พีจัง Blog

เรื่องงาน เรื่องเที่ยว…เรื่องเดียวกัน

เขาพระวิหาร…ในวันที่ไม่สามารถขึ้นถึงองค์ปราสาท

July17

ติดตามข่าววันนี้ (17 ก.ค.) ข่าวว่าสถานการณ์รอบเขาพระวิหารตึงเครียด ทหารทั้งของไทย และกัมพูชา ตรึงกำลังเข้มแข็งอยู่ในฝั่งเขตแดนของตัวเอง… พันธมิตรฯที่นำโดย วีระ สมความคิด จะไปเคลื่อนไหวท้วงคืนปราสาทพระวิหาร เข้าพื้นที่ไม่ได้ แม้แต่ขึ้นไปที่ผามออีแดง…

 

 

โชคดีที่ปลายสัปดาห์ก่อนมีโอกาสติดตามคณะผู้ใหญ่ในบ้านในเมืองไปทำข่าวแถวๆชายเขาพระวิหาร ดินแดนที่เป็นข้อพิพาทเดือดดาลอยู่ในขณะนี้

 

ใครติดตามข่าวก็คงพอรู้ว่าตอนนี้กัมพูชาเขาปิดทางขึ้นปราสาทไปแล้ว เราก็เลยได้ไปถึงแค่แนวเขตแดนที่เต็มไปด้วยรั้วลวดหนาม ที่อีกฝั่งเป็นชุมชนชาวกัมพูชาที่เข้ามาสร้างบ้านเรือน ร้านรวง ในพื้นที่ที่ทางการเขาเรียกว่าพื้นที่ทับซ้อนที่มีข้อพิพาทกันอยู่

ก็น่าแปลกนะ ที่พื้นที่ทับซ้อน ยังตกลงไม่ได้ว่าเป็นของไทย หรือ กัมพูชา แต่กลับมีคนกัมพูชามาลงหลักปักสร้างชุมชนได้

นอกจากแนวรั้วลวดหนาม ก็ยังเห็นป้ายแดงหัวกะโหลกไขว้ แดนเจอร์ เตือนให้ระวังแนวกับระเบิดด้วย

ว้าว !!!

 

 

 

 

 

 

 

 

 

.

 

 

เมื่อทางขึ้นตัวปราสาทถูกปิด เราก็เลยทำได้เพียงมองปราสาทพระวิหารอยู่ห่างๆ จาก ผามออีแดง จุดที่เห็นปราสาทพระวิหารได้ใกล้ที่สุดในระยะห่างประมาณ 1 กิโลเมตร นับเป็นจุดชมวิวในมุมสูงที่สวยงาม

 

 …ที่ถ่ายคู่ป้ายผามออีแดงที่เห็นในรูป ไม่ใช่วัตถุโบราณคู่หน้าผาที่ค้นพบใหม่แต่อย่างใด แต่เป็นพี่สาวคนงาม ที่บังเอิญอยากเป็นพร๊อบให้ อิอิ…

 

 

 

 

 

ผามออีแดง อยู่ที่ชายแดนไทย กัมพูชา ในเขตอำเภอกันทรลักษณ์ ไปทางเดียวกับทางขึ้นเขาพระวิหาร ซึ่งค่อนข้าง สูงชัน เมื่อถึงเชิงเขาต้องเดินเท้าต่อไปอีกประมาณ 200 เมตร เป็นหน้าผาหินสีแดง มีลักษณะเป็นลานหินธรรมชาติ เป็นหน้าผาสูง 500 เมตร มีผืนป่าเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาพนมดงรัก มีทัศนียภาพกว้างไกลสุดตา

เขาว่าในช่วงฤดูฝนจะปรากฏทะเลเมฆที่ไหลมาจากที่ราบแผ่นดินเขมรต่ำมาปะทะหน้าผาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้ไปเยือนผามออีแดงในฤดูนี้จะได้มีโอกาสอาบเมฆอย่างแสนประทับใจ

