กว่าจะโตมาได้ สิ่งหนึ่งที่สำคัญในตอนเด็กคือนม
วันนี้เรามาดูประวัติของนมกันครับ

นมหนองโพ
เมื่อประมาณปี พ.ศ.2511 เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมในจังหวัดราชบุรี ซึ่งดำเนินการเลี้ยงโคนมมาก่อนหน้านี้แล้วได้ประสบปัญหาใหญ่ เกี่ยวกับด้านสถานที่จำหน่ายน้ำนมดิบที่รีดได้จากแม่โค ทำให้เกิดความเสียหายแก่น้ำนม และประสบภาวการณ์ขาดทุนในการประกอบอาชีพ
ต่อมาในปี 2513 นาย
ต่อมาเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2518 บริษัทผลิตภัณฑ์นมหนองโพราชบุรี จำกัด( ในพระบรมราชูปถัมภ์ ) จึงรวมเข้ากับสหกรณ์โคนมหนองโพราชบุรี จำกัด ตามพระราชประสงค์ของพระองค์ท่าน โดยดำเนินกิจการทั้งหมดในรูปสหกรณ์ใช้ชื่อว่า สหกรณ์โคนมหนองโพราชบุรี จำกัด และได้ทรงโปรดเกล้าฯ ให้อยู่ในพระบรมราชูปถัมภ์ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาจนกระทั่งปัจจุบัน
ต่อมาในกลางปีพ.ศ.2517คณะกรรมการบริหารบริษัทได้พิจารณาเห็นว่าการผลิตภัณฑ์นมด้วยเครื่องจักรในขณะนั้นไม่เหมาะสมทางเศรษฐกิจ และผลิตภัณฑ์นมที่ได้ยังไม่ถูกสุขภาพและอนามัย ตลอดจนไม่ได้มาตรฐานสากล จึงเห็นพ้องต้องกันว่าควรสร้างโรงงานหลังใหม่ เพื่อเตรียมรับน้ำนมดิบที่เพิ่มนั้นให้หมด
ปลายปีพ.ศ. 2517 ขณะที่บริษัทกำลังดำเนินการก่อสร้างและติดตั้งเครื่องจักรผลิตนมใหม่นั้น คณะกรรมการบริษัทได้พิจารณาแล้วเห็นว่า ถึงระยะเวลาที่เหมาะสมในการรวมกิจการของบริษัทและสหกรณ์เข้าด้วยกันแล้วเนื่องจากสหกรณ์ได้ดำเนินการด้วยดีเป็นปึกแผ่นมั่นคงพอสมควร ประกอบกับการก่อสร้างโรงงานหลังใหม่สมควรที่สหกรณ์จะได้รับการบริหารไปตังแต่แรก เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินธุรกิจในอนาคต ดังนั้น คณะกรรมการบริษัทจึงได้นำความขึ้นกราบบังคมทูลพระกรุณาขอพระราชทานพระบรมราชานุมัติให้โอนกิจการของบริษัทผลิตนมหนองโพจำกัดให้กับสหกรณ์โคนมหนองโพราชบุรี จำกัดและสำนักราชเลขาธิการได้ออกหนังสือที่ รล 0002/6039 ลงวันที่ 7 กันยายน 2518 แจ้งให้ทราบว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทานพระบรมราชานุมัติ ดังนั้น สหกรณ์โคนมหนองโพราชบุรี จำกัด จึงได้รับโอนกิจการทั้งหมดของบริษัทผลิตภัณฑ์นมหนองโพ จำกัดมาดำเนินการตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม 2518 เป็นต้นมา
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ เสด็จพระราชดำเนินเปิดอาคารโรงงานผลิตภัณฑ์นมหลังใหม่พร้อมเจิมป้ายชื่อ สหกรณ์โคนมหนองโพราชบุรี จำกัด( ในพระบรมราชูปถัมภ์ ) เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2521

นมไทย – เดนมาร์ก(ตราวัวแดง)
