pdhirapat blog

Just another weblog

pdhirapat blog

Archive for the ‘Uncategorized’ Category

“นิวยอร์ก” ไปคนเดียวก็เที่ยวได้…. (4)

หากคุณว่าเซ็นทรัลพาร์คคือหนึ่งในสัญลักษณ์ของนิวยอร์ก ตอนนี้อาจจะทำให้คุณอีกหลายสัญลักษณ์ที่กลายเป็นตัวแทนของมหานครนี้ ที่ทำให้นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกอยากที่จะมาเยือนมาสัมผัสซักครั้งหนึ่ง   ผมเริ่มในจุดที่ต่อเชื่อมจากเซ็นทรัลพาร์คทางตอนล่างฝั่งตะวันออก อาคารกระจกขนาดใหญ่ที่คุณจะเห็นนักท่องเที่ยวต่อแถวยาวด้านหน้าตึก ก่อนจะเรียงคิวเดินแถวลงไปด้านล่างนั้นคือที่ตั้งของร้าน Apple store สาขาใหญ่ที่สุดสาขาหนึ่งในนิวยอร์ก   หากเดินต่อมาทางด้านล่างไล่ลองมาบนถนน 5th Ave. เรื่อยๆ จะเจอกับหนึ่งในพิพิธภัณฑ์ที่หลายคนต่างอยากจะมีซักครั้งเมื่อมาถึงนิวยอร์กนั้นคือ “The Museum of Modern Art” หรือ MOMA แหล่งรวบรวมศิลปะร่วมสมัย และศิลปะสมัยใหม่มากมาย ภายในเต็มไปด้วยผลงานศิลปะร่วมสมัยจากศิลปะดัง โดยหนึ่งในผลงานชิ้นเอกของจิตกรที่เราอาจจะคุ้นชื่อ นั้นคือ “Vincent Van Gogh” หรือ แวนโก๊ะ ซึ่งภาพเขียนที่ดูเหมือนว่าหลายๆ คนอยากจะมาเห็นก็คือ Starry Night   หลายคนที่มาชมงานศิลปะ ภาพเขียน ภาพวาด ภาพถ่าย งานจิตกรรม ก็อาจจะเป็นอย่างผมที่ดูเหมือนจะเข้าไม่ถึงจิตวิญญาณของงานชิ้นนั้นเท่าไหร่ แต่ก็ชื่มชอบ ชื่นชมที่จะมาดูมาชมงานศิลปะนี้อยู่ตลอด ผมมักจะใช้คติที่ว่างานศิลปะเราไม่มีความจำเป็นที่จะต้องไปเข้าถึง เข้าใจ มันมากหรอก ถ้าชอบนั้นแปลว่าชอบละครับ การจัดการแสดงแบ่งออกเป็นสัดเป็นส่วนแบ่งแยกห้องออกตามช่วงเวลา และผลงานของศิลปิน มีแผนที่บอกเลขห้องอย่างชัดเจนจึงไม่ยากสำหรับคนที่อยากจะพุ่งเป้าไปที่ห้องใดห้องหนึ่งเลย ด้านล่างเป็นห้องโถงขนาดใหญ่พร้อมทั้งมีสวนขนาดย่อมๆ อยู่ด้านนอกตึกแสดงผลงานศิลปะ […]