แต่ในวันที่ไป กลับได้เดินอาบแดด…แสนประทับใจเหมือนกัน 555

ที่นี่มีวิหารที่ประดิษฐานพระพุทธรูปนาคปรก ถ้าไปทางทางทิศใต้ของผาที่อยู่ต่ำลงไป ไต่ลงบันไดจะพบภาพสลักนูนต่ำ เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย มีอายุอยู่ในพุทธศตวรรษที่ 15 ระหว่าง พ.ศ. 1465-1490 เป็นภาพเทพสามองค์ ซึ่งเชื่อว่าที่นี่เป็นที่ซ้อมมือของช่างในการแกะสลัก ก่อนเริ่มการแกะสลักจริงที่ปราสาทเขาพระวิหาร

 

 

 

 

 

 

 

ส่วนทางทิศตะวันตกของผา จะเป็นที่ตั้งของสถูปคู่ ที่ชาวบ้านเรียกว่าพระธาตุ เขาว่า…(เพราะไม่ได้ไปเห็นเอง) ตัวสถูปทำจากหินทรายตัดเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมลูกบาศก์ด้านบนกลมมนตั้งอยู่คู่กัน ข้างในเป็นโพรงบรรจุสิ่งของ เชื่อกันว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์ของสมัยนั้น

นอกจากภาพสลักเก่าแก่ และสถูปโบราณแล้ว บางจุด บางมุม หากสังเกตดีๆจะพบร่องรอยของ ศิลเปรอะ จากฝีมือสร้างสรรค์ค์ของคนมือบอนด้วย

 

 

 

มองลงจากผาสูง เชิงผาเขาพระวิหาร เขาว่าจะเป็นที่ก่อสร้างโรงแรมหรูหรา 5 ดาว แถมมีกอสซิสเม้าท์สนั่นเมือง แต่ไม่มีใครยอมรับว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่ เขาว่า ถูกวางแปลนผังเมืองใหม่ไว้แล้วววววว

เฮ้อ !!!

ลงจากผาสูง มุ่งสู่ สระตราว ที่เขาว่า รัฐบาลไทยจะเสนอขึ้นทะเบียนมรดกโลกมั้งในปีหน้า

สระตราว หรือ ห้วยตราว อยู่ในเขต อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร เป็นแอ่งน้ำกว้างใหญ่ มีน้ำตลอดทั้งปี บริเวณโดยรอบเป็นลานหินทราย มีร่องรอยการตัดหินเพื่อนำไปสร้างปราสาทเขาพระวิหาร

สระตราวจะรองรับสายน้ำที่ไหลผ่านถ้ำใต้เพิงหินลงสู่บริเวณที่ลุ่มต่ำซึ่งมีแนวหินซ้อนกันเป็นขอบเขื่อนกั้นสายน้ำให้ไหลไปตามที่ต้องการ (สร้างด้วยท่อนหินทรายซึ่งตัดมาจากแหล่งตัดหินมาวางเรียงกันอย่างเป็นระเบียบ)  มีผู้สันนิษฐานว่าที่ลุ่มตรงนี้ คือ บารายหรือแหล่งเก็บน้ำของขอม ซึ่งปัจจุบันได้มีการบูรณะและทำความสะอาดให้สามารถเก็บกักน้ำและนำมาใช้อุปโภคบริการแก่เจ้าหน้าที่ และผู้มาเยี่ยมชม ณ บริเวณผามออีแดง และปราสาทเขาพระวิหาร

 

 

 

 

 

 

 

ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็ให้รายละเอียดเพิ่มเติมว่า หากปิดปราสาทพระวิหารไว้อย่างนี้ คนที่จะเดือดร้อนก็คือคนของฝ่ายกัมพูชา ที่จะมาเข้ามานำน้ำจากสระตราวไปใช้ไม่ได้ เพราะสระตราวอยู่ในฝั่งไทย

 

 

 

มาเขาพระวิหาร แต่ไต่ขึ้นไปไม่ถึงตัวปราสาทพระวิหารอันศักดิ์สิทธิ์…ถ้าการเป็นมรดกโลก แล้วผู้คนขึ้นไปชมความสง่างามไม่ได้ ก็คงไม่มีประโยชน์แห่งการเป็นมรดกโลก!!! 

