pdhirapat blog

Just another weblog

pdhirapat blog

หลบไปติดเกาะ เลาะไปเที่ยวใน”สิงคโปร์” (2)

1.jpeg

ผมเริ่มต้นวันที่ 2 ของการใช้ชีวิตในสิงคโปร์ด้วยอาหารเช้าที่โรงแรม โดยแผนหลักของการเดินทางในวันนี้คือมุ่งหน้าสู่เกาะเซนโตซ่า แต่ก่อนจะข้ามไปยังเกาะเซนโตซ่าผมมีแผนที่จะไปอีกหนึ่งสถานที่ที่คนไทยจำนวนมากรู้จักและต้องมาเยือนเมื่อมาสิงคโปร์

 

น้ำพุแห่งความมั่งคั่ง หรือ Fountain of Wealth จากสถานี Lavender ที่ผมพักเราต้องขึ้น MRT เพื่อไปลงที่สถานี Promenade หลังจากนั้นเดินออกทางออก C เพื่อเดินตัดเข้าไปยังตึก Suntec น้ำพุแห่งนี้สร้างขึ้นเมื่อปี 1997 ตามหลักฮวงจุ้ยเพื่อเก้อหนุนด้านความมั่งคั่งให้กับคนที่เชื่อและศรัทธา

3.jpeg

                โดยหลักๆ เมื่อไปถึงยังบริเวณน้ำพุ ซึ่งปกติจะน้ำพุให้ไหลจากด้านบนลงล่างเป็นช่วงเวลา หากไปช่วงที่น้ำพุด้านบนยังไม่เปิดเราสามารถเดินเข้าไปด้านในเพื่อทำการอธิษฐานขอพรได้ สิ่งที่คนส่วนมากจะทำคือเดินวนรอบน้ำพุเล็กด้านในจำนวน 3 รอบ โดยให้วนตามเข็มนาฬิกา พร้อมกับให้เอามือขวาแตะที่น้ำพุและอธิษฐานขอพร

 

หากมาในช่วงเวลาค่ำน้ำพุแห่งนี้จะเปิดไฟซึ่งจะเพิ่มความสวยงามได้อีกมากเลยทีเดียว ใช้เวลาไม่มากผมเดินทางต่อไปยังจุดมุ่งหมายของวันนี้คือเกาะเซนโตซ่า โดยผมนั่งรถไฟใต้ดินต่อไปยังสถานี Harbourfront โดยตรงเดินต่อไปยังต้นสถานีของสถานีรถไฟฟ้า Sentosa Express เพื่อข้ามฝั่งไปยัง Waterfront Station ซึ่งสามารถใช้บัตร EZ-Link ได้เหมือนรถไฟ้าปกติ

 

ใช้เวลาในการต่อแถวพอสมควรเนื่องจากเป็นวันเสาร์ ก็ข้ามมาถึงฝั่งเกาะเซนโตซ่า ผมตรงไปยัง Universal Studio ทันที ค่าตั๋วอยู่ที่ 74 เหรียญ ในวันหยุดสุดสัปดาห์แบบนี้เครื่องเล่นแต่ละชนิดต้องเรียกว่าเข้าแถวรอจนรากงอกกันเลยที

5

6

7

8

9

                ไฮไลต์สำคัญๆ ของ Universal  ไม่ว่าจะเป็น Battles Galactica : Human vs Cylon, Revenge Of The Mummy, Tranformers The ride : The Ulitimate 3D Battle, Shrek 4D Adventure, WaterWorld ต่างใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 1 ชั่วโมงในการรอเพื่อเล่นทั้งนั้น โดยผมแนะนำว่าหากไปวันหยุดแบบนี้การซื้อแบบ Express ซึ่งต้องจ่ายเพิ่มเติมพอสมควรก็ถือว่าน่าจะคุ้มสำหรับการซื้อเวลาต่อคิวได้ดีครับ

 

