นายหนึ่งเดียว

หลากหลายเรื่องราวที่จะนำมาเล่าสู่กันฟัง…

หมอลำ ศิลปะพื้นบ้านของคนตะวันออก(เฉียงเหนือ)

February9

หากโลกนี้สรรค์สร้างจากน้ำมือของคนอีสาน ก็เปรียบได้ดั่งว่า “หมอลำ” นั้นสร้างโลก

.

หมอลำ…ศิลปะพื้นบ้านของคนตะวันออก(เฉียงเหนือ)

          คำว่า “หมอลำ” มาจากคำ 2 คำมารวมกัน ได้แก่ “หมอ” หมายถึง ผู้มีความชำนาญ และ “ลำ” หมายถึง การบรรยายเรื่องราวต่าง ๆ ด้วยทำนองอันไพเราะ ดังนั้น หมอลำ จึงหมายถึง ผู้ที่มีความชำนาญในการบรรยายเรื่องราวต่าง ๆ ด้วยทำนองเพลง

         คำว่า ลำ” มีความหมายสองอย่าง อย่างหนึ่งเป็นชื่อของเรื่อง อีกอย่างหนึ่งเป็นชื่อของ การขับร้องหรือการลำ ที่เป็นชื่อของเรื่องได้แก่เรื่องต่าง ๆ เช่น เรื่องนกจอกน้อย เรื่อง ท้าวก่ำกาดำ เรื่องขูลูนาง อั้ว เป็นต้น เรื่องเหล่านี้โบราณแต่งไว้เป็นกลอน แทนที่จะเรียกว่า เรื่องก็เรียกว่าลำ กลอนที่เอามาจากหนังสือลำ เรียกว่ากลอนลำ

         อีกอย่างหนึ่งหมายถึงการขับร้อง หรือการลำ การนำเอาเรื่องในวรรณคดีอีสานมา ขับร้อง หรือมาลำ เรียกว่า ลำ ผู้ที่มีความชำนาญในการขับร้องวรรณคดีอีสาน โดยการท่องจำเอากลอน มาขับร้อง หรือผู้ที่ชำนาญในการเล่านิทานเรื่องนั้น เรื่องนี้ หลายๆ เรื่องเรียกว่า หมอลำ”

วิวัฒนาการของหมอลำ

           ความเจริญก้าวหน้าของหมอลำก็คงเหมือนกับความเจริญก้าวหน้าของสิ่งอื่นๆ เริ่มแรก คงเกิดจากผู้เฒ่าผู้แก่เล่านิทาน นิทานที่นำมาเล่าเกี่ยวกับจารีตประเพณีและศีลธรรม โดยเรียก ลูกหลานให้มาชุมนุมกัน ทีแรกนั่งเล่า เมื่อลูกหลานมาฟังกันมากจะนั่งเล่าไม่เหมาะ ต้องยืนขึ้นเล่า เรื่องที่นำมาเล่าต้องเป็นเรื่องที่มีในวรรณคดี เช่น เรื่องกาฬเกษ สินชัย เป็นต้น ผู้เล่าเพียงแต่เล่า ไม่ออกท่าออกทางก็ไม่สนุก ผู้เล่าจึงจำเป็นต้องยกไม้ยกมือแสดงท่าทางเป็น พระเอก นางเอก เป็นนักรบ เป็นต้น

          เพียงแต่เล่าอย่างเดียวไม่สนุก จึงจำเป็นต้องใช้สำเนียงสั้นยาว ใช้เสียงสูงต่ำ ประกอบ และหาเครื่องดนตรีประกอบ เช่น ซุง ซอ ปี่ แคน เพื่อให้เกิดความสนุกครึกครื้น ผู้แสดง มีเพียงแต่ผู้ชายอย่างเดียวดูไม่มีรสชาติเผ็ดมัน จึงจำเป็นต้องหา ผู้หญิงมาแสดงประกอบ เมื่อ ผู้หญิงมาแสดงประกอบจึงเป็นการลำแบบสมบูรณ์ เมื่อผู้หญิงเข้ามาเกี่ยวข้องเรื่องต่างๆ ก็ตามมา เช่น เรื่องเกี้ยวพาราสี เรื่องชิงดีชิงเด่น ยาด (แย่ง) ชู้ยาดผัวกัน เรื่องโจทย์ เรื่องแก้ เรื่องประชัน ขันท้า เรื่องตลกโปกฮาก็ตามมา จึงเป็นการลำสมบูรณ์แบบ

