pdhirapat blog

Just another weblog

pdhirapat blog

“นิวยอร์ก” ไปคนเดียวก็เที่ยวได้…. (2)

Bethesda 1

ผมอยากจะเริ่มต้นการเดินทางมายังมหานครที่นักท่องเที่ยวหรือนักเดินทางจากทั่วโลกมีความใฝ่ฝันว่าครั้งหนึ่งจะต้องเดินทางไปให้ได้อย่างมหานครนิวยอร์ก ด้วยการตอบคำถามที่ว่าทำไมมาเที่ยวคนเดียว มาไกล และมานานขนาดนี้

 

คำตอบของคำถามนั้น ผมขอตอบเพียงสั้นๆ ว่า “ผมมาใช้ชีวิตครับ” คำว่าใช้ชีวิตของผมคือการเดินทางมาเพื่อให้รู้ ให้ได้ลอง ให้ได้เดินถูกๆ ผิดๆ หลงบ้างถูกทางบ้าง เจออะไรที่ตั้งใจบ้าง เจออะไรที่ไม่คิดว่าจะเจอบ้าง นั้นแหละครับการใช้ชีวิตในแบบของผม

 

คุณเคยลองนับก้าวการเดินในแต่ละวันบ้างมไหมครับว่าในแต่ละวันคุณเดินเฉลี่ยเป็นจำนวนกี่ก้าว บางคนอาจจะเฉลี่ยเป็นหลักหมื่น หลายคนอาจจะอยู่ที่หลักพัน แต่สำหรับผมอยู่ในหลักไม่กี่พันเท่านั้นเองครับ เพราะส่วนใหญ่กับการเดินทางในบ้านเมืองเราผมเชื่อว่าคนส่วนใหญ่เลือกที่จะเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัว และหลีกเลี่ยงที่จะเดินเท้าจากการใช้ชีวิตปกติ

 

จากคนที่เฉลี่ยการเดินอยู่ในหลักไม่กี่พันก้าว กลับกลายเป็นคนที่มีอัตราการเดินเฉลี่ยในช่วงประมาณ 1 เดือนที่ใช้ชีวิตในแทบตะวันออกของสหรัฐอเมริกาอยู่ในระดับมากกว่า 20,000 ก้าว ลองคิดดูครับว่าการเดินเฉลี่ยที่มากขึ้นถึง 5 เท่ากลายเป็นหนึ่งจุดที่ผมเรียกมันว่า “การใช้ชีวิต”

Bow bridge 1

Centarl park 1

ผมขอเริ่มการเดินทางที่ส่วนใหญ่เป็นการเดินเท้าด้วยการแบ่งแยกมหานครนิวยอร์กออกเป็น 3 ส่วนใหญ่ นั้นคือ ฝั่งเกาะแมนฮัตตัน (Manhattan) ซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนใหญ่ของการเดินทางในครั้งนี้ของผม, ฝั่งควีน (Queens) แหล่งรวมอารยธรรมของผู้คนหลายกลุ่มบนโลก, และฝั่งบรูคลิน (Brooklyn) อีกหนึ่งย่านที่มีเสน่ห์ของนิวยอร์ก โดยจริงๆ แล้วนิวยอร์กจะมีอีก 2 เขตคือ บรองซ์ (Bronx) และสเตตัน ไอส์แลนด์ (Stanten Island)

 

โดยในส่วนของแมนฮัตตันหากจะเริ่มให้ง่ายๆ เราจะแบ่งตามแนวขวางออกเป็น 3 ส่วน นั้นคือ Downtown หรือจะเรียกว่าแมนฮัตตันตอนล่างซึ่งจะเป็นย่านสำคัญ เช่น โซโห (Soho), ไซน่าทาวน์ (China Town), ลิตเติ้ลอิตาลี (Little Italy) และไฟแนนเซียลดิสทริกต์ (Financial District) เป็นต้น, Mid town หรือ แมนฮัตตันตอนกลาง มีย่านสำคัญ เช่น เชลซี (Chelsea), หมู่บ้านกรีนิช (Greenwich Village) เป็นต้นและ Uptown หรือ แมนฮัตตันตอนเหนือ ซึ่งจะถูกแบ่งออกเป็นฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตก (East Side และ West Side) ตามทิศทางการเดินทางของ Subway หรือรถไฟใต้ดินของนิวยอร์ก

