pdhirapat blog

Just another weblog

pdhirapat blog

แบกเป้จากศูนย์สู่”หลังคาโลก” ทิเบต (8) : จากหนิงซิ (บายี) – สู่เมืองโพมิ เส้นทางเส้นทรหด

000-13

เราเริ่มต้นเช้าวันใหม่แต่เช้าอีกครั้ง เพราะสถานการณ์เบื้องหน้ากับเส้นทางการเดินทางที่ดูจะคาดเดาได้ยากไม่ต่างจากเมื่อวานทำให้เราตกลงกับไกด์ประจำทริปว่าเราพร้อมที่จะออกเดินทางแต่เช้า เพราะไม่รู้ว่าจะสามารถไปถึงจุดหมายของเราได้เมื่อใดกับการเดินทาง 260 กิโลเมตร

 

การเดินในวันนี้ยังไม่ต่างจากเมื่อวานมากนัก เรายังต้องเส้นทางมิตรภาพจากเนปาลสู่เซี่ยงไฮ้ ซึ่งอยู่ระหว่างการก่อสร้างโดยคาดว่าจะต้องใช้เวลาอีกประมาณ 1 ปีจึงจะแล้วเสร็จ โดยตลอดทางจะมีเครื่องจักรที่ทำงานอยู่เป็นช่วงๆ โดยในเส้นทางนี้จะเปิดให้ใช้เดินทางได้แบบวันเว้นวันสลับกับการทำงานเพื่อก่อสร้างทาง

 

บนเส้นทางที่แสนหฤโหดด้านข้างซ้ายมือคือเขา ด้านขวามือคือเหวลึก บางช่วงของเส้นทางรถที่สวนทางกันระยะห่างระหว่าง 2 คันผมต้องบอกว่าห่างแค่ 1-2 นิ้วเท่านั้นครับ ขณะที่บางช่วงสามารถผ่านได้เพียงคันเดียว โชคดีของผมที่ไกด์และคนขับรถคอยช่วยแก้ปัญหาให้ทั้งของคณะเราและคนอื่นๆ ได้ตลอดเส้นทางแม้ว่าจะไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

003-2

002-1

010-22

ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงเศษเราเดินทางมาถึงจุดหมายแรกของการพักรถ จากถนนหลักเราเลี้ยวเข้าซอยไปประมาณ 500 เมตรถึงป่าสนต้นขนาดใหญ่ ที่เรียกว่า Ancient Cypress Forests ด้านหน้าผมมีต้นสนขนาดใหญ่จนได้รับขนานนามว่า King of Cypress มีความสูงถึง 57 เมตร ขนาดเส้นรอบวง 5 คนโอบเลยทีเดียวอายุมากถึง 2,600 ปี

 

โดยรอบต้นไม้จะมีการนำผ้าสีขาวมาผูกไว้โดยรอบบริเวณ เพราะชาวทิเบตเชื่อว่าจะมีเทวดารักษาต้นไม้ประจำต้นไม้แต่ละต้น นอกจากนั้นยังมีการนำธงมนตรา 5 สีมาผูกรอบบริเวณ โดย 5 สีประกอบไปด้วย สีฟ้า หมายถึง ท้องฟ้า, สีขาว หมายถึง เมฆ, สีเขียว หมายถึง น้ำ, สีแดง หมายถึง ไฟและสีเหลือง หมายถึง ดิน เพื่อเป็นการปรับสมดุลตามธรรมชาติ

 

เส้นทางที่สำหรับผมต้องบอกว่าหวาดเสียวสุดครับ ยิ่งผมนั่งท้ายรถด้วย มองไปด้านหลังที่เป็นเหวอยู่ใกล้แค่เอื้อมทำให้หายใจไม่ทั่วท้องไปบางช่วง เราอาจจะต้องเดินลงจากรถบางจุดที่เส้นทางค่อนข้างหวาดเสียวเพราะวันนั้นฝนตกยิ่งทำให้การขับรถขึ้นเขาทำได้ยากมากขึ้น

006-8

 

007-10

เรามาถึงจุดที่เป็นสะพานข้ามไปอีกฝาก สะพานขนาดความยาวประมาณ 120 เมตรเป็นลักษณะคล้ายสะพานลวดขึงรถผ่านได้เพียงครั้งละ 1 คันเท่านั้น บริเวณด้านหน้าของสะพานจะมีทหารคอยยืนโบกรถในข้ามไปทีละคัน ทีละด้านสลับไปมา

 

เรานั่งรถ นอนหลับ ตื่น ถ่ายรูปทิวทัศน์ ซึ่งมีทั้งภูเขาที่ปกคลุมไปด้วยต้นไม้หนาแน่น และเทือกเขาหินที่ด้านบนยังถูกปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลนมากมาย เราผ่านภูเขาลูกแล้วลูกเหล่า พักเข้าห้องน้ำธรรมชาติระหว่างทางทั้งถ่ายเบา ถ่ายหนักเราผ่านมาทุกรูปแบบ

