pdhirapat blog

Just another weblog

pdhirapat blog

Posts Tagged ‘mblog’

ความทรงจำดีๆ เกิดขึ้นเสมอที่นี่ “ไต้หวัน” (ตอนจบ)

วันสุดท้ายของการเดินทางแม้ว่าผมจะยังอยู่ที่เมืองไถจงซึ่งอยู่ห่างจากเมืองไทเปประมาณ 1 ชั่วโมงโดยรถไฟ แต่ไฟลต์บินของผมก็อยู่ช่วงค่ำนั้นทำให้ผมยังพอมีเวลาที่จะไปไหนมาไหนได้อย่างน้อยก็อีกครึ่งวัน   เพื่อนมารับผมที่โรงแรมที่พักช่วงประมาณ 10 โมงครึ่งก่อนจะเราจะออกเดินทางขึ้นไปบนเขานอกเมือง ซึ่งต้องใช้เวลาเดินทางประมาณ 35 นาที ด้านบนเขาที่ค่อนข้างสูงแต่ยังคงความสมบูรณ์ค่อนข้างมาก เราเดินทางมาเกือบจะถึงจุดสูงสุดของเขา ซึ่งเป็นที่ตั้งของร้านอาหารญี่ปุ่น จุดหมายปลายทางสำหรับมื้ออาหารกลางวันของผมในวันนี้   จากลานจอดรถที่ดูเหมือนจะไม่มีอะไรมากสำหรับร้านนี้ แต่ก้าวแรกจากทางเดินเข้าหน้าร้านความคิดทั้งหมดของผมก็เริ่มเปลี่ยนแปลง บรรยากาศญี่ปุ่นมากจากทางเข้าถึงด้านหน้าของร้านที่ถูกสร้างแยกออกเป็น 2 ส่วน คือ ด้านอาคารไม้ที่ถูกรอบด้วยกระจก และศาลาทรงญี่ปุ่นอีก 2 หลังที่อยู่ด้านข้าง เสียงเพลงจากเครื่องดนตรีคล้ายพิณดูเข้ากับบรรยากาศในตอนนั้นมาก ทั้งอากาศที่ค่อนข้างเย็น การตกแต่งและการประดับร้านด้วยสไตล์ญี่ปุ่นแบบ 100% ดูลงตัวได้อย่างมาก ผมเดินขึ้นไปยังโต๊ะที่ถูกจองไว้ล่วงหน้าบริเวณชั้น 2 ของร้าน   บรรยากาศด้านนอกจากโต๊ะที่ผมนั่ง สุดปลายตาคือฟ้าอีกอยู่อีกด้านหนึ่งของภูเขา เมฆเคลื่อนตัวอยู่ในระดับต่ำกว่าสายตาเพราะร้านอาหารอยู่บนเขาที่ค่อนข้างสูง ป่าไม้ที่ดูเหมือนจะยังสมบูรณ์มากทำให้ผมแทบอยากจะหยุดหายใจซะตรงนั้น   ระหว่างรออาหารที่ถูกสั่งไว้แบบเป็นเชต ผมและเพื่อนใช้เวลาในช่วงระหว่างรอกับการเดินลงมาถ่ายรูปด้านล่าง บรรยากาศจากการตกแต่งร้านทำให้ผมรู้สึกประทับใจร้านอาหารร้านนี้เป็นอย่างมาก ผมใช้เวลาถ่ายรูปในมุมต่างๆ อยู่สักพักใหญ่ก่อนจะกลับขึ้นไปเพื่อรอกินอาหารกลางวัน   อาหารแต่ละจานถูกทยอยขึ้นมาเสิร์ฟ ต้องเรียกว่าเต็มมากครับสำหรับทั้งบรรยากาศ รสชาติอาหาร ปริมาณ และการบริการ ผมให้ 10 คะแนนเต็มสำหรับทุกหัวข้อ เราใช้เวลาต่อในช่วงหลังอาหารกลางวันกับการกลับเข้าไปในเมือง […]

ความทรงจำดีๆ เกิดขึ้นเสมอที่นี่ “ไต้หวัน” (ตอนที่ 4)

