pdhirapat blog

Just another weblog

pdhirapat blog

Posts Tagged ‘ทิเบต’

5 ปีกับการเดินทางหลายหมื่นไมล์….

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ผมตั้งใจจะใช้เวลาส่วนใหญ่ของชีวิตไปกับการเดินทางไปยังที่ต่างๆ บนโลกใบนี้ อย่างน้อยก็เพื่อเป็นการเปิดหูเปิดตาให้กับตัวเองให้ได้เรียนรู้วัฒนธรรม เรียนรู้ชีวิต เรียนรู้ความกว้างใหญ่ของโลกใบนี้   ผมนั่งนับไปนับมากับตัวเองก็พบว่า ช่วงเวลา 5 ปีที่ผ่านมาผมเดินทางมามากกว่า 25 ประเทศ มีการขึ้นเครื่องบินเพื่อไปยังสถานที่ต่างๆ บนโลกใบนี้มากกว่า 100 เที่ยวบิน โดยจุดมุ่งหมายที่ดูหลากหลายมากในแต่ละช่วงเวลาของชีวิตที่ต่างกันออกไป   “อังกฤษ ฝรั่งเศส อิตาลี สวิสเซอร์แลนด์ เยอรมัน ออสเตรีย เนเธอร์แลนด์ เบลเยี่ยม สก็อตแลนด์ เวลล์ นอร์ธเทิร์นไอร์แลนด์ สหรัฐอเมริกา อิหร่าน ตุรกี จีน ภูฎาน ทิเบต อินเดีย ลาว กัมพูชา พม่า มาเลเซีย อินโดนีเซีย สิงคโปร์ ฮ่องกง ญี่ปุ่น ไต้หวัน ฯลฯ” นั้นคือส่วนหนึ่งของประเทศต่างๆ ที่ผมออกเดินทางไปเยี่ยมเยือน   ผมแอบลองคิดต่อไปว่า หากจะนับเมืองที่ผมเดินทางไปเยี่ยมเยือนนั้น ผมว่ามีมากกว่า 100 เมืองที่ผมเดินทางไปในช่วงหลายปีที่ผ่าน […]

แบกเป้จากศูนย์สู่”หลังคาโลก” (12) : บทสรุปการเดินทาง จีน – ทิเบต บนเส้นทางของผม

วันสุดท้ายของการเดินทาง ผมมีเวลาในช่วงเช้าถึงเที่ยงในมหานครฉงชิ่ง ก่อนที่จะต้องเดินทางกลับประเทศไทย เราตัดสินใจที่จะไปเดินซื้อของฝากในอาคารที่ไม่ห่างจากโรงแรมมากนัก   อาคารหลังใหม่ที่ถูกสร้างขึ้นติดกับแม่น้ำเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยือนมหานครแห่งนี้ อาคารในรูปแบบจีนโบราณ   ดูจากภายนอกที่ว่าค่อนข้างน่าสนใจเลยทีเดียวครับ การผสมผสานระหว่างความโบราณแบบจีนกับกลิ่นอายของตะวันตกดูจะผสมผสานกันได้อย่างลงตัว ภายในมีร้านค้า ร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึกมากมาย ถ้าผมจำไม่ผิดพลาดอาคารจะมี 9 ชั้น ด้านบนจะมีลานกว้างที่ตกแต่งให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายรูปวิวของมหานครแห่งนี้ได้อย่างดีทีเดียว   สินค้ามากมายสำหรับนักท่องเที่ยว เราสามารถต่อรองราคาได้ตามปกติ เพราะส่วนใหญ่จะเป็นร้านค้าขายของที่ระลึก หากคุณซื้อหลายชิ้นผมขอแนะนำใหัต่อรองเลยครับ ราคาจะลดลงได้มากทีเดียว   ในแต่ละชั้นของอาคารหลังนี้จะประกอบไปด้วยโซนต่างๆ เช่น โรงแรม ร้านอาหาร เฟอร์นิเจอร์ กำไล สร้อยคอ หินสีต่างๆ ฯลฯ ให้เลือกสรรตามที่นักท่องเที่ยวต้องการ เราใช้เวลาไม่มากกับการเลือกซื้อของฝากจากที่นี่ เพราะโปรแกรมสุดท้ายก่อนที่จะเราจะกลับไปเก็บของเพื่อเตรียมตัวไปสนามบินนั้นคือ การไปกินหม้อไฟแบบจีน รูปร่างหน้าตาก็คล้ายๆ กับสุกี้บ้านเราครับ มีให้เลือกทั้งบัฟเฟต์ และสั่งเป็นจาน   แต่รสชาติที่ต่างไปแน่นอนนั้นคือน้ำซุปครับ เรียกได้ว่าเผ็ดมากๆ แม้กระทั่งกับคนที่กินเผ็ดได้อย่างผม อาหารก็มีให้เลือกมากมาย หลากหลาย   หลังจากกินเสร็จก็ได้เวลาที่เราจะต้องไปเตรียมกระเป๋าเพื่อไปยังสนามบินระหว่างประเทศของมหานครฉงชิ่งเพื่อกลับเมืองไทย   ใช้เวลาประมาณ 35 นาทีจากโรงแรมที่พักใจกลางเมืองเราก็มาถึงอาคารสนามบินระหว่างประเทศ อาคารไม่ใหญ่นักแต่ดูเหมือนนักท่องเที่ยวจะค่อนข้างมากที่เดินทางเข้าออกจากที่นี่   […]