ปาฏิหาริย์ที่แม่น้ำฮัดสัน

ผมเป็นคนที่ชอบดูหนังที่สร้างจากเรื่องจริง….   155 คน คือจำนวนผู้โดยสารและลูกเรือทั้งหมดของเที่ยวบิน AWE1549 ของสายการบินยูเอสแอร์เวย์ด้วยเครื่องบินแบบแอร์บัส เอ 320 ที่บินขึ้นจากท่าอากาศยานลากวาร์เดีย ในมหานิวยอร์ก สหรัฐอเมริกาที่เตรียมจะมุ่งหน้าไปยังท่าอากาศยานนานาชาติชาร์ล็อตต์ดักลาส รัฐนอร์ธแคโรไลนา   ย้อนหลังกลับไปเมื่อ 15 มกราคม 2009 ช่วงเวลาบ่ายสามโมงเศษ เที่ยวบิน AWE1549 ได้ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าตามแผนการเดินทางตามปกติ ก่อนจะเริ่มไต่ระดับไปที่ประมาณ 3,000 ฟุตเครื่องบินได้ชนเขากับฝูงนกและห่าน หรือที่เรียกกันว่า Bird Strike ผลจากการชนทำให้เครื่องยนต์ทั้ง 2 เครื่องเกิดดับกระทันหัน   จากสนามบินต้นทางจนถึงช่วงเวลาเกิดเหตุห่างกันเพียง  3 นาที บนการตัดสินใจของกัปตัน เชสลีย์ บี. “ซัลลี” ซัลเลนเบอร์เกอร์ (Chesley B. “Sully” Sullenberger) ผู้ช่วยนักบินเจฟฟรี สไคลส์ (Jeffrey Skiles) ซึ่งต้องตัดสินใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิด   การตัดสินใจบนเหตุและผลจากสิ่งที่เกิดขึ้น เพื่อนำเครื่องบินกลับไปลงจอดอย่างปลอดภัย เหตุการณ์ในหนังที่ถูกสร้างอ้างอิงจากสิ่งที่เกิดขึ้นจริง จนในท้ายที่สุดสิ่งที่เกิดขึ้นในครั้งนั้นนำมาซึ่งตำนานของการรอดชีวิตของจำนวนผู้โดยสารและลูกเรือทั้งหมด 155 […]

หลบไปติดเกาะ เลาะเที่ยวไปใน ”สิงคโปร์” (1)

จากสนามบินดอนเมืองเพียง 2 ชั่วโมง 20 นาที เครื่องบินลงจอดสนามบินที่ได้ขึ้นชื่อเป็นหนึ่งสนามบินที่ดีที่สุดในโลก “สนามบินชางฮี (Changi Airport)” ใช้เวลาไม่นานกับการจัดการสัมภาระส่วนตัวก่อนเดินลงจากเครื่องบิน   ทางเดินค่อนข้างยาวมีทั้งทางเลื่อน และทางเดินเท้าสำหรับคนที่มีกำลังขาแข็งแรงหน่อย ผู้คนจำนวนไม่น้อยที่เดินทางมายังเกาะเล็กๆ ที่ทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งบนโลกนี้ในแต่ละวัน โซนผู้โดยสารขาเข้าและผู้โดยสารขาออกถูกจัดให้อยู่ในบริเวณเดียวกัน แต่สำหรับผู้โดยสารขาเข้าอย่างผมอย่างแรกที่ต้องทำคือการผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง Immigration Office อยู่บริเวณด้านล่างต้องเดินลงบันไดเลื่อนไปสู่โถงใหญ่ โดยขั้นตอนการกรอกเอกสารก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไร หากใครเคยเดินทางไปไหนมาบ้างการเข้าสู่สิงคโปร์น่าจะเป็นเรื่องง่ายเลยทีเดียวครับ   หลังจากผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว บริเวณรับสัมภาระโหลดก็อยู่ห่างไม่ไกล ก่อนจะถึงประตูด่านสุดท้ายเป็นอันว่าเรามาเหยียบแผ่นดินประเทศที่ขึ้นชื่ออีกอย่างว่าเป็นประเทศที่ค่าใช้จ่ายสูงที่สุดติดอันดับต้นๆของโลก Welcome to Singapore   สำหรับคนที่เดินทางมาเองแบบผม ไม่ยากครับสำหรับการเดินทางเข้าสู่ใจกลางเมืองของสิงคโปร์เพราะระบบคมนาคมของสิงคโปร์ถือว่าค่อนข้างสะดวกมาก เรามองป้ายเพื่อมุ่งไปยัง MRT หรือ สถานีรถไฟใต้ดินที่อยู่อีกด้านหนึ่งของตึก   เมื่อเดินถึงบริเวณจุดขายตั๋ว ขั้นตอนก็แค่ซื้อตั๋วแบบเติมเงิน EZ Link  ซึ่งในการซื้อครั้งแรกเราจะต้องจ่ายเงิน 12 เหรียญโดยจะมียอดเงินจริงปรากฎอยู่ 7 เหรียญและอีก 5 เหรียญจะเป็นค่าบัตรที่เราไม่สามารถขอคืนได้   ค่อนข้างสะดวกครับกับการเดินทางด้วย EZ Link เพราะสามารถใช้ได้กลับรถไฟใต้ติน รถเมล์ ร้านสะดวกซื้ออีกหลายแห่ง […]