เช้าวันรุ่งขึ้นผมตื่นมาแต่เช้าเพื่อมาสูดอากาศบริสุทธิ์ของที่นี่ก่อนที่จะต้องโบกมือลาในช่วงสายๆ โปรแกรมสำหรับวันนี้เพื่อนผมจะพาไปยังอีกเมืองชายทะเลเพื่อไปกินอาหารท้องถิ่นของเมืองนั้น นั้นคือ สารพัดเมนูที่ทำจากหอยนางรม   ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงผมเริ่มเห็นบรรยากาศของเมืองชายทะเล เริ่มได้กลิ่นไอของความเป็นเมืองติดทะเลโดยเรามุ่งตรงไป เรามุ่งตรงไปยังร้านที่ดูเหมือนจะมีคนต่อคิวยาวออกมานอกร้าน เมนูที่ถูกโต๊ะสั่งเหมือนกันมี 2 อย่าง คือ คล้ายๆ กับ ออส่วนแต่จะเน้นทอดให้กรอบมากกว่าที่เมืองไทย โดยไส้ของออส่วนจะเป็นอาหารทะเลทั้งกุ้ง ปลาหมึกและที่ขาดไม่ได้คือหอยนางรม อาหารอีกชนิดที่เหมือนจะถูกสั่งทุกโต๊ะนั้นก็คือ ซุปใสหอย สำหรับผมแม้ว่ารสชาติอาจจะจืดไปหน่อยแต่ก็อร่อยนะครับ  อาหารมื้อนั้นเหมือนจะเป็นอาหารเรียกน้ำย่อยสำหรับเรา ผมเรายังเดินทางต่อไปยังอีกแห่งเป็นตลาดชายทะเล มีของกินให้เลือกกินมากมายที่นั้น   เราใช้เวลาในการกินอาหารทะเลอยู่ซักพักใหญ่ก่อนจะกลับเข้าตัวเมือง เพราะค่ำคืนนี้ผมจะพักค้างคืนที่เมืองไถจง ก่อนจะกลับเข้าเมืองไทเปในวันรุ่งขึ้น ในตัวเมืองเพื่อนผมพาแวะไปยังวัดสำคัญอีกวัดหนึ่ง โดยโชคดีของผมที่วันนั้นทางวัดมีงานสำคัญประจำปีพอดี งานที่ผมว่าคล้ายๆ กับงานงิ้วหรือศาลเจ้าต่างๆ ในหลายพื้นที่ของไทย และก็มีความคล้ายคลึงกับพิธีกินเจ ที่จะมีการเดินแห่เจ้า และส่งเจ้ากลับยังศาลเจ้าที่เทพเจ้าแต่ละองค์ประทับอยู่ พิธีกรรมแบบนี้จะมีเพียง 1 ครั้งในปี ผมจึงว่าโชคดีที่ผมได้เห็นพิธีกรรมในปีนี้ด้วย   ด้านข้างของศาลเจ้านั้นมีตลาดขายของ ที่เป็นตลาดเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ มีผู้คนมากมายที่มาเดินเลือกซื้อสินค้าที่มีขายตลอด 2 ข้างทางเป็นระยะทางเป็นกิโล สำหรับผมค่อนข้างตื่นตาตื่นใจนะครับเพราะแม้ว่าจะมีความคล้ายคลึงกับตลาดในบ้านเรา แต่สินค้าก็ต่างออกไป หลายอย่างที่ผมต้องขอให้เพื่อนอธิบายว่ามันคืออะไรเลยทีเดียว   ในช่วงค่ำของวันนั้นเรามีนัดกินอาหารค่ำมื้อพิเศษกัน เพราะเมนูสำหรับมื้อนั้นจะมีขายเพียงช่วงฤดูหนาวเท่านั้น นั้นคือ แพะหม้อไฟ […]

ความทรงจำดีๆ เกิดขึ้นเสมอที่นี่ “ไต้หวัน” (ตอนที่ 3)