แบกเป้จากศูนย์สู่”หลังคาโลก” ทิเบต (11) “ฉงชิ่ง” วัฒนธรรมร่วมสมัยของจีนยุคใหม่

ไฟลต์บินค่อนข้างเช้าจากเมืองบายี ในเขตทิเบต สู่ 1 ใน 4 มหานครของประเทศจีน เราเลือกที่เดินทางแต่เช้าเพื่อจะได้ในเวลาในช่วงบ่ายและเย็นในการสำรวจเมืองฉงชิ่ง   สนามบินขนาดไม่ใหญ่แต่เป็นสนามบินใหม่ที่เพิ่งสร้างขึ้นไม่นาน ผู้โดยสารมากหน้าหลายตาต่อคิวโดยสารภายในประเทศ พื้นที่ด้านในสนามบินเล็กกะทัดรัด แม้ว่าจะระบบการตรวจสอบสัมภาระจะดูยุ่งยากไปซักหน่อย แต่เราก็ใช้เวลาไม่นานกับการจัดการทั้งหมด   หลังจากเข้าไปด้านใน ร้านขายของที่ระลึกที่กลายเป็นด่านสุดท้ายในเขตทิเบตที่เราจะสามารถซื้อของที่ระลึกได้จากทิเบตได้ หินทิเบตประเภทต่างๆ ขนมหลายชนิดบ้างก็ทำจากเนื้อจามรี หรือ ยัคนั้นเอง   ผมอดไม่ได้ที่จะลองซื้อของพื้นเมืองอย่างขนมที่มีหน้าตาคล้ายลูกอมที่มีส่วนผสมเป็นเนื้อจามรีมาลองกินดู รสชาติแปลกทีเดียวครับ สำหรับลูกอมที่มีกลิ่นเนื้อสัตว์   ถึงเวลาต้องเดินทางออกจากทิเบต ดินแดนที่ทุกคนเรียกว่า “หลังคาโลก” จุดหมายต่อไปคือการกลับเข้าไปสู่เมืองศิวิไลซ์อีกครั้ง   เราใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง ก่อนเครื่องบินค่อยๆ ลงจอดในสนามบินขนาดใหญ่ สนามบินฉงชิ่งซึ่งมีทั้งส่วนที่เป็นการเดินทางภายในประเทศ และส่วนที่เป็นอาคารสำหรับการเดินทางระหว่างประเทศ   เนื่องจากเราไปกัน 6 คนจึงต้องแบ่งออกเป็น 2 กรุ๊ปเดินทางไปยังโรงแรมที่พักที่อยู่กลางนครฉงชิ่ง ระยะทางประมาณเกือบ 30 กิโลเมตรใช้เวลาเดินทางโดยแท็กซี่ประมาณ 45 นาที ค่าโดยสารก็ถือว่าไม่แพงมากครับ จากสนามบินถึงกลางเมืองประมาณ 80-90 หยวนเท่านั้นเอง แผนสำหรับวันนี้หลังจากเช็คอินที่พักเป็นที่เรียบร้อยเราวางแผนที่จะเดินทางไปยังตลาดเก่าที่ถือว่าเป็นจุดหมายสำคัญสำหรับนักท่องเที่ยวที่อยู่ห่างออกไปประมาณ 25 […]

