pdhirapat blog

Just another weblog

pdhirapat blog

Archive for August, 2015

แบกเป้จากศูนย์สู่”หลังคาโลก” ทิเบต (11) “ฉงชิ่ง” วัฒนธรรมร่วมสมัยของจีนยุคใหม่

ไฟลต์บินค่อนข้างเช้าจากเมืองบายี ในเขตทิเบต สู่ 1 ใน 4 มหานครของประเทศจีน เราเลือกที่เดินทางแต่เช้าเพื่อจะได้ในเวลาในช่วงบ่ายและเย็นในการสำรวจเมืองฉงชิ่ง   สนามบินขนาดไม่ใหญ่แต่เป็นสนามบินใหม่ที่เพิ่งสร้างขึ้นไม่นาน ผู้โดยสารมากหน้าหลายตาต่อคิวโดยสารภายในประเทศ พื้นที่ด้านในสนามบินเล็กกะทัดรัด แม้ว่าจะระบบการตรวจสอบสัมภาระจะดูยุ่งยากไปซักหน่อย แต่เราก็ใช้เวลาไม่นานกับการจัดการทั้งหมด   หลังจากเข้าไปด้านใน ร้านขายของที่ระลึกที่กลายเป็นด่านสุดท้ายในเขตทิเบตที่เราจะสามารถซื้อของที่ระลึกได้จากทิเบตได้ หินทิเบตประเภทต่างๆ ขนมหลายชนิดบ้างก็ทำจากเนื้อจามรี หรือ ยัคนั้นเอง   ผมอดไม่ได้ที่จะลองซื้อของพื้นเมืองอย่างขนมที่มีหน้าตาคล้ายลูกอมที่มีส่วนผสมเป็นเนื้อจามรีมาลองกินดู รสชาติแปลกทีเดียวครับ สำหรับลูกอมที่มีกลิ่นเนื้อสัตว์   ถึงเวลาต้องเดินทางออกจากทิเบต ดินแดนที่ทุกคนเรียกว่า “หลังคาโลก” จุดหมายต่อไปคือการกลับเข้าไปสู่เมืองศิวิไลซ์อีกครั้ง   เราใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง ก่อนเครื่องบินค่อยๆ ลงจอดในสนามบินขนาดใหญ่ สนามบินฉงชิ่งซึ่งมีทั้งส่วนที่เป็นการเดินทางภายในประเทศ และส่วนที่เป็นอาคารสำหรับการเดินทางระหว่างประเทศ   เนื่องจากเราไปกัน 6 คนจึงต้องแบ่งออกเป็น 2 กรุ๊ปเดินทางไปยังโรงแรมที่พักที่อยู่กลางนครฉงชิ่ง ระยะทางประมาณเกือบ 30 กิโลเมตรใช้เวลาเดินทางโดยแท็กซี่ประมาณ 45 นาที ค่าโดยสารก็ถือว่าไม่แพงมากครับ จากสนามบินถึงกลางเมืองประมาณ 80-90 หยวนเท่านั้นเอง แผนสำหรับวันนี้หลังจากเช็คอินที่พักเป็นที่เรียบร้อยเราวางแผนที่จะเดินทางไปยังตลาดเก่าที่ถือว่าเป็นจุดหมายสำคัญสำหรับนักท่องเที่ยวที่อยู่ห่างออกไปประมาณ 25 […]

แบกเป้จากศูนย์สู่”หลังคาโลก” ทิเบต (10) ผมเรียกที่นี่ว่า “ซัมบาลา”

