พีจัง Blog

เรื่องงาน เรื่องเที่ยว…เรื่องเดียวกัน

ถึงตา เนวิน!!!

August7

 

.

เมื่อวาน…ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง อ่านคำสั่งคดีหมายเลขดำที่ อม.4/2551 ทุจริตจัดซื้อต้นกล้ายางพารา 90 ล้านต้น มูลค่า 1,440 ล้านบาท ที่ คตส. ยื่นฟ้อง นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานคณะกรรมการนโยบายและมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร (คชก.) / นายเนวิน ชิดชอบ อดีต รมว.เกษตรและสหกรณ์ กับพวกรวม 44 คน ประกอบด้วย…

 

 

 

กลุ่มคณะรัฐมนตรี, กลุ่มคณะกรรมการกลั่นกรองเสนอโครงการต่อ ครม.คณะที่ 2, กลุ่มคณะกรรมการนโยบายและมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร, กลุ่มคณะกรรมการบริหารโครงการ (กำหนดทีโออาร์) และคณะกรรมการพิจารราผลประกวดราคาซึ่งเป็นกลุ่มข้าราชการ และกลุ่มบริษัทเอกชนที่มี 3 ราย ประกอบด้วย บริษัท เจริญโภคภัณฑ์เมล็ดพันธุ์ จำกัด ในเครือซีพี, บริษัท รีสอร์ทแลนด์ จำกัด และ บริษัท เอกเจริญการเกษตร จำกัด ข้อหาเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ม. 157

 

 

ศาลฎีกา ได้มีคำสั่งให้ประทับรับฟ้องคดีดังกล่าว โดยนัดพิจารณาคดีนัดแรก 23 กันยายนนี้  โดยศาลได้อนุญาตให้ ป.ป.ช. เป็นโจกท์แทน คตส.ที่หมดวาระลงไปแล้ว และให้ส่งหมายศาลให้จำเลยทราบภายใน 10 วัน

 

 

 

ถึงตา เนวิน บ้างแล้ว…

 

 

 

แม้คดีนี้จะมีผู้ถูกกล่าวหารวมถึง 44 คน แต่ “เนวิน ชิดชอบ” เป็นผู้ถูกล่าวหาที่น่าสนใจที่สุด เพราะ เขาเป็นผู้ตั้งและส่งโครงการนี้เข้าประชุมคณะรัฐมนตรีจนเป็นรูปเป็นร่าง

 

 

สำนวนฟ้องได้บรรยายว่า เนวิน เป็นรัฐมนตรีซึ่งดูแลกรมวิชาการเกษตร กองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง อีกทั้งเป็นประธานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางเป็นผู้เสนอโครงการปลูกยางเพื่อยกระดับรายได้และความมั่นคงให้เกษตรกรให้แหล่งปลูกยางใหม่ ให้กับคณะกรรมการกลั่นรองเรื่องเสนอคณะรัฐมนตรีที่มีสมคิดเป็นประธาน

 

 

แต่เมื่อกรรมการกลั่นกรองฯ พิจารณาโครงการแล้วเห็นว่าข้อมูลยังไม่ครบถ้วนจึงขอให้กระทรวงเกษตรฯ เสนอเรื่องกลับมาใหม่ ต่อมา 16 พ.ค.46 เนวิน ผู้เป็นจำเลยที่ 4 มีหนังสือด่วนที่สุดเสนอเรื่องกลับไปให้กรรมการกลั่นกรองอนุมัติให้กระทรวงทำโครงการนี้ภายในเวลา 3 ปี (2547-2549) และขอให้อนุมัติให้ใช้เงิน คชก.ปลอดดอกเบี้ย 1,440 ล้านบาท เพื่อผลิตพันธุ์ยาง 90 ล้านต้น และให้ สกย.ใช้เงิน CESS วงเงิน 1,440 ล้านบาท ชำระเงินทคืนในระยะเวลา 10 ปี

 

 

“ข้อเสนอดังกล่าวเพื่อพิจารณาข้อกฏหมาย ในเรื่องการใช้เงินกองทุนรวมเพื่อช่วยเกษตรกรตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ส่วนเงินรายได้จากค่าธรรมเนียมการส่งออกยาง ระเบียบให้ใช้เพื่อการสงเคราะห์เจ้าของสวนยางในการปลูกยางทดแทนต้นยางเก่าเท่านั้น ไม่ใช่เพื่อแหล่งปลูกยางใหม่ … เนวิน … ผู้ซึ่งกำกับดูแลกรมวิชาการเกษตรและกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง ต้องรู้กฏหมายเรื่องนี้แต่กลับปกปิดข้อเท็จจริงแก่กรรมการกลั่นกรองเพื่อประกอบการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี จนในที่สุดคณะรัฐมนตรีก็มีมติตามที่กรรมการกลั่นกรองฯเสนอมา จึงมีเจตนาให้มีการใช้เงินโดยไม่ชอบด้วยกฏหมาย