แบกเป้จากศูนย์สู่”หลังคาโลก” ทิเบต (10) ผมเรียกที่นี่ว่า “ซัมบาลา”

260 กิโลเมตรกับ 14 ชั่วโมงในความทรงจำของผมเกิดขึ้นในวันนี้ วันที่เรามีนัดเดินทางกลับจากเมืองโพมิไปยังบายี เมืองที่เราพักค้างแรมช่วง 2 วันที่แล้วเพื่อเตรียมเดินทางโดยเครื่องบินไปยังมหานครฉงชิ่ง เส้นทางเดิมที่เราเคยใช้เดินทางเราจะย้อนกลับไปทางนั้   ฝนตกในช่วง 2 วันที่ผ่านมาทำไมผมอดคิดไม่ได้ว่าเส้นทางกลับในวันนี้แม้ว่าผมจะเพิ่งเดินมาน่าจะยากลำบากมากขึ้นอย่างแน่นอน ระยะทางแม้ว่าไม่ไกลมากนักเพียงแค่ไม่ถึง 300 กิโลเมตรแต่ต้องผ่านภูเขานับสิบนับร้อยลูก ทางขรุขระเป็นหลุมเป็นบ่อ ทางแคบแบบว่ารถสวนกันระยะห่างไม่เกิน 1 คืบสำหรับผมแค่คิดก็แอบใจหายแล้วครับ เราออกเดินทางเช้าขึ้นจากวันที่เราเดินทางมาเพื่อหวังว่าจะไปถึงเมืองโพมิไม่ค่ำมากจะได้มีเวลาเดินเล่นในเมือง รวมถึงเรายังคาดหวังที่จะได้แวะจุดพักรถบางจุดที่เราผ่านมาแต่ไม่ได้แวะช่วงก่อนหน้านี้ด้วย   70 กิโลเมตรแรกเราทำเวลาได้ค่อนข้างๆ ดีมาก ใช้เวลาเพียงไม่ถึง 1 ชั่วโมงครึ่ง รถเริ่มชะลอตัวลง ผมคิดว่ารถด้านหน้าคงรอเข้าแถวข้ามสะพานที่เราเคยใช้ข้ามมา เพราะเจ้าหน้าที่จะปล่อยให้รถผ่านได้เพียงทีละคัน และจะต้องสลับไปมาทั้ง 2 ฝั่ง ประมาณรถที่ต่อด้านท้ายเริ่มมีปริมาณสะสมมากขึ้น 1 ชั่วโมงก็แล้ว  2 ชั่วโมงผ่านไปรถตู้ที่ผมนั่งมาเคลื่อนที่ได้ไม่เกิน 10 เมตร จริงๆ คงต้องเรียกว่าจอดสนิทเลยก็ว่าได้ เพราะคนขับต้องดับเครื่องมานานมากแล้ว ไกด์ผมลองเดินไปดูสถานการณ์ด้านหน้าเพราะเรามั่นใจแล้วว่าคงเกิดเหตุการณ์ที่ไม่ปกติขึ้นแน่ๆ รถถึงติดมากขนาดนี้ ผ่าน 3 ชั่วโมงเข้าสู่ชั่วโมงที่ 4  ที่เราเหมือนจอดสนิทอยู่กับที่ นักท่องเที่ยว รวมถึงผู้คนชาวทิเบตจำนวนไม่น้อยที่ลงเดินไปด้านหน้า เพื่อหาสาเหตุเรื่องที่เกิดขึ้น […]

