pdhirapat blog

Just another weblog

pdhirapat blog

แบกเป้จากศูนย์สู่”หลังคาโลก” ทิเบต (11) “ฉงชิ่ง” วัฒนธรรมร่วมสมัยของจีนยุคใหม่

002-2

ไฟลต์บินค่อนข้างเช้าจากเมืองบายี ในเขตทิเบต สู่ 1 ใน 4 มหานครของประเทศจีน เราเลือกที่เดินทางแต่เช้าเพื่อจะได้ในเวลาในช่วงบ่ายและเย็นในการสำรวจเมืองฉงชิ่ง

 

สนามบินขนาดไม่ใหญ่แต่เป็นสนามบินใหม่ที่เพิ่งสร้างขึ้นไม่นาน ผู้โดยสารมากหน้าหลายตาต่อคิวโดยสารภายในประเทศ พื้นที่ด้านในสนามบินเล็กกะทัดรัด แม้ว่าจะระบบการตรวจสอบสัมภาระจะดูยุ่งยากไปซักหน่อย แต่เราก็ใช้เวลาไม่นานกับการจัดการทั้งหมด

 

หลังจากเข้าไปด้านใน ร้านขายของที่ระลึกที่กลายเป็นด่านสุดท้ายในเขตทิเบตที่เราจะสามารถซื้อของที่ระลึกได้จากทิเบตได้ หินทิเบตประเภทต่างๆ ขนมหลายชนิดบ้างก็ทำจากเนื้อจามรี หรือ ยัคนั้นเอง

 

ผมอดไม่ได้ที่จะลองซื้อของพื้นเมืองอย่างขนมที่มีหน้าตาคล้ายลูกอมที่มีส่วนผสมเป็นเนื้อจามรีมาลองกินดู รสชาติแปลกทีเดียวครับ สำหรับลูกอมที่มีกลิ่นเนื้อสัตว์

 

ถึงเวลาต้องเดินทางออกจากทิเบต ดินแดนที่ทุกคนเรียกว่า “หลังคาโลก” จุดหมายต่อไปคือการกลับเข้าไปสู่เมืองศิวิไลซ์อีกครั้ง

 

เราใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง ก่อนเครื่องบินค่อยๆ ลงจอดในสนามบินขนาดใหญ่ สนามบินฉงชิ่งซึ่งมีทั้งส่วนที่เป็นการเดินทางภายในประเทศ และส่วนที่เป็นอาคารสำหรับการเดินทางระหว่างประเทศ

 

เนื่องจากเราไปกัน 6 คนจึงต้องแบ่งออกเป็น 2 กรุ๊ปเดินทางไปยังโรงแรมที่พักที่อยู่กลางนครฉงชิ่ง ระยะทางประมาณเกือบ 30 กิโลเมตรใช้เวลาเดินทางโดยแท็กซี่ประมาณ 45 นาที ค่าโดยสารก็ถือว่าไม่แพงมากครับ จากสนามบินถึงกลางเมืองประมาณ 80-90 หยวนเท่านั้นเอง

003-3

แผนสำหรับวันนี้หลังจากเช็คอินที่พักเป็นที่เรียบร้อยเราวางแผนที่จะเดินทางไปยังตลาดเก่าที่ถือว่าเป็นจุดหมายสำคัญสำหรับนักท่องเที่ยวที่อยู่ห่างออกไปประมาณ 25 นาทีจากโรงแรม และหลังจากนั้นเราจะลงล่องเรือเพื่อชมทัศนียภาพของเมืองฉงชิ่งในช่วงเวลาค่ำคืน

 

แต่เราจำเป็นต้องเปลี่ยนแผนเล็กน้อยครับ เพราะปริมาณน้ำในแม่น้ำที่เราจะล่องเรือถือว่าอยู่ในระดับต่ำมาก จึงอาจจะไม่เหมาะที่จะล่องเรือ เราจึงมีเวลาอย่างเต็มที่ที่จะใช้สำหรับตลาดเก่าที่มีชื่อว่าเมืองโบราณสือชี่โข่ว (Ancient Town of Ciqikou)

 

