pdhirapat blog

Just another weblog

pdhirapat blog

ครั้งหนึ่งในชีวิตสถานที่ที่ต้องไป “พุทธคยา” (จบ)

001-37

เช้าวันรุ่งขึ้นผมมีนัดหมายที่จะเดินทางไปยังบริเวณสระมุจลินก์ ซึ่งเชื่อว่าเป็นที่ที่พญานาคราชอาศัยอยู่ และที่นี่คืออีกหนึ่งจุดหมายปลายทางของผมสำหรับการเดินทางมาทำบุญในครั้งนี้ โดยเจ้าภาพใหญ่ที่นำคณะเราเดินทางมีโครงการที่จะสร้างถนนเพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางเข้ามาในพื้นที่สระมุจลินก์

 

นอกจากนี้ยังจะมีการบูรณะสระมุจลินก์เพื่อให้กลับมาสวยงามอีกครั้ง เพราะปัจจุบันพื้นที่บริเวณดังกล่าวถูกทิ้งไว้ให้รกร้าง น้ำภายในสระมุจลินก์สภาพเป็นสีเขียว มีขยะมากมาย หากสามารถบูรณะให้กลับมาสะอาดได้ก็น่าจะเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่จะเป็นจุดมุ่งหมายของศาสนิกชนที่เดินทางมาพุทธคยา

 

พิธีกรรมบวงสรวงพญานาคเพื่อเป็นสิริมงคล มีการสวดเพื่ออัญเชิญเทวดา เทพ พญานาค สิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อเข้าร่วมเป็นสักขีพยานในครั้งนี้ มีการสวดชยันโตของพระสงฆ์เพื่อความเป็นสิริมงคลกับผู้ร่วมงาน โดยนอกเหนือจากคณะเราที่เดินทางไปแล้วกว่า 170 คนรวมพระสงฆ์ 60 รูป ยังมีประชาชนชาวอินเดียในพื้นที่ให้ความสนใจเข้าร่วมงานอีกเป็นจำนวนมาก

002-25

ใช้เวลาเกือบเที่ยงวันเราเดินทางกลับมายังวัดไทยพุทธคยาอีกครั้ง โดยผมมีโปรแกรมในช่วงบ่ายจะไปดูบริเวณโดยรอบที่เป็นวัดของประเทศต่างๆที่นับถือศาสนาพุทธที่ได้รับอนุญาตให้มาสร้างในพุทธคยาแห่งนี้ เช่นวัดภูฏาน วัดทิเบต วัดญี่ปุ่น ฯลฯ

 

ไม่ไกลจากวัดไทยพุทธคยา ประมาณ 300 เมตรผมเลือกที่จะเข้าวัดแรกในหมู่วัดนานาชาติ นั้นก็คือ วัดภูฏาน ผมเองเคยมีโอกาสได้ไปที่ภูฏานมาแล้วเมื่อช่วงปีที่ผ่านมา แม้ว่าขนาดของวัดจะไม่ใหญ่เมื่อเทียบของวัดจริงที่ภูฏาน แต่สำหรับผมวัดภูฏานยังมีมนต์ขลังเสมอ

 

ห่างออกไปประมาณ 150 เมตร พระองค์ใหญ่ตระง่านอยู่ด้านหน้าคือที่ตั้งของวัดญี่ปุ่น พระจำลององค์ใหญ่ที่เห็นได้ไกลจากทางเดินทำให้ผมรู้ได้ถึงศรัทธาและแรงใจของพุทธศาสนิกชนทั่วโลกในประเทศต่างๆ ผู้คนจำนวนมากจะเดินเข้าไปถึงองค์พระใหญ่ก่อนจะเดินวนรอบคล้ายเวียนเทียนเพื่อความเป็นสิริมงคล

 

ผมเดินต่อไปยังวัดทิเบตที่อยู่ห่างออกไปประมาณ 100 เมตร สำหรับผมในกลุ่มของวัดนานาชาติที่เมืองคยา ทั้ง 3 วัด คือ วัดภูฏาน วัดญี่ปุ่นและวัดทิเบต น่าจะเป็น 3 วัดที่ผมแนะนำให้ผู้ที่เดินทางไปเมืองคยาน่าจะหาโอกาสแวะมาซักครั้ง