แบกเป้จากศูนย์สู่”หลังคาโลก” ทิเบต (9) : พลาดไม่ได้ “ทะเลสาบลาว็อก-ธารน้ำแข็งมิดุย”

เหมือนเช่นทุกวันครับ เราต้องตื่นเช้าเพื่อออกเดินทางต่อไป แต่วันนี้สำหรับผมถือว่าตื่นเต้นพอสมควรครับเพราะผมจะได้เห็นอีก 2 จุดหมายปลายทางของการเดินทางในครั้ง   เราออกเดินทางจากโรงแรมที่พักตอน 8 โมงเช้าเพื่อเดินทางไปยังจุดแรกนั้นคือทะเลสาบลาว็อก หรือจะเรียกว่าหลั่นวู่ ตามชาวทิเบตก็ได้ครับ   เส้นทางไม่ต่างจากทุกวันเท่าไหร่นัก ตลอดทางที่เรานั่งรถผ่านยังคงเป็นเขาสลับต้นไม้น้อยใหญ่ หลายช่วงถนนดูแย่กว่าที่เราผ่านมาเพราะคืนก่อนหน้าที่เราเดินทางนั้นฝนตกตลอดทั้งคืน   เกือบ 4 ชั่วโมงหลังจากออกเดินทางเรามาแวะที่ร้านอาหารเพื่อกินข้าวเที่ยง จริงแล้วระหว่างทางที่เรามาถึงร้านอาหารเราเพิ่งผ่านทางเข้าไปธารน้ำแข็งมิดุยมา แต่หลังจากอาหารเที่ยงเราจะมุ่งหน้าเพื่อไปดูทะเลสาบลาว็อกก่อนที่จะแวะกลับไปธารน้ำแข็งอีกครั้ง ร้านอาหารเล็กๆ ข้างทางหลายร้านเปิดรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางผ่านมาทางนี้เพื่อเยี่ยมชมทะเลสาบจุดหมายปลายทางของเรา อาหารพื้นเมืองหลายอย่างที่เราสั่งในแต่ละมื้อรสชาติเปลี่ยนไปตามพื้นที่ตลอดเส้นทางที่เราเดินทางมา   หลังจากกินข้าวเสร็จเราใช้เวลาไม่นานนักเดินทางต่อไปยังทะเลสาบลาว็อก ซึ่งถือว่าเป็นทะเลสาบที่เกิดขึ้นหลังการยกตัวของพื้นดินบริเวณดังกล่าวในช่วงไม่กี่ร้อยปีที่ผ่านมา   ก่อนถึงทะเลสาบลาว็อก ไกด์แวะพาเรามาพักที่จุดพักรถอีกจุดซึ่งถือว่าเป็นจุดที่มีนักท่องเที่ยวแวะพักในจุดนี้ไม่น้อยทีเดียว เบื้องหน้าของผมในตอนนี้ แม่น้ำที่เกิดจากการละลายของหิมะด้านบนไหลเชียวพอสมควร ขณะที่ฉากด้านหลังเป็นภูเขาสูงตระหง่านยอดยังถูกปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลน เราใช้เวลาพักใหญ่กับการดื่มด่ำบรรยากาศตรงนั้น ไกด์ของเราโชว์การกระโดดไปตามหินก้อนใหญ่ด้านล่างจนสามารถไปยืนกลางแม่น้ำได้   ผมใช้เวลาตัดสินใจไม่นานในการคิดก่อนจะทำตาม ต้องบอกว่าสำหรับผมที่นี่คือที่สุดที่หนึ่งของการเดินทางเลยครับ บรรยากาศธรรมชาติที่ลงตัวอย่างมาก ทั้งสีสันที่ธรรมชาติรังสรรค์แต่งเต้มให้ เสียงของน้ำที่ไหลผ่าน เป็นอีกภาพหนึ่งที่ผมจะจดจำไปอีกนาน   เราออกเดินทางต่อแม้ว่าตลอดเส้นทางที่เราเดินทางในวันนี้ฝนดูเหมือนจะไม่เข้าข้างเราเท่าไหร่นัก เพราะฝนตกตลอดเส้นทาง ทำให้แดดออกน้อยมาก เมฆเยอะจนบดบังวิวที่เราอยากเห็น แต่นั้นไม่ใช่อุปสรรคที่จะขัดขวางการเดินทางของเราได้   ผมแอบนั่งสวดมนต์ตลอดเส้นทางเพื่อขอให้อากาศเป็นใจกับเรามากขึ้น ผมแอบภาวนาว่าถ้าฝนจะตกก็ไม่เป็นไร แต่เมื่อเราไปถึงยังจุดหมายของการเดินทางขอให้ฟ้าเปิดเพื่อให้เราได้ชื่นชมกับสิ่งที่เราดั้นด้นมาหลายวันเพื่อจะได้เห็นซักครั้งในชีวิต   รถตู้ของเราจอดอีกครั้ง เบื้องหน้าผมในขณะที่ฝนยังตกปรอยๆ […]