ผมออกเดินทางในช่วงสายโดยการขึ้นรถไฟความเร็วสูงจากไทเปมุ่งหน้าไปยังไถจง (Taichung) โดยใช้เวลาประมาณ 50 นาที “ไถจง” อีกหนึ่งเมืองที่มักจะปรากฎชื่อในแผนการเดินทางของนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังเกาะไต้หวัน   เมืองที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของไต้หวัน และจุดมุ่งหมายของนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางไปยังทะเลสาบสุริยันจันทรา สถานที่ขึ้นชื่อของไต้หวันที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะต้องไปเยือน แต่สำหรับผมการเดินทางมาในครั้งนี้ผมจะไม่ได้ไปยังทะเลสาบแห่งนี้เพราะผมเคยไปมาแล้วในครั้งที่แล้วเมื่อช่วงปีที่ผ่านมา   จากสถานีรถไฟไถจง กลุ่มของผมจะเดินทางต่อไปอีกประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่งโดยรถยนต์เพื่อไปยังพาพักตากอากาศของเพื่อนชาวไต้หวันของผมหนึ่ง โดยเป็นบ้านพักติดภูเขา บรรยากาศคล้ายๆ กับเขาใหญ่ หรือปากช่องบ้านเรา แต่ที่ผมชอบบ้านหลังนี้นอกจากจะติดกับภูเขาแล้วยังมีลำธารเล็กๆ ด้านล่างที่ให้ความเป็นส่วนตัวอย่างมาก ระหว่างเดินทางไปยังบ้านผม เพื่อนเจ้าถิ่นที่ขับรถตัดสินใจจะแวะพาผมไปยังวัดแห่งหนึ่ง ซึ่งจริงๆ แล้วผมเคยมาเมื่อปีที่ผ่านมา แต่ผมก็ยังอยากจะไปวัดนั้นอีกอยู่ดี วัดนี้ซ่อนตัวอยู่หลังตลาดเล็กๆ โดยชาวไต้หวันมากมายที่เดินทางมาที่นี้เพื่อสักการะ อธิษฐานขอพรในเรื่องต่างๆ กับเทพเจ้าที่นี้   ผมอาจจะพูดได้เลยว่า วัดแห่งนี้น่าจะน้อยมากที่นักท่องเที่ยวจะเดินทางไปถึงได้ เพราะไม่ว่าจะเป็นตัวสถานที่ที่อยู่ห่างออกไปจากตัวเมือง ซึ่งไม่น่าจะเป็นไปได้ที่จะปรากฎข้อมูลในหนังสือแนะนำท่องเที่ยว และด้วยความยืนยันจากเพื่อนชาวไต้หวันของผม ผมน่าจะเป็นเพียงชาวต่างชาติไม่กี่คนที่เคยเดินทางมาที่นี่   “God of Land” คือเทพเจ้าองค์ที่ทุกคนที่เดินทางมาที่นี่หวังจะมาขอพรเพื่อเป็นสิริมงคลกับชีวิต ขั้นตอนของการสักการะก็ดูเหมือนจะไม่แตกต่างอะไรมากนักกับการไหว้วัดจีนในประเทศไทย ธูปกระถางละ 3 ดอกกับการไหว้ 3 ที่รวมเป็น 9 ดอกถูกจัดเตรียมไว้เป็นชุด พร้อมกระดาษไหว้ปึกใหญ่ที่ถูกจัดเตรียมไว้คู่กัน […]

ความทรงจำดีๆ เกิดขึ้นเสมอที่นี่ “ไต้หวัน” (ตอนที่ 2)

