pdhirapat blog

Just another weblog

pdhirapat blog

Archive for December, 2015

“หลวงพระบาง” มรดกโลกที่น่าไปเยือน (ตอนที่ 2)

ผมเริ่มต้นวันใหม่แต่เช้ากับโปรแกรมตักบาตรข้าวเหนียว และจุดที่เหมือนทุกคนจะช่วงชิงกันนั้นคือ บริเวณหน้าวัดสุขาราม จากที่พักผมจะต้องนั่งเรือข้ามฝากมาเพราะผมเลือกจะไปพักอีกด้านหนึ่งของเมือง เนื่องจากค่อนข้างเงียบ สงบกว่าในตัวเมืองหลวงพระบาง การเดินทางเข้ามาทางรถอาจจจะต้องอ้อมบ้าง แต่ก็สามารถเลือกข้ามเรือมาได้อย่างสะดวกสบาย   ผมสั่งข้าวเหนียวสำหรับตักบาตรในตอนเช้าคนละ 3 กระติบ เพื่อให้พอกับจำนวนพระสงฆ์ที่จะออกเดินบิณฑบาต โดยปกติแล้วในแต่ละวันจะมีพระสงฆ์ประมาณเกือบ 300 รูป โดยเส้นทางที่ผมนั่งรอจะเป็นเส้นทางของวัด 14 แห่งที่พระสงฆ์จะออกเดินบิณฑบาต ความคึกคักของกิจกรรมในช่วงเช้าของกลุ่มนักท่องเที่ยว และร่วมถึงชาวบ้านในหลวงพระบางจะเริ่มต้นขึ้นประมาณช่วงตี 5 ครึ่ง โดยพระสงฆ์จะเริ่มเดินเมื่อพระอาทิตย์เริ่มทอแสงและจะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงจึงแล้วเสร็จ   มีความเชื่อบางอย่างของคนลาวเกี่ยวกับการตักบาตรข้าวเหนียว นั้นคือ การเหลือข้าวเหนียวไว้เล็กน้อย เพื่อแบ่งไว้สำหรับสัมภเวสี โดยบางคนอาจจะปั้นเป็นก้อนเล็กวางไว้ข้างกำแพงวัด หรือเอาไปฝากไว้ด้านในบริเวณวัดก็ตามแล้วแต่ความเชื่อ ภายในบริเวณวัดสุขาราม โบสถ์หลังใหญ่เหมือนเป็นอีกจุดหมายที่นักท่องเที่ยวต่างต้องการไปถ่ายรูปเนื่องจากสถาปัตยกรรมที่ค่อนข้างสวยงาม   การตักบาตรในช่วงเช้าของชาวลาวจะแตกต่างจากคนไทยนิดหน่อยครับ คนลาวจะตักบาตรโดยใส่ข้าวเหนียวเท่านั้น ส่วนกับข้าวจะมีการแบ่งเวรกันของพี่น้องในชุมชนบริเวณนั้นๆ ที่จะนำเข้าไปถวายพระสงฆ์กันทุกวัน ที่สำคัญการให้พรของพระสงฆ์จะทำหลังจากเดินครบรอบกลับมาถึงยังวัดที่พระสงฆ์จำพรรษา หากพอมีเวลาไม่เร่งรีบในช่วงเช้ามากนัก ผมขอแนะนำให้รอซักพักเพื่อที่จะรับพรกับพระสงฆ์ในวัดที่คุณตักบาตรหรือเดินไปยังวัดใกล้เคียงก็ได้ครับ หลังจากรับพรจากพระสงฆ์เป็นที่เรียบร้อย เป้าหมายต่อไปของผมคือการไปตลาดเช้าของเมืองหลวงพระบาง ผมเห็นจากรูปตามอินเทอร์เน็ตหลายครั้งถึงความน่าสนใจของตลาดเช้าในประเทศลาว นอกเหนือจากผัก ผลไม้ ของคาว ของหวาน มากมายแล้วสัตว์มากมายหลายชนิดที่คุณอาจจะไม่เชื่อก็อาจจะมีวางขายในตลาดเช้าแบบนี้   ผมได้รับข้อมูลว่าเจ้าหน้าที่จากกรมป่าไม้เพิ่งจะมาตรวจสอบทำให้ภาพที่ผมเคยเห็นในอินเทอร์เน็ตอาจจะไม่ได้เห็นในวันนี้ แต่นั้นก็ไม่ได้ทำให้ตลาดเช้าของคนลาวน่าสนใจน้อยลงเลยครับ ความคึกคักทั้งจากนักท่องเที่ยว […]

