pdhirapat blog

Just another weblog

pdhirapat blog

ความทรงจำดีๆ เกิดขึ้นเสมอที่นี่ “ไต้หวัน” (ตอนที่ 2)

001-18

เช้าวันรุ่งขึ้นผมมีนัดที่จะไปน้ำพุร้อนที่ขึ้นชื่อที่สุดแห่งหนึ่งของไต้หวัน อยู่ไม่ห่างจากตัวไทเปมากนัก โดยนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาโดยรถไฟ หรือจะเดินทางมาโดยรถยนต์ส่วนตัวแบบผมก็ได้ โดยใช้เวลาประมาณ 40 นาทีทางรถยนต์

 

ผมค่อนข้างชอบบรรยากาศการออกแบบเมืองของ “เป่ยโถว” อาจจะเป็นเพราะการเข้ามาช่วยดูแล ช่วยออกแบบ ร่วมถึงช่วยจัดการจากรัฐบาลญี่ปุ่น ทำให้ผังเมืองของเป่ยโถวจะว่าไปก็มีความเหมือนเมืองในชนบทของญี่ปุ่นมากเลยทีเดียวครับ

 

ลำธารขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ไหลผ่านกลางแยกระหว่าง 2 ฟากถนนออกอย่างชัดเจน เสียงน้ำไหลที่สำหรับผมสร้างบรรยากาศที่ดีเลยครับ ผมเดินเลาะขึ้นไปตามทางไปด้านบนที่ลาดเอียงสูงขึ้น อาคารไม้หลังใหญ่ที่ซ่อนตัวอยู่กลางระหว่าง 2 ฟาก คล้ายกับอยู่กลางน้ำดึงดูดผมให้เข้าไปดู

002-12 003-13

ห้องสมุดที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งเท่าที่ผมเคยไปมา อาคารไม้ตกแต่งอย่างลงตัวสร้างหลบอยู่ในต้นไม้ใหญ่ บรรยากาศที่เหมาะมากกับการอ่านหนังสือ และการจัดการ รวมถึงออกแบบด้านในสำหรับผมนี่น่าจะเป็นห้องสมุดที่ทำให้ผมอยากมานั่งอ่านหนังสือทั้งวัน

 

ใช้เวลาอยู่ที่ห้องสมุดนั้นอยู่พักใหญ่ ก่อนที่ผมจะเดินต่อขึ้นไปด้านบนที่เป็นบ่อน้ำพุร้อนขนาดใหญ่ เป็นอีก 1 สัญลักษณ์ที่นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาที่นี่จะขึ้นไปชม

004-14

005-17

006-19

“Beitou Thermal Valley” บ่อน้ำพุร้อนที่เปิดให้เข้าชม ด้านในถูกจัดตกแต่งอย่างสวยงาม ทางเดินเลาะด้านข้างโครงสร้างเป็นไม้ลัดเลาะไปตามบ่อที่ความร้อนลอยขึ้นมาเป็นไอได้อย่างชัดเจน คุณจะรู้สึกได้ถึงความร้อนที่พวยพุ่งขึ้นมาจากผิวน้ำ กลิ่นแร่ไม่เข้มมากนักสัมผัสได้อย่างชัดเจน

 

นักท่องเที่ยวไม่มากในวันที่ผมไป เพราะเป็นวันธรรมดาส่วนใหญ่จะเป็นคนญี่ปุ่นที่แวะเข้ามาถ่ายรูปในบริวเณนี้ ผมใช้เวลาไม่นานนักก่อนที่จะเดินออกไปด้านนอกเพราะช่วงนั้นเป็นช่วงเที่ยงวันพอดี ร้านก๋วยเตี๋ยวราเมงด้านล่างคือเป้าหมายของผมสำหรับมื้อกลางวัน

007-23

แถวยาวเยียดออกมาด้านหน้าร้านทำให้ผมอดใจไม่ได้ที่จะต้องขอลองซักครั้ง ผมได้รับคิวที่ต้องรออีกกว่า 20 คิวเพราะเป็นช่วงเวลาอาหารกลางวันพอดี หลังจากรอเข้าแถวเกือบ 1  ชั่วโมง เสียงประกาศเรียกเลขบัตรคิวของผม

 

ราเมงหลายรสชาติ หลายแบบมีให้เลือก มีเกมสนุกๆ ในร้านนี้สำหรับลูกค้าทุกโต๊ะ โดยลูกค้าสามารถมาเล่นเกมคล้ายๆ กับการขว้างของออกไปอีกด้านหนึ่งตามรางที่เป็นเชือก หากสามารถขว้างไปอีกด้านแล้วเกินเสียงกระติ่งดังขึ้นได้ สามารถสั่งเกี๊ยวซ่าได้ในราคาลด 50% มีลูกค้าหลายโต๊ะต่อแถวรอเล่นเกมนี้