เช้าวันรุ่งขึ้นผมมีนัดที่จะไปน้ำพุร้อนที่ขึ้นชื่อที่สุดแห่งหนึ่งของไต้หวัน อยู่ไม่ห่างจากตัวไทเปมากนัก โดยนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาโดยรถไฟ หรือจะเดินทางมาโดยรถยนต์ส่วนตัวแบบผมก็ได้ โดยใช้เวลาประมาณ 40 นาทีทางรถยนต์   ผมค่อนข้างชอบบรรยากาศการออกแบบเมืองของ “เป่ยโถว” อาจจะเป็นเพราะการเข้ามาช่วยดูแล ช่วยออกแบบ ร่วมถึงช่วยจัดการจากรัฐบาลญี่ปุ่น ทำให้ผังเมืองของเป่ยโถวจะว่าไปก็มีความเหมือนเมืองในชนบทของญี่ปุ่นมากเลยทีเดียวครับ   ลำธารขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ไหลผ่านกลางแยกระหว่าง 2 ฟากถนนออกอย่างชัดเจน เสียงน้ำไหลที่สำหรับผมสร้างบรรยากาศที่ดีเลยครับ ผมเดินเลาะขึ้นไปตามทางไปด้านบนที่ลาดเอียงสูงขึ้น อาคารไม้หลังใหญ่ที่ซ่อนตัวอยู่กลางระหว่าง 2 ฟาก คล้ายกับอยู่กลางน้ำดึงดูดผมให้เข้าไปดู ห้องสมุดที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งเท่าที่ผมเคยไปมา อาคารไม้ตกแต่งอย่างลงตัวสร้างหลบอยู่ในต้นไม้ใหญ่ บรรยากาศที่เหมาะมากกับการอ่านหนังสือ และการจัดการ รวมถึงออกแบบด้านในสำหรับผมนี่น่าจะเป็นห้องสมุดที่ทำให้ผมอยากมานั่งอ่านหนังสือทั้งวัน   ใช้เวลาอยู่ที่ห้องสมุดนั้นอยู่พักใหญ่ ก่อนที่ผมจะเดินต่อขึ้นไปด้านบนที่เป็นบ่อน้ำพุร้อนขนาดใหญ่ เป็นอีก 1 สัญลักษณ์ที่นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาที่นี่จะขึ้นไปชม “Beitou Thermal Valley” บ่อน้ำพุร้อนที่เปิดให้เข้าชม ด้านในถูกจัดตกแต่งอย่างสวยงาม ทางเดินเลาะด้านข้างโครงสร้างเป็นไม้ลัดเลาะไปตามบ่อที่ความร้อนลอยขึ้นมาเป็นไอได้อย่างชัดเจน คุณจะรู้สึกได้ถึงความร้อนที่พวยพุ่งขึ้นมาจากผิวน้ำ กลิ่นแร่ไม่เข้มมากนักสัมผัสได้อย่างชัดเจน   นักท่องเที่ยวไม่มากในวันที่ผมไป เพราะเป็นวันธรรมดาส่วนใหญ่จะเป็นคนญี่ปุ่นที่แวะเข้ามาถ่ายรูปในบริวเณนี้ ผมใช้เวลาไม่นานนักก่อนที่จะเดินออกไปด้านนอกเพราะช่วงนั้นเป็นช่วงเที่ยงวันพอดี ร้านก๋วยเตี๋ยวราเมงด้านล่างคือเป้าหมายของผมสำหรับมื้อกลางวัน แถวยาวเยียดออกมาด้านหน้าร้านทำให้ผมอดใจไม่ได้ที่จะต้องขอลองซักครั้ง ผมได้รับคิวที่ต้องรออีกกว่า 20 คิวเพราะเป็นช่วงเวลาอาหารกลางวันพอดี หลังจากรอเข้าแถวเกือบ 1  ชั่วโมง […]

ความทรงจำดีๆ เกิดขึ้นเสมอที่นี่ “ไต้หวัน” (ตอนที่1)

“ไต้หวัน” แม้ว่าจะเป็นเกาะเล็กๆ แต่ยากสำหรับผมมากครับกับการเขียนเรื่องราวการเดินทางมายังดินแดนแห่งนี้ เพราะในทุกๆ ครั้งที่ผมเดินทางมาที่นี่ ผมยังไม่มีโอกาสทำตัวเป็นเหมือนนักท่องเที่ยวที่ได้เดินลัดเลาะไปที่ต่างๆ ด้วยตัวเองเท่าไหร่   อาจจะเป็นเพราะผมมีเพื่อนหลายคนที่นั้น และทุกครั้งที่ผมเดินทางไปไต้หวัน ผมก็จะกลายเป็นเหมือนคนท้องถิ่นไปในที่ที่คนท้องถิ่นไป กินในที่ที่คนท้องถิ่นกิน ใช้ชีวิตเหมือนกับการเดินทางไปพักผ่อนต่างจังหวัด ได้เห็นได้สัมผัสความเป็นไต้หวันแบบคนท้องถิ่น   สำหรับนั้นถือว่าเป็นเรื่องที่ดีมาก เพราะผมเชื่อว่าน้อยคนนักที่จะมีโอกาสแบบนั้น แต่นั้นก็กลายเป็นอุปสรรคเล็กๆ กับการเขียนบันทึกการเดินทางของผม เพราะหลายที่ที่ผมไม่สามารถอธิบายได้อย่างละเอียดว่าคืออะไร เดินทางมาอย่างไร   เรื่องราวในครั้งนี้จึงอยากจะเล่าผ่านสิ่งที่ผมพบ สิ่งที่ผมเห็น สิ่งที่ผมสัมผัสได้มากกว่า และหวังว่าการเดินทางของผมจะสร้างอีกประสบการณ์ให้คุณได้ครับ   ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงครึ่งจากสนามบินสุวรรณภูมิ ถึงสนามบิน Taoyuan International Airport สนามบินหลักของเมืองไทเป ระบบจัดการจัดการทั้งเรื่องการตรวจคนเข้าเมือง การรับกระเป๋า การเดินทางจากสนามบินสู่เมืองก็ดูมีระบบค่อนข้างดีมาก   สำหรับผมการเดินทางมาในครั้งนี้เหมือนการแวะไปเที่ยวบ้านเพื่อนสนิท มีเพื่อนคนท้องที่ขับรถมารับ ไปเที่ยวด้วยกัน ไปกินด้วยกัน และที่สำคัญไปไหว้พระด้วยกัน เพราะนั้นคือจุดมุ่งหมายของผมในครั้งนี้ ผมเริ่มต้นด้วยวัดที่เหมือนจะเป็นจุดหมายสำคัญของนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาถึงไต้หวัน “วัดหลงซาน” ความแปลกอย่างหนึ่งของการไหว้พระที่ไต้หวัน คือ ธูป ในบางวัดธูปแต่ละกระถางที่เราปักหลังจากอธิษฐานจะใช้ธูปเพียงกระถางละ 1 ดอกเท่านั้น   “วัดหลงซาน” […]