004-2

003-1

ผมเดินกลับมาโรงแรมที่พักที่ตั้งอยู่บริเวณหลังวัดไทยพุทธคยา เนื่องจากช่วงที่ผมเดินทางไปนั้นมีพุทธศาสนิกชน และพระสงฆ์ไปเป็นจำนวนมากที่พักในวัดจึงไม่เพียงพอจึงต้องไปพักยังโรงแรมที่ห่างออกไปเพียง 100 เมตร

 

ผมใช้เวลาในการเตรียมตัว ล้างหน้าล้างตาไม่นาน ก่อนที่จะออกเดินทางไปยังมหาเจดีย์พุทธคยาอีกครั้ง เพื่อไปทำตามความตั้งใจของตัวเองที่อยากจะสักการะ 7 สถานที่พระพุทธเจ้าเคยใช้เวลาที่ละ 7 วันในการพิจารณาเรื่องต่างๆ

 

จากโรงแรมที่พักของผมใช้เวลาเดินไปประมาณ 15 นาที ระยะทางประมาณ 500 เมตร โดยตลอด 2 ข้างทางจะมีร้านขายของมากมายตั้งอยู่ และเราจะเห็นเด็กหน้าตามอมแมมที่จะเดินตามมาขอเงิน ขนม น้ำ สิ่งของของคุณตลอดเส้นทาง

 

7 สถานที่สำคัญในบริเวณมหาเจดีย์พุทธคยา ที่ที่พระพุทธเจ้าทรงใช้ในการพิจารณาในเรื่องต่างๆตลอด 49 วันที่ละ 7 วันในความจริงแล้วจะมี 4 ที่ที่สถานที่จริง และอีก 3 ที่จะเป็นสถานที่ที่จำลองมาจากที่อื่น เพราะสถานที่จริงอยู่ห่างออกไปจากตัวมหาเจดีย์พุทธคยา

005-27

สถานที่แรก “โพธิบัลลังก์ตรัสรู้” พระพุทธเจ้าทรงประทับที่วัชรอาสน์บัลลังก์ตลอด 7 วันในสัปดาห์แรกโดยไม่ได้เคลื่อนขยับไปที่ใดเลย โดยพระแท่นวัชรอาสน์มีลักษณะเป็นแผ่นหินทรายรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ายาว 7 ฟุต 10 นิ้วครึ่ง และกว้าง 4 ฟุต 7 นิ้ว

 

สถานที่ที่ 2 “อนิมิสเจดีย์” เจดีย์ขาวตั้งอยู่บริเวณด้านขวามือของทางเข้าจากประตูใหญ่ด้านบน การเสด็จมาประทับในสัปดาห์ที่ 2 เนื่องจากพระพุทธเจ้าทรงทราบถึงความปริวิตกของเทวดาบางพวกที่ว่า พระองค์ยังทรงยึดติดกับบัลลังก์จึงได้มาประทับยืนบริเวณดังกล่าวเป็นเวลา 7 วัน

 

สถานที่ที่ 3 “รัตนจงกรมเจดีย์” ระเบียงยาวด้านขวามือของเจดีย์พุทธคยาที่ถูกเรียงรายไปด้วยดอกดาวเรือง โดยสถานที่ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังยังเกิดข้อกังขาของเทวดาบางพวกถึงการทำพุทธการกัมมะ พระพุทธเจ้าจึงทรงใช้บริเวณดังกล่าวเป็นที่ทรงพุทธดำเนินจงกรมเป็นเวลา 7 วัน

 

