pdhirapat blog

Just another weblog

pdhirapat blog

แบกเป้จากศูนย์สู่”หลังคาโลก” ทิเบต (10) ผมเรียกที่นี่ว่า “ซัมบาลา”

001-IMG_20150521_203736

260 กิโลเมตรกับ 14 ชั่วโมงในความทรงจำของผมเกิดขึ้นในวันนี้ วันที่เรามีนัดเดินทางกลับจากเมืองโพมิไปยังบายี เมืองที่เราพักค้างแรมช่วง 2 วันที่แล้วเพื่อเตรียมเดินทางโดยเครื่องบินไปยังมหานครฉงชิ่ง เส้นทางเดิมที่เราเคยใช้เดินทางเราจะย้อนกลับไปทางนั้

 

ฝนตกในช่วง 2 วันที่ผ่านมาทำไมผมอดคิดไม่ได้ว่าเส้นทางกลับในวันนี้แม้ว่าผมจะเพิ่งเดินมาน่าจะยากลำบากมากขึ้นอย่างแน่นอน ระยะทางแม้ว่าไม่ไกลมากนักเพียงแค่ไม่ถึง 300 กิโลเมตรแต่ต้องผ่านภูเขานับสิบนับร้อยลูก ทางขรุขระเป็นหลุมเป็นบ่อ ทางแคบแบบว่ารถสวนกันระยะห่างไม่เกิน 1 คืบสำหรับผมแค่คิดก็แอบใจหายแล้วครับ

002-9

เราออกเดินทางเช้าขึ้นจากวันที่เราเดินทางมาเพื่อหวังว่าจะไปถึงเมืองโพมิไม่ค่ำมากจะได้มีเวลาเดินเล่นในเมือง รวมถึงเรายังคาดหวังที่จะได้แวะจุดพักรถบางจุดที่เราผ่านมาแต่ไม่ได้แวะช่วงก่อนหน้านี้ด้วย

 

70 กิโลเมตรแรกเราทำเวลาได้ค่อนข้างๆ ดีมาก ใช้เวลาเพียงไม่ถึง 1 ชั่วโมงครึ่ง รถเริ่มชะลอตัวลง ผมคิดว่ารถด้านหน้าคงรอเข้าแถวข้ามสะพานที่เราเคยใช้ข้ามมา เพราะเจ้าหน้าที่จะปล่อยให้รถผ่านได้เพียงทีละคัน และจะต้องสลับไปมาทั้ง 2 ฝั่ง

003-5

004-IMG_20150522_070943

ประมาณรถที่ต่อด้านท้ายเริ่มมีปริมาณสะสมมากขึ้น 1 ชั่วโมงก็แล้ว  2 ชั่วโมงผ่านไปรถตู้ที่ผมนั่งมาเคลื่อนที่ได้ไม่เกิน 10 เมตร จริงๆ คงต้องเรียกว่าจอดสนิทเลยก็ว่าได้ เพราะคนขับต้องดับเครื่องมานานมากแล้ว

ไกด์ผมลองเดินไปดูสถานการณ์ด้านหน้าเพราะเรามั่นใจแล้วว่าคงเกิดเหตุการณ์ที่ไม่ปกติขึ้นแน่ๆ รถถึงติดมากขนาดนี้ ผ่าน 3 ชั่วโมงเข้าสู่ชั่วโมงที่ 4  ที่เราเหมือนจอดสนิทอยู่กับที่ นักท่องเที่ยว รวมถึงผู้คนชาวทิเบตจำนวนไม่น้อยที่ลงเดินไปด้านหน้า เพื่อหาสาเหตุเรื่องที่เกิดขึ้น

ไกด์ผมดินกลับมาพร้อมกับแจ้งข่าวว่า มีคนลงไปช่วยโบกรถที่ติดขัดด้านบนเขาแล้วพลัดตกลงไปในแม่น้ำ ตอนนี้เจ้าหน้าที่กำลังเดินทางไปช่วยเหลือ โดยตลอด 4 ชั่วโมงที่ผ่านมามีรถตำรวจ รถหน่วยกู้ภัยวิ่งย้อนขึ้นไปด้านหน้าหลายคัน

