pdhirapat blog

Just another weblog

pdhirapat blog

“หลวงพระบาง” มรดกโลกที่น่าไปเยือน (ตอนที่ 2)

001-29

ผมเริ่มต้นวันใหม่แต่เช้ากับโปรแกรมตักบาตรข้าวเหนียว และจุดที่เหมือนทุกคนจะช่วงชิงกันนั้นคือ บริเวณหน้าวัดสุขาราม จากที่พักผมจะต้องนั่งเรือข้ามฝากมาเพราะผมเลือกจะไปพักอีกด้านหนึ่งของเมือง เนื่องจากค่อนข้างเงียบ สงบกว่าในตัวเมืองหลวงพระบาง การเดินทางเข้ามาทางรถอาจจจะต้องอ้อมบ้าง แต่ก็สามารถเลือกข้ามเรือมาได้อย่างสะดวกสบาย

 

ผมสั่งข้าวเหนียวสำหรับตักบาตรในตอนเช้าคนละ 3 กระติบ เพื่อให้พอกับจำนวนพระสงฆ์ที่จะออกเดินบิณฑบาต โดยปกติแล้วในแต่ละวันจะมีพระสงฆ์ประมาณเกือบ 300 รูป โดยเส้นทางที่ผมนั่งรอจะเป็นเส้นทางของวัด 14 แห่งที่พระสงฆ์จะออกเดินบิณฑบาต

002-26

ความคึกคักของกิจกรรมในช่วงเช้าของกลุ่มนักท่องเที่ยว และร่วมถึงชาวบ้านในหลวงพระบางจะเริ่มต้นขึ้นประมาณช่วงตี 5 ครึ่ง โดยพระสงฆ์จะเริ่มเดินเมื่อพระอาทิตย์เริ่มทอแสงและจะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงจึงแล้วเสร็จ

 

มีความเชื่อบางอย่างของคนลาวเกี่ยวกับการตักบาตรข้าวเหนียว นั้นคือ การเหลือข้าวเหนียวไว้เล็กน้อย เพื่อแบ่งไว้สำหรับสัมภเวสี โดยบางคนอาจจะปั้นเป็นก้อนเล็กวางไว้ข้างกำแพงวัด หรือเอาไปฝากไว้ด้านในบริเวณวัดก็ตามแล้วแต่ความเชื่อ

003-27 004-28

ภายในบริเวณวัดสุขาราม โบสถ์หลังใหญ่เหมือนเป็นอีกจุดหมายที่นักท่องเที่ยวต่างต้องการไปถ่ายรูปเนื่องจากสถาปัตยกรรมที่ค่อนข้างสวยงาม

 

การตักบาตรในช่วงเช้าของชาวลาวจะแตกต่างจากคนไทยนิดหน่อยครับ คนลาวจะตักบาตรโดยใส่ข้าวเหนียวเท่านั้น ส่วนกับข้าวจะมีการแบ่งเวรกันของพี่น้องในชุมชนบริเวณนั้นๆ ที่จะนำเข้าไปถวายพระสงฆ์กันทุกวัน ที่สำคัญการให้พรของพระสงฆ์จะทำหลังจากเดินครบรอบกลับมาถึงยังวัดที่พระสงฆ์จำพรรษา

หากพอมีเวลาไม่เร่งรีบในช่วงเช้ามากนัก ผมขอแนะนำให้รอซักพักเพื่อที่จะรับพรกับพระสงฆ์ในวัดที่คุณตักบาตรหรือเดินไปยังวัดใกล้เคียงก็ได้ครับ

005-32

หลังจากรับพรจากพระสงฆ์เป็นที่เรียบร้อย เป้าหมายต่อไปของผมคือการไปตลาดเช้าของเมืองหลวงพระบาง ผมเห็นจากรูปตามอินเทอร์เน็ตหลายครั้งถึงความน่าสนใจของตลาดเช้าในประเทศลาว นอกเหนือจากผัก ผลไม้ ของคาว ของหวาน มากมายแล้วสัตว์มากมายหลายชนิดที่คุณอาจจะไม่เชื่อก็อาจจะมีวางขายในตลาดเช้าแบบนี้

 

ผมได้รับข้อมูลว่าเจ้าหน้าที่จากกรมป่าไม้เพิ่งจะมาตรวจสอบทำให้ภาพที่ผมเคยเห็นในอินเทอร์เน็ตอาจจะไม่ได้เห็นในวันนี้ แต่นั้นก็ไม่ได้ทำให้ตลาดเช้าของคนลาวน่าสนใจน้อยลงเลยครับ ความคึกคักทั้งจากนักท่องเที่ยว และจากคนท้องถิ่น ทำให้ผมสนุกกับการเดินตลาดไม่น้อย