แบกเป้จากศูนย์สู่”หลังคาโลก” ทิเบต (8) : จากหนิงซิ (บายี) – สู่เมืองโพมิ เส้นทางเส้นทรหด

เราเริ่มต้นเช้าวันใหม่แต่เช้าอีกครั้ง เพราะสถานการณ์เบื้องหน้ากับเส้นทางการเดินทางที่ดูจะคาดเดาได้ยากไม่ต่างจากเมื่อวานทำให้เราตกลงกับไกด์ประจำทริปว่าเราพร้อมที่จะออกเดินทางแต่เช้า เพราะไม่รู้ว่าจะสามารถไปถึงจุดหมายของเราได้เมื่อใดกับการเดินทาง 260 กิโลเมตร   การเดินในวันนี้ยังไม่ต่างจากเมื่อวานมากนัก เรายังต้องเส้นทางมิตรภาพจากเนปาลสู่เซี่ยงไฮ้ ซึ่งอยู่ระหว่างการก่อสร้างโดยคาดว่าจะต้องใช้เวลาอีกประมาณ 1 ปีจึงจะแล้วเสร็จ โดยตลอดทางจะมีเครื่องจักรที่ทำงานอยู่เป็นช่วงๆ โดยในเส้นทางนี้จะเปิดให้ใช้เดินทางได้แบบวันเว้นวันสลับกับการทำงานเพื่อก่อสร้างทาง   บนเส้นทางที่แสนหฤโหดด้านข้างซ้ายมือคือเขา ด้านขวามือคือเหวลึก บางช่วงของเส้นทางรถที่สวนทางกันระยะห่างระหว่าง 2 คันผมต้องบอกว่าห่างแค่ 1-2 นิ้วเท่านั้นครับ ขณะที่บางช่วงสามารถผ่านได้เพียงคันเดียว โชคดีของผมที่ไกด์และคนขับรถคอยช่วยแก้ปัญหาให้ทั้งของคณะเราและคนอื่นๆ ได้ตลอดเส้นทางแม้ว่าจะไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงเศษเราเดินทางมาถึงจุดหมายแรกของการพักรถ จากถนนหลักเราเลี้ยวเข้าซอยไปประมาณ 500 เมตรถึงป่าสนต้นขนาดใหญ่ ที่เรียกว่า Ancient Cypress Forests ด้านหน้าผมมีต้นสนขนาดใหญ่จนได้รับขนานนามว่า King of Cypress มีความสูงถึง 57 เมตร ขนาดเส้นรอบวง 5 คนโอบเลยทีเดียวอายุมากถึง 2,600 ปี   โดยรอบต้นไม้จะมีการนำผ้าสีขาวมาผูกไว้โดยรอบบริเวณ เพราะชาวทิเบตเชื่อว่าจะมีเทวดารักษาต้นไม้ประจำต้นไม้แต่ละต้น นอกจากนั้นยังมีการนำธงมนตรา 5 สีมาผูกรอบบริเวณ โดย 5 สีประกอบไปด้วย […]

แบกเป้จากศูนย์สู่ “หลังคาโลก” ทิเบต (7)