หมากรุก กับการวางแผนหมากชีวิต (4)

                ผมมักจะเห็นภาพการกอดคอกัน การยิ้มให้กัน จับมือกัน หัวเราะด้วยกัน วิ่งเล่นด้วยกัน หรือแม้กระทั่งน้ำตา ในทุกๆการแข่งขันของกีฬา   ว่ากันว่า “กีฬา” เป็นสิ่งที่ช่วยให้นักกีฬารู้จักคำว่าแพ้ รู้จักคำว่าชนะ แต่สิ่งที่อาจจะสำคัญของคำว่า “กีฬา” นั้นคือมิตรภาพ   มิตรภาพทั้งที่เกิดขึ้นระหว่างการแข่งขัน หรือมิตรภาพที่เกิดขึ้นก่อนหรือหลังการแข่งขัน กลับกลายเป็นภาพที่สวยงามกว่าคำว่าแพ้หรือชนะ   เกือบ 2 เดือนที่ผ่านมา สำหรับวงการหมากรุกสากลถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญมากกับการเปลี่ยนภาพลักษณ์ในเรื่องการจัดการแข่งขันที่มีอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจริงๆ อาจจะต้องเรียกว่าจากไตรมาสละครั้ง เป็นแทบจะเป็นทุกสัปดาห์เลยก็ว่าได้                 ผมในฐานะของคนที่เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการแข่งขันในเกือบทุกรายการ เห็นได้ถึงความเหมือน ความคล้าย ของน้องๆ เด็กๆ นักกีฬาที่เข้าร่วมการแข่งขัน   ความเหมือนที่ผมว่า ผมเห็นถึงความตั้งใจ ความพยายาม ความแน่วแน่ และความสุขในการเกมการแข่งขันที่ถูกจัดขึ้นเพื่อพวกเค้า แม้ว่าอาจจะมีบ้างกับความตั้งใจที่อาจจะกลายเป็นความกดดันของน้องๆ เหล่านั้นกับความคาดหวังทั้งจากตัวเอง ผู้ฝึกสอน หรือแม้กระทั่งผู้ปกครอง   น้ำตา ที่ไหลออกมาหลังจากที่รู้ว่าตัวเองไม่อาจจะเป็นผู้ชนะในเกมการแข่งขันนั้น หรือแม้กระทั่งในรายการนั้นก็ตาม แต่สิ่งที่ผมมักจะได้เห็น คือ ข้อความผ่านแววตาที่ดูมุ่งมั่นมากขึ้นที่จะเตรียมตัวให้พร้อมกับการแข่งขันในรายการต่อๆ ไป   ผมว่าเท่านั้นเราก็น่าจะเรียกมันว่าความสำเร็จได้แล้วครับ […]

หมากรุก กับการวางแผนหมากชีวิต (3)