 

หากเราจะเริ่มเดินทางจากด้านบนคือ Uptown หรือแมนฮัตตันตอนเหนือ โดยเริ่มจากแลนด์มาร์คสำคัญของมหานครแห่งนี้อย่าง Central Park หรือสวนสาธารณะขนาดใหญ่ใกล้ใจมหานครแห่งนี้ ซึ่งจะเป็นจุดหมายแรกของการเดินทางในครั้งนี้

 

บนพื้นที่ขนาดใหญ่มีพื้นที่รวมกว่า 3.41 ตารางกิโลเมตรของสวนสาธารณะอันเรืองชื่อแห่งนี้ หากคุณพอมีเวลาผมแนะนำว่าควรจะค่อยๆ เดินไปเรื่อยๆ จากฝั่งขวาด้านล่างขึ้นไปจนถึงช่วงกลางของสวนสาธารณะนี้ซึ่งจะเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ก่อนจะวกกลับมาอีกด้านหนึ่งฝั่งซ้ายของสวนสาธารณะคุณก็จะได้สัมผัสถึงความลงตัวในจุดต่างๆ ของสวนสาธารณะแห่งนี้

Central park 2

Central park 3

จากถนน 5th Ave ตัดกับ E59th St. จะเป็นทางเข้าหลักด้านขวาของเซ็นทรัลพาร์คสิ่งแรกที่จะได้เห็นจากทางเดินซึ่งสามารถหาแผ่นที่ของเซ็นทรัลพาร์คได้ไม่ยากเพราะหากไม่ได้นำไปก็สามารถขอได้จากเจ้าหน้าที่ที่มีบริจาคเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้สอบถามข้อมูลโดยตลอด

 

“The Pond” สระน้ำขนาดไม่ใหญ่มากด้านฝั่งทิศตะวันออกเฉียงใต้ เป็นจุดหนึ่งที่นักท่องเที่ยวสามารถที่จะถ่ายรูปในเงาสะท้อนของต้นไม้และตึกขนาดสูงที่อยู่ด้านข้างได้เป็นอย่างดี

 

เดินต่อขึ้นไปตามทางจะพบกับ “Trump Rink” ซึ่งจะคุ้นตาเราเมื่อถึงฤดูหนาวเพราะบริเวณนั้นจะถูกเปลี่ยนให้เป็นลานสเก็ตน้ำแข็งกลางแจ้งขนาดใหญ่กลางเซ็นทรัลพาร์คแห่งนี้ แต่แม้ว่าผมจะไปในส่วนที่ไม่ใช่ฤดูหนาวแต่ตลอดข้างทางต้นไม้ที่เริ่มเปลี่ยนสีก็กลายเป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ของสวนสาธารณะแห่งนี้

The pond 1

The pond 2

The pond 3

The mall 1

ถัดไปจากบริเวณนั้นไปทางด้านใกล้ถนนจะเป็นที่ตั้งของสวนสัตว์ “Central Park Zoo” สวนสัตว์ขนาดไม่ใหญ่มากแต่ก็มีสัตว์อยู่หลากหลายชนิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าไปเยี่ยมชม แต่สำหรับผมผมเลือกที่จะเดินต่อไปยังตอนกลางของเซ็นทรัลพาร์คซึ่งเป็นบริเวณที่เรียกว่า “The Mall” ซึ่งเป็นทางเดินเส้นตรงขนาดยาวประมาณ 500 เมตร ต้นไม้ขนาดใหญ่ตลอด 2 ฝั่งคล้ายเป็นกำแพงทางเดิน มีม้านั่งยาวตลอดทาง 2 ข้างทางทั้ง 2 ด้าน โดยทางเดินนี้ถือว่าเป็นหนึ่งในทางเดินที่ได้รับการกล่าวขานว่าโรแมนติกมาก โดยเฉพาะในช่วงที่หิมะตกทั้งบริเวณจะถูกปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลนเป็นทางยาว

 