สถานที่ที่ 4 “รัตนฆรเจดีย์” หรืออาจจะเรียกว่า “เรือนแก้ว”  อยู่บริเวณด้านข้างขององค์เจดีย์พุทธคยา โดยด้านหน้าจะเป็นต้นโพธิ์ใหญ่และมีเจดีย์รายล้อมอยู่ โดยสถานที่แห่งนี้เป็นที่ที่พระพุทธเจ้าทรงใช้เพื่อเป็นการมนสิการองค์รวมแห่งพระธรรมที่ทรงตรัสรู้ ซึ่งล้วนแต่เปนเสาหลักแห่งปัญญา อันจะประกาศแก่ไวไนยสัตว์ผู้ที่มีดวงตาที่ควรค่าแก่การบรรลุธรรม

 

สถานที่ที่ 5 “อชปาลนิโครธเจดีย์” เสาขนาดใหญ่บริเวณด้านหน้าของทางเข้าเจดีย์พุทธคยา เชื่อว่าเป็นอีกสถานที่ที่มีกำลังบารมีของพระพุทธเจ้า และยังมีละอองบารมีของพระอริยเจ้าให้สัมผัส เพราะเป็นสถานที่ที่พระพรหมทูลขออาราธนาให้พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมสั่งสอนสรรพสัตว์ด้วยบุคคล 4 พวกเหมือนบัว 4 เหล่าที่นี้ โดยสถานที่จริงของ “อชปาลนิโครธเจดีย์” อยู่ห่างจากต้นศรีมหาโพธิ์ไปประมาณ 2 กิโลเมตร

 

สถานที่ที่ 6 “มุจลินทเจดีย์” สระใหญ่ด้านข้างองค์เจดีย์พุทธคยาถูกจำลองตามสระมุจลินทที่อยู่ห่างออกไปประมาณ 2 กิโลเมตร เชื่อกันว่ามุจลินทเจดีย์แห่งนี้เป็นที่อยู่ของพญานาค อันหมายถึงผู้ทรงธรรมอันประเสริฐ มีอานุภาพคุ้มครองแก่ผู้ที่อยู่ใกล้ โดยครั้งหนึ่งเกิดกระแสลมปั่นป่วน กำลังแห่งฝนโปรยมาอย่างสุดแรง มุจลินทนาคราชได้แสดงความคุ้มครองแผ่พังพานมาปกป้ององค์พระพุทธเจ้ามิให้เป็นอันตรายใดๆ

 

สถานที่ที่ 7 “ราชายตนะเจดีย์” สถานที่จริงอยู่ทางทิศใต้ใกล้กับสระมุจลินทโดยห่างออกไปปะมาณ 3 กิโลเมตร โดยมีต้นโพธิ์ใหญ่และเทวาลัยเป็นสัญลักษณ์ มีลักษณะเป็นลานกว้างเพื่อใช้ในการสวดมนต์ภาวนา

006-22

นอกเหนือจาก 7 สถานบริเวณภายเจดีย์พุทธคยาแล้ว ผมยังได้มีโอกาสไปยังพระราชวังมหันต์ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากเจดีย์พุทธคยา โดยจะต้องเดินผ่านตลาดพื้นเมืองของท้องถิ่นไปยังด้านข้างของเจดีย์พุทธคยา โดยเชื่อกันว่าพระราชวังมหันต์แห่งนี้ เป็นหนึ่งในสถานที่ที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในพุทธคยา

 

ทางเข้าที่อาจจะซับซ้อนไปบ้างสำหรับนักท่องเที่ยวอย่างผม แต่เมื่อไปถึงพระราชวังมหันต์ พลังบางอย่างที่แฝงอยู่ก็ทำให้ผมรู้สึกได้ อาคารปูนหลังเก่าที่ดูไม่เหมือนพระราชวังในตอนนี้ทำให้ผมสนใจมากทีเดียว

 

เราต้องถอดรองเท้าด้านนอกก่อนเข้าประตู เมื่อเดินผ่านเข้าไป เราจะเห็นแท่นตรงกลางด้านหน้าและถูกรายล้อมไปด้วยพระพุทธรูปเก่าแก่ตามระเบียงด้านข้าง

 