 

ผมและคณะไม่มีใครรู้เลยว่าชะตากรรมของคนที่ตกลงไปในแม่น้ำจะเป็นอย่างไร เพราะเราอยู่ไกลจากจุดเกิดเหตุมาค่อนข้างมาก ใกล้เวลาเที่ยงเราเริ่มหาอะไรกินง่ายๆ เป็นอาหารกลางวัน ไกด์ผู้เป็นเหมือนฮีโร่ของเราตลอดการเดินทางเดินไปขอน้ำร้อนจากร้านที่ห่างออกไปหลายร้อยเมตรเพื่อให้เราได้กินมาม่าเป็นอาหารกลางวัน

005-7

006-15

เกือบ 5 ชั่วโมงรถค่อยๆ เคลื่อนตัวจนมาเกือบถึงสะพานที่มีรถต่อคิวยาวเพื่อข้ามไปอีกด้าน ข่าวจากไกด์แจ้งว่าอีก 1 เหตุผลที่รถติดมากในวันนี้ เพราะมีรถบัสเกิดเสียกลางสะพาน ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องไปช่วยกันเคลื่อนย้ายรถบัสออกซึ่งค่อนข้างยากมากทั้งจากน้ำหนักที่ต้องรับบนสะพาน และเส้นทางบนถนนที่แคบทำให้ต้องใช้เวลาเคลื่อนย้ายอยู่นานทีเดียว

 

แม้ว่าเราจะผ่านสะพานนั้นมาได้หลังจากผ่านไปกว่า 6 ชั่วโมงซึ่งจริงแล้วเราควรจะใกล้ถึงเมืองที่เราจะพักในคืนนี้ แต่เพราะปัญหารถติดกว่า 6 ชั่วโมงทำให้ปริมาณรถทั้ง 2 ฝากเขาสะสมมากขึ้น การสัญจรของทั้งฝั่งจึงยากขึ้นอีกหลายเท่าทีเดียว

 

เราติดบนถนนอยู่อีกหลายชั่วโมง ในบางช่วงไกด์และคนขับรถของคณะเรารับบทบาทเป็นฮีโร่ให้กับเราและอีกหลายๆคน เพราะไกด์และคนขับรถของเราลงไปทำหน้าที่โบกรถ หยุดรถเพื่อให้รถทั้ง 2 ฝั่งเคลื่อนที่ไปได้

 

ฝนยังตกโปรยๆตลอดเส้นทางกลับ เราไต่ระดับความสูงขึ้นมาอีกครั้ง ผ่านภูเขาลูกแล้วลูกเล่า ดูเหมือนการสวดมนต์ภาวนาของผมจะเป็นผลอีกครั้ง หลังจากที่ก่อนหน้าคณะผมโชคดีกับทุกที่ที่เราเดินทางไปถึง ฝนจากที่ตกตลอดก็หยุดให้เราได้ถ่ายรูป ให้ได้ลงไปสัมผัสบรรยากาศแบบง่ายขึ้น

007-10

008-11

009-12

ที่ผมบอกว่าโชคดี คือ ภาพเบื้องหน้าในตอนนี้หลังจากเราไต่ระดับความสูงเพื่อกลับไปยังเมืองที่พัก หลังจากฝนตก เมฆลดตัวต่ำลง เราเหมือนอยู่บนเมฆในตอนนั้น คนขับรีบขับเพื่อหาที่จอดให้เราก่อนที่พระอาทิตย์จะตกดิน เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นไกด์บอกกับเราว่าในแต่ละปีโอกาสแบบนี้อาจจะเกิดขึ้นเพียง 1-2 ครั้งเท่านั้น

 

สำหรับผมที่นี่คงต้องเรียกว่า “ซัมบาลา” เลยครับ ผมไม่รู้หรอกครับว่าสวรรค์หน้าตาเป็นอย่างไร แต่เบื้องหน้าที่ผมเห็นต้องเรียกว่าสวรรค์สำหรับผมเลยครับ การได้รู้สึกเหมือนยืนอยู่บนเมฆ ปลายอีกฝากหนึ่งจากจุดที่ผมยืนอยู่คือ ยอดเขา ซึ่งนั้นอาจแปลว่าผมก็ยืนอยู่บนอีกยอดเขาเช่นเดียวกัน

