พีจัง Blog

เรื่องงาน เรื่องเที่ยว…เรื่องเดียวกัน

ถูกใจคำถามแรงๆ จากฝั่งตุลาการ

July15

ถูกใจคำถามแรงๆ จากฝั่งตุลาการ แต่ดูเหมือนจะกลับกลายเป็นคำถามแทงใจคนในรัฐบาล ซะงั้น!!!

 

 

 

.

ชอบใจคำถามที่ถูกโยนออกมาเบาๆจากปากของ อ. จรัญ ภักดีธนากุล ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ แต่ให้ผลแรง น่าคิดตาม 3 ข้อสั้นๆที่ว่า… 

 

 

 

 

 

 

1.จะให้อาชญากรแก้ไขกฎหมายอาญาหรือไม่ 

 

 

 

2.จะให้นักเลือกตั้งแก้ไขการทุจริต ซื้อเสียงหรือไม่ 

 

 

 

และ 3.จะให้มิจฉาทิฐิ แก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่ 

 

 

 

 

 

 

เป็นคำถามที่ถามให้สังคมตอบ 

 

 

 

 

 

 

แต่ดูเหมือนคำถามจากฝ่ายตุลาการจะถูกตีเข้าแสกหน้า ถึงได้เห็นคนในฝากฝั่งรัฐบาลออกมาดิ้นพล่านประกาศรับไม่ได้กับคำกล่าว อาชญากรแก้กฎหมาย

 

 

 

 

 

 

ชูศักดิ์ ศิรินิล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ต่อว่า ว่าเป็นการใช้ถ้อยคำรุนแรงเกินไปแต่ที่พวกเขารับไม่ได้คือกับที่มาที่ไปของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ที่มาจากการปฏิวัติ และยังมองพรรคการเมืองและนักการเมืองเลวร้ายไปหมด ตะหาก… 

 

 

 

 

 

 

ในฐานะเด็กเมื่อวานซืน ไม่ได้เข้าข้างตุลาการ แม้จะฟังได้ว่าเช่นนั้น อยากตั้งคำถามกลับแบบที่ไม่มีใครได้ยินว่า… 

 

 

 

 

 

 

ถ้ารับไม่ได้กับรัฐธรรมนูญที่มาจากการปฏิวัติ แล้วมาสมัครรับเลือกตั้งภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับปฏิวัติทำไม…? 

 

 

 

 

 

 

นายกฯลุงหมัก บอกว่า ตามปรัชญาคำสอนของพุทธศาสนาว่าด้วยการดับทุกข์ต้องแก้ที่ต้นเหตุแห่งการเกิดทุกข์ ตอนนี้รัฐธรรมนูญทำให้รัฐบาลเป็นทุกข์ก็เลยจะแก้ที่รัฐธรรมนูญ

 

 

 

 

 

 

องค์กรอิสระ และ ตุลาการ กำลังถูกโยนบาปว่าเป็นตัวขัดแข้งขัดขารัฐบาล ทำให้รัฐบาลทำงานไม่ได้…พวกเขาก็เลยจะต้องแก้รัฐธรรมนูญ ลดอำนาจตรวจสอบพวกเขาลงให้หมด 

 

 

 

 

 

 

อ.วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญอีกคน ให้ข้อสังเกตน่าคิดตาม 

 

 

 

 

 

 

 เขาคงต้องการเดินไปอย่างราบรื่น ถ้าถูกใจก็คงไม่ว่าอะไร แต่นี่มันบังเอิญไม่ถูกใจ ที่จริงเขาไม่ควรออกมาพูด จะทำอะไรก็ทำไป คงหงุดหงิด เห็นว่าพวกผมเป็นศัตรู แต่กฎหมายไม่ให้ทำผิด ทำผิดกฎหมายก็เลยต้องมาเจอกัน ยกตัวอย่าง กฎหมายเขียนว่าฆ่าคนติดคุก ก็อย่าไปฆ่าคน คดียาเสพติด ออกมาร้องว่าโทษรุนแรง ทั้งที่ไปค้ายาเสพติดเอง เป็นต้น ดังนั้นก็แค่อย่าทำผิดกฎหมาย ก็จบ หากไม่มีการทำผิดกฎหมาย พวกผมยินดีตกงาน”

 

 

 

 

 

 

สรุปง่ายๆ…ถ้าไม่อยากถูกลงโทษตามกฎหมาย ก็ไม่ต้องทำผิด ถ้าไม่อยากถูกยุบพรรค ก็อย่าทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง…ก็เท่านั้น 

 

 

 

 

 

 

อ.อักขราทร จุฬารัตน ประธานศาลปกครองสูงสุด  ชี้ว่า ปัญหาอยู่ที่ใครสังคมทราบดี  แต่ไม่น่าจะอยู่ที่รัฐธรรมนูญ การมองสถานการณ์ปัญหาขณะนี้ ต้องมอง ต้องฟัง ให้ได้ข้อมูลข้อเท็จจริงรอบด้าน อย่ามองอะไรด้านเดียว  ก็จะช่วยให้คนสามารถคิดและตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง  ดังนั้นต้องมีความรอบรู้ในเรื่องต่างๆ ให้กว้าง ให้จริง ให้ตรง แล้วมาวิเคราะห์ให้ถูกต้องว่าปัญหาเกิดจากอะไร เพราะถ้าไม่ได้ข้อเท็จจริงครบถ้วน จะวิเคราะห์อะไรก็ผิดหมด การตัดสินใดๆ ก็จะผิดพลาด 

 

 

 

 

 

 