ที่เค้าว่ากันว่ากลิ่นไอของชัยชนะมันหอมหวานเสมอ ผมว่านั้นอาจจะไม่เสนอไป เพราะในหลายครั้งความพ่ายแพ้อาจจะมีกลิ่นที่หอมละมุนกว่า   ในความจริงหากคนเราเลือกได้ระหว่างชัยชนะ กับความพ่ายแพ้ ผมว่าทุกคนคงเลือกอย่างแรกไม่ต่างกัน เพราะคงไม่มีใครอยากจะเป็นคนพ่ายแพ้ในทุกๆ การแข่งขัน   เมื่อช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ผมได้เห็นร่องรอยของความพ่ายแพ้ของคนกลุ่มเล็กๆ แววตาที่อาจจะเปลี่ยนไปบ้าง แต่ข้างในกลับเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ความมุ่งมั่น และความตั้งใจที่ดูเหมือนจะเพิ่มขึ้นไม่น้อย   ความพ่ายแพ้ของนักกีฬารุ่นเยาว์ไทยในการแข่งขันหมากรุกสากลรายการใหญ่ที่สุดรายการหนึ่งของอาเซียน แม้ว่าด้านหนึ่งมันอาจจะเหมือนเป็นการบั่นทอนและสร้างความผิดหวังให้กับน้องๆเหล่านั้น แต่สิ่งที่ผมเห็นอีกด้านคือ ความมุ่งมั่นที่จะทำผลงานให้ดีขึ้นในการแข่งขันครั้งต่อๆ ไป กำลังของคนรอบข้าง ครอบครัวนักกีฬาที่ผมสัมผัสได้ กลับกลายเป็นสิ่งที่ทำให้ผมรู้สึกได้ว่าไม่ใช่แค่ชัยชนะที่ส่งกลิ่นหอมหวานเท่านั้นหรอก   รอยยิ้ม คำพูด สัมผัส ของคนรอบข้างที่ต่างให้กำลังใจซึ่งกันและกัน ทำให้ผมมั่นใจเต็มที่ว่าสิ่งที่ผมกำลังพยายามช่วยทำอยู่นั้นเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์ แม้ว่าวันนี้ศักยภาพของนักกีฬาไทยในบางประเภทกีฬาอาจจะยังไม่ทัดเทียมนักกีฬาในหลายๆ ประเทศ แต่ความตั้งใจ ความมุ่งมั่นที่ทำให้ดีขึ้น อาจจะเป็นผลข้างเคียงที่ทำให้นักกีฬาของเราแข็งแกร่งขึ้นในวันข้างหน้า   นอกเหนือจากน้องๆ นักกีฬาที่แววตาของหลายดูเปลี่ยนไปในทางที่ดี ผมเห็นได้ถึงการเปลี่ยนไปของคนอีกกลุ่มหนึ่งที่ต้องทุ่มเทไม่น้อยกว่านักกีฬา นั้นคือ ผู้ปกครอง พ่อแม่ ลุง ป้า น้า อา ปู่ ย่า ตา ยาย ฯลฯ ที่ให้การสนับสนุน เสียสละเวลา หน้าที่การงาน […]

หมากรุก กับการวางแผนหมากชีวิต (2)

“หมากรุกต้องคิด หมากชีวิตต้องวางแผน” ผมโพสต์ข้อความนี้ผ่าน Facebook ส่วนตัวในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ก่อนมานั่งคิดว่าหมากรุกกับชีวิต ต้องทั้งคิดและต้องวางแผน   การจะก้าวขึ้นมาเป็นที่ 1 หรืออยู่ในจุดที่ผู้คนให้ความสนใจ อาจจะต้องมีการคิด และการวางแผนอย่างมีระบบ หมากรุกกลายเป็นอีกหนึ่งชนิดกีฬาที่ผมเริ่มเห็นประโยชน์ของมันมากขึ้น และมากขึ้นหรือจากเข้ามาเป็นส่วนเล็กๆ ในวงการนี้   ผมได้เห็นผู้คน ได้เห็นเด็กๆ เรียนรู้อะไรต่างๆมากมายผ่านตัวหมากรุก จำนวน 32 ตัวเล่นบนกระดานขนาด 8 X 8 กับความสามารถที่แตกต่างกันออกไป สามารถสอน สามารถสร้างระบบความคิดอะไรได้มากมายกับคนเล่นอละคนดู ความได้เปรียบหรือความเสียเปรียบในช่วงใดช่วงหนึ่งบนกระดาน อาจจะยังไม่พอที่จะตอบได้ว่าคุณแพ้หรือชนะ   ผมเคยได้ดูหนัง 2 เรื่องที่เกี่ยวข้องกับหมากรุก เรื่องหนึ่งเป็นหนังที่ถูกสร้างมาหลายปีที่ผ่านมา Searching for Bobby Fischer หนังที่ถูกกล่าวถึง 1 ในสุดยอดนักหมากรุกของโลก ผ่านสิ่งที่เค้าคิด สิ่งที่เค้าปฎิบัติ สิ่งที่เค้าฝึกฝน และความเป็นอัจฉริยะของเด็กคนหนึ่ง   พรสวรรค์ ที่มาพร้อมกับความตั้งใจ ความแน่วแน่ในการฝึกฝน เรียนรู้จากสิ่งที่ไม่รุ้ รักในสิ่งที่รัก และความสำเร็จก็มาถึง   […]

