นายหนึ่งเดียว

หลากหลายเรื่องราวที่จะนำมาเล่าสู่กันฟัง…

จากกลุ่มบอลเซวิกถึงกรณีดา ตอร์ปิโด เค้าลางของระบอบคอมมิวนิสต์

July23

ถึงเวลาแล้วที่คนไทยทั้งประเทศจะออกมาปกป้องศูนย์รวมจิตวิญาณของเรา

.

 

 

 

 

หลังจากที่กลุ่มบอลเซวิกทำการรัฐประหารโค่นล้มพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 ปีค.ศ.1917 โดยการนำของวลาดิมีร์ เลนินและระบอบสังคมนิยม หลังจากนั้นทั่วโลกก็ได้รู้จักความน่าสะพรึงกลัวของระบอบคอมมิวนิสต์ ระบอบนี้ได้แพร่ขยายไปทั่วโลกอย่างรวดเร็วรวมถึงประเทศไทยด้วยโดยเมื่อปี 2485 พรรคคอมมิวนิสต์แห่งสยามก็เกิดขึ้น โดยได้รับอิทธิพลแนวความคิดจากพรรคคอมมิวนิสต์ของจีน เนื่องจากส่วนใหญ่ของผู้ก่อตั้งพรรคคอมมิวนิสต์แห่งสยาม เป็นคนจีนที่อพยพมาจากประเทศจีน

 

 

 

แนวความคิดของระบอบนี้หัวใจหลักคือความเสมอภาคของประชาชนในประเทศรวมถึงในโลกนี้ ผู้ที่เป็นผู้คิดค้นทฤษฏีนี้คือ คาร์ล ไฮริกซ์ มาร์กซ์ และ เฟรดดิก เองเกิล สองนักคิดและนักเศรษฐศาสตร์การเมืองชาวเยอรมัน  ทั้งมาร์กซ์และเองเกิลส์คิดว่ามีอยู่หนทางเดียวเท่านั้นที่จะนำไปสู่ระบอบสังคมนิยมได้ นั่นคือการปฏิวัติ

 

 

 

ตามที่ข้อสนับสนุนลัทธิคอมมิวนิสต์ของมาร์กซ์กล่าวไว้ว่า ลักษณะเฉพาะของเผ่าพันธุ์มนุษย์ในสังคมชนชั้นคือความไม่สนใจซึ่งกันและกัน และยังกล่าวอีกว่าความคิดแบบคอมมิวนิสต์คือสิ่งที่มนุษย์ปรารถนา เพราะมันนำมาซึ่งความหยั่งรู้และการพบกับอิสรภาพแห่งมนุษย์อย่างแท้จริง มาร์กซ์ในที่นี้กล่าวตามนักปรัชญาชาวเยอรมันยอร์ช วิลเฮล์ม ฟรีดดิช ฮีเกล (G.W.F. Hegel) ที่กล่าวว่าอิสรภาพมิใช่เพียงแค่การมิให้อำนาจเข้ามาควบคุมเท่านั้น แต่ยังหมายถึงการกระทำที่มีสำนึกศีลธรรมอีกด้วย ไม่เพียงแค่ระบอบคอมมิวนิสต์จะทำให้คนทำในสิ่งที่พวกเขาต้องการเท่านั้น แต่การทำให้มนุษย์ที่มีสถานภาพเดียวกันและความเหมือนกันนั้น จะทำให้พวกเขาไม่ต้องการแสวงหาผลประโยชน์สู่ตนเองอีกต่อไป ในขณะที่เฮเกลคิดถึงการใช้ชีวิตตามหลักจรรยา ผ่านมโนภาพที่ยิ่งใหญ่ แต่สำหรับมาร์กซ์แล้ว คอมมิวนิสต์นั้นเกิดขึ้นได้จากวัตถุและผลิตผล โดยเฉพาะการพัฒนารายได้ที่ประชาชนจะได้รับจากการผลิต