260 กิโลเมตรกับ 14 ชั่วโมงในความทรงจำของผมเกิดขึ้นในวันนี้ วันที่เรามีนัดเดินทางกลับจากเมืองโพมิไปยังบายี เมืองที่เราพักค้างแรมช่วง 2 วันที่แล้วเพื่อเตรียมเดินทางโดยเครื่องบินไปยังมหานครฉงชิ่ง เส้นทางเดิมที่เราเคยใช้เดินทางเราจะย้อนกลับไปทางนั้   ฝนตกในช่วง 2 วันที่ผ่านมาทำไมผมอดคิดไม่ได้ว่าเส้นทางกลับในวันนี้แม้ว่าผมจะเพิ่งเดินมาน่าจะยากลำบากมากขึ้นอย่างแน่นอน ระยะทางแม้ว่าไม่ไกลมากนักเพียงแค่ไม่ถึง 300 กิโลเมตรแต่ต้องผ่านภูเขานับสิบนับร้อยลูก ทางขรุขระเป็นหลุมเป็นบ่อ ทางแคบแบบว่ารถสวนกันระยะห่างไม่เกิน 1 คืบสำหรับผมแค่คิดก็แอบใจหายแล้วครับ เราออกเดินทางเช้าขึ้นจากวันที่เราเดินทางมาเพื่อหวังว่าจะไปถึงเมืองโพมิไม่ค่ำมากจะได้มีเวลาเดินเล่นในเมือง รวมถึงเรายังคาดหวังที่จะได้แวะจุดพักรถบางจุดที่เราผ่านมาแต่ไม่ได้แวะช่วงก่อนหน้านี้ด้วย   70 กิโลเมตรแรกเราทำเวลาได้ค่อนข้างๆ ดีมาก ใช้เวลาเพียงไม่ถึง 1 ชั่วโมงครึ่ง รถเริ่มชะลอตัวลง ผมคิดว่ารถด้านหน้าคงรอเข้าแถวข้ามสะพานที่เราเคยใช้ข้ามมา เพราะเจ้าหน้าที่จะปล่อยให้รถผ่านได้เพียงทีละคัน และจะต้องสลับไปมาทั้ง 2 ฝั่ง ประมาณรถที่ต่อด้านท้ายเริ่มมีปริมาณสะสมมากขึ้น 1 ชั่วโมงก็แล้ว  2 ชั่วโมงผ่านไปรถตู้ที่ผมนั่งมาเคลื่อนที่ได้ไม่เกิน 10 เมตร จริงๆ คงต้องเรียกว่าจอดสนิทเลยก็ว่าได้ เพราะคนขับต้องดับเครื่องมานานมากแล้ว ไกด์ผมลองเดินไปดูสถานการณ์ด้านหน้าเพราะเรามั่นใจแล้วว่าคงเกิดเหตุการณ์ที่ไม่ปกติขึ้นแน่ๆ รถถึงติดมากขนาดนี้ ผ่าน 3 ชั่วโมงเข้าสู่ชั่วโมงที่ 4  ที่เราเหมือนจอดสนิทอยู่กับที่ นักท่องเที่ยว รวมถึงผู้คนชาวทิเบตจำนวนไม่น้อยที่ลงเดินไปด้านหน้า เพื่อหาสาเหตุเรื่องที่เกิดขึ้น […]

แบกเป้จากศูนย์สู่”หลังคาโลก” ทิเบต (9) : พลาดไม่ได้ “ทะเลสาบลาว็อก-ธารน้ำแข็งมิดุย”

เหมือนเช่นทุกวันครับ เราต้องตื่นเช้าเพื่อออกเดินทางต่อไป แต่วันนี้สำหรับผมถือว่าตื่นเต้นพอสมควรครับเพราะผมจะได้เห็นอีก 2 จุดหมายปลายทางของการเดินทางในครั้ง   เราออกเดินทางจากโรงแรมที่พักตอน 8 โมงเช้าเพื่อเดินทางไปยังจุดแรกนั้นคือทะเลสาบลาว็อก หรือจะเรียกว่าหลั่นวู่ ตามชาวทิเบตก็ได้ครับ   เส้นทางไม่ต่างจากทุกวันเท่าไหร่นัก ตลอดทางที่เรานั่งรถผ่านยังคงเป็นเขาสลับต้นไม้น้อยใหญ่ หลายช่วงถนนดูแย่กว่าที่เราผ่านมาเพราะคืนก่อนหน้าที่เราเดินทางนั้นฝนตกตลอดทั้งคืน   เกือบ 4 ชั่วโมงหลังจากออกเดินทางเรามาแวะที่ร้านอาหารเพื่อกินข้าวเที่ยง จริงแล้วระหว่างทางที่เรามาถึงร้านอาหารเราเพิ่งผ่านทางเข้าไปธารน้ำแข็งมิดุยมา แต่หลังจากอาหารเที่ยงเราจะมุ่งหน้าเพื่อไปดูทะเลสาบลาว็อกก่อนที่จะแวะกลับไปธารน้ำแข็งอีกครั้ง ร้านอาหารเล็กๆ ข้างทางหลายร้านเปิดรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางผ่านมาทางนี้เพื่อเยี่ยมชมทะเลสาบจุดหมายปลายทางของเรา อาหารพื้นเมืองหลายอย่างที่เราสั่งในแต่ละมื้อรสชาติเปลี่ยนไปตามพื้นที่ตลอดเส้นทางที่เราเดินทางมา   หลังจากกินข้าวเสร็จเราใช้เวลาไม่นานนักเดินทางต่อไปยังทะเลสาบลาว็อก ซึ่งถือว่าเป็นทะเลสาบที่เกิดขึ้นหลังการยกตัวของพื้นดินบริเวณดังกล่าวในช่วงไม่กี่ร้อยปีที่ผ่านมา   ก่อนถึงทะเลสาบลาว็อก ไกด์แวะพาเรามาพักที่จุดพักรถอีกจุดซึ่งถือว่าเป็นจุดที่มีนักท่องเที่ยวแวะพักในจุดนี้ไม่น้อยทีเดียว เบื้องหน้าของผมในตอนนี้ แม่น้ำที่เกิดจากการละลายของหิมะด้านบนไหลเชียวพอสมควร ขณะที่ฉากด้านหลังเป็นภูเขาสูงตระหง่านยอดยังถูกปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลน เราใช้เวลาพักใหญ่กับการดื่มด่ำบรรยากาศตรงนั้น ไกด์ของเราโชว์การกระโดดไปตามหินก้อนใหญ่ด้านล่างจนสามารถไปยืนกลางแม่น้ำได้   ผมใช้เวลาตัดสินใจไม่นานในการคิดก่อนจะทำตาม ต้องบอกว่าสำหรับผมที่นี่คือที่สุดที่หนึ่งของการเดินทางเลยครับ บรรยากาศธรรมชาติที่ลงตัวอย่างมาก ทั้งสีสันที่ธรรมชาติรังสรรค์แต่งเต้มให้ เสียงของน้ำที่ไหลผ่าน เป็นอีกภาพหนึ่งที่ผมจะจดจำไปอีกนาน   เราออกเดินทางต่อแม้ว่าตลอดเส้นทางที่เราเดินทางในวันนี้ฝนดูเหมือนจะไม่เข้าข้างเราเท่าไหร่นัก เพราะฝนตกตลอดเส้นทาง ทำให้แดดออกน้อยมาก เมฆเยอะจนบดบังวิวที่เราอยากเห็น แต่นั้นไม่ใช่อุปสรรคที่จะขัดขวางการเดินทางของเราได้   ผมแอบนั่งสวดมนต์ตลอดเส้นทางเพื่อขอให้อากาศเป็นใจกับเรามากขึ้น ผมแอบภาวนาว่าถ้าฝนจะตกก็ไม่เป็นไร แต่เมื่อเราไปถึงยังจุดหมายของการเดินทางขอให้ฟ้าเปิดเพื่อให้เราได้ชื่นชมกับสิ่งที่เราดั้นด้นมาหลายวันเพื่อจะได้เห็นซักครั้งในชีวิต   รถตู้ของเราจอดอีกครั้ง เบื้องหน้าผมในขณะที่ฝนยังตกปรอยๆ […]

