามเคย)  ส่วนเพลง “สุดแผ่นดิน” นั้นยังไม่มีข้อมูลเพียงพอที่จะเขียนถึงในขณะนี้ (โดยส่วนตัวเห็นว่าข้อมูลจากอินเทอร์เน็ทเป็นเพียงข้อความที่ก็อปปี้ส่งต่อๆกันมาซึ่งเมื่อตรวจสอบแล้วมักพบข้อผิดพลาดมากมาย จึงน่าจะเชื่อถือได้เพียงบางส่วนเท่านั้น) ทั้งสองเพลงมีการเรียบเรียงเสียงประสานใหม่ให้ลื่นไหล รวมทั้งวิธีการขับร้องที่นุ่มนวลขึ้น ซึ่งสำหรับตัวผู้เขียนเองมีความเห็นว่าเป็นการ “ทำลาย” ความเป็นเพลงปลุกใจของเพลงทั้งสองลงอย่างสิ้นเชิงอย่างรู้เท่าไม่ถึงการ  ในความเป็นเพลงปลุกใจนั้น ผู้แต่งต้องการกระตุ้นสำนึกความรักชาติด้วยถ้อยคำที่ค่อนรุนแรง ตรงถึงจุดและง่ายต่อการเข้าใจว่ากำลังสื่อถึงอะไรและเพื่อเปิดใช้ในช่วงเวลาที่เหมาะสม ที่ผู้คนทุกระดับการศึกษาฟังรอบเดียวเข้าใจไม่ต้องตีความอย่างเพลงรักที่ต้องการความซึ้งผสมความเศร้า ฯลฯ  ดังนั้นเสียงร้องและวิธีการขับร้องเพลงปลุกใจโดยเฉพาะเพลงหนักแผ่นดินจึงต้องใช้พลังเสียงที่แสดงความแข็งแกร่งห้าวหาญ ไม่ต้องการโชว์ลูกคอพริ้วไหว โชว์ vibration ซึ่งขัดแย้งกับเจตนารมณ์ของผู้แต่ง  กลายเป็นการทำเรื่องที่ไม่ถูกที่ถูกทางไม่ถูกกาละเทศะ สิ่งนี้ได้เกิดขึ้นแล้วกับเพลงหนักแผ่นดินในเวอร์ชั่นที่สอง (ที่ส่วนใหญ่จะหาฟังกันไม่ยากจากอินเตอร์เน็ท)  ส่วนข้อมูลที่ผิดพลาดเกี่ยวกับผู้ขับร้องฝ่ายชายในเพลงนี้นั้น เกิดจากที่ภายหลังเมื่อมีการจัดคอนเสริทเพลงเพื่อชาติคราใด ผู้ขับร้องเพลงหนักแผ่นดินมักจะเป็นคุณสันติ ลุนเผ่เสมอซึ่งเหมาะสมดีมาก – แต่ก็มิใช่ผู้ขับร้องต้นฉบับซึ่งหายตัวไปกับกาลเวลาดังที่กล่าวไปแล้ว 

 

 

 

 

 

 

 

สิ่งเดียวกันนี้ได้เกิดขึ้นกับเพลง “สุดแผ่นดิน” ที่มีเนื้อหาไพเราะมากรวมทั้งวิธีการขับร้องของต้นฉบับที่มีทั้งนุ่มนวลหากแต่คงความห้าวหาญแข็งแกร่งไว้ในน้ำเสียงทั้งหญิงและชาย รวมทั้งดนตรีสนับสนุนที่เรียบเรียงเสียงประสานได้อย่างเหมาะสมกับบรรยากาศของเพลงโดย รศ. พอ. ชูชาติ พิทักษากร ที่อยากให้ทุกท่านได้มีโอกาสรับฟัง (ขณะนี้ยังมิทราบว่าจะเป็นไปได้อย่างไร) เปรียบเทียบกับเวอร์ชั่นใหม่ที่ คุณต่อพงษ์ เศวตามร์ ได้เคยวิจารณ์ไว้ว่าเป็น “เพลงเชยๆในยุคทหารป็อก” ในบทความของผู้จัดการเมื่อเดือนกรกฏาคม 2551 (เพลงประกอบในลิงค์ข้างล่างเป็นเวอร์ชั่นที่บันทึกใหม่) 

(http://www.manager.co.th/Entertainment/ViewNews.aspx?NewsID=9510000081268 )