หน้าที่ของศาลชัดเจนอยู่แล้ว  ในการน้อมรับกระแสพระบรมราโชวาท  คือ ทำหน้าที่ของตนเองให้เต็มที่ ให้ดีที่สุด มีความกล้าหาญ และมีความซื่อสัตย์สุจริต 

 

 

 

 

 

 

ความจริง อ.อักขราทร บอกด้วยว่า ไม่ได้ดูรายการ เช้าวันอาทิตย์รายการนั้นตั้งแต่แรกอยู่แล้ว

 

 

 

 

 

 

สงสัยจะต้องเลิกดูแล้วมั้งเรา…เพื่อสุขภาพจิตที่ดี 555

 

 

 

 

 

 

อ. อัครวิทย์ สุมาวงศ์ รองประธานศาลปกครองสูงสุด แนะว่า ผู้มีอำนาจจะเสนอแก้ไขอะไรก็ทำได้ แต่สมควรหรือไม่ก็ต้องไตร่ตรอง  เพราะขณะนี้ปัญหาบ้านเมืองที่แท้ไม่ใช่เรื่องของความไม่สมบูรณ์ของรัฐธรรมนูญ  แต่เป็นเรื่องอื่นมากกว่า 

 

 

 

 

 

 

อีกหนึ่งองค์กรที่ถูกซัดแรงๆจากความกราดเกรียวของ นายกฯลุงหมัก ก็คงจะเป็น ป.ป.ช ที่ถูกกล่าวหาเป็นองค์กรเถื่อน ไม่ถวายสัตย์ปฏิญาณ แล้วจะมาตรวจสอบ ตัดสินถูกผิดรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งได้ยังไง 

 

 

 

 

 

 

และเพียงบ่นออกอากาศทาง เอ็นบีที ดังๆ ก็มีพวกออกมารับลูก เชลียร์อย่างหน้ามืดตามัว ตั้งแต่ มท.เหลิม แล้วยังมีองค์กรประชาชนชื่อประหลาดที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน ยื่นเรื่องสภาผู้แทนราษฎรตรวจสอบที่มา ป.ป.ช. ขึ้นมาในบัดดล 

 

 

 

 

 

 

… ก็ไม่รู้ว่าใครจะรับผิดชอบกับการปล่อยกระแสสร้างความสับสนครั้งนี้… 

 

 

 

 

 

 

เมื่อ ป.ป.ช. ตั้งแต่ประธาน ป.ป.ช. อ. ปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ยัน คณะ กก. ป.ป.ช. อย่าง อ. กล้านรงค์ จันทิก และ อ.วิชา มหาคุณ กระทั่งเลขาธิการ ป.ป.ช.ซึ่งถือเป็นข้าราชการประจำ  ศราวุธ เมนะเศวต ก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า… 

 

 

 

 

 

 

ป.ป.ช.ไม่ต้องถวายสัตย์ปฏิญาณ และเป็นองค์กรที่ได้รับรองไว้ในรัฐธรรมนูญปี 2550 โดยเฉพาะบทเฉพาะกาลมาตรา 299 ที่ระบุว่าให้องค์กรอิสระที่มีอยู่ทำหน้าที่ต่อไปจนครบวาระ  และการกระทำต่างๆ   ก็ใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติปี 2542

 

 

 

 

 

 

ซึ่งการยืนถอดถอน..ทำได้ แต่ต้องเป็นกรณีที่ทุจริตต่อหน้าที่ร้ายแรงเท่านั้น ซึ่งก็มีตัวอย่างแล้ว สมัย ป.ป.ช.ชุดก่อนหน้านี้ ที่ถูกถอดถอนเพราะดันขึ้นเงินเดือนให้ตัวเอง 

 

 

 

 

 

 

งานนี้ ประธาน ป.ป.ช. ท่าจะไม่พอใจอย่างแรง ตั้งข้อสงสัยดังๆว่า… 

 

 

 

 

 

 

ไม่ทราบว่านายกฯ มีอคติหรือไม่ ที่ออกมาโจมตีว่า ป.ป.ช.จ้องเล่นงาน”

 

 

 

 

 

 

บางที..ถ้าลุงหมักมองให้ลึกอีกหน่อย อาจจะเห็นต้นเหตุแห่งทุกข์ที่แท้จริง ว่าไม่ได้เกิดจากใคร เกิดจาตนนั่นเอง เมื่อนั้นอาจจะแก้ปัญหาแห่งทุกข์ได้ตรงจุดมากขึ้นก็ได้…

 

 

 

by posted under Uncategorized | 2 Comments »    
2 Comments to

“ถูกใจคำถามแรงๆ จากฝั่งตุลาการ”

  1. July 15th, 2008 at 9:35 pm       ana123 Says:


  2. July 15th, 2008 at 2:47 pm       hanzen Says:

    “นายกฯลุงหมัก บอกว่า ตามปรัชญาคำสอนของพุทธศาสนาว่าด้วยการดับทุกข์ต้องแก้ที่ต้นเหตุแห่งการเกิดทุกข์ ตอนนี้รัฐธรรมนูญทำให้รัฐบาลเป็นทุกข์ก็เลยจะแก้ที่รัฐธรรมนูญ … ” พวกมันไม่ได้ดูตัวเองเลยว่าพวกมันนั่นแหละคือปัญหา และทุกข์ยากของบ้านเมือง ฉะนั้นทางแก้ของทุกข์นี้ก็คือ พวกมึงต้องออกไปติดคุกกันให้หมดทั้งฝูง รวมทั้งเจ้านายของพวกมันด้วย อย่าให้มันแก้รัฐธรรมนูญได้นะ


You must be logged in to post a comment.