ใช้เวลาตั้งแต่ช่วงเที่ยงไปจนถึงเย็นกับการย้อนวัยกลับกลายเป็นเด็กอีกครั้งในดินแดนของโลกการ์ตูน ผมเตรียมกลับข้ามมาฝั่งเกาะหลักอีกครั้ง แถวยาวอีกครั้งกลับการรอรถไฟเพื่อข้ามฝั่งกลับไป โดยหลังจากกลับข้ามฝั่งผมมีแผนที่จะไปอีกทีซึ่งสามารถต่อรถเมล์จากหน้าห้าง Vivocity จุดต้นทางของรถไฟที่ข้ามไปยังเกาะเซนโตซ่าได้

 

ผมเดินรอในห้างช่วงเย็นซักพักเพื่อรอเวลาพระอาทิตย์ตกอีกซักพักเนื่องจากอีกจุดที่ผมจะไปหากไปในช่วงเย็นก่อนพระอาทิตย์ตกเราจะสามารถถ่ายภาพใน 2 ช่วงเวลาได้ซึ่งจะคุ้มค่ามากกับการเดินทางมาที่นี่

12.jpeg

                Henderson Waves คือ จุดหมายปลายทางสุดท้ายสำหรับวันนี้ จากป้ายรถเมล์ด้านหน้าตึก Vivocity ให้นั่งรถสาย 145 โดยจุดหมายจำง่ายๆหลังจากรถเลี้ยวขวาเข้าสู่ถนน Henderson Road แล้ว ป้ายที่ 2 ก็ลง หลังจากนั้นจุดหมายจะสังเกตได้ไม่ยากเพียงมองขึ้นไปด้านบนก็จะเห็นเป็นลักษณะของสะพานที่ถอดยาวข้ามฝั่งจากด้านหนึ่งไปยังอีกด้าน

 

เราจะต้องเดินขึ้นไปด้านบนเพื่อไปยังทางข้ามสะพาน ระยะทางจากด้านล่างไปยังด้านบนน่าจะประมาณ 200 เมตรเห็นจะได้ เรียกได้ว่าได้เหงื่อเลยทีเดียวสำหรับเดินขึ้นไปด้านบน แต่เมื่อถึงด้านบนผมเชื่อว่าความเหนื่อยนั้นจะหายไป

10

11.jpeg

13

                ผมชอบนะ เพราะส่วนตัวผมเองเป็นคนที่ชอบอยู่ที่สูงๆ ที่ที่จะได้มองเห็นมุมไกลๆ ได้มองเห็นอะไรที่ไกลออกไปสุดตา ผมใช้เวลาอยู่ด้านบนตั้งแต่ช่วงก่อนพระอาทิตย์ตกจนแสงสีของของตึกต่างๆเข้ามาแทนที่

ผมดื่มด่ำกับบรรยากาศบนสะพานคนเดินข้ามแห่งนี้อยู่พักใหญ่ สะพานระยะทางประมาณ 300 เมตร ทอดยาวจากฝั่งหนึ่งไปยัง Mount Faber ซึ่งทั้ง 2 ฝั่งเต็มไปด้วยพืชพันธ์มากมายหลากหลายชนิด นอกจากที่คุณจะได้รู้สึกว่ากลายเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติแล้ว ทั้งบรรยากาศ กลิ่น ความรู้สึกในตรงนั้นก็อาจจะทำให้คุณอยากหลับตาแล้วนอนพักเอนตัวได้อย่างไม่ยาก

 

หลังลงมาจากสะพานในช่วงค่ำ ผมย้อนกลับเข้าไปในเมืองเพื่อไปกินบักกุดเต๋เจ้าดัง ที่ตั้งอยู่ในย่าน Clark Quay อย่าง Song Fa Bak Kut Teh ซึ่งแม้ว่าจะใกล้ 3 ทุ่มเข้าไปแล้วแต่คนที่มาต่อคิวเพื่อรอคิวก็ดูไม่น้อยเลยทีเดียว

 14

15

16

Tags: , , , , , , , , ,

Comments are closed.