008-24

009-26

ผมใช้เวลาไม่นานกับการจัดการราเมงชามน้ำ เพราะต้องบอกเลยครับว่ารสชาติเยี่ยมเลย หากคุณได้ไปเที่ยวที่เป่ยโถว ผมแนะนำว่าร้านนี้จะอยู่ทางด้านซ้ายมือของทางขึ้น หากเดินออกมาจากสถานีรถไฟก็ให้เดินข้ามถนนมาอีกฟากร้านจะมีคนต่อแถวเห็นได้ไม่ยากอย่างแน่นอน

 

หลังจากจัดการกับราเมงชามโตเป็นที่เรียบร้อย เพื่อนชาวไต้หวันของผมขับรถพาผมไปอีกฟากหนึ่งของบริเวณเป่ยโถว ซึ่งบริเวณดังกล่าวยังมีบ่อน้ำร้อนอีกเป็นจำนวนมาก เพื่อนผมเลือกพาไปบ่อน้ำร้อนสาธารณะแห่งหนึ่ง

 

ก้าวแรกที่ผมเดินทางไปถึงต้องบอกเลยครับว่าบรรยากาศไม่ต่างจากที่ผมเคยไปใช้บริการที่ประเทศญี่ปุ่นเลยครับ มีการถอดแบบรูปแบบต่างๆมาชนิดที่ว่าหากมองแต่ด้านในคงคิดได้เลยครับว่าผมอยู่ประเทศญี่ปุ่น ผมว่าหากคุณมีโอกาสไปแถวนั้น คุณน่าจะลองหาโอกาสซักครั้งไปลองใช้บริการบ่อน้ำร้อนซักที่ในบริเวณเป่ยโถวก็น่าจะเป็นเรื่องที่ดี

 

ใช้เวลาประมาณ  1 ชั่วโมงกับการแช่ในบ่อน้ำร้อน ผมเลือกที่จะแวะไปนั่งกินชา บนวิวภูเขาจากร้านกาแฟด้านบน บรรยากาศแม้อาจจะไม่ต่างอะไรมากนักกับบรรยากาศร้านกาแฟในภาคเหนือของเรา แต่อากาศในช่วงที่ผมไปต้องบอกเลยครับว่าลงตัวมากๆสำหรับการมานั่งดื่มชาร้อนๆแบบนี้

010-31

ในช่วงค่ำของวันนั้น เราตัดสินใจกันที่จะไปตลาดกลางคืน ซึ่งคล้ายกับตลาดโต้รุ่งในบ้านเราเลยครับ มีอาหารมากมายหลายชนิดให้เลือกกินตลอดเส้นทาง สำหรับผมเยี่ยมเลยครับกับรสชาติอาหารไต้หวัน ผมลองหลายอย่างที่บ้างก็ดูเหมือนอาหารไทย และหลายอย่างก็หน้าตาแปลกใหม่สำหรับผมมากทีเดียว

 

หลังจากเดินจนทั่วตลาด เพื่อนชาวไต้หวันของผมตัดสินใจเลือกร้านอาหารตามสิ่งที่ผมชอบอีกครั้งสำหรับค่ำคืนนี้ ผมชอบที่จะมองที่ต่างๆจากมุมสูงๆ เพื่อนจึงเลือกร้านอาการชื่อ The Top ซึ่งเป็นร้านอาหารที่อยู่ด้านบนเขาอีกฟากหนึ่งของบริเวณเป่ยโถว

011 012-35

013-37

014-38

มุมที่คุณจะได้เห็นเป็นภาพมุมสูงของเมืองไทเปทั้งเมืองจากอีกด้านหนึ่งของภูเขา ครั้งหนึ่งผมเคยได้มองไทเปจากมุมสูงโดยการปีนขึ้นภูเขารูปช้าง หรือ (Elephant Mountain) ที่ต้องออกแรงเดินขึ้นไปบนยอดประมาณ 25 นาที แต่ครั้งนี้เราสามารถขับรถมาถึงที่ด้านบนได้โดยไม่ต้องออกแรงเหนื่อยเลย

 

ผมชอบนะกับการได้มองอะไรจากมุมสูงๆ การได้เห็นอะไรในมุมมองที่ต่างออกไป ช่วงที่ผมไปถึงเป็นช่วงประมาณ 3 ทุ่ม ซึ่งตึก อาคารต่างๆ ก็เปิดไฟกันสว่างไปทั่วบริเวณ ที่เห็นได้อย่างชัดก็คงหนีไม่พ้นตึก Taipei 101 ตึกที่สูงที่สุดในเมืองไทเปนั้นเอง

 

ผมใช้เวลากับการนั่งมอง นั่งคุย นั่งกินอะไรอยู่ประมาณ 2 ชั่วโมงก็น่าจะได้ ลมที่พัดแรงบวกกับอากาศที่ค่อนข้างหนาว สลับการมีฝนตกลงมาปรอยๆแม้ว่าจะเป็นอุปสรรคอยู่บ้าง แต่เราก็สามารถอยู่ที่นั่นได้กว่า 2 ชั่วโมงก่อนที่จะกลับเข้าเมือง เพราะพรุ่งนี้ผมมีโปรแกรมที่จะต้องออกเดินทางไปอีกเมืองหนึ่งของไต้หวัน

 

 

Tags: , , , , , , , , , , , , , , ,

Comments are closed.