แบกเป้จากศูนย์สู่”หลังคาโลก” ทิเบต (8) : จากหนิงซิ (บายี) – สู่เมืองโพมิ เส้นทางเส้นทรหด

เราเริ่มต้นเช้าวันใหม่แต่เช้าอีกครั้ง เพราะสถานการณ์เบื้องหน้ากับเส้นทางการเดินทางที่ดูจะคาดเดาได้ยากไม่ต่างจากเมื่อวานทำให้เราตกลงกับไกด์ประจำทริปว่าเราพร้อมที่จะออกเดินทางแต่เช้า เพราะไม่รู้ว่าจะสามารถไปถึงจุดหมายของเราได้เมื่อใดกับการเดินทาง 260 กิโลเมตร   การเดินในวันนี้ยังไม่ต่างจากเมื่อวานมากนัก เรายังต้องเส้นทางมิตรภาพจากเนปาลสู่เซี่ยงไฮ้ ซึ่งอยู่ระหว่างการก่อสร้างโดยคาดว่าจะต้องใช้เวลาอีกประมาณ 1 ปีจึงจะแล้วเสร็จ โดยตลอดทางจะมีเครื่องจักรที่ทำงานอยู่เป็นช่วงๆ โดยในเส้นทางนี้จะเปิดให้ใช้เดินทางได้แบบวันเว้นวันสลับกับการทำงานเพื่อก่อสร้างทาง   บนเส้นทางที่แสนหฤโหดด้านข้างซ้ายมือคือเขา ด้านขวามือคือเหวลึก บางช่วงของเส้นทางรถที่สวนทางกันระยะห่างระหว่าง 2 คันผมต้องบอกว่าห่างแค่ 1-2 นิ้วเท่านั้นครับ ขณะที่บางช่วงสามารถผ่านได้เพียงคันเดียว โชคดีของผมที่ไกด์และคนขับรถคอยช่วยแก้ปัญหาให้ทั้งของคณะเราและคนอื่นๆ ได้ตลอดเส้นทางแม้ว่าจะไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงเศษเราเดินทางมาถึงจุดหมายแรกของการพักรถ จากถนนหลักเราเลี้ยวเข้าซอยไปประมาณ 500 เมตรถึงป่าสนต้นขนาดใหญ่ ที่เรียกว่า Ancient Cypress Forests ด้านหน้าผมมีต้นสนขนาดใหญ่จนได้รับขนานนามว่า King of Cypress มีความสูงถึง 57 เมตร ขนาดเส้นรอบวง 5 คนโอบเลยทีเดียวอายุมากถึง 2,600 ปี   โดยรอบต้นไม้จะมีการนำผ้าสีขาวมาผูกไว้โดยรอบบริเวณ เพราะชาวทิเบตเชื่อว่าจะมีเทวดารักษาต้นไม้ประจำต้นไม้แต่ละต้น นอกจากนั้นยังมีการนำธงมนตรา 5 สีมาผูกรอบบริเวณ โดย 5 สีประกอบไปด้วย […]