 

 

อีกทั้งจำเลยที่ 4 ยังได้ลงนามอนุมัติโครงการกับคู่สัญญา ทั้งที่เป็นเพียงรัฐมนตรีช่วยว่าการโดยในขณะนั้นมีการแต่งตั้งนายสมศักดิ์ เทพสุทินเป็น รมว.เกษตรและสหกรณ์ แต่อยู่ระหว่างรอถวายสัตย์ปฏิญาณ จนนำไปสู่การประกวดราคาเพื่อผลิตยางชำถุง 90 ล้านต้น เพื่อเจตนาให้บริษัทเอกชนได้เข้ามาเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานรัฐ จึงเป็นการกระทำที่มีเจตนาโดยเล็งเห็นผลและประสงค์ต่อผลที่จะเอื้อประโยชน์ให้แก่คู่สัญญา

 

 

การกระทำของเขา ผู้เป็นจำเลยที่ 4 ในฐานะที่เป็นรัฐมนตรีจึงเป็นการกระทำความคิดผิดตามประมวลกฏหมายอาญาและมาตรา พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยของรัฐ พ.ศ.2542

 

 

 

จับตา !!! เนวิน จะสู้คดีนี้อย่างไร เมื่อคดีนี้จัดมาเพื่อเขาคนเดียว…

 

 

…………………………………..

 

 

แต่ เธอคนนี้ … คุณหญิง พจมาน ชินวัตร … หรือการเดินทางออกนอกประเทศครั้งนี้จะเป็นการส่งสัญญาณ หนี !!! 

 

 

มีรายงานข่าว คุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ พี่ชายบุญธรรมคุณหญิงพจมาน นางกาญจนาภา หงษ์เหิน เลขาส่วนตัวคุณหญิงพจมาน ได้เดินทางออกจากประเทศไทยไปตั้งแต่ วันที่ 5 ส.ค. 2551 ด้วยเที่ยวบิน TG 0614 เป้าหมายคือ ปักกิ่ง

 

 

 

ซึ่งในวันเดินทาง ลูกๆทั้ง 3 คือ โอ๊ค เอม อุ๊งอิ๊ง ไปส่งแม่อย่างพร้อมหน้าพร้อมตา แต่สีหน้าแต่ละคนไม่ดีนัก ถึงกับร่ำไห้ น้ำตาซึม … คาดว่าอาจจะเป็นน้องอุ๊งอิ๊ง อ้างอิงจากปฏิกิริยาของเธอกลางศาล วันนั้นที่แม่ถูกตัดสินให้ติดคุก…

 

 

การเดินทางออกนอกประเทศครั้งนี้ของคุณหญิงพจมาน เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสข่าวลือว่าจะขอลี้ภัยทางการเมือง หลังจากศาลอาญาตัดสินจำคุกคนละ 3 ปี และเป็นที่น่าสังเกตว่า … หรือคุณหญิงจะหนีจริงๆ เพราะมีการหอบหิ้วกระเป๋าเดินทาง รวบรวมเบ็ดเสร็จแล้วถึงคนละ 9 ใบ !!!

 

 

แต่ไม่ได้เป็นกระเป๋าจำนวนมากมายอะไร พอที่จะเป็นนัยยะสำคัญใดๆ ในสายตาของ สมชาย วงศ์สวัสดิ์…

 

 

แต่อย่าลืมว่า วันที่ 22 ส.ค. นี้ ทั้ง อดีตนายกฯ ทักษิณ และ คุณหญิง ซึ่งตกเป็นจำเลยในคดีทุจริตซื้อขายที่ดินย่านรัชดาภิเษกมูลค่า 772 ล้านบาท จะต้องขึ้นเบิกความพร้อมกันต่อ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ที่จะมีการไต่สวนพยานจำเลยครั้งสุดท้าย

 

 

… จะเห็น 2 สามี ภรรยา กลับมาขึ้นศาลมั้ยน๊อ …

 

by posted under Uncategorized | No Comments »    

You must be logged in to post a comment.