          จากการมีหมอลำชายเพียงคนเดียวค่อยๆ พัฒนาต่อมาจนมีหมอลำฝ่ายหญิง มีเครื่อง ดนตรีประกอบจังหวะเพื่อความสนุกสนาน จนกระทั่งเพิ่มผู้แสดงให้มีจำนวนเท่ากับตัวละครที่มีในเรื่อง มีพระเอก นางเอก ตัวโกง ตัวตลก เสนา ครบถ้วน ซึ่งพอจะแบ่งยุคของวิวัฒนาการได้ดังนี้

ลำโบราณ       

         
เป็นการเล่านิทานของผู้เฒ่าผู้แก่ให้ลูกหลานฟัง ไม่มีท่าทาง และดนตรี ประกอบ

ลำคู่หรือลำกลอน  

         
เป็นการลำที่มีหมอลำชายหญิงสองคนลำสลับกัน มีเครื่องดนตรีประกอบ คือ แคน การลำมีทั้งลำเรื่องนิทานโบราณคดีอีสาน เรียกว่า ลำเรื่องต่อกลอน ลำทวย (ทายโจทย์) ปัญหา ซึ่งผู้ลำจะต้องมี ปฏิภาณไหวพริบที่ดี สามารถตอบโต้ ยกเหตุผลมาหักล้างฝ่ายตรงข้ามได้ ต่อมามีการเพิ่มผู้ลำ ขึ้นอีกหนึ่งคน อาจเป็นชายหรือหญิง ก็ได้ การลำจะเปลี่ยนเป็นเรื่อง ชิงรัก หักสวาท ยาดชู้ยาดผัว เรียกว่า ลำชิงชู้

 



นพดล ดวงพร ผู้ก่อตั้งวง “เพชรพิณทอง



ทองใส ทับถนน พิณทองแห่ง “เพชรพิณทอง”

ลำหมู่  

                 
เป็นการลำที่มีผู้แสดงเพิ่มมากขึ้น จนเกือบจะครบตามจำนวนตัวละครที่มีในเรื่อง มีเครื่องดนตรีประกอบเพิ่มขึ้น เช่น พิณ (ซุง หรือ ซึง) กลอง การลำจะมี 2 แนวทาง คือ ลำเวียง จะเป็นการลำแบบลำกลอน หมอลำแสดง เป็นตัวละครตามบทบาทในเรื่อง การดำเนินเรื่องค่อนข้างช้า แต่ก็ได้อรรถรสของละครพื้นบ้าน หมอลำได้ใช้พรสวรรค์ของตัวเองในการลำ ทั้งทางด้านเสียงร้อง ปฏิภาณไหวพริบ และความจำเป็นที่นิยมในหมู่ผู้สูงอายุ ต่อมาเมื่อดนตรีลูกทุ่งมีอิทธิพลมากขึ้นจึงเกิดวิวัฒนาการของลำหมู่อีกครั้งหนึ่ง กลายเป็น ลำเพลิน ซึ่งจะมีจังหวะที่เร้าใจชวนให้สนุกสนาน ก่อนการลำเรื่องในช่วงหัวค่ำจะมีการนำเอารูปแบบของ วงดนตรีลูกทุ่งมาใช้เรียกคนดู กล่าวคือ จะมีนักร้อง (หมอลำ) มาร้อง เพลงลูกทุ่งที่กำลังฮิตในขณะนั้น มีหางเครื่องเต้นประกอบ นำเอาเครื่องดนตรีสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้ เช่น กีตาร์ คีย์บอร์ด แซ็กโซโฟน ทรัมเปต และกลองชุด โดยนำมาผสมผสานเข้ากับเครื่องดนตรีเดิมได้แก่ พิณ แคน ทำให้ได้รสชาติของดนตรีที่แปลกออกไป ยุคนี้นับว่า หมอลำเฟื่องฟูมากที่สุด คณะหมอลำดังๆ ส่วนใหญ่จะอยู่ในแถบจังหวัด ขอนแก่น มหาสารคาม อุบลราชธานี