หมากรุก กับการวางแผนหมากชีวิต (1)

ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งครั้งของประสบการณ์อันแปลกใหม่ในชีวิตผม เมื่อมีเสียงจากชายผู้ที่ผมเคารพนับถือเกริ่นให้เข้ามาช่วยภารกิจที่อยู่นอกเหนือจากวงจรของชีวิตผมเลยก็ว่าได้   “King Queen Rook Knight Bishop Pawn” กลายเป็นศัพท์ใหม่ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา   ผมเข้ามาเกี่ยวข้องกับกีฬาอย่างเต็มตัวในระดับประเทศอย่างน้อย 2 ชนิดกีฬาในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา จากกีฬาที่ได้รับความนิยมสูงสุดของมนุษยชาติ อย่างฟุตบอล ตอนนี้ชีวิตผมเข้ามาเกี่ยวข้องกับ หนึ่งประเภทกีฬาในกลุ่มหมากกระดานที่ได้รับความนิยมสูงสุดของมนุษยชาติเช่นเดียวกัน นั้นก็คือ หมากรุกสากล   “หมากรุก” จากความเข้าใจตั้งแต่ไหนแต่ไรของผม จะมีก็แค่หมากรุกไทย ม้าที่เดินเป็นรูปตัวแอล เรือที่เดินเหมือนเครื่องหมายบวก และอะไรซักอย่างที่เดินหน้าสามหลังสอง   สัมผัสระหว่างผมกับหมากรุกดูเหมือนที่ผ่านมาจะเป็นไปแค่ การเแตะเนื้อต้องตัวกันซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นเพราะความบังเอิญ ความเข้าใจของคุณสมบัติ วิธีการเล่นหรือกฎกติกาของหมากรุกกับผมคงต้องเรียกว่าเป็นศูนย์เลยก็ว่าได้ จากวินาทีที่ผมต้องเข้ามาเกี่ยวข้อง คำถามมากมายที่เกิดขึ้นที่ทำให้ผมต้องเริ่มค้นหาคำตอบ เรียนรู้เพื่อทำความเข้าใจ การสร้างความคุ้นเคย ความเคยชิน ทำให้สิ่งอันที่แม้จะไม่เคยสัมผัสกลับกลายมาเป็นสิ่งที่ผมสนุกก็เริ่มต้นขึ้น   ผมมักจะพยายามหาอะไรซักอย่างจากสิ่งที่ผมต้องเอาตัวเข้าไปเกี่ยวข้อง เพื่อทำให้ตัวเองหลงรัก ทำให้ตัวเองแอบยิ้มมุมปากได้ทุกครั้งที่มองเห็น เพราะผมเชื่อว่านั้นจะเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้ผมสนุกกับสิ่งที่ผมต้องทำ   จากความรู้เริ่มต้นที่เท่ากับศูนย์ ค่อยๆ เริ่มเพิ่มขึ้นหลังจากผมต้องเข้าไปสังเกต เข้าไปเรียนรู้ เข้าไปทำความเข้าใจในหลายๆ เรื่อง หลายๆ ด้าน ภารกิจเกี่ยวข้องกับการจัดการ […]

ความทรงจำดีๆ เกิดขึ้นเสมอที่นี่ “ไต้หวัน” (ตอนที่ 4)