ผมโชคดีที่มีไกด์เด็กชาวอินเดียเป็นคนผ่านเดินดูบริเวณรอบๆ โดยมีการอธิบายถึงรูปปั้นต่างๆโดยทั่วบริเวณ ทั้งพระเจ้าอโศกมหาราช พระพิฆเนศ พระวิษณุ ฯลฯ เชื่อกันว่ารูปปั้นแต่ละองค์มีอายุไม่ต่ำกว่า 2,000 ปี

 

ไกด์เด็กของผมพาผมเดินลัดเลาะจนไปถึงชั้น 3 ของอาคารหลังนี้ ด้านบนคล้ายดาดฟ้าในบ้านเรา เปิดกว้างทำให้มองเห็นบริเวณได้โดยรอบ โดยเราสามารถเดินรอบอาคารสี่เหลี่ยมแห่งนี้ได้

 

ด้านหนึ่งที่ผมเห็นได้จากด้านบน คือ แม่น้ำเนรัญชราที่แห้งขอด สามารถเดินข้ามไปยังอีกฝั่งหนึ่งได้ อีกด้านหนึ่งของอาคารติดกับพระราชวังมหันต์แห่งนี้ คือ วังของพระวิษณุ ที่มีลักษณะเป็นโดมสีขาวเรียงรายอยู่รอบบริเวณ ภายในของโดมจะมีแท่นศิวลึงค์ด้านใน

 

ใช้เวลาไม่นานในพระราชวังมหันต์ ที่ที่ผมรู้สึกได้ถึงพลังงานบางอย่าง ผมได้รับคำแนะนำจากคนที่เคยเดินทางมาพุทธคยาหลายครั้ง และอย่างจะแนะนำต่อสำหรับใครที่สนใจอยากจะมาพระราชวังมหันต์แห่งนี้ว่า ควรจะมาเป็นกรุ๊ปเล็กๆ เพราะหากเป็นกรุ๊ปใหญ่อาจจะถูกปฎิเสธให้เข้าเยี่ยมชมก็เป็นไปได้

 

ตลอดช่วงเวลา 3 วัน 2 คืนที่เมืองคยา ผมได้เห็นถึงสัจธรรมอะไรมากมายกับการมาเยือนดินแดนที่เชื่อกันว่าเป็นที่ที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ และถือว่าเป็นเรื่องที่โชคดีมากสำหรับผมกับการได้มีโอกาสนั่งสมาธิใต้ต้นศรีมหาโพธิ์ ที่พระพุทธเจ้าเคยนั่งประทับและตรัสรู้

 

หลายคนมักจะพูดกันว่า ช่วงเวลาที่ผมเดินทางไปนั้นซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ต้นศรีมหาโพธิ์จะเขียวชะอุ่มที่สุด หากใครได้ใบโพธิ์จากต้นศรีมหาโพธิ์ต้นนี้ในช่วงเวลานี้ถือว่าเป็นเรื่องที่จะเป็นมงคลมากกับชีวิต ผมอาจจะเป็นคนที่โชคดีมากคนหนึ่งก็ได้ครับ

 

ตลอด 3 วันที่ผมได้มานั่งสมาธิที่ใต้ต้นศรีมหาโพธิ์ ใบโพธิ์ตกลงมาบริเวณที่ผมนั่ง 2 ใบและผมเก็บใบที่ร่วงมาจากต้นได้เพิ่มอีก 1 ใบ ผมหวังแค่ว่าเรื่องดีๆในชีวิตของผมจะเกิดขึ้นต่อเนื่องหลังจากนี้

 

การเดินทางมาอินเดียในครั้งนี้ของผมทำให้ผมเข้าใจอะไรมากขึ้น เข้าใจชีวิต เข้าใจพระพุทธศาสนา เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้น เข้าใจสิ่งที่จะดับไป ฯลฯ ผมหวังเพียงว่าวันหนึ่งผมจะได้กลับไปอินเดียอีกครั้งเพื่อทำความเข้าใจกับอะไรๆ หลายๆ อย่างในชีวิตเหมือนกับการเดินทางในครั้งนี้ของผม

007-23

008-26

Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,

Comments are closed.