  รูปแบบลำซิ่ง สมัยใหม่

 

ลำซิ่ง  

        
หลังจากที่หมอลำคู่และหมอลำเพลิน ค่อยๆ เสื่อมความนิยมลงไป อันเนื่องมาจากการก้าวเข้ามาของเทคโนโลยีวิทยุโทรทัศน์ ทำให้ดนตรีสตริงเข้ามาแทรกในวิถีชีวิตของผู้คนอีสาน ความนิยมของการชมหมอลำ ค่อนข้างจะลดลงอย่างเห็นได้ชัด จนเกิดความวิตกกังวลกันมากในกลุ่มนักอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน แต่แล้วมนต์ขลังของหมอลำก็ได้กลับมาอีกครั้ง ด้วยรูปแบบที่สะเทือนวงการด้วยการแสดงที่เรียกว่า ลำซิ่ง ซึ่งเป็นวิวัฒนาการของลำคู่ (เพราะใช้หมอลำ 2-3 คน) ใช้เครื่องดนตรีสากลเข้าร่วมให้จังหวะเหมือนลำเพลิน มีหางเครื่องเหมือนดนตรีลูกทุ่ง กลอนลำสนุกสนานมีจังหวะอันเร้าใจ ทำให้ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งระบาดไปสู่การแสดงพื้นบ้านอื่นให้ต้องประยุกต์ปรับตัว เช่น เพลงโคราชกลายมาเป็นเพลงโคราชซิ่ง กันตรึมก็กลายเป็นกันตรึมร็อค หนังปราโมทัย (หนังตะลุงอีสาน) กลายเป็นปราโมทัยซิ่ง ถึงกับมีการจัดประกวดแข่งขัน บันทึกเทปโทรทัศน์จำหน่ายกันอย่างแพร่หลาย จนถึงกับ มีบางท่านถึงกับกล่าวว่า หมอลำไม่มีวันตาย จากลมหายใจชาวอีสาน”

********************

 

 

     การสอย เป็นวรรณกรรมมุขปาฐะ ที่แฝงไปด้วยอารมณ์ขันของคนอีสาน สร้างให้เกิดความสนุกสนาน วรรณกรรมคำสอยมีความเป็นมาพร้อมๆ กับหมอลำกลอน ในปัจจุบันมีคนนำมาใช้กับหมอลำคู่และหมอลำเพลินด้วย ด้วยความมีอิสระเสรีในการสอย แม้คำสอยส่วนมากจะเน้นหนักในเรื่องทางเพศ แต่ชาวบ้านเขาไม่ถือสากัน กลับเห็นเป็นเรื่องขำขันและสนุกสนานมากกว่า คล้ายคลึงกับกลอนเพอะนั่นเอง

ลองมาดูคำสอยของชาวอีสาน (ดัดแปลงบางคำเพื่อไม่ให้มีคำที่ไม่สุภาพ หรือ ลามก)

** สอย…สอย…เด้อ…พี่น้องฟังสอย **

สอย… สอย… นกแตดแต้บินข้วมปลายงิ้ว ของท่อสองนิ้วกะสิเอาสองหมื่น

สอย… สอย… แกงเห็ดเผาะใส่น้ำเอาะเจาะ เอาพี่อ้ายนี่เถาะถ้าขี้คร้านหาผัว 

สอย… สอย… ไข่ไก่กะเอิ้นว่าไข่ไก่ ไข่เป็ดกะเอิ้นไข่เป็ด บัดไข่คนเป็นหยังเอิ้นว่าไข่…