5 ปีกับการเดินทางหลายหมื่นไมล์….

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ผมตั้งใจจะใช้เวลาส่วนใหญ่ของชีวิตไปกับการเดินทางไปยังที่ต่างๆ บนโลกใบนี้ อย่างน้อยก็เพื่อเป็นการเปิดหูเปิดตาให้กับตัวเองให้ได้เรียนรู้วัฒนธรรม เรียนรู้ชีวิต เรียนรู้ความกว้างใหญ่ของโลกใบนี้   ผมนั่งนับไปนับมากับตัวเองก็พบว่า ช่วงเวลา 5 ปีที่ผ่านมาผมเดินทางมามากกว่า 25 ประเทศ มีการขึ้นเครื่องบินเพื่อไปยังสถานที่ต่างๆ บนโลกใบนี้มากกว่า 100 เที่ยวบิน โดยจุดมุ่งหมายที่ดูหลากหลายมากในแต่ละช่วงเวลาของชีวิตที่ต่างกันออกไป   “อังกฤษ ฝรั่งเศส อิตาลี สวิสเซอร์แลนด์ เยอรมัน ออสเตรีย เนเธอร์แลนด์ เบลเยี่ยม สก็อตแลนด์ เวลล์ นอร์ธเทิร์นไอร์แลนด์ สหรัฐอเมริกา อิหร่าน ตุรกี จีน ภูฎาน ทิเบต อินเดีย ลาว กัมพูชา พม่า มาเลเซีย อินโดนีเซีย สิงคโปร์ ฮ่องกง ญี่ปุ่น ไต้หวัน ฯลฯ” นั้นคือส่วนหนึ่งของประเทศต่างๆ ที่ผมออกเดินทางไปเยี่ยมเยือน   ผมแอบลองคิดต่อไปว่า หากจะนับเมืองที่ผมเดินทางไปเยี่ยมเยือนนั้น ผมว่ามีมากกว่า 100 เมืองที่ผมเดินทางไปในช่วงหลายปีที่ผ่าน […]

“หลวงพระบาง” มรดกโลกที่น่าไปเยือน (ตอนจบ)