จากเดิมจุดหมายปลายทางของคณะผมหลังจากเมืองลาซาเราจะเดินทางต่อไปยังเอเวอร์เรสต์เบสเคมป์ แต่ด้วยผลกระทบจากแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่เนปาล ทำให้เราต้องมีการปรับเปลี่ยนเส้นทาง โดยจุดหมายสำคัญของเราในเส้นทางนี้ คือ ทะเลสาบลาว็อก หรือ Lawok Lake และ ธารน้ำแข็งมิดุย หรือ Mi Dui Glacier 1 ใน 3 ธารน้ำแข็งในประเทศจีน   ความน่าสนใจของทั้ง 2 สถานที่ที่ผมจะเดินไปนั้นก็คือ เส้นทางที่แสนจะหฤโหดตลอดการเดินทาง รวมถึงความดิบของสถานที่เพราะยังมีนักท่องเที่ยวน้อยคนนักที่เดินทางมาถึง สำหรับคนไทยแล้วคณะผมน่าจะเป็นกลุ่มแรกๆ ที่เลือกจะเดินทางมาในเส้นทางนี้ด้วยซ้ำไป   ระยะทางสำหรับช่วงแรกที่เราจะเดินทางนั้นคือ 470 กิโลเมตร บนเส้นทางที่เรียกว่าเส้นทางมิตรภาพ ระหว่างประเทศเนปาล ทิเบต ไปสิ้นสุดที่เมืองเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ระยะทางรวมกว่า 5,000 กิโลเมตร   เราต้องออกเดินทางตั้งแต่เช้า โดยนัดหมายในวันนี้ของเราคือ 7 โมงครึ่ง เพราะอาจจะใช้เวลาเดินทางมากกว่า 9 ชั่วโมงบนระยะทางประมาณ 470 กิโลเมตรในช่วงแรกของการเดินทาง   เกือบ 4 ชั่วโมงช่วงแรกของการออกเดินทางไกลในวันนี้ เราเดินทางมาถึงจุดพักรถจุดที่ 2 […]

แบกเป้จากศูนย์สู่”หลังคาโลก” ทิเบต (6)

พระราชวังโปตาลา  – วัดโจคัง ศูนย์รวมใจของชาวทิเบต   โปรแกรมของเราเริ่มต้นขึ้นแต่เช้า เพราะคิวที่เราได้ในการเข้าชมพระราชวังโปตาลา คือ เวลา 9 โมงเช้าแต่ด้วยเพราะเราจัดการกับตัวเองในช่วงเช้าช้าไปพอสมควร ทำให้ไกด์แจ้งว่าเราอาจจะต้องเดินอย่างรวดเร็วหน่อยเพื่อให้ทันเวลาในการเข้าชม   รถมารับเราที่โรงแรมก่อนจะใช้เวลาประมาณ 15 นาทีไปส่งยังที่เราต้องเดินเข้าไป จริงๆแล้วดูไม่เหมือนเดินเท่าไหร่นัก ต้องเรียกกว่าเดินเร็วหรือวิ่งน่าจะเหมาะกว่า เพราะไกด์ของเรามีสีหน้ากังวลเล็กน้อยเพราะเราไปช้ากว่าที่ควรจะไปถึงประมาณ 10 นาทียังไม่แน่ใจว่าเจ้าหน้าที่จะอนุญาตให้เราเข้าไปได้หรือไม่   ระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตรเศษจากจุดที่รถส่งให้เราลงเดินไปถึงยังประตูด้านหน้าเพื่อเข้าพระราชวังโปตาลา เราทั้งหมดมีอาการเหนื่อยเห็นได้ชัด เพราะบนความสูง 3,600 จากระดับน้ำทะเลต้องมาเดินไวแบบนี้แค่ 200 เมตรแรกก็รู้สึกเหนื่อยเหมือนวิ่งเป็นกิโลแล้วครับ   ด้านทางเข้าแรกมีการตรวจกระเป๋า ตั๋วเข้าชม อย่างเข้มงวด หลังจากหลุดเข้าไปเราจะพบกับบริเวณที่โล่งที่พอจะมีเวลาให้เราได้ถ่ายรูปแบบเต็มๆของพระราชวังโปตาลาได้ครั้งแรก เราใช้เวลาไม่นานนักเพราะเรายังถือว่ามาช้ากว่าเวลาที่ควรจะมาถึงเราจึงต้องเร่งเดินไปจุดตรวจที่ 2 เพื่อการันตีว่าเราจะสามารถเข้าชมได้แน่นอน   จุดตรวจที่ 2  ยังคงต้องใช้ตั๋วในการตรวจอีกครั้งเพื่อตรวจสอบเวลาให้ชัดเจน เพราะการเข้าชมพระราชวังโปตาลา จะมีการจำกัดเวลาที่ค่อนข้างชัดเจน ทั่งเรื่องการเวลาการเข้าชม และการใช้เวลาด้านใน โดยเรามีเวลาเดินขึ้นไปด้านบนซึ่งสูงประมาณ 250-300 เมตรจากจุดตรวจแรกประมาณ 30 นาทีและจะมีเวลาชมด้านในพระราชวังอีก 1 ชั่วโมง นั้นแปลว่าเรามีเวลาชมพระราชวังจำนวน 1 ชั่วโมงครึ่งโดยประมาณ […]