“หลวงพระบาง” มรดกโลกที่น่าไปเยือน (ตอนที่1)

มีเหตุปุ๊บปั๊บให้ผมต้องออกเดินทางอีกครั้ง….   “แม่อยากทำบุญ” คำพูดสั้นๆ ที่ทำให้ผมต้องคิดทริปสั้นๆ เดินทางในช่วงเวลา 2-3 วัน   “หลวงพระบาง” กลายเป็นเมืองแรกที่ผมคิดถึง อาจจะเป็นเพราะผมยังไม่เคยไปยังหลวงพระบาง และคงมีอะไรบางอย่างอยากให้ผมมาที่นี่   ผมวางแผนเดินทางมาในครั้งนี้แบบง่ายๆ เดินทางช่วงเที่ยงจากเมืองไทย และกลับช่วงบ่ายๆจากประเทศลาว เพื่อให้ไม่เหนื่อยมากนัก   เครื่องบินจากเมืองไทย(สนามบินสุวรรณภูมิ) ในปัจจุบันมี 3 สายการบินที่เดินทางตรงมายัง บางกอกแอร์เวย์ ลาวแอร์เวย์และการบินไทย โดยผมเลือกที่จะเดินทางมากับสายการบินไทย โดยจะบินมาในวันจันทร์และกลับในวันพุธ   ไฟล์ท 12:25 น. ออกเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1:35 นาที เรียกได้ว่าไกลกว่านั่งเครื่องบินไปเชียงใหม่แค่นิดเดียว   สนามบินขนาดไม่ใหญ่เหมือนเทียบกับสนามบินนานาชาติหลายแห่งที่ผมเดินทางไป เรียกพูดแรกที่ผมได้ยิน “สบายดี” คำทักทายของคนลาวต่อแขกผู้มาเยือนอย่างผม   ใช้เวลาในการตรวจเอกสารไม่นาน กระเป๋าเดินทางถูกเรียงออกมาตามสายพานอย่างเป็นระเบียบ ประมาณคครึ่งชั่วโมงหลังจากเครื่องบินลงจอดทุกอย่างก็เรียบร้อย   ครั้งนี้ผมเลือกที่จะใช้ไกด์ส่วนตัวและรถส่วนตัวเพื่อให้สะดวกในการเดินทาง และสำหรับผมการได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง เยอะ สำคัญมากสำหรับการเขียนข้อมูลต่างๆ และไกด์ของผมในทริปนี้เป็นหญิงมีอายุ ซึ่งถือว่าเป็นไกด์เซเลบฯ ของหลวงพระบางเลยก็ว่าได้เพราะที่ผ่านมาเคยรับหน้าที่เป็นไกด์ให้กับคนดังของเมืองไทยมาอย่างมากมาย   “พี่สมจิตร […]

ครั้งหนึ่งในชีวิตสถานที่ที่ต้องไป “พุทธคยา” (จบ)