ผมตื่นเช้าอีกครั้งสำหรับเช้าวันสุดท้ายในเมืองหลวงพระบาง กิจกรรมที่ดูเหมือนจะเป็นความโชคดีของผมที่เดินทางมาหลวงพระบางครั้งนี้ คือ การได้อยู่ร่วมเฉลิมฉลองการครบรอบ 20 ปีของเมืองหลวงพระบางที่คณะกรรมการมรดกโลก องค์การยูเนสโก ได้ขึ้นทะเบียนให้เมืองหลวงพระบางเป็นมรดกโลกตั้งแต่ปี ค.ศ.1995   โดย 3 สาเหตุหลักที่ทำให้หลวงพระบางได้รับขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกได้แก่   1.เมืองหลวงพระบางเป็นศูนย์กลางของวัฒนธรรม ตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน 2.ภูมิศาสตร์ เมือง มีความโดดเด่นทั้งในเรื่องการวางแผนเมือง การความมีเอกลักษณ์ของเมือง 3.การดำรงรักษา สถาปัตยกรรมของเมืองไว้ได้โดยไม่เปลี่ยนแปลง   ในการเฉลิมฉลองในวันนั้น ได้มีการจัดตั้งขบวนเพื่อโชว์เอกลักษณ์ของชาวบ้านโดยรอบหลวงพระบาง มีหมู่บ้านที่เข้าร่วมในพิธีนี้มากกว่า 40 หมู่บ้าน และมีประชาชนในพิธีอีกหลายพันคน   การแสดงเอกลักษณ์ของหมู่บ้าน และชนเผ่าต่างๆถูกจัดแสดงแบบเรียบง่ายผ่านขบวนที่ถูกสร้างสรรค์มาอย่างลงตัว บ้างก็มีการแสดงการเต้น บ้างก็มีการแสดงผลงานทางด้านศิลปะ การแสดง ฯลฯ และจุดไฮไลต์สำคัญของขบวนในพิธีนี้ก็คือ การนำช้างที่เดินเท้ามาจากต่างถิ่นร่วมอยู่ในขบวนกว่า 20 เชือก โดยมีช้างเผือกสัตว์มงคลนำขบวนช้างเข้าร่วมพิธี ผมไม่แปลกใจกับภาพของผู้คนจำนวนมากมายที่เข้าร่วมงานเฉลิมฉลองในครั้งนี้ ทั้งชาวบ้าน นักศึกษา นักเรียน คนทำงาน ถูกขอให้ส่งตัวแทนเข้าร่วมงานทุกครอบครัว ขณะเดียวกันนักท่องเที่ยว และประชาชนต่างถิ่นต่างก็ให้ความสนใจกับการเฉลิมฉลองครั้งนี้มากเลยทีเดียว   ขบวนเริ่มตั้งต้นขบวนประมาณ 6 โมงครึ่งในตอนเช้าก่อนจะเริ่มเดินทีละขบวนเพื่อมุ่งหน้าไปยังวัดเชียงทอง วัดสำคัญที่สุดของชาวหลวงพระบาง ด้วยจำนวนขบวนที่ค่อนข้างมาก […]

“หลวงพระบาง” มรดกโลกที่น่าไปเยือน (ตอนที่ 2)

ผมเริ่มต้นวันใหม่แต่เช้ากับโปรแกรมตักบาตรข้าวเหนียว และจุดที่เหมือนทุกคนจะช่วงชิงกันนั้นคือ บริเวณหน้าวัดสุขาราม จากที่พักผมจะต้องนั่งเรือข้ามฝากมาเพราะผมเลือกจะไปพักอีกด้านหนึ่งของเมือง เนื่องจากค่อนข้างเงียบ สงบกว่าในตัวเมืองหลวงพระบาง การเดินทางเข้ามาทางรถอาจจจะต้องอ้อมบ้าง แต่ก็สามารถเลือกข้ามเรือมาได้อย่างสะดวกสบาย   ผมสั่งข้าวเหนียวสำหรับตักบาตรในตอนเช้าคนละ 3 กระติบ เพื่อให้พอกับจำนวนพระสงฆ์ที่จะออกเดินบิณฑบาต โดยปกติแล้วในแต่ละวันจะมีพระสงฆ์ประมาณเกือบ 300 รูป โดยเส้นทางที่ผมนั่งรอจะเป็นเส้นทางของวัด 14 แห่งที่พระสงฆ์จะออกเดินบิณฑบาต ความคึกคักของกิจกรรมในช่วงเช้าของกลุ่มนักท่องเที่ยว และร่วมถึงชาวบ้านในหลวงพระบางจะเริ่มต้นขึ้นประมาณช่วงตี 5 ครึ่ง โดยพระสงฆ์จะเริ่มเดินเมื่อพระอาทิตย์เริ่มทอแสงและจะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงจึงแล้วเสร็จ   มีความเชื่อบางอย่างของคนลาวเกี่ยวกับการตักบาตรข้าวเหนียว นั้นคือ การเหลือข้าวเหนียวไว้เล็กน้อย เพื่อแบ่งไว้สำหรับสัมภเวสี โดยบางคนอาจจะปั้นเป็นก้อนเล็กวางไว้ข้างกำแพงวัด หรือเอาไปฝากไว้ด้านในบริเวณวัดก็ตามแล้วแต่ความเชื่อ ภายในบริเวณวัดสุขาราม โบสถ์หลังใหญ่เหมือนเป็นอีกจุดหมายที่นักท่องเที่ยวต่างต้องการไปถ่ายรูปเนื่องจากสถาปัตยกรรมที่ค่อนข้างสวยงาม   การตักบาตรในช่วงเช้าของชาวลาวจะแตกต่างจากคนไทยนิดหน่อยครับ คนลาวจะตักบาตรโดยใส่ข้าวเหนียวเท่านั้น ส่วนกับข้าวจะมีการแบ่งเวรกันของพี่น้องในชุมชนบริเวณนั้นๆ ที่จะนำเข้าไปถวายพระสงฆ์กันทุกวัน ที่สำคัญการให้พรของพระสงฆ์จะทำหลังจากเดินครบรอบกลับมาถึงยังวัดที่พระสงฆ์จำพรรษา หากพอมีเวลาไม่เร่งรีบในช่วงเช้ามากนัก ผมขอแนะนำให้รอซักพักเพื่อที่จะรับพรกับพระสงฆ์ในวัดที่คุณตักบาตรหรือเดินไปยังวัดใกล้เคียงก็ได้ครับ หลังจากรับพรจากพระสงฆ์เป็นที่เรียบร้อย เป้าหมายต่อไปของผมคือการไปตลาดเช้าของเมืองหลวงพระบาง ผมเห็นจากรูปตามอินเทอร์เน็ตหลายครั้งถึงความน่าสนใจของตลาดเช้าในประเทศลาว นอกเหนือจากผัก ผลไม้ ของคาว ของหวาน มากมายแล้วสัตว์มากมายหลายชนิดที่คุณอาจจะไม่เชื่อก็อาจจะมีวางขายในตลาดเช้าแบบนี้   ผมได้รับข้อมูลว่าเจ้าหน้าที่จากกรมป่าไม้เพิ่งจะมาตรวจสอบทำให้ภาพที่ผมเคยเห็นในอินเทอร์เน็ตอาจจะไม่ได้เห็นในวันนี้ แต่นั้นก็ไม่ได้ทำให้ตลาดเช้าของคนลาวน่าสนใจน้อยลงเลยครับ ความคึกคักทั้งจากนักท่องเที่ยว […]