006-33 007-34 008-35 009-36 010-37 011-38 012-39

ข้าวของมากมาย ทั้งของกิน ของใช้ ของสด ของแห้ง ฯลฯ ถูกจัดเรียงแบบง่ายๆ ดูสอดคล้องกับวิถีชาวบ้านที่ยังคงความเรียบง่ายได้เป็นอย่างดีครับ ผมใช้เวลาเดินประมาณ 1 ชั่วโมงเศษก่อนจะกลับเข้าโรงแรมที่พักเพื่อเตรียมตัวจะเดินทางไปยัง “ถ้ำติ่ง” อีกหนึ่งสถานที่แนะนำสำหรับใครที่เดินทางมายังหลวงพระบาง

 

การเดินทางไปยังถ้ำติ่ง ผมใช้รถตู้เพื่อเดินทางไปยังจุดที่ผมจะขึ้นเรือต่อไปยังถ้ำติ่งโดยต้องนั่งรถห่างไปจากตัวเมืองหลวงพระบางประมาณ 25 นาที ก่อนที่จะต้องนั่งเรือต่อไปอีกประมาณ 30 นาที

 

บริเวณหมู่บ้านเล็กๆ ที่ผมจะขึ้นเรือ มีของพื้นบ้านขายหลายอย่าง เหล้าต้มเองตามภูมิปัญญาชาวบ้าน เหล้าดองกับสัตว์ชนิดต่างๆ รวมถึงผ้าถักงานฝีมือหลากหลายชนิดมีให้นักท่องเที่ยวเลือกซื้อตลอด 2 ข้างทาง

013-43

เรือขนาดประมาณ 20 ที่นั่งถูกจอดเรียงรายเพื่อรอรับนักท่องเที่ยว เราเลาะไปตามเกาะแก่งด้วยความชำนาญของคนขับเรือ เพราะในฤดูนี้น้ำในแม่น้ำค่อนข้างน้อยต้องอาศัยความชำนาญของคนขับเรือที่รู้จักร่องน้ำเป็นอย่างดี

 

ใช้เวลาประมาณ 30 นาทีซึ่งจริงๆ แล้วหากเราเลือกที่จะนั่งเรือออกมาจากตัวเมืองหลวงพระบางก็ได้แต่จะต้องใช้เวลานั่งเรือประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง ผมก็เดินทางมาถึงถ้ำที่นักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อยให้ความสนใจมาที่นี้

 

จากบริเวณที่เทียบเรือจนถึงด้านบนของถ้ำสูงประมาณ 30-40 เมตร โดยผมสังเกตเห็นรอยสีขาวที่ถูกขีดไว้และเขียนปี ค.ศ.กำกับ เมื่อถามไกด์จึงได้คำตอบว่าเป็นรอยที่น้ำในแม่น้ำเคยท่วมขึ้นมาถึงบริเวณดังกล่าว ซึ่งเมื่อเทียบกับท่าเทียบเรือที่ผมเพิ่งลงมาก็ถือว่าสูงมากทีเดียวครับ

014-44

016-47

“ถ้ำติ่ง” เป็นถ้ำเปิดที่ในปัจจุบันมีพระพุทธรูปทั้งเก่าและใหม่หลายพันองค์อยู่กระจัดกระจายทั่วบริเวณ ผมได้ข้อมูลจากไกด์ว่า ในอดีตก่อนที่กษัตริย์ หรือเจ้าเมืองจะเดินทางไปออกศึกหรือทำกิจอะไร ก็จะต้องเดินทางมาสักการะที่ถ้ำติ่งแห่งนี้เพื่อเป็นสิริมงคลมาโดยตลอด

 

หลังจากนั้นก็เริ่มมีผู้คนมากมายมาไหว้ มาสักการะ บ้างก็นำพระพุทธรูปมาประดิษฐานไว้ที่ถ้ำติ่งแห่งนี้จนถึงปัจจุบันจึงมีจำนวนหลายพันองค์ และจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียวที่คนไทยนำมาประดิษฐานไว้ที่นี้เช่นเดียวกัน

015-45

บริเวณถ้ำติ่งจะถูกแยกออกเป็นถ้ำด้านหน้าและถ้ำด้านบน โดยถ้ำด้านบนจะต้องเดินขึ้นทางด้านซ้ายหลังจากเดินขึ้นจากท่าเทียบเรืออีกประมาณ 300 ขั้น ผมได้ลองเดินขึ้นไปเหมือนกันครับ ด้านบนประตูด้านหน้าที่ว่ากันว่ามีอายุมากมาย 300 ปีก็ยังคงดูมีความขลังพอสมควร

 