5 Comments to

“เขาพระวิหาร…ในวันที่ไม่สามารถขึ้นถึงองค์ปราสาท”

  1. July 18th, 2008 at 12:29 pm       ปืนใต้ Says:
  2. July 17th, 2008 at 11:09 pm       god Says:

    ม๊อบแอบอ้าง “ฟ้า” ทำคนไทย “เสียสติ” !!!
    หากไม่จำเป็นผมจะพยายามไม่เขียนถึงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของกลุ่มพันธมิตรในกรณีการแอบอ้างสถาบันเบื้องสูง เพราะเมื่อเขียนถึงก็ทำให้ต้องนำเรื่องที่กลุ่มพันธมิตรได้โป้ปดมดเท็จอยู่บนเวทีมาถ่ายทอดให้สาธารณชนได้รับทราบ ซึ่งแค่การถ่ายทอดการกระทำที่มิบังควรของกลุ่มพันธมิตรก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ผมรู้สึกกลัวว่านรกจะกินกบาลเอา

    แต่พอเมื่อวานผมได้โทรศัพท์ไปคุยกับคุณแม่และท่านได้เล่าเรื่องที่ทำให้ท่านรู้สึกไม่สบายใจ ผมก็เห็นว่ามีความจำเป็นที่จะต้องเขียนถึงเรื่องการแอบอ้างสถาบันเบื้องสูงของกลุ่มพันธมิตร เพราะหากปล่อยไว้จะไม่เป็นผลดีต่อสถาบันเบื้องสูงและชาติบ้านเมือง

    คุณแม่ได้เล่าให้ฟังว่าเพื่อนรุ่นน้องของท่านซึ่งคบกันมานานหลายสิบปีได้ไปนั่งฟังการปราศรัยของกลุ่มพันธมิตรอยู่แล้วจู่ๆ ไม่ทราบว่าเธอคิดอะไรขึ้นมาก็โทรมาหาและบอกกับท่านว่า “พี่รู้ไหม? ทักษิณมันจะเป็นในหลวงเอง”

    คุณแม่เล่าว่าท่านได้พยายามบ่ายเบี่ยงที่จะคุยเรื่องนี้ แต่เพื่อนของคุณแม่ก็พยายามที่จะเล่าเรื่องต่างๆ ที่ได้ฟังมาจากเวทีพันธมิตรที่ได้ทำให้เธอเกิดความเชื่ออันวิปริตเช่นนั้น คุณแม่จึงได้ตัดบทไปว่า “ถ้าจะคบกันต่อไปไม่ต้องมาเล่าเรื่องแบบนี้”

    คุณแม่ของผมเป็นคนที่สนใจเรื่องการเมือง ท่านติดตามการเมืองมานานมาก ไปใช้สิทธิเลือกตั้งเสมอ เลือกพรรคการเมืองใหญ่มาเกือบทุกพรรค สาเหตุที่ทำให้ผมสนใจการเมืองก็น่าจะได้มาจากคุณแม่ คุณแม่ชอบอดีตนายกทักษิณ อาจเป็นเพราะนิยมที่ท่านทักษิณทำงานเก่ง เพราะเห็นคุณแม่ชอบพูดว่าสมัยก่อนเลือกตั้งพรรคไหนก็เหมือนกัน ทักษิณเป็นนายกฯ แล้วบ้านเมืองเจริญก้าวหน้า ชอบนโยบายต่างๆ ของพรรคไทยรักไทย ทั้งๆ ที่นโยบายเหล่านั้นก็ไม่ได้ตกถึงคุณแม่ แต่ผมเดาเอาเองว่าอาจเป็นเพราะครอบครัวของเราเคยยากจนมาก่อน จึงทำให้คุณแม่เห็นว่านโยบายประชานิยมเป็นนโยบายที่ช่วยให้คนจนพอลืมตาอ้าปากได้บ้าง ซึ่งคนที่ไม่เคยสัมผัสชีวิตของคนจนจะไม่มีทางเข้าใจ