สอย… สอย… เฒ่าสิตาย ตายจ้อย จั่งซี่กะว่าสอย

สอย… สอย… สาวส่ำน้อยงอยขี่ขอนจิก บาดห่าขอนพาพลิก … โอ้ย แมน…รับบ่ได้

สอย… สอย… นกแตดแต้บินข้ามปลายตาล ไผได้ผัวทหารผู้นั้นฮักซาติ

สอย… สอย… เฒ่าสิตายไปบายของผัวว่าแม่นหมกหม่ำ จ้ำลูกจ้ำมันสิบ่ทันโรงเรียน

สอย… สอย… นกแตดแต้บินข้วมปลายบก ฝนบ่ตกหัวล้านแตกเขิบ

สอย… สอย… เฒ่าสิตายบ่ฮู้จักศีลห้า บาดห่าเมียเอานมฟาดหน้า… อามะภันเต

สอย… สอย… สาวส่ำน้อยบ่ฮู้จักเหยี่ยวถลาลม บัดเขาขึ้นโคม ช่วยด้วยพี่หลี่ถัง 

สอย… สอย… สาวส่ำน้อยบ่ฮู้จักสรพงษ์ บัดเขาฮูดซิบลง นี่หรือดำอำมหิต

สอย… สอย… สาวส่ำน้อยบ่ฮู้จักกระทิงแดง บัดห่าเขาแทง กระทิงแดงซู่ซ่าส์

สอย… สอย… สาวส่ำน้อยบ่เคยเบิ่งทีวี บัดห่าเขาพาไปสี ช่องเจ็ดสีทีวีเพื่อคุณ

สอย… สอย… สาวส่ำน้อยบ่ฮู้จักเป๊บซี่ บัดห่าเขาพาไปหลี้ … เป๊บซี่ดีที่สุด

สอย… สอย… สาวเอกภาษาไทยบ่ฮู้จักกาพย์กลอน บัดเขาจับไปตอน นี่หรือสัมผัสนอกสัมผัสใน

 สอย… สอย… เฒ่าสิตายบายของผัว ว่าแม่นเสาโทรเลข เคาะโป๊กเป๊ก…ที่รักกลับอุบลด่วน 

สอย… สอย… สาวเอกอังกฤษบ่ฮู้จัก เอ บี ซี บัดห่าถืกเขาสี Do it again

….. จั่งซี้กะว่าสอย…..

        ท่านผู้อ่านอย่าคิดมากนะครับ  เพราะว่าคำสอยส่วนมากจะออกไปแนว ลามก แต่มันเป็นการสะท้อนอารมณ์ความสนุกสนานของคนอีสาน อีกรูปแบบหนึ่ง

 

 

 

 

5 Comments to

“หมอลำ ศิลปะพื้นบ้านของคนตะวันออก(เฉียงเหนือ)”

  1. July 19th, 2009 at 5:48 pm       isan-online Says:

    สุดยอดอิหลีครับ หมอลำ หมอแคนอีสาน


  2. February 11th, 2008 at 9:12 am       petchr17 Says:

    ขอบคุณท่าน โกวล้วงและนายบอน ส่วนเรื่องอัดเสียงการสอยนั้นคงจะไม่กล้าขนาดนั้น เอาเป็นว่าใช้จินตนาการของแต่ละบุคคลแล้วกัลล์


  3. February 10th, 2008 at 12:28 am       kosolanusim Says:

    ดีหลาย

    เอาของดีๆมาอีกเด้อ


  4. February 9th, 2008 at 6:29 pm       bonkalasin Says:

    ครบรส ครบถ้วนครับ

    ว่าแต่นายหนึ่งเดียว ไม่อีดเสียง โชว์การสอยมั่งบ้อ…


  5. February 9th, 2008 at 2:25 pm       petchr17 Says:

    บทความนี้ ข้อมูลและภาพมาจาก http://www.isangate.com นะครับ (พอดีไปแก้ใน blog ไม่ได้)


You must be logged in to post a comment.