เช้าวันรุ่งขึ้นผมตื่นมาแต่เช้าเพื่อมาสูดอากาศบริสุทธิ์ของที่นี่ก่อนที่จะต้องโบกมือลาในช่วงสายๆ โปรแกรมสำหรับวันนี้เพื่อนผมจะพาไปยังอีกเมืองชายทะเลเพื่อไปกินอาหารท้องถิ่นของเมืองนั้น นั้นคือ สารพัดเมนูที่ทำจากหอยนางรม   ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงผมเริ่มเห็นบรรยากาศของเมืองชายทะเล เริ่มได้กลิ่นไอของความเป็นเมืองติดทะเลโดยเรามุ่งตรงไป เรามุ่งตรงไปยังร้านที่ดูเหมือนจะมีคนต่อคิวยาวออกมานอกร้าน เมนูที่ถูกโต๊ะสั่งเหมือนกันมี 2 อย่าง คือ คล้ายๆ กับ ออส่วนแต่จะเน้นทอดให้กรอบมากกว่าที่เมืองไทย โดยไส้ของออส่วนจะเป็นอาหารทะเลทั้งกุ้ง ปลาหมึกและที่ขาดไม่ได้คือหอยนางรม อาหารอีกชนิดที่เหมือนจะถูกสั่งทุกโต๊ะนั้นก็คือ ซุปใสหอย สำหรับผมแม้ว่ารสชาติอาจจะจืดไปหน่อยแต่ก็อร่อยนะครับ  อาหารมื้อนั้นเหมือนจะเป็นอาหารเรียกน้ำย่อยสำหรับเรา ผมเรายังเดินทางต่อไปยังอีกแห่งเป็นตลาดชายทะเล มีของกินให้เลือกกินมากมายที่นั้น   เราใช้เวลาในการกินอาหารทะเลอยู่ซักพักใหญ่ก่อนจะกลับเข้าตัวเมือง เพราะค่ำคืนนี้ผมจะพักค้างคืนที่เมืองไถจง ก่อนจะกลับเข้าเมืองไทเปในวันรุ่งขึ้น ในตัวเมืองเพื่อนผมพาแวะไปยังวัดสำคัญอีกวัดหนึ่ง โดยโชคดีของผมที่วันนั้นทางวัดมีงานสำคัญประจำปีพอดี งานที่ผมว่าคล้ายๆ กับงานงิ้วหรือศาลเจ้าต่างๆ ในหลายพื้นที่ของไทย และก็มีความคล้ายคลึงกับพิธีกินเจ ที่จะมีการเดินแห่เจ้า และส่งเจ้ากลับยังศาลเจ้าที่เทพเจ้าแต่ละองค์ประทับอยู่ พิธีกรรมแบบนี้จะมีเพียง 1 ครั้งในปี ผมจึงว่าโชคดีที่ผมได้เห็นพิธีกรรมในปีนี้ด้วย   ด้านข้างของศาลเจ้านั้นมีตลาดขายของ ที่เป็นตลาดเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ มีผู้คนมากมายที่มาเดินเลือกซื้อสินค้าที่มีขายตลอด 2 ข้างทางเป็นระยะทางเป็นกิโล สำหรับผมค่อนข้างตื่นตาตื่นใจนะครับเพราะแม้ว่าจะมีความคล้ายคลึงกับตลาดในบ้านเรา แต่สินค้าก็ต่างออกไป หลายอย่างที่ผมต้องขอให้เพื่อนอธิบายว่ามันคืออะไรเลยทีเดียว   ในช่วงค่ำของวันนั้นเรามีนัดกินอาหารค่ำมื้อพิเศษกัน เพราะเมนูสำหรับมื้อนั้นจะมีขายเพียงช่วงฤดูหนาวเท่านั้น นั้นคือ แพะหม้อไฟ […]

5 ปีกับการเดินทางหลายหมื่นไมล์….