            แต่หลังจากที่กลุ่มเซวิกทำการรัฐประหารโค่นล้มพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 และปลงพระชนภ์พระองค์และราชวงศ์ทั้งหมด ลัทธิคอมมิวนิสต์ก็เป็นสัญลักษณ์แห่งการโค่นล้มระบอบพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นสิ่งที่คนไทยยอมรับไม่ค่อยได้ทำให้มีการต่อสู้กันในประเทศไทยระหว่างกลุ่มประชาธิปไตยและคอมมิวนิสต์มานานนับสิบปี

 

 

 

มาถึงวันนี้กรณี ดา ตอร์ปิโด หมิ่นพระบรมเดชานุภาพของพระมหากษัตริย์อย่างรุนแรง กระแสสังคมเริ่มมองเห็นถึงกระบวนการโค่นล้มระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุขของไทยชัดเจนขึ้น การกล่าวถึงหลัก 6 ประการของคณะราษฎร ที่ทำการปฏิวัติระบอบการปกครองของประเทศไทยในปี 2475 และหนังสือเค้าโครงเศรษฐกิจของ นาย ปรีดี พนมยงค์ ซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นคอมมิวนิสต์ของนังดานั้น ทำให้หลายคนในสังคมเริ่มมองกลับไปยังประวัติศาสตร์เก่าๆ ของเมืองไทย

 

 

 

มาดูกันก่อนว่าหลัก 6 ประการของคณะราษฎรที่ นังดามันอ้างถึงมีอะไรบ้าง

1.จะต้องรักษาความเป็นเอกราชทั้งหลาย เช่น เอกราชในบ้านเมือง ในทางศาล ในทางเศรษฐกิจของประเทศไว้ให้มั่นคง

2.จะรักษาความปลอดภัยในประเทศ ให้การประทุษร้ายต่อกันลดน้อยลงให้มาก

3.
จะต้องบำรุงความสมบูรณ์ของราษฎรในทางเศรษฐกิจไทย รัฐบาลใหม่ จะพยายามหางานให้ราษฎรทำโดยเต็มความสามารถ จะร่างโครงการเศรษฐกิจแห่งชาติ ไม่ปล่อยให้ราษฎรอดอยาก

4.
จะต้องให้ราษฎรได้มีสิทธิเสมอภาคกัน (ไม่ใช่ให้พวกเจ้ามีสิทธิยิ่งกว่าราษฎรเช่นที่เป็นอยู่)

5.
จะต้องให้ราษฎรได้มีเสรีภาพ มีความเป็นอิสสระ เมื่อเสรีภาพนี้ไม่ขัดต่อหลัก 4 ประการ ดังกล่าวแล้วข้างต้น

6.
จะต้องให้มีการศึกษาอย่างเต็มที่แก่ราษฎร

 

 

 

หากสังเกตดูไม่มีข้อใดที่กล่าวถึงสถาบันพระมหากษัตริย์เลย !!!

 

 

 

และการยกย่องทฤษฏีและแนวความคิดของนาย ปีดี พนมยงค์ ซึ่งครั้งหนึ่งถูกสังคมกล่าวหาว่าเป็นกบฏต่อราชบัลลังก์ เมื่อรวมสองสิ่งเข้าด้วยกันยิ่งสะท้อนแนวความคิดของ ดา ตอร์ปิโดได้ชัดเจนขึ้น เมื่อผนวกกับ กลุ่มซ้ายอกหัก ที่ครั้งอดีตเคยอยู่ในพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย แต่ปัจจุบันกลายเป็นซากศพทางการเมืองและสิงอยู่ในบ้านเลขที่ 111 ที่มีข่าวการเคลื่อนไหวอย่างลับๆ ในการปฏิรูประบอบการปกครองของประเทศไทยให้กลายเป็นระบบสาธารณรัฐ!!!