    นอกจากคุณแม่จะทำให้ผมสนใจการเมือง ท่านยังได้ทำให้ผมรู้จักความจงรักภักดี ท่านรักในหลวงมาก การแสดงออกที่มาจากใจอย่างไม่ต้องเสแสร้งของท่านถึงความเคารพรักในหลวงที่ผมได้ซึมซับมาตั้งแต่วัยเด็กช่วยกล่อมเกลาให้ผมเกิดความจงรักภักดีไปด้วย

    “ความจงรักภักดี หมายถึง ความผูกใจรักด้วยความเคารพนับถือหรือรู้คุณ”

    คุณแม่เป็นผู้ถ่ายทอดความผูกใจรักในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ด้วยความเคารพนับถือสูงสุดอย่างที่หาผู้ใดเสมอเหมือนมิได้

    ผมคิดว่าสำหรับคนที่ชื่นชอบทักษิณและจงรักภักดีในหลวง เมื่อได้ยินใครพูดในทำนองเดียวกับที่เพื่อนของคุณแม่ที่โทรมาคงคิดไม่ต่างกัน คือ “ช่างเป็นเรื่องเหลวไหลสิ้นดี” เพราะความรู้สึกนิยมอดีตนายกทักษิณซึ่งเป็นเพียงสามัญชนกับความเคารพสักการะเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน เป็นเรื่องที่ใครนำมาเปรียบเทียบกันก็ต้องขอบอกว่า“พวกนี้ไม่บ้าก็เมา” หรือมิฉะนั้นก็อาจเป็นเพราะคนกลุ่มนี้หวังแอบอ้างสถาบันเบื้องสูงมาสร้างประโยชน์ทางการเมืองให้แก่พวกพ้องของตนเท่านั้นเอง

    ในหลายปีมานี้ได้มีกลุ่มบุคคลกลุ่มหนึ่งซึ่งประกอบไปด้วย กลุ่มพันธมิตร สื่อมวลชนบางราย สมาชิกพรรคการเมืองบางพรรค นายทหารและอดีตนายทหารบางนายที่มีความฝักใฝ่ในระบอบเผด็จการอำนาจนิยม ได้ดำเนินงานทางการเมืองโดยการแอบอ้างสถาบันเบื้องสูงเพื่อใช้เข่นฆ่ากันทางการเมืองโดยไม่เคยตระหนักว่าผู้ที่ถูกรุกไล่ทำลายล้างนั้นต่างก็เป็นคนไทยซึ่งมีสถานะเป็นพสกนิกรของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวด้วยกันทุกคน

    เป็นที่ทราบกันว่าศาลได้พิพากษาลงโทษจำคุกนายสนธิ ลิ้มทองกุล โดยไม่รอลงอาญาในโทษฐานยุยงปลุกปั่นประชาชนโดยการนำสถาบันเบื้องสูงมาเพื่อการปลุกระดมจนก่อให้เกิดความแตกแยกอย่างรุนแรงในหมู่ประชาชน แต่กลุ่มบุคคลที่ได้กล่าวมาซึ่งมีนายสนธิ ลิ้มทองกุลเป็นแกนนำอยู่ด้วยก็ยังไม่มีความสำนึก โดยยังคงกล่าวพาดพิงและนำสัญลักษณ์ต่างๆที่หมายถึงสถาบันเบื้องสูงมาใช้ในการชุมนุม ซึ่งเป็นการกระทำที่ก่อให้เกิดความสับสนในหมู่ประชาชน นอกจากนี้กลุ่มบุคคลกลุ่มนี้ยังได้ใส่ร้ายอดีตนายกทักษิณด้วยข้อความอันเป็นเท็จว่าต้องการจะสถาปนาระบอบประธานาธิบดี กล่าวหารัฐบาลปัจจุบันว่าต้องการจะเปลี่ยนการปกครองเป็นระบบสาธารณรัฐ