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ผมตั้งใจจะใช้เวลาส่วนใหญ่ของชีวิตไปกับการเดินทางไปยังที่ต่างๆ บนโลกใบนี้ อย่างน้อยก็เพื่อเป็นการเปิดหูเปิดตาให้กับตัวเองให้ได้เรียนรู้วัฒนธรรม เรียนรู้ชีวิต เรียนรู้ความกว้างใหญ่ของโลกใบนี้   ผมนั่งนับไปนับมากับตัวเองก็พบว่า ช่วงเวลา 5 ปีที่ผ่านมาผมเดินทางมามากกว่า 25 ประเทศ มีการขึ้นเครื่องบินเพื่อไปยังสถานที่ต่างๆ บนโลกใบนี้มากกว่า 100 เที่ยวบิน โดยจุดมุ่งหมายที่ดูหลากหลายมากในแต่ละช่วงเวลาของชีวิตที่ต่างกันออกไป   “อังกฤษ ฝรั่งเศส อิตาลี สวิสเซอร์แลนด์ เยอรมัน ออสเตรีย เนเธอร์แลนด์ เบลเยี่ยม สก็อตแลนด์ เวลล์ นอร์ธเทิร์นไอร์แลนด์ สหรัฐอเมริกา อิหร่าน ตุรกี จีน ภูฎาน ทิเบต อินเดีย ลาว กัมพูชา พม่า มาเลเซีย อินโดนีเซีย สิงคโปร์ ฮ่องกง ญี่ปุ่น ไต้หวัน ฯลฯ” นั้นคือส่วนหนึ่งของประเทศต่างๆ ที่ผมออกเดินทางไปเยี่ยมเยือน   ผมแอบลองคิดต่อไปว่า หากจะนับเมืองที่ผมเดินทางไปเยี่ยมเยือนนั้น ผมว่ามีมากกว่า 100 เมืองที่ผมเดินทางไปในช่วงหลายปีที่ผ่าน […]

ครั้งหนึ่งในชีวิตสถานที่ที่ต้องไป “พุทธคยา” ตอนแรก

ทริปสั้นๆของผมกับการเดินทางไปประเทศอินเดียเป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 2 ปี   จุดมุ่งหมายสำหรับการเดินทางไปอินเดียในครั้งนี้ คือ ร่วมเดินทางไปทอดผ้าป่ามหากุศลเพื่อสร้างถนนเข้าสระมุจลินท์ บวงสรวงองค์พญามุจลินทร์นาคราช และยังได้ร่วมประกอบพิธีถวายไม้ค้ำกิ่งต้นศรีมหาโพธิ์ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นต้นโพธิ์ที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสรู้   การเดินทางของผมเริ่มต้นจากสนามบินดอนเมืองในเครื่องบินแบบเช่าเหมาลำมีผู้ร่วมเดินทางไปทั้งหมด 173 คน โดยในขณะของผมมีพระสงฆ์ร่วมเดินทางไปด้วย 60 รูป   ไฟล์ทของคณะผมออกเดินทางในช่วงเช้าเวลาประมาณ 7 นาฬิกา ก่อนจะใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง 50 นาทีเพื่อเดินทางมุ่งตรงสู่สนามบินคยา เมืองที่เป็นสัญลักษณ์ของ 1 ใน 4 สถานที่สำคัญที่สุดของพระพุทธศาสนา นั้นคือ สถานที่ตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า   เราเดินทางมาถึงสนามบินคยาตามกำหนดเวลา ใช้เวลาไม่นานสำหรับการตรวจคนเข้าเมืองเนื่องจากไฟล์ทเราเป็นไฟล์ทเหมาลำจึงมีเพียงคณะเราในช่วงเวลาดังกล่าว สัมภาระจำนวนมากที่ถูกจัดมาสำหรับการร่วมประกอบพิธีต่างๆ ของคณะเราถูกตรวจอย่างเคร่งครัดจากเจ้าหน้าของสนามบิน   ตามเวลาในประเทศอินเดียที่ช้ากว่าเมืองไทย 1 ชั่วโมง 30 นาที เราถึงสนามบินคยาเวลา 10:30 น. ก่อนจะออกเดินทางต่อไปยังวัดไทยพุทธคยา อินเดีย ที่ตั้งอยู่ห่างออกไปประมาณ 15-20 นาทีสำหรับการเดินทางโดยรถยนต์   ที่วัดไทยพุทธคยา […]