“หลวงพระบาง” มรดกโลกที่น่าไปเยือน (ตอนที่1)

มีเหตุปุ๊บปั๊บให้ผมต้องออกเดินทางอีกครั้ง….   “แม่อยากทำบุญ” คำพูดสั้นๆ ที่ทำให้ผมต้องคิดทริปสั้นๆ เดินทางในช่วงเวลา 2-3 วัน   “หลวงพระบาง” กลายเป็นเมืองแรกที่ผมคิดถึง อาจจะเป็นเพราะผมยังไม่เคยไปยังหลวงพระบาง และคงมีอะไรบางอย่างอยากให้ผมมาที่นี่   ผมวางแผนเดินทางมาในครั้งนี้แบบง่ายๆ เดินทางช่วงเที่ยงจากเมืองไทย และกลับช่วงบ่ายๆจากประเทศลาว เพื่อให้ไม่เหนื่อยมากนัก   เครื่องบินจากเมืองไทย(สนามบินสุวรรณภูมิ) ในปัจจุบันมี 3 สายการบินที่เดินทางตรงมายัง บางกอกแอร์เวย์ ลาวแอร์เวย์และการบินไทย โดยผมเลือกที่จะเดินทางมากับสายการบินไทย โดยจะบินมาในวันจันทร์และกลับในวันพุธ   ไฟล์ท 12:25 น. ออกเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1:35 นาที เรียกได้ว่าไกลกว่านั่งเครื่องบินไปเชียงใหม่แค่นิดเดียว   สนามบินขนาดไม่ใหญ่เหมือนเทียบกับสนามบินนานาชาติหลายแห่งที่ผมเดินทางไป เรียกพูดแรกที่ผมได้ยิน “สบายดี” คำทักทายของคนลาวต่อแขกผู้มาเยือนอย่างผม   ใช้เวลาในการตรวจเอกสารไม่นาน กระเป๋าเดินทางถูกเรียงออกมาตามสายพานอย่างเป็นระเบียบ ประมาณคครึ่งชั่วโมงหลังจากเครื่องบินลงจอดทุกอย่างก็เรียบร้อย   ครั้งนี้ผมเลือกที่จะใช้ไกด์ส่วนตัวและรถส่วนตัวเพื่อให้สะดวกในการเดินทาง และสำหรับผมการได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง เยอะ สำคัญมากสำหรับการเขียนข้อมูลต่างๆ และไกด์ของผมในทริปนี้เป็นหญิงมีอายุ ซึ่งถือว่าเป็นไกด์เซเลบฯ ของหลวงพระบางเลยก็ว่าได้เพราะที่ผ่านมาเคยรับหน้าที่เป็นไกด์ให้กับคนดังของเมืองไทยมาอย่างมากมาย   “พี่สมจิตร […]