 

 

 

             

 

 

 

            ถึงตอนนี้หลายคนคงจะเริ่มเห็นเค้าลางของความอันตรายที่มีต่อราชบัลลังก์และสถาบันที่เป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาชนชาวไทยทั้งประเทศ

 

 

 

            ถึงเวลาแล้วหรือยังที่คนไทยผู้รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ทั้งหลายจะออกมาปกป้องสถาบันสูงสุดของประเทศไทย

 

 

 

            หรือจะให้คำว่า เรารักในหลวง เป็นแค่พูดที่โก้หรูตามกระแสนิยมแค่นั้น !!!

 

 

 





 

 

 

 

6 Comments to

“จากกลุ่มบอลเซวิกถึงกรณีดา ตอร์ปิโด เค้าลางของระบอบคอมมิวนิสต์”

  1. July 30th, 2008 at 11:45 am       hanzen Says:

    เว็บหมิ่นสถาบันกษัตริย์ในไทยก็มีมากมาย ยังไม่เห็นพวกที่มีอำนาจในบ้านเมืองมันทำอะไรเลยครับ คิดแล้วเซ็งจิตมากๆ ประชาไทย ฟ้าเดียวกัน เสียงประชาชน ฯลฯ บางที่มันพูด อีทอมนรกนั่นซะอีก แต่ก่อนผมชอบเข้าไปอ่านข่าวใน mthai นะ เดี๋ยวนี้พวกลิ่วล้อไอ้ทักมันเยอะเกิน ตั้งกระทู้มาทีเข้าไปตอบๆแม่งเจอลบซะงั้น บางทีบทความที่ไม่ชอบใจ เขียนตอบไปซะยาว พอ submit แม่งบอก คุณไม่มีสิทธิ์โพสต์ เซ็งครับ พี่น้อง ส่วนห้องราชดำเนิน ไม่ได้เข้ามาเป็นชาติแล้ว ส่วนใหญ่ในห้องนั้น เชลียแต่ไอ้ทักกันมาก


  2. July 24th, 2008 at 1:30 am       11arrows Says:

    คอมมิวนิสต์แท้ๆ ก็ไม่มีที่ให้ประชาชนได้ยืนยิ้มสบายๆ แน่ๆ


  3. July 23rd, 2008 at 7:16 pm       petchr17 Says:

    ขอบพระคุณมากครับคุณnatayaa ที่เข้ามาเยี่ยมเยียน หวังว่าบทความนี้คงตอบสนองความอยากได้ แม้ข้อมูลจะไม่ลึกมากแต่ก็คงพอกล้อมแกล้มไปได้บ้าง


  4. July 23rd, 2008 at 7:13 pm       petchr17 Says:

    หากรักในหลวง ต้องแสดงออกนะครับคุณ conqueror เพราะว่าตอนนี้พวกที่ต้องการที่ล้มล้างสถาบันสูงสุดของประเทศนี้ กำลังดำเนินการกันอย่างโจ่งแจ้งกันมากขึ้น ดูกรณีดา ตอร์ปิโด เป็นตัวอย่าง คิดดูซิว่าเกิดมาไม่นึกไม่ฝันว่าจะมีใครกล้าพูดถึง”ในหลวงของเรา” ได้ขนาดนี้ แต่ตอนนี้พวกนี้กำลังดำเนินการคล้ายๆ พคท.สมัยก่อน


  5. July 23rd, 2008 at 4:37 pm       natayaa Says:

    ขอบคุณมากค่ะ กำลังอยากอ่านเรื่องนี้อยู่ที่เดียว โชคดีที่แวะเข้ามาในเอ็มบลอกวันนี้ ได้อ่านสมใจ

    ยืนยัน เรื่องความมั่นคงในความจงรักภักดีต่อในหลวงของเราชาวไทยตาม คูหา หนึ่งด้วยอีกคนค่ะ


  6. July 23rd, 2008 at 3:36 pm       conqueror Says:

    รักในหลวงค่ะ

    ยืนยันมั่นคงเสมอ…


You must be logged in to post a comment.