แดดร่มลมตกเราออกเดินทางไปยังตลาดเก่าโดยรถไฟใต้ดินที่อยู่ห่างจากโรงแรมไปประมาณ 300 เมตร ผมอยากแนะนำนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางซักเล็กน้อยครับ ควรเขียนชื่อภาษาจีนสถานที่ที่เราจะเดินไปไปด้วยครับ เพราะแม้แต่ภายในสถานีรถไฟยังแทบหาสัญลักษณ์ หรือภาษาอังกฤษไม่ได้เลย

 

เราหลงๆ มึนๆ กับการเดินทางอยู่ซักพัก ก่อนจะจับต้นชนปลายถูกว่าจะต้องเดินทางในเส้นทางสายใด และต้องลงที่สถานีใด แต่เมื่อจับทิศทางถูกก็ถือว่าไม่ยากครับ

 

จากสถานีที่เราลงเพื่อไปยังตลาด เราต้องเดินต่อไปอีกประมาณ 500 เมตรสังเกตง่ายๆผมเชื่อว่าไม่น่าจะหลง เราจะเห็นนักท่องเที่ยวเดินไปในเส้นทางเดียวกันค่อนข้างมาก ก็แค่ตามๆ ไปกับผู้คนมากมายที่กำลังเดินไปในทางนั้นครับ

004-6

ตลอด 2 ข้างทาง อาคารทรงที่ดูคล้ายจะถูกอนุรักษ์ไว้เพื่อให้ยังคงความดั้งเดิมดูสวยทีเดียวครับ ของกินมากมายระหว่างทางเดินจนไปถึงยังซุ้มประตูขนาดใหญ่ด้านหน้าตลาดที่จะมีสิงโต 2 ตัวตั้งอยู่ด้านหน้ารอถ่ายรูปกับนักท่องเที่ยว

 

บรรยากาศด้านในตลาดเต็มไปด้วยร้านค้ามากมาย ทั้งร้านอาหาร ร้านขายของกินเล่น ร้านขายของที่ระลึก แต่ละร้านก็จะมีกลยุทธในการเรียกลูกค้าที่แตกต่างกันออกไป

 

ตลอดเส้นทางจากทางเข้าเราจะสามารถเดินโดยทั่วด้วยระยะทางประมาณ 1.5-2  กิโลเมตร ถ้าเป็นช่วงเวลาเย็นๆ ผมว่าหลายคนคงอิ่มกับการเดินในตลาดแห่งนี้แน่นอนครับเพราะของขายเยอะจริงๆ

 

ด้านในสุดของตลาดจะเป็นคล้ายกับท่าเรือ โรงแรมขนาดเล็กหลายโรงแรมตั้งอยู่ในซอกตามมุมต่างๆรอรับนักท่องเที่ยวแบ็คแพ็คเกอร์ที่อยากสัมผัสบรรยากาศดิบๆ ของสมัยก่อนของมหานครฉงชิ่ง

 

เสร็จสิ้นการสำรวจตลาดเราเดินกลับทางเดิมที่ด้วยว่าเป็นช่วงเวลาอาหารเย็น คนจึงเริ่มเยอะขึ้น ช่วงร้านอาหารกลยุทธ์มากมายทั้งการตะโกนเรียกลูกค้า บางร้านแทบลากเข้าไปลองชิมซึ่งกลยุทธ์แบบนี้ต้องขึ้นอยู่กับคุณแล้วครับว่าจะห้ามใจได้มั๊ย

 

เรากลับถึงโรงแรมในช่วงค่ำ กลางเมืองใกล้โรงแรมที่พักเป็นเหมือนย่านธุรกิจ แบรนด์สินค้าทุกแบรนด์ชั้นนำของโลกหาได้ในบริเวณนี้เลยครับ หอนาฬิกาที่คล้ายเป็นจุดศูนย์กลางของถนนธุรกิจแห่งนี้เป็นอีกแหล่งที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวมาถ่ายรูปได้ดีทีเดียวครับ

 

เรากลับโรงแรมช่วงค่ำ เพราะพรุ่งนี้เรายังมีโปรแกรมสุดท้ายของการเดินทาง 10 ในประเทศจีนและทิเบต นั่นคือการไปเดินซื้อของที่ระลึกอีกย่านหนึ่งที่เป็นจุดหมายของนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังฉงชิ่ง

001-8

005-7

001-8

006-9

007-11

008-12

009-14

010-15

(โปรดติดตามตอนต่อไป)

Tags: , , , , , , , , , ,

Comments are closed.