แบกเป้จากศูนย์สู่”หลังคาโลก”ทิเบต (5)

ขอต้อนรับสู่ดินแดน “หลังคาโลก”   หลังจากนอนหลับสนิทบนรถไฟสายหลังคาโลก คณะของผมรวมตัวกันอีกครั้งเวลาประมาณ 8 โมงเช้าเพื่อกินอาหารเช้าในตู้อาหารตู้ถัดไป   ภาพตลอดเส้นทางที่เราเห็นยังเป็นทิวทัศน์ภูเขาหินสลับพื้นที่กว้างขนาดใหญ่ สีน้ำตาลอ่อนของพื้นดินตัดกับสีฟ้าเข้มของท้องฟ้าได้อย่างลงตัว เราไม่สามารถอาบน้ำบนรถไฟขบวนนี้ได้ เนื่องจากมีเพียงห้องน้ำเท่านั้นเราจึงต้องใช้ระบบซักแห้งไปในตัวเป็นเวลา 1 คืนกับ 1 วันเต็มๆ มีที่ให้เราได้ล้างหน้า แปรงฟัน ในบริเวณตู้รถไฟที่เรานอน   เจ้าหน้าที่รถไฟเริ่มเข็นรถขายเครื่องดื่ม อาหารเช้า มาเป็นระยะ สำหรับตู้นอนจะเป็นลักษณะการล็อกจากด้านใน ซึ่งหากเราจะล็อกจากด้านนอกจะต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ หรือพนักงานขายของให้ล็อกจากด้านนอกได้ ผมใช้เวลาตามหาเจ้าหน้าที่อยู่ระยะหนึ่งจึงล็อกห้องได้ก่อนเดินไปยังตู้อาหาร   เหตุการณ์ระทึกในตู้อาหารเกิดขึ้น เพียงไม่กี่นาทีที่หลังจากที่คณะเราไปรวมตัวกันเพื่อกินอาหารเช้า เราสั่งอาหารด้วยภาษามือ และภาษาจีนจากการเปิดหนังสือ หลังจากสั่งอาหารได้ไม่นานสมาชิกหนึ่งคนที่เดินทางไปกับผมในคณะนี้ที่อายุน้อยที่สุด เกิดอาการที่เรียกกันว่า attitude sickness ขึ้นมาอย่างกระทันหัน หน้าซีดจนน่าตกใจ เราช่วยกันประคองน้องเค้ามานั่งพักพร้อมแจ้งพนักงานเพื่อขอออกซิเจนอย่างเร่งด่วน   เจ้าหน้าที่บนรถไฟหลายคนที่อยู่ในเหตุการณ์เริ่มเข้ามาให้ความช่วยเหลือ น้องคนนั้นในสภาพที่ไม่รู้สึกตัว ในอาการของภาวะขาดออกซิเจน สมองบวมทำให้เราต้องเร่งทำการปฐมพยาบาลโดยด่วน ออกซิเจนกระป๋องถูกฉีดพ่นเข้าปากเพื่อเพิ่มปริมาณออกซิเจนที่ไปเลี้ยงสมองให้มากขึ้น เราต้องให้น้องกินยาไดอาม็อกซ์อีกเม็ดอย่างเร่งด่วน   เราโชคดีที่เจ้าหน้าที่คนหนึ่งสามารถพูดภาษาอังกฤษได้บ้างจึงพอจะสื่อสารกันได้ เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวไปช่วยเรียกผู้โดยสารที่มีเครื่องมือในการวัดความดัน วัดค่าออกซิเจนในเลือดมาช่วยปฐมพยาบาลอย่างเร่งด่วน ผลที่ปรากฎในครั้งแรกค่อนข้างเป็นที่น่าตกใจเพราะค่าออกซิเจนค่อนข้างต่ำมาก การเต้นของหัวใจก็ค่อนข้างต่ำจนน่าตกใจ   เราใช้เวลาปฐมพยาบาลอยู่ประมาณ 5-7 […]