    จากที่กล่าวมาทำให้คิดเป็นอื่นไม่ได้ว่าเพื่อการเข่นฆ่ากันทางการเมือง กลุ่มบุคคลกลุ่มนี้จะใช้ทุกวิถีทางแม้แต่การยกฐานะของผู้ถูกกล่าวหาซึ่งมีสถานะเป็นสามัญชนและเป็นพสกนิกรเช่นเดียวกับประชาชนคนไทยทุกคนให้สูงส่งเกินเลยไปจากความเป็นจริง

    ผมไม่แน่ใจว่าขณะนี้มีคนไทยที่ได้ถูกกลุ่มบุคคลซึ่งแอบอ้างสถาบันเบื้องสูงดังกล่าวมอมเมาจนเกิดอาการคล้ายคนเสียสติแบบเพื่อนของคุณแม่ไปจำนวนมากเท่าไรแล้ว ในฐานะที่ผมเป็นคนไทยซึ่งมีความสำนึกอยู่เสมอว่าสถาบันเบื้องสูงคือสถาบันอันเป็นที่เคารพเทิดทูน จึงขอเชิญชวนให้พี่น้องคนไทยช่วยกันหยุดยั้งการกระทำอันมิบังควรของกลุ่มบุคคลที่กล่าวมาด้วยการใช้ทั้งมาตรการทางสังคมและการลงโทษตามกฎหมาย


  3. July 17th, 2008 at 10:54 pm       ตี๋ยกซด Says:

    คำถามที่พันธมิตรต้องตอบ เมื่อยั่วให้รัฐบาลยิงไม่ได้ ก็ยั่วให้เขมรยิง ก่อสงครามสร้างเงื่อนไขรัฐประหาร อีกแล้ว ใช่หรือไม่
    ต้องขอถามว่าถ้าไม่นองเลือดก็คงจะไม่เลิกลาใช่หรือไม่
    เมื่อยั่วรัฐบาลสมัครมากี่ครั้งแล้ว เขาก็ไม่ยิง ก็เลยรัฐประหารไม่ได้
    ทีนี้ก็เลยไปยั่วเขมรดีกว่า ถ้าเขมรยิงและมีคนบาดเจ็บล้มตาย
    ก็จะสามารถโยนบาปให้รัฐบาล และพอวุ่นๆ เกิดสงครามก็จะมีทหารออกมารัฐประหาร

    ใช่หรือไม่

    ผมถือว่านี่เป็นอุบายตื้นๆ ซึ่งจะพยายามใช้ในการหลอกคนไปตายอีกแล้ว
    ใช่หรือไม่

    กราบเรียนท่านผู้อ่านทุกท่านด้วยความเคารพ
    ผมเกิดมาไม่เคยเห็นจริงๆ และไม่คิดว่าจะได้เห็น
    คนในชาติกันเองต้องมาคอยห้ามคนในชาติที่อ้างตนว่ามีคุณธรรมสูงส่ง
    ไม่ให้เดินไปสร้างเงื่อนไขอันอาจจะทำให้เกิดสงครามกับเพื่อนบ้าน
    หน้าที่ตัวเองก็ไม่ใช่ ทหารก็ไม่ได้เป็น
    แล้วกำลังทำอะไรอยู่และเพื่ออะไร

    สงสัยจริงๆ นี่หรือพวกอ้างตัวว่าสูงส่งและเปี่ยมด้วยคุณธรรม
    ขอถาม และคุณต้องตอบสังคมไทยให้ได้
    ถ้าตอบไม่ได้ และมันจริงทุกประการ
    ผมขอไว้อาลัยให้กับมุขเก่า ที่คนใช้ไม่เคยสำนึก


  4. July 17th, 2008 at 10:12 pm       ไกลสุดๆ Says:

    เดินขึ้นไปจนสุดยอดเขา งดงามมากที่สุด


  5. July 17th, 2008 at 1:07 pm       coldpen Says:

    สวยมากครับ


You must be logged in to post a comment.