ครั้งหนึ่งในชีวิตสถานที่ที่ต้องไป “พุทธคยา” (จบ)

เช้าวันรุ่งขึ้นผมมีนัดหมายที่จะเดินทางไปยังบริเวณสระมุจลินก์ ซึ่งเชื่อว่าเป็นที่ที่พญานาคราชอาศัยอยู่ และที่นี่คืออีกหนึ่งจุดหมายปลายทางของผมสำหรับการเดินทางมาทำบุญในครั้งนี้ โดยเจ้าภาพใหญ่ที่นำคณะเราเดินทางมีโครงการที่จะสร้างถนนเพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางเข้ามาในพื้นที่สระมุจลินก์   นอกจากนี้ยังจะมีการบูรณะสระมุจลินก์เพื่อให้กลับมาสวยงามอีกครั้ง เพราะปัจจุบันพื้นที่บริเวณดังกล่าวถูกทิ้งไว้ให้รกร้าง น้ำภายในสระมุจลินก์สภาพเป็นสีเขียว มีขยะมากมาย หากสามารถบูรณะให้กลับมาสะอาดได้ก็น่าจะเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่จะเป็นจุดมุ่งหมายของศาสนิกชนที่เดินทางมาพุทธคยา   พิธีกรรมบวงสรวงพญานาคเพื่อเป็นสิริมงคล มีการสวดเพื่ออัญเชิญเทวดา เทพ พญานาค สิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อเข้าร่วมเป็นสักขีพยานในครั้งนี้ มีการสวดชยันโตของพระสงฆ์เพื่อความเป็นสิริมงคลกับผู้ร่วมงาน โดยนอกเหนือจากคณะเราที่เดินทางไปแล้วกว่า 170 คนรวมพระสงฆ์ 60 รูป ยังมีประชาชนชาวอินเดียในพื้นที่ให้ความสนใจเข้าร่วมงานอีกเป็นจำนวนมาก ใช้เวลาเกือบเที่ยงวันเราเดินทางกลับมายังวัดไทยพุทธคยาอีกครั้ง โดยผมมีโปรแกรมในช่วงบ่ายจะไปดูบริเวณโดยรอบที่เป็นวัดของประเทศต่างๆที่นับถือศาสนาพุทธที่ได้รับอนุญาตให้มาสร้างในพุทธคยาแห่งนี้ เช่นวัดภูฏาน วัดทิเบต วัดญี่ปุ่น ฯลฯ   ไม่ไกลจากวัดไทยพุทธคยา ประมาณ 300 เมตรผมเลือกที่จะเข้าวัดแรกในหมู่วัดนานาชาติ นั้นก็คือ วัดภูฏาน ผมเองเคยมีโอกาสได้ไปที่ภูฏานมาแล้วเมื่อช่วงปีที่ผ่านมา แม้ว่าขนาดของวัดจะไม่ใหญ่เมื่อเทียบของวัดจริงที่ภูฏาน แต่สำหรับผมวัดภูฏานยังมีมนต์ขลังเสมอ   ห่างออกไปประมาณ 150 เมตร พระองค์ใหญ่ตระง่านอยู่ด้านหน้าคือที่ตั้งของวัดญี่ปุ่น พระจำลององค์ใหญ่ที่เห็นได้ไกลจากทางเดินทำให้ผมรู้ได้ถึงศรัทธาและแรงใจของพุทธศาสนิกชนทั่วโลกในประเทศต่างๆ ผู้คนจำนวนมากจะเดินเข้าไปถึงองค์พระใหญ่ก่อนจะเดินวนรอบคล้ายเวียนเทียนเพื่อความเป็นสิริมงคล   ผมเดินต่อไปยังวัดทิเบตที่อยู่ห่างออกไปประมาณ 100 เมตร สำหรับผมในกลุ่มของวัดนานาชาติที่เมืองคยา ทั้ง 3 วัด คือ […]