ที่อยากจะเสริมต่อจากคุณต่อพงษ์ก็คือ นอกจากจะเชยเพราะเผยแพร่ผิดยุคแล้ว เวอร์ชั่นที่เรียบเรียงขึ้นใหม่นี้เมื่อฟังแล้วก็มิได้ก่อให้เกิดความฮึกเหิมที่จะออกไปต่อสู้เพื่อชาติแต่อย่างใด กลับกลายเป็นฟังแล้วอยากเอนหลังหลับไปเลยด้วยความง่วง เพราะดนตรีก็ใช้จังหวะนุ่มนวลมีเสียงเคาะต็อกแต๊กเหมือนเพลงรัก เสียงนักร้องหญิงก็พริ้วหวานไพเราะดี แต่มันผิดที่ผิดทางสำหรับความเป็นเพลงปลุกใจผิดกับเพลงต้นฉบับอย่างสิ้นเชิงดังที่กล่าวข้างต้น – ที่เขียนเช่นนี้มิใช่เป็นการตำหนิผู้ขับร้องและผู้จัดทำเพลงนี้ขึ้นมาใหม่เพราะแน่ใจว่าต้องมีความปรารถนาดีต่อชาติบ้านเมืองอย่างแน่นอน หากขอให้เสียงเล็กๆนี้เป็นการติเพื่อก่อ (ทั้งนี้รวมถึงคุณต่อพงษ์ที่ผู้เขียนมีความชื่นชมเป็นส่วนตัวอยู่แล้วด้วย ที่อยากให้ทำการบ้านเพิ่มขึ้นอีกสักนิดในส่วนที่เกี่ยวกับข้อมูลก่อนที่จะเผยแพร่บทความใดๆ อันจะทำให้ศิลปการบอกเล่าเรื่องราวที่เป็นเอกลักษณ์และน่าติดตามนี้มีค่าเพิ่มขึ้นอีกมากมาย อย่างน้อยก็ในแง่ของการศึกษา – คงไม่ว่ากันนะครับ)

มีกูรูหรือกูรู้ท่านหนึ่งได้บอกกับผู้เขียนว่าแผ่นเสียงแผ่นนี้เคยเป็นของต้องห้ามในยุคหนึ่งและถูกทำลายไปเสียเป็นส่วนใหญ่ด้วยเหตุผลทางการเมือง  แต่ในปัจจุบันทั้งสองเพลงนี้ได้รับการถ่ายทอดอย่างเปิดเผยตามสถานการณ์บ้านเมืองที่แปรเปลี่ยนไป แผ่นเสียงนี้จึงมีค่าเพราะเป็นชิ้นส่วนของกาลเวลาที่หลงเหลือมาจากอดีต ถึงเวลานี้แล้วคงไม่มีใครที่ยังคิดจะทำลายเพลงที่ทำให้เราเห็นความสำคัญของการปกป้องชาติ ศาสน์ กษัตริย์อันเป็นที่รักของเรา นอกจากบุคคลที่เห็นว่าความเป็นชาติไทยนี้ไม่สำคัญพอให้หวงแหนเท่ากับการกระทำอย่างไรก็ได้..เพื่อให้ได้มาซึ่งเงิน.. เงิน.. และเงินเท่านั้น


ขอสามสถาบันหลักของไทยจงอยู่คู่ฟ้าดิน ……….



 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

(หมายเหตุ : ต้องกราบขออภัยผู้เกี่ยวข้องทุกท่านในกรณีที่พบข้อผิดพลาดจากข้อมูลในบทความข้างต้นนี้ ผู้เขียนเพียงต้องการแสดงความคิดเห็นโดยมิได้มีเจตนาจะล่วงเกินบุคคลใดๆที่มีชื่ออ้างอิงอยู่ในบทความนี้แต่ประการใด)


5 Comments to

“ความ (ไม่) รู้เรื่องเพลง “หนักแผ่นดิน” และเพลง “สุดแผ่นดิน””

  1. June 11th, 2009 at 11:05 am       hanzen Says:

    ขอบคุณเรื่องราวดีๆ และเอาใจช่วยนะครับ ขอให้ทุกอย่างจงผ่านไปได้ด้วยดี


  2. June 9th, 2009 at 8:48 am       pardar Says:

    ขอบคุณคุณ hakung สำหรับกำลังใจเพราะมันคือสิ่งที่ผมต้องการมากกว่าเงินเสียอีกตอนนี้ ส่วนน้องแมวสองตัวนี่เหลือแต่ภาพครับ ทั้งคู่ตายไปหลังจากถ่ายภาพนี้ได้ไม่นานปีกว่าแล้วด้วยโรคพยาธิ์ชนิดหนึ่ง หมอได้พยายามช่วยชีวิตอย่างเต็มที่แล้วแต่รั้งชีวิตไว้ไม่ได้ – ความรักกับความพลัดพรากมักมาคู่กันเสมอ
    ขอบคุณคุณ chairojt และทุกท่านที่แวะมาอ่านด้วยครับผม


  3. June 8th, 2009 at 8:51 am       chairojt Says:

    ขอบคุณมากๆครับ ได้ความรู้เพิ่มเติมขึ้นมากเลยครับ


  4. June 8th, 2009 at 4:15 am       hakung Says:

    ขอให้ผ่านพ้นอุปสรรคต่างๆ โดยไวนะคะ

    ปล.น้องแมวน่ารักจังค่ะ


  5. June 7th, 2009 at 1:06 pm       pardar Says:

    ต้องขออภัยที่ผมไม่ได้เข้ามาเยี่ยมมาเขียนเรื่องในที่นี้มาเป็นเวลานานเนื่องจากต้องประสพปัญหาในเรื่องหน้าที่การงานค่อนข้างรุนแรง จึงไม่ได้ตอบคำถามและคำขอเรื่องเพลงตามที่มีผู้ทิ้งอีเมล์ไว้ให้ สัญญาว่าจะตอบกลับทุกคำถาม (และคำขอ)ในเร็ววันครับ


You must be logged in to post a comment.