 

เราหยุดถ่ายรูปอยู่ซักพักใหญ่ๆครับ แต่ด้วยข้อจำกัดเรื่องเวลาที่หากเราต้องเดินทางในช่วงหลังพระอาทิตย์ตกเส้นทางจะค่อนข้างอันตราย เราจึงต้องรีบขึ้นรถเพื่อเดินทางต่อไป พระอาทิตย์ลับขอบฟ้า ถนนมืดสนิทมีแสงจากรถที่ส่องสว่าง

 

เรามาถึงจุดที่รถติดอย่างหนักอีกครั้ง ด้านหน้าไม่ไกลมองเห็นได้จากสุดปลายตาเป็นเมืองจุดหมายปลายทางของเราในวันนี้ เราแทบไม่รู้เลยว่าถนนข้างหน้าเป็นอย่างไร เกิดขึ้นอะไรบ้างเพราะตลอดเส้นทางที่มืดสนิท ประกอบการถนนอยู่ระหว่างการก่อสร้างทำให้หลายช่วงที่ต้องใช้ความชำนาญอย่างมากของคนขับรถ

 

เป็นอีกครั้งที่คนขับรถและไกด์ของคณะผมต้องลงไปแก้สถานการณ์เพราะรถที่สวนไปมาทั้ง 2 ฝั่งต่างไม่ยอมกัน ต่างฝ่ายต่างจะเดินหน้าอย่างเดียวโดยไม่สนใจว่าถนนเหลือพื้นที่เพียงพอให้รถขับสวนกันได้หรือเปล่า เมื่อถึงจุดที่ไม่สามารถสวนกันได้ รถจึงติดอย่างที่ทุกคนคงนึกภาพออก

010-14

13  ชั่วโมงบนรถตลอดการเดินทางในวันนี้ เรามาเกือบถึงเมืองบายีที่เราจะค้างคืน เราเลือกที่จะไปร้านอาหารก่อนเพราะตอนนั้นเกือบ 3 ทุ่ม อาหารถูกสั่งมาเต็มโต๊ะเหมือนทุกครั้งแต่ครั้งนี้ทุกอย่างหมดเร็วกว่าทุกมื้อเพราะเราหิวกันมาก

 

หลังกินข้าวเสร็จเรามุ่งหน้าไปยังโรงแรมที่พัก เวลาทั้งหมดเกือบ 15 ชั่วโมงจากโรงแรมที่พักที่เราเช็คเอาท์ออกมาตอนเช้าจนถึงอีกโรงแรมที่เราเช็คอินในคืนนี้ถือว่าเป็นอีกประสบการณ์ครั้งสำคัญครั้งหนึ่งในชีวิตผมเลยทีเดียว

 

มีเหตุการณ์มากมายหลายอย่างเกิดขึ้นในวันนี้ เหตุการณ์ที่เรานักเดินทางไม่สามารถคาดการณ์ไว้ได้ล่วงหน้า สำหรับผมแล้วผมว่าสิ่งที่ผมได้เห็น ได้สัมผัสในวันนั้น คุ้มค่ากับการเดินทางที่แสนจะยาวนาน เหนื่อย ลำบาก ทรหด อันตราย เสี่ยงตาย ฯลฯ แล้วครับ เราอิ่มอกอิ่มใจกับสิ่งที่เราต้องเรียกว่านี่อาจจะเป็นครั้งหนึ่งหรือครั้งเดียวในชีวิตที่ได้เดินทางมาที่นี่ก็ว่าได้ครับ

 

เราแยกย้ายกันไปพักผ่อนเพราะพรุ่งนี้เราจะต้องเดินทางไปยังสนามบินที่ห่างออกไปจากเมืองประมาณ 45 นาทีเพื่อเดินทางต่อไปยัง 1 ใน 4 มหานครของประเทศจีน นั้นคือ มหานครฉงซิ่ง

011-1433440467459

012-13

(โปรดติดตามตอนต่อไป)

Tags: , , , , , , , , , , ,

Comments are closed.