สุดทางเดินของ The mall จะเป็นที่ตั้งของหนึ่งในสัญลักษณ์ที่คนไทยจำนวนไม่น้อยจำเซ็นทรัลพาร์คได้จากสิ่งนี้ “Bethesda Fountain & Bethesda Terrace” น้ำพุและระเบียงบีเทสด้า ในชื่อนี้หลายๆ คนอาจจะยังไม่คุ้น แต่หากผมเรียกว่า น้ำพุกุมภาพันธ์หลายๆ คนคงจะร้อง “อ๋อ!” ขึ้นมาบ้าง

Bethesda 2

Bethesda 3

Bethesda 4

Bethesda 5

Bethesda 6

มีทางเลือก 2 ทางบริเวณสุดทางเดินที่จะไปยังน้ำพุแห่งนี้ โดยมีทางลาดลงไปด้านล่างซึ่งจะเดินผ่านคล้ายห้องโถงขนาดใหญ่ ทึบๆ มีช่องทางเดินที่ดูมีสไตล์เป็นอย่างมาก กับการเลือกเดินด้านบนเพื่อชมน้ำพุแห่งนี้จากด้านบน

 

ตรงกลางของน้ำพุจะมีรูปปั้นของนางฟ้าบีเทสด้าล้อมไปด้วยสระน้ำขนาดไม่ใหญ่มาก โดยรูปปั้นดูสูงเด่นเป็นสง่าทำให้นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ต้องหยุดถ่ายรูปที่นี่ โดยปกติในวันสุดสัปดาห์จะมีนักแสดงมาร้องเพลง เต้น หรือโชว์ต่างๆ เพื่อเรียกทิปจากนักท่องเที่ยว ซึ่งโดยส่วนตัวผมชื่นชมและชื่นชอบการแสดงเพื่อแลกสินน้ำใจแบบนี้ เพราะหลายครั้งที่คุณจะได้ดูการแสดงที่หาดูได้ไม่ง่ายเลยทีเดียว

 

เดินต่อจากน้ำพุบีเทสด้าไปทางด้านซ้ายจะพบกลับอีกหนึ่งสัญลักษณ์สำคัญของเซ็นทรัลพาร์คแห่งนี้นั้นคือ “Bow Bridge” สะพานข้ามทะเลสาบที่เป็นจุดที่มีนักท่องเที่ยวถ่ายรูปเยอะที่สุดจุดหนึ่งในเซ็นทรัลพาร์คแห่งนี้ โดยส่วนตัวผมแนะนำให้เดินข้ามไปอีกด้านหนึ่งของสะพานแล้วเลี้ยวไปทางขวามือจะได้มุมในการถ่ายภาพที่เก็บรายละเอียดได้ค่อนข้างดี ทั้งตัวสะพานและตึก อาคารด้านนอกในมุมกว้าง

Bow bridge 2

Bow bridge 4

หากเราเดินต่อขึ้นไปในเส้นทางที่เริ่มคล้ายกับการเดินอยู่ในป่าเพราะเซ็นทรัลพาร์คยังเต็มไปด้วยต้นไม้ขนาดใหญ่น้อยเป็นจำนวนมาก เราสามารถเดินขึ้นไปถึงยัง  “Belvedere Castle” ปราสาทเบลเฟเดียร์ โดยด้านบนปราสาทอาจจะเรียกได้ว่าเป็นจุดสูงสุดในเซ็นทรัลพาร์คก็ว่าได้ อาจจะมีพื้นที่บางส่วนที่สูงกว่าที่เป็นลักษณะภูเขาที่ต้องเดินขึ้นไปตามโขดหินที่ไม่ค่อยเป็นที่นิยมมากนักสำหรับนักท่องเที่ยว

 

ชื่อของปราสาทแห่งนี้ “เบลเฟเดียร์” เป็นภาษาอิตาเลียนแปลว่า วิวที่สวยที่สุด ก่อนหน้านี้ปราสาทแห่งนี้เคยถูกใช้ในเรื่องการวัดสภาพอากาศและความเร็วลมเพื่อการพยากรณ์ ก่อนจะถูกปรับปรุงเปลี่ยนแปลงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวให้นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นไปเยี่ยมชมได้