เมื่อปีพุทธศักราช 2503 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ เสด็จประพาสทวีปยุโรปในการเสด็จทรงประทับแรมอยู่ ณ ประเทศเดนมาร์ก ทรงให้ความสนพระทัยเกี่ยวกับกิจการการเลี้ยงโคนมของชาวเดนมาร์กเป็นอย่างมาก ดังนั้นหลังจากเสด็จนิวัติประเทศไทยแล้ว ในปีต่อมารัฐบาลเดนมาร์กและสมาคมเกษตรกรเดนมาร์กจึงได้ร่วมกันน้อมเกล้าฯ ถวายโครงการส่งเสริมการเลี้ยงโคนมในประเทศไทยให้เป็นของขวัญแด่ล้นเกล้าฯ ทั้งสองพระองค์เพื่อให้การดำเนินโครงการส่งเสริมการเลี้ยงโคนมในประเทศไทยบรรลุตามเจตนารมย์ที่ตั้งไว้ จึงได้มีการตกลงทำสัญญาให้ความช่วยเหลือด้านวิชาการและเศรษฐกิจระหว่างรัฐบาลไทยและรัฐบาลเดนมาร์กขึ้น ในการนี้รัฐบาลเดนมาร์กได้ให้ความช่วยเหลือจัดตั้งฟาร์มโคนมและศูนย์ผึกอบรมการเลี้ยงโคนมไทย–เดนมาร์ก ขึ้นที่อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี
และจัดสรรงบประมาณสนับสนุนการดำเนินงานโครงการเป็นเงินประมาณ 23.5 ล้านบาท พร้อมทั้งจัดส่งผู้เชี่ยวชาญมาร่วมดำเนินการ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชและสมเด็จพระเจ้าเฟรดเดอริคที่ 9 แห่งประเทศเดนมาร์ก ได้ทรงประกอบพิธีเปิดฟาร์มโคนมและศูนย์ฝึกอบรมการเลี้ยงโคนมไทย - เดนมาร์ก อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2505 จึงนับได้ว่าเป็นวันที่มีความสำคัญยิ่งในประวัติศาสตร์ของการเลี้ยงโคนมในประเทศไทย ต่อมาในปีพุทธศักราช 2514 รัฐบาลไทยได้รับโอนกิจการฟาร์มโคนมและศูนย์ฝึกอบรมการเลี้ยงโคนมไทย - เดนมาร์ก จัดตั้งเป็นรัฐวิสาหกิจสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีชื่อว่า “องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.)”
ยาคูลท์ (อยากรู้เรื่องยาคูลท์ ถามสาวยาคูลท์ซิค่ะ)
ยาคูลท์ (ญี่ปุ่น: ヤクルト Yakuruto ?) ชื่อในภาษาอังกฤษว่า Yakult เป็นเครื่องดื่มคล้ายโยเกิร์ตชนิดหนึ่ง เกิดจากกระบวนการหมักของนมพร่องมันเนยกับน้ำตาลและแบคทีเรียแลคโตบาซิลลัส (Lactobacillus casei Shirota) ซึ่งเป็นแบคทีเรียที่พบในระบบดูดซึมอาหารของมนุษย์ ซึ่งส่งผลช่วยให้ระบบในร่างกายของมนุษย์ทำงานได้ดีขึ้น ชื่อของยาคูลท์มาจากภาษาเอสเปรันโต คำว่า Jahurto ซึ่งหมายถึงโยเกิร์ต ยาคูลท์ถูกคิดค้นโดย ศาสตราจารย์ชิโระตะ มิโนะรุ อาจารย์จากมหาวิทยาลัยเกียวโต ใน พ.ศ. 2473 และต่อมาใน พ.ศ. 2478 เขาได้ก่อตั้งบริษัทยาคูลท์ (Yakult Honsha Co., Ltd.) ในเมืองมินะโตะจังหวัดโตเกียว ปัจจุบันได้มีการผลิตและจำหน่ายยาคูลท์ไปทั่วโลก พ.ศ. 2514 ยาคูลท์ เริ่มวางจำหน่ายในประเทศไทย
ข้อมูลจาก : th.wikipedia.org & Internet
เขียนโดย petchr17 ที่ 2010-01-21 14:41:10 น. 0 ความคิดเห็น