ด้านในของถ้ำด้านบนภายในถ้ำจะค่อนข้างมืด โดยนักท่องเที่ยวสามารถเช่าไฟฉายหรือจะใช้ไฟฉายจากโทรศัพท์มือถือเพื่อให้แสงสว่างก็พอได้ครับ จากปากถ้ำเดินเข้าไปประมาณ  100  เมตรก็จะพบพระพุทธรูปอีกจำนวนหลายพันองค์ที่ถูกวางเรียงรายทั่วบริเวณ

 

โดยพระพุทธรูปทั้งหมดมีทั้งพระพุทธรูปใหม่ และพระพุทธรูปเก่าถูกแกะสลักด้วยไม้วางอยู่โดยรอบ  ใช้เวลาไม่นานก่อนที่ผมจะนั่งเรือข้ามฝากไปยังร้านอาหารฝั่งตรงข้ามถ้ำติ่งเพื่อกินอาหารกลางวัน

017-49

018-51

019-52

หลังอาหารกลางวันผมใช้เวลาเดินทางกลับไปยังตัวเมืองหลวงพระบางประมาณ 1 ชั่วโมง ผมเลือกจะเปลี่ยนโปรแกรมการเดินทางของผมจากเดิมตั้งใจว่าจะไปน้ำกวางสี ซึ่งถือว่าเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ขึ้นชื่อของเมืองหลวงพระบาง ไปเป็นการเดินเล่นในตัวเมืองหลวงพระบางอีกครั้งเพื่อเก็บแรงไว้สำหรับร่วมงานเฉลิมฉลองการครบรอบ 20 ปีของหลวงพระบางที่ได้รับขึ้นให้เป็นมรดกโลก

 

ช่วงบ่ายผมเลือกที่จะไปยังพิพิธภัณฑ์แห่งชาติหลวงพระบาง เพื่อไปสักการะ “พระบาง” พระพุทธรูปองค์สำคัญที่เป็นที่นับถืออย่างมากสำหรับคนลาวทั้งประเทศ โดยพระบางจะประดิษฐสถานอยู่บริเวณโบสถ์ด้านขวามือจากทางเข้าด้านหลัก

 

นอกเหนือจากจะมีองค์พระบางประดิษฐสถานอยู่ที่นี่แล้ว ด้านในพิพิธภัณฑ์ยังมีเรื่องราว ข้าวของที่สำคัญของพระเจ้าแผ่นดิน ราชวงศ์ในอดีตมากมาย ซึ่งภายในก็จะสะท้อนเรื่องราวมการเป็นไปของหลวงพระบางได้เป็นอย่างดี

 

ผมใช้เวลาตอนช่วงบ่าย-เย็นของวันนั้นในการเดินสำรวจหลวงพระบาง เมืองเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ระหว่างกลางของแม่น้ำ 2 สาย คือ แม่น้ำโขง และแม่น้ำคาน เมืองถูกแบ่งออกเป็นถนน 3 สายหลัก เลาะริมแม่น้ำทั้ง 2 สายและถนนกลางซึ่งเป็นถนนหลักของเมือง

 

ผมเดินลัดเลาะเข้าถนนโน่นออกถนนนี้ไปเรื่อยๆ สินค้ามากมายบนถนนเส้นหลักที่ดูเหมือนจะดึงดูดนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี ทั้งสินค้าของคนท้องถิ่น และสินค้าที่ข้ามมาจากหลายประเทศใกล้เคียง ทั้งจีน เวียดนาม และหลายอย่างมาจากประเทศไทย

 

ช่วงเย็นผมเดินเข้าถนนที่ดูเหมือนน่าจะคึกคักที่สุดถนนหนึ่งในหลวงพระบาง อยู่บริเวณใกล้ๆ กับพิพิธภัณฑ์หลวงพระบาง ถนนที่เต็มไปด้วยของกินมากมาย มีทั้งร้านอาหารที่เป็นแบบบัฟเฟต์ในสนนราคา 15,000 กีบ หรือประมาณ 60 บาทต่อคน หรืออาหารตามสั่งมากมายและที่ขาดไม่ได้คือส้มตำ ไก่ย่าง ฯลฯ

 

บรรยากาศของหลวงพระบางในวันนั้นแม้ว่าตลาดกลางคืนจะถูกให้งดจัดไปเพราะต้องมีการเตรียมงามสำหรับงานใหญ่ในวัดรุ่งขึ้น แต่ก็ดูเหมือนจะมีความคึกคักมากพอสมควร เจ้าหน้าที่จากหลายฝ่ายเข้ามาจัดเตรียมสถานที่ที่จะใช้สำหรับการเฉลิมฉลองกับ 20 ปีของหลวงพระบางในการขึ้นเป็นมรดกโลก

 

Tags: , , , , , , , , , , , , , ,

Comments are closed.