แบกเป้จากศูนย์สู่”หลังคาโลก” ทิเบต (3)

ตะลุยสุสานจิ๋นซี ฮ่องเต้   จริงๆ แล้วเรามีนัดไกด์ท้องถิ่นที่จะมารับเพื่อเดินทางไปสุสานของจิ๋นซี ฮ่องเต้ ในเวลา 8 โมงเช้าเนื่องจากเราจะต้องนั่งรถออกไปนอกเมืองประมาณ 45 กิโลเมตรใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง   คณะของผมนัดรวมตัวกัน 7 โมงเช้าเพื่อกินอาหารเช้า โดยเรามีแผนที่จะเดินหาของกินท้องถิ่นใกล้ๆบริเวณโรงแรมที่พัก และถือว่าเป็นการเดินสำรวจบ้านเมืองจีนไปในตัว หน้าโรงแรมที่เราพักมีร้านขายของกิน 5-6 ร้านลักษณะคล้ายๆกัน เราเลือกจะซื้อของกินหลายอย่างเพื่อทดสอบรสชาติของแต่ละอย่าง อาหารเช้าหน้าตาคล้ายเครปใส่ไข่ มีผัก ซอส ไส้กรอก ดูเหมือนจะเป็นรสชาติที่ผมคุ้นเคยที่สุด   ใช้เวลาสำรวจของกินไม่นาน ไกด์ท้องถิ่นมารับคณะเราที่โรงแรมเพื่อออกเดินทางไปยังสุสานจิ๋นซีฮ่องเต้ เรามีความจำเป็นที่จะต้องไปแต่เช้า เนื่องจากช่วงเย็นเราจะต้องนั่งเครื่องบินอีกไฟลต์เพื่อไปลงที่เมืองซิหนิง เมืองต้นทางสถานีรถไฟที่เราจะนั่งต่อไปยังเมืองลาซา ทิเบต   2 ข้างทางระหว่างเมืองซีอาน ออกไปยังสุสานจิ๋นซี ฮ่องเต้ บ้านเมืองที่ดูขัดแย้งกันพอสมควรระหว่างความเจริญ ทันสมัยที่เริ่มเข้ามามากขึ้นกับความดิบของประเทศจีน เราจะเห็นตึกใหม่ๆที่เริ่มก่อสร้างมากมาย ในขณะที่ยังมีพื้นที่ที่ดูยังไม่เจริญนักตลอดเส้นทาง   ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงเราเดินทางมาถึงพื้นที่ขุดพบสุสานจิ๋นซี ฮ่องเต้ จากจุดที่รถจอดให้เราลง เราจะต้องเดินเข้าไปประมาณ 500 เมตรถึงจะถึงทางเข้า โดยพื้นที่บริเวณนั้นรัฐบาลจีนได้เข้ามาปรับปรุง ก่อสร้างอาคาร […]