 

สิ่งของที่จำเป็นสำหรับการเดินทางในลักษณะนี้ ไม่ว่าจะเป็นทิชชู่แบบแห้ง แบบเปียก ยาชนิดต่างๆ ของกินที่ควรจะหลากหลายพอสมควรเพื่อให้ไม่เบื่อ เพราะเราจะต้องใช้ชีวิตหลายชั่วโมง จริงๆ ควรจะบอกว่าหลายวันน่าจะถูกต้องกว่าบนรถถือเป็นสิ่งของจำเป็น

 

ตลอด 2 ข้างทางนอกเหนือจากวิวทิวทัศน์ที่แตกต่างจากบ้านเราอย่างสิ้นเชิง เราจะยังได้เห็นถึงวิถีชีวิตที่เรียบง่ายของชาวทิเบต “จามรี” หรือที่ชาวทิเบตเรียกว่า “ยัค” รวมถึงแกะ สัตว์เลี้ยงเพื่อเป็นอาหารถูกปล่อยให้เดินตามท้องถนนทั่วไปตลอดเส้นทาง

005-5

 

001-4

นอกจากนี้ตลอดทางเรายังสามารถเห็นชาวทิเบตที่ออกเดินเท้าจากบ้านด้วยการไหว้ราบ หรือ อัษฎางคประดิษฐ์ อยู่ตลอดเส้นทางจุดหมายปลายทางคือวัดโจคัง เมืองลาซาที่เราเพิ่งไปเยี่ยมชมมา จากจุดที่เราเห็นแรงศรัทธาของชาวทิเบตเหล่านั้น อาจจะต้องใช้เวลาถึง 6-8 เดือนชาวทิเบตคนนั้นถึงจะเดินทางไปถึงจุดหมายปลายทางของเค้า

 

อีกหลายชั่วโมงบนความสูงที่เริ่มลดลลงจากระดับ 3,100 เมตรสูงกว่าระดับน้ำทะเลเมื่อวานที่เราพักค้างคืน ในคืนนี้เมืองที่เราพักแรมจะอยู่บนความสูงเพียง 2,740 เมตรซึ่งระดับความสูงดังกล่าว ออกซิเจนกระป๋องที่เราเตรียมไว้มากมายอาจจะไม่ค่อยจำเป็นเท่าไหร่นัก

 

เราเดินทางมาถึงเมืองโพมิ ซึ่งเราจะพักค้างคืน 2 คืนเวลาประมาณ 1 ทุ่ม หรืออีกเกือบ 10 ชั่วโมงกับการเดินทาง สิ่งแรกหลังจากขนของสัมภาระทุกอย่างเข้าไปวางในห้องที่โรงแรม เราภาวนาให้พรุ่งนี้เราโชคดีกับสภาพอากาศ โดยหวังว่าฝนจะไม่ตกเพื่อให้เราสามารถมองเห็นเทือกเขาหิมาลัยได้จากจุดที่เราจะต้องเดินทาง

 

หลังกินอาหารเย็นในร้านท้องถิ่นเรามีเวลาที่จะเดินไปบริเวณลานกว้างขนาดใหญ่กลางเมือง ด้านหลังนอกเหนือจากภูเขาสูงที่ยอดปกคลุมด้วยหิมะแล้วจะมีจอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่เปิดพร้อมกับเพลงท้องถิ่นซึ่งถือว่าน่าสนใจทีเดียวครับ

 

ไม่นานนักเริ่มมีหนุ่ม สาว ผู้ใหญ่ เด็ก ออกไปล้อมวงเต้นประกอบเพลงที่ดังขึ้น ดูไปคล้ายๆกับการออกกำลังกายบริหารตามสวนในบ้านเราครับ แต่ที่นี่ยังถือว่าเป็นกิจกรรมที่ได้รับความสนใจมากจากวัยรุ่นทั่วไป ไม่นานจากแถวที่มี 6-7 คน ก็มีจำนวนมากขึ้นจนกลายเป็นหลายสิบคน จากวงเล็กๆ กลายเป็นวงใหญ่ขึ้น

 

ผมยืนดูอยู่นานพอสมควรก่อนจะแยกย้ายกับสมาชิกร่วมเดินทางเพื่อไปพักผ่อนเตรียมตัวให้พร้อมกับจุดหมายปลายทางสำคัญ 2 อย่างสำหรับการเดินทางในครั้งนี้ในวันนี้ นั้นคือ ทะเลสาบลาว็อก หรือ Lawok Lake และธารน้ำแข็งมิดุย หรือ Mi Dui Glacier 1 ใน 3 ธารน้ำแข็งในประเทศจีน

008-11

009-12

011-23

004-3

(โปรดติดตามตอนต่อไป)

 

Tags: , , , , , , , , , ,

Comments are closed.