 

ปราสาทถูกแบ่งออกเป็น 3 ชั้น โดยทางขึ้นชั้น 2 และชั้น 3 จะเป็นบันไดวนขนาดไม่ใหญ่นัก นักท่องเที่ยวจะต้องสลับการเดินขึ้นลงกันโดยจะมีเจ้าหน้าที่ด้านล่างเป็นคนดูแลจัดการให้ ด้านบนเราจะได้เห็นนิวยอร์กในอีกมุมมองหนึ่ง ซึ่งโดยส่วนตัวผมเป็นคนที่ชอบมองอะไรจากมุมสูง การขึ้นไปอยู่บนปราสาทแห่งนี้ทำให้ได้เห็นเซ็นทรัลพาร์คในแบบที่อยากจะนั่งนิ่งๆ แล้วมองแบบนั้นไปเรื่อยๆ

 

จากบริเวณปราสาทเบลเฟเดียร์ซึ่งคล้ายเป็นจุดกึ่งกลางของเซ็นทรัลพาร์คจะเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ “Jacqueline Kennedy Onassis Reservoir” หรืออ่างเก็บน้ำ JKO ตามชื่อของอดีตสตรีหมายเลข 1 ของสหรัฐอเมริกาในสมัยของประธานาธิบดีเคนเนดี้ หรือ JFK โดยกินเนื้อที่ที่เป็นอ่างเก็บน้ำประมาณ 1 ใน 8 ของพื้นที่สวนทั้งหมด

JKO 1

JKO 2

JKO 3

ผมวนกลับมาด้านล่างของเซ็นทรัลพาร์คโดยเลือกเดินอีกด้านหนึ่งของสวน เราจะเดินผ่านมาเจอกับอีกหนึ่งสัญลักษณ์นั้นคือ “Strawberry Fields” อนุสรณ์สำหรับจอห์น เลนนอน สมาชิกวงเดอะบีทเทิล ที่ถูกฆาตกรรมขณะเดินกลับจากที่พักที่อยู่ฝั่งตรงข้ามของสวนเมื่อปี พ.ศ. 2523 โดยชื่อของอนุสรณ์แห่งนี้ถูกตั้งตาม หนึ่งในชื่อเพลงดังของเดอะบีทเทิลนั้นเอง

 

สำหรับผมเซ็นทรัลพาร์คกลายเป็นสถานที่ที่ผมใช้เวลาส่วนใหญ่ในการเดินทางมานิวยอร์กในครั้งนี้  การเดินให้ทั่วเซ็นทรัลพาร์คอาจจะต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงเพราะถือว่าเป็นสวนสาธารณะขนาดค่อนข้างใหญ่มาก แต่หากมีเวลาไม่มากคุณอาจจะเลือกที่จะใช้บริการของรถม้าก็จะช่วยลดเวลาในการเดินจากที่หนึ่งไปยังอีกทีหนึ่งได้ค่อนข้างมาก

 

ผมชอบในความลงตัวของมหานครแห่งนี้ที่เต็มไปด้วยความวุ่นวาย เสียงไซเรนจากรถตำรวจ เสียงหวอจากรถ พยาบาล หรือเสียงบีบแตรสนั่นจากรถดับเพลิง ฯลฯ ในเมืองแห่งนี้ที่อาจจะเรียกได้ว่าคุณอาจะจะไม่มีช่วงไหนที่หูคุณไม่ได้ยินเสียงนั้นเลยก็ได้ กับการประสานด้วยสวนสาธารณะขนาดใหญ่กลางใจเมือง ที่อาจจะเป็นที่พักการหลบหลีกความวุ่นวายเหล่านั้น

 

มหานครนิวยอร์กไม่ได้มีแค่เซ็นทรัลพาร์คแห่งนี้อย่างแน่นอนครับ ในตอนต่อไปผมจะเขียนถึง แมนฮัตตันตอนเหนือ ทั้งฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตก (East Side และ West Side)

 

โปรดติดตามตอนต่อไปได้เร็วๆนี้ครับ

Central park 4

Central park 5

Central park 6

Tags: , , , , , ,

Comments are closed.