เช้าวันรุ่งขึ้นผมมีนัดหมายที่จะเดินทางไปยังบริเวณสระมุจลินก์ ซึ่งเชื่อว่าเป็นที่ที่พญานาคราชอาศัยอยู่ และที่นี่คืออีกหนึ่งจุดหมายปลายทางของผมสำหรับการเดินทางมาทำบุญในครั้งนี้ โดยเจ้าภาพใหญ่ที่นำคณะเราเดินทางมีโครงการที่จะสร้างถนนเพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางเข้ามาในพื้นที่สระมุจลินก์   นอกจากนี้ยังจะมีการบูรณะสระมุจลินก์เพื่อให้กลับมาสวยงามอีกครั้ง เพราะปัจจุบันพื้นที่บริเวณดังกล่าวถูกทิ้งไว้ให้รกร้าง น้ำภายในสระมุจลินก์สภาพเป็นสีเขียว มีขยะมากมาย หากสามารถบูรณะให้กลับมาสะอาดได้ก็น่าจะเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่จะเป็นจุดมุ่งหมายของศาสนิกชนที่เดินทางมาพุทธคยา   พิธีกรรมบวงสรวงพญานาคเพื่อเป็นสิริมงคล มีการสวดเพื่ออัญเชิญเทวดา เทพ พญานาค สิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อเข้าร่วมเป็นสักขีพยานในครั้งนี้ มีการสวดชยันโตของพระสงฆ์เพื่อความเป็นสิริมงคลกับผู้ร่วมงาน โดยนอกเหนือจากคณะเราที่เดินทางไปแล้วกว่า 170 คนรวมพระสงฆ์ 60 รูป ยังมีประชาชนชาวอินเดียในพื้นที่ให้ความสนใจเข้าร่วมงานอีกเป็นจำนวนมาก ใช้เวลาเกือบเที่ยงวันเราเดินทางกลับมายังวัดไทยพุทธคยาอีกครั้ง โดยผมมีโปรแกรมในช่วงบ่ายจะไปดูบริเวณโดยรอบที่เป็นวัดของประเทศต่างๆที่นับถือศาสนาพุทธที่ได้รับอนุญาตให้มาสร้างในพุทธคยาแห่งนี้ เช่นวัดภูฏาน วัดทิเบต วัดญี่ปุ่น ฯลฯ   ไม่ไกลจากวัดไทยพุทธคยา ประมาณ 300 เมตรผมเลือกที่จะเข้าวัดแรกในหมู่วัดนานาชาติ นั้นก็คือ วัดภูฏาน ผมเองเคยมีโอกาสได้ไปที่ภูฏานมาแล้วเมื่อช่วงปีที่ผ่านมา แม้ว่าขนาดของวัดจะไม่ใหญ่เมื่อเทียบของวัดจริงที่ภูฏาน แต่สำหรับผมวัดภูฏานยังมีมนต์ขลังเสมอ   ห่างออกไปประมาณ 150 เมตร พระองค์ใหญ่ตระง่านอยู่ด้านหน้าคือที่ตั้งของวัดญี่ปุ่น พระจำลององค์ใหญ่ที่เห็นได้ไกลจากทางเดินทำให้ผมรู้ได้ถึงศรัทธาและแรงใจของพุทธศาสนิกชนทั่วโลกในประเทศต่างๆ ผู้คนจำนวนมากจะเดินเข้าไปถึงองค์พระใหญ่ก่อนจะเดินวนรอบคล้ายเวียนเทียนเพื่อความเป็นสิริมงคล   ผมเดินต่อไปยังวัดทิเบตที่อยู่ห่างออกไปประมาณ 100 เมตร สำหรับผมในกลุ่มของวัดนานาชาติที่เมืองคยา ทั้ง 3 วัด คือ […]

ครั้งหนึ่งในชีวิตสถานที่ที่ต้องไป “พุทธคยา” ตอนแรก

ทริปสั้นๆของผมกับการเดินทางไปประเทศอินเดียเป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 2 ปี   จุดมุ่งหมายสำหรับการเดินทางไปอินเดียในครั้งนี้ คือ ร่วมเดินทางไปทอดผ้าป่ามหากุศลเพื่อสร้างถนนเข้าสระมุจลินท์ บวงสรวงองค์พญามุจลินทร์นาคราช และยังได้ร่วมประกอบพิธีถวายไม้ค้ำกิ่งต้นศรีมหาโพธิ์ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นต้นโพธิ์ที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสรู้   การเดินทางของผมเริ่มต้นจากสนามบินดอนเมืองในเครื่องบินแบบเช่าเหมาลำมีผู้ร่วมเดินทางไปทั้งหมด 173 คน โดยในขณะของผมมีพระสงฆ์ร่วมเดินทางไปด้วย 60 รูป   ไฟล์ทของคณะผมออกเดินทางในช่วงเช้าเวลาประมาณ 7 นาฬิกา ก่อนจะใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง 50 นาทีเพื่อเดินทางมุ่งตรงสู่สนามบินคยา เมืองที่เป็นสัญลักษณ์ของ 1 ใน 4 สถานที่สำคัญที่สุดของพระพุทธศาสนา นั้นคือ สถานที่ตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า   เราเดินทางมาถึงสนามบินคยาตามกำหนดเวลา ใช้เวลาไม่นานสำหรับการตรวจคนเข้าเมืองเนื่องจากไฟล์ทเราเป็นไฟล์ทเหมาลำจึงมีเพียงคณะเราในช่วงเวลาดังกล่าว สัมภาระจำนวนมากที่ถูกจัดมาสำหรับการร่วมประกอบพิธีต่างๆ ของคณะเราถูกตรวจอย่างเคร่งครัดจากเจ้าหน้าของสนามบิน   ตามเวลาในประเทศอินเดียที่ช้ากว่าเมืองไทย 1 ชั่วโมง 30 นาที เราถึงสนามบินคยาเวลา 10:30 น. ก่อนจะออกเดินทางต่อไปยังวัดไทยพุทธคยา อินเดีย ที่ตั้งอยู่ห่างออกไปประมาณ 15-20 นาทีสำหรับการเดินทางโดยรถยนต์